คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 465 ซ่อน
จินเฟยเหยาไม่รู้ว่าสุดท้ายหอเหอฮวนจัดการเรื่องนี้อย่างไร ที่นางรู้ทั้งหมดคือหลินเจียวเยวี่ยกลายเป็นอนุภรรยาของสื่อหรู ถึงอย่างไรนางก็หน้าตาแบบนั้น ถ้าบีบบังคับให้สื่อหรูแต่งงานกับนางจริงๆ ก็ไร้เหตุผลเกินไป หลินเจียวเยวี่ยพอใจกับผลลัพธ์นี้อย่างยิ่ง ถึงอย่างไรเป้าหมายของนางคือเพื่อใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องกังวลเรื่องศิลาวิญญาณในการฝึกบำเพ็ญ หลับนอนกับสื่อหรูก็ยังเอาเปรียบเขาได้
เรื่องนี้สตรีสองคนเป็นฝ่ายชนะ มีเพียงบุรุษอย่างสื่อหรูเป็นฝ่ายแพ้ อีกทั้งยังพ่ายแพ้อย่างอธิบายไม่ได้ ไม่รู้ความจริงเลยสักนิด
หลังจากสยงเทียนคุนได้ยินก็รู้ว่ามีแต่จินเฟยเหยาที่ทำเรื่องแบบนี้ ท่าทางนางจะเคลื่อนไหวแล้ว หรือว่าต้องมองดูนางเสี่ยงอันตรายเพื่อตนเองจริงๆ แค่มองอย่างเย็นชาอยู่ข้างๆ โดยไม่สนใจและไม่ถามไถ่หรือ?
เนื่องจากเรื่องเมื่อหลายวันก่อน อารมณ์ของเขาจึงย่ำแย่อย่างยิ่ง เดิมทีปกติต้องมีความงดงามเย็นชา ตอนนี้ทั่วร่างมีแต่ปราณสังหาร มองใครก็เห็นว่าขัดตา ความปรารถนาที่ไม่ได้รับการเติมเต็มทำให้เขาอารมณ์รุนแรงและหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกจนเกือบจะไปทำอาชีพเดียวกับหวาหวั่นซี
จินเฟยเหยากลับตื่นเต้นยินดี ได้ป้ายหยกมาอยู่ในมือแล้ว ตอนนี้ขาดเพียงหาโอกาสไปกวาดในคลังสมบัติให้เกลี้ยง ไม้วิญญาณเหล็กสูงหนึ่งคนกว่าชิ้นนั้น นางหาวิธีนำไปได้แล้วทั้งยังทำให้คนตรวจสอบไม่พบ รอการตรวจสอบผ่อนคลายลงก็สามารถเดินส่ายอาดๆ ไปจากที่นี่ได้
ขอเพียงใช้วิธีนั้น ถึงเจ้าหอจะลงมือค้นด้วยตนเองต่อหน้า ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหาอะไรพบ บางครั้งนางยังรู้สึกว่าตนเองช่างเก่งกาจจริงๆ สามารถทำได้ทุกเรื่อง
แต่โอกาสเข้าคลังสมบัติกลับหาไม่ได้ง่ายๆ ผู้ดูแลในหอเหอฮวนมีมากมาย ไม่ว่าห้องครัวหรือห้องหลอมยