คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 464 รอบคอบจริงๆ
ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้เห็นเบื้องหน้ามีเงาร่างส่ายไหว ใบหน้าถูกผงแป้งโปะใส่ จากนั้นท้องก็ถูกต่อยอย่างแรงหนึ่งหมัด หมัดนี้ต่อยเขาจนรู้สึกว่าจะกระอักอวัยวะภายในทั้งหมดออกมา เขาอ้าปากสูดลมหายใจคำโต ผงแป้งเหล่านั้นก็ถูกสูดเข้าท้องหมด
เห็นเขาสูดผงกระตุ้นกำหนัดเข้าไป จินเฟยเหยาพลิกมือกางม่านกั้นเสียง แล้วโจมตีหลังศีรษะเขา เขาล้มลงพื้นในพริบตา ขณะผู้บำเพ็ญเซียนคนนั้นล้มลงกับพื้นยังหันหน้ามามองคนที่โจมตีเขาด้านหลังแวบหนึ่ง แต่กลับเห็นสัตว์ปิศาจขนปุกปุยตัวหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังเขาก่อนหมดสติ
จินเฟยเหยาหยิบยืมพลังเทาเที่ย ยืนโจมตีท้ายทอยคนผู้นี้อย่างหนักหน่วงในสภาพขนเต็มตัวอยู่ด้านหลัง ครั้งนี้ถึงเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ก็ทนการโจมตีรุนแรงขนาดนี้ไม่ได้จึงสลบไปทันที
เห็นคนบนพื้นหมดสติ จินเฟยเหยาก็ลูบศีรษะสัตว์กล่าวว่า “ขั้นแปลงจิตรังแกขั้นกำเนิดใหม่สะดวกยิ่ง ใช้กำปั้นก็ต่อยคนสลบได้ น่าสนุกจริงๆ”
นึกถึงก่อนหน้านี้ตนเองยังเป็นคนขั้นกำเนิดใหม่ ตอนนี้บรรลุขั้นแปลงจิตแล้ว ไม่รู้ว่าร้ายกาจกว่าในอดีตกี่เท่า ทำให้คนตื่นเต้นยินดีจริงๆ แต่ยินดีแล้วยินดีอีก นางยังมีธุระต้องทำ คนสลบไปแล้ว ถึงจะถูกเขาเห็นใบหน้าแต่เป็นแค่ใบหน้าสัตว์ปิศาจ ไม่กลัวว่าเขาจะพูดออกไปเลยสักนิด จะให้เขาเงียบไม่ให้เจ้าหอสงสัยไปทางอื่นทำไม
ค้นป้ายหยกจากบนตัวเขาก่อน จินเฟยเหยารีบใช้เวลาหนึ่งเค่อที่มุมหนึ่งทำสำรองจนเสร็จ หลังจากคืนป้ายหยกแล้วเห็นเขานอนนิ่งอยู่บนพื้น จินเฟยเหยาพลันนึกแผนการขึ้นได้
นางฉีกทึ้งเสื้อผ้าคนผู้นี้หลายครั้ง จากนั้นนำเชือกเอ็นสัตว์มัดคนไว้ สุดท้ายโยนลงบนเตียงแล้วติดยันต์ซ่อนกายแอบออกไป
เป้าหมายของจินเฟยเหยาคือหลินเจียวเยวี่ย สตรีที่ล่ำบึ๊กที่สุดในหอเหอฮวน สาวงามที่ทำงานแบบเดียวกับหวาหวั่นซี
การค้าของหลินเจียวเยวี่ยไม่ค่อยดี สามสิบวันมียี่สิบเก้าวันที่อยู่ว่างๆ ผู้บำเพ็ญเซียนที่รำคาญในการมีชีวิตอยู่อยากตื่นเต้นจึงมาให้นางรับใช้ ดังนั้นเมื่อจินเฟยเหยามาถึงหน้าห้องซึ่งอยู่สุดมุมของนาง หลินเจียวเยวี่ยกำลังมองทิวทัศน์อย่างเศร้าเสียใจอยู่ในห้อง
ตำแหน่งห้องของนางแย่มาก เปิดหน้าต่างไม้ก็เห็นช่องท้องฟ้ากว้างเพียงฝ่ามือเดียว ส่วนอื่นๆ ถูกห้องอื่นบดบังไว้ มองช่องท้องฟ้ากว้างเพียงฝ่ามือนางก็รู้สึกว่าชีวิตช่างไร้รสชาติ นึกถึงว่าถ้าตนเองสามารถผูกสัมพันธ์เป็นคู่บำเพ็ญกับผู้ดูแลบนเรือได้ก็จะไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้อีก ทว่าผู้ดูแลพวกนั้นล้วนมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่จะชอบตนเองที่เป็นคนขั้นหลอมรวมได้อย่างไร และพวกเขายังรังเกียจรูปโฉมของตนเองด้วย
ในเวลานี้เองมีเสียงเคาะประตูดังมา มีคนกำลังเคาะประตูอยู่ข้างนอก
“มาแล้ว!” หลินเจียวเยวี่ยนึกว่ามีลูกค้ามา จึงรีบลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าลวกๆ แล้วเดินบิดเอวมา นางเปิดประตูออกด้วยรอยยิ้มเต็มหน้ากลับพบว่าด้านนอกไม่มีใครสักคน บนทางเดินเวิ้งว้างว่างเปล่า
นางตะลึงงันไปและอดรู้สึกเดือดดาลไม่ได้ ดีนักนะ เห็นข้าไม่มีลูกค้า แต่ละคนก็มารังแกข้า ท่าทางหอเหอฮวนนี้จะอยู่ไม่ได้แล้ว นางมีโทสะจนกัดริมฝีปากคิดจะกระแทกประตูปิด ทันใดนั้นลมแรงก็พัดมา ท้องถูกต่อยอย่างหนักหน่วง
เรี่ยวแรงเยอะจนทำให้คนตกใจ นางรู้สึกอวัยวะภายในปั่นป่วนเหมือนอยู่มิสู้ตาย ร่างถูกเรี่ยวแรงนี้ต่อยลอยเข้าไปในห้องกลับไม่ได้กระแทกสิ่งใดทว่าค้างอยู่กลางอากาศ จากนั้นท้ายทอยก็ถูกจู่โจมอย่างหนักหน่วง หลินเจียวเยวี่ยตาเหลือกสลบไป จากนั้นได้ยินเสียงจินเฟยเหยาดังมาจากกลางอากาศ “ยายนี่เหมือนกระสอบทรายจริงๆ ต่อยลงไปแล้วให้สัมผัสดียิ่งนัก”
จากนั้นเห็นกระโปรงของหลินเจียวเยวี่ยถูกเลิกขึ้นเผยต้นขาด้านในออกมา สตรีของหอเหอฮวนจำนวนมากล้วนไม่สวมกางเกงเพื่อให้ตนเองดูเซ็กซี่ พอนั่งลงยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก็เผยเรียวขาอันงดงามออกมา หลินเจียวเยวี่ยก็เช่นกัน เพียงแต่ขนบนร่างนางขึ้นดกเกินไป ถึงจะเป็นเรียวขาเหมือนกันทว่าบนนั้นเต็มไปด้วยขนหน้าแข้งสูงครึ่งนิ้วมือ จินเฟยเหยาพลิกดูแขนของนางอีก มีขนงอกยาวเช่นกัน นางครุ่นคิดแล้วดึงเสื้อผ้าของหลินเจียวเยวี่ยออกมองดูด้านใน จากนั้นเอ่ยอย่างผิดหวัง “อะไรกัน ไม่มีขนหน้าอก แบบนี้ปริมาณขนก็ไม่พอน่ะสิ”
แต่เห็นใบหน้าหยาบกระด้างของหลินเจียวเยวี่ย มีขนเหมือนหนวดรอบริมฝีปากอยู่ไม่น้อย จินเฟยเหยาจึงตัดสินใจเลือกนาง หอเหอฮวนนอกจากคนผู้นี้แล้วก็หาคนอื่นที่มีขนยาวและดกขนาดนี้ไม่ได้จริงๆ แม้แต่พวกบุรุษขายเรือนร่างก็ไม่มีใครขนดกเท่านางสักคน คงไปหาสัตว์ปิศาจจริงๆ ไม่ได้ นั่นยุ่งยากยิ่งกว่าไปหาคนอีก
จินเฟยเหยาแบกหลินเจียวเยวี่ยไว้บนบ่าแล้วแปะยันต์ซ่อนกายใบหนึ่งลงบนร่างนาง จากนั้นเลือกไปทางที่ไม่มีคนพลุกพล่าน แบกนางมาจนถึงห้องผู้ดูแลคลังสมบัติ
นางเคลื่อนไหวรวดเร็ว ผู้ดูแลห้องสมบัติยังไม่ได้สติ ถึงได้สติ กินผงปลุกกำหนัดเข้าไปมากขนาดนั้น นอกจากคิดจะระบายแล้วคงไม่ทำเรื่องอื่น
นางถอดเสื้อผ้าทั้งหมดของหลินเจียวเยวี่ยอย่างว่องไวแล้วโรยผงกระตุ้นกำหนัดลงรูจมูกของหลินเจียวเยวี่ย ปลดเชือกเอ็นสัตว์บนร่างผู้ดูแลจากนั้นผลักนางไปทับร่างเขา สุดท้ายนางกลั้นยิ้ม ถ่ายเทพลังวิญญาณเล็กน้อยเข้าสู่ร่างของหลินเจียวเยวี่ยทำให้นางได้สติ จัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จจินเฟยเหยาก็กลั้นหายใจ แปะยันต์ซ่อนกายยืนพิงกำแพงอยู่ด้านข้าง
หลินเจียวเยวี่ยถูกพลังวิญญาณของจินเฟยเหยาทำให้ฟื้น นางลืมตาขึ้นส่ายศีรษะ รู้สึกได้ว่าจมูกสูดดมบางอย่างเข้าไป ทันใดนั้น พอนางก้มหน้าลงก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนร่างผู้ดูแลคลังสมบัติ อีกทั้งคนทั้งสองยังเปลือยเปล่าไม่ได้สวมอะไรเลย
นี่มันเรื่องอะไรกัน? หลินเจียวเยวี่ยเหลียวซ้ายแลขวาอย่างงุนงง ประตูห้องปิดสนิท ทั้งห้องมีแค่นางกับผู้ดูแล อีกทั้งเสื้อผ้าของพวกเขาสองคนถูกฉีกขาดโยนไว้ที่พื้น สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ถูกต้องอยู่บ้าง
หลินเจียวเยวี่ยกลับไม่ได้ร้องตะโกนทว่าจับจ้องมองผู้ดูแลใต้ร่างด้วยสายตากินคน ตอนนี้เป็นโอกาสอันดี ตนเองมีพลังบำเพ็ญเพียรต่ำกว่าเขา นอกจากเขาชิงตัวนางมาก็เป็นไปไม่ได้ที่ตนเองจะมาที่นี่ ไม่ว่าใครเป็นคนทำ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นโอกาสของตนเอง ดังนั้นหลินเจียวเยวี่ยจึงถาโถมไปทั้งตัวราวกับสุนัขป่าหิวโหยพุ่งเข้าใส่อาหาร
จินเฟยเหยายังกังวลอยู่ว่าหลินเจียวเยวี่ยได้สติเร็วเกินไป ยาปลุกกำหนัดยังไม่ออกฤทธิ์จะทำให้นางหนีไปได้ แต่คิดไม่ถึงว่าหลินเจียวเยวี่ยกลับให้ความร่วมมืออย่างยิ่ง ขึ้นไปบังคับขืนใจด้วยตนเอง อีกทั้งตามการเริ่มออกฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัด หลินเจียวเยวี่ยกลับสนุกสนานจนลืมตัว ยามนี้แม้แต่ผู้ดูแลที่สลบไสลก็เริ่มได้สติแล้ว
ทว่าผงปลุกกำหนัดในร่างเขามีมากกว่าหลินเจียวเยวี่ยหลายเท่า รู้สึกว่าทั่วร่างหงุดหงิดร้อนรุ่มจึงนัวเนียกับหลินเจียวเยวี่ยแบบสติเลอะเลือน เห็นคนทั้งสองมีความสุขกันจินเฟยเหยาจึงแอบออกมาจากห้อง เดินอาดๆ ไปนั่งในโรงน้ำชา ใช้กำลังฉุดลากผู้บำเพ็ญเซียนสตรีมาหลายนางให้พวกนางอยู่เป็นเพื่อนตนเองดื่มชา
นางรอความเคลื่อนไหวทางฝั่งหลินเจียวเยวี่ยมาตลอด ทว่านั่งจนพลบค่ำ ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลยสักนิด รอคอยอยู่เนิ่นนาน จินเฟยเหยาจึงเดาว่าผงกระตุ้นกำหนัดมากเกินไป สองคนนั้นคงไม่ตายคาอกกันไปแล้วนะ!
แต่นางไม่ต้องกังวลนานนัก มีคนใช้พลังวิญญาณส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ร้องดังจนคนทั้งหอเหอฮวนกว่าครึ่งต่างได้ยิน จินเฟยเหยาเบิกบาน ในที่สุดก็จัดการเรื่องราวเสร็จสิ้น หลินเจียวเยวี่ยช่างเป็นพวกทำงานฟรีจริงๆ ถึงกับใช้พลังวิญญาณร้องตะโกน
เสียงนี้โหยหวนเกินไป ผู้รับใช้ของหอเหอฮวนจึงรีบวิ่งไปดู จินเฟยเหยากลับไม่ได้ตามไปชมความครึกครื้นด้วย แต่เห็นว่าตอนนี้ได้เวลาอาหารแล้วกินอาหารมื้อหนึ่งก่อนค่อยว่ากัน
หนึ่งชั่วยามกว่าผ่านไป ทั่วทั้งหอเหอฮวนก็มีข่าวแพร่สะพัดว่ามนุษย์ขนหลินเจียวเยวี่ยหลับนอนกับสื่อหรูที่ดูแลคลังสมบัติ แต่สื่อหรูบอกว่าหลินเจียวเยวี่ยทุบตีเขาจนสลบแล้ววางยาจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น นางคิดจะใช้ประโยชน์จากตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เช่นนั้นตนเองคงตาบอดแล้วจึงไปชอบหลินเจียวเยวี่ย
ส่วนหลินเจียวเยวี่ยกลับปฏิเสธ บอกว่าพลังบำเพ็ญเพียรของตนเองต่ำขนาดนี้จะทำเรื่องวางยาได้อย่างไร จากนั้นนางก็ร่ำไห้ไม่หยุด บอกว่าหยวนอิน[1]ของตนเองถูกสื่อหรูได้ไปจนหมดแล้ว
ถึงหลินเจียวเยวี่ยจะอยู่ที่หอเหอฮวนมาห้าสิบกว่าปี ทว่าเนื่องจากใบหน้าและร่างกายมีขนโดยกำเนิด ถึงมอบหยวนอินให้ฟรีๆ ก็ยังไม่มีใครต้องการ ดังนั้นจึงรักษาหยวนอินไว้ได้อย่างมหัศจรรย์ ตอนนี้นางนั่งเสื้อผ้ายุ่งเหยิงอยู่บนเตียงของสื่อหรู ร่ำไห้ฟ้องร้องทุกคนรอบด้านไม่หยุด
บอกว่าตนเองรักษาหยวนอินไว้คิดจะมอบให้คนรักของตนเอง คนรักของนางต้องหอบเงินมหาศาลมาซื้อหยวนอินแน่ ตอนนี้จบกัน ถูกสื่อหรูชิงไปแล้ว เดิมทีหอเหอฮวนสามารถได้ผลประโยชน์ครึ่งหนึ่ง ตอนนี้กลับไม่ได้อะไรเลย ทั้งหมดนี้ต้องโทษสื่อหรูที่นิสัยสัตว์ป่ากำเริบ นางไม่รู้ว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี
สื่อหรูอยากจะใช้ฝ่ามือตบสตรีขนดกคนนี้ให้ตาย เมื่อครู่ตอนได้สติคืนมารู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว บวกกับความรู้สึกสุขสมราวกับภาพมายาเหล่านั้นทำให้เขาไม่รู้ตัวไปชั่วขณะว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายตนเองเป็นนาง รอจนได้สติคืนมา เขายังไม่ทันลงมือหลินเจียวเยวี่ยก็ชิงร่ำร้องเสียงดังฟ้องร้องก่อนอย่างน่าชัง มีผู้รับใช้เดินผ่านมานึกว่าเกิดเรื่องขึ้นจึงผลักประตูเข้ามา
ตอนนี้ตรงประตูมีคนของหอเหอฮวนยืนอยู่เต็มไปหมด ยังมีแขกที่อยู่ว่างจนเบื่อหน่ายโผล่หน้ามามองตรงประตูด้วยทำให้เขาอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำ ถ้าสังหารคนตอนนี้ต้องโดนบอกว่าตนเองฆ่าคนปิดปากแน่ ทว่าเขาทนความเดือดดาลนี้ไม่ไหว ดวงตาที่มองหลินเจียวเยวี่ยจึงเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
หลินเจียวเยวี่ยหวาดกลัวจึงกระโดดเปลือยร่างครึ่งท่อน ชี้หน้าเขาแล้วบอกทุกคนว่า “ทุกคนดูสิ เขาถึงกับมองข้าด้วยเจตนาสังหาร ผู้อื่นสวมกางเกงก็จากไปอย่างไร้เยื่อใย เขากลับดียิ่ง ยังไม่สวมกางเกงก็คิดจะฆ่าคนปิดปาก! เจ้าหอ ข้าจะพบเจ้าหอ!”
สื่อหรูมีโทสะอย่างยิ่ง กำหมัดลั่นดังกรอบแกรบ หากมิใช่พยายามควบคุมตนเองอย่างสุดกำลังคงฆ่าคนปิดปากแล้วจริงๆ
เขาทบทวนความทรงจำในสมอง ใครจัดการเขากันแน่!
ทว่าพอครุ่นคิดอย่างละเอียด ในสมองกลับพร่าเลือน จำได้ว่าก่อนสลบไป เห็นมนุษย์ขนช่วงหมดสติ มนุษย์ขน…หรือว่าเป็นหลินเจียวเยวี่ยจริงๆ แต่เนื่องจากมองเห็นไม่ชัด เขาจึงนึกว่าตัวมีขนนั่นเป็นสัตว์ปิศาจ คิดไปคิดมา ไม่มีสิ่งของสูญหาย แค่เสียตัว เช่นนั้นก็มีเพียงหลินเจียวเยวี่ยวางแผนทำร้ายตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว สตรีที่น่าชังคนนี้!
………………………………….
[1] หยวนอิน คือ แก่นปราณหยินในลัทธิเต๋า หรือก็คือ ของเหลวในร่างเพศหญิงที่หลั่งเวลามีสัมพันธ์กับบุรุษ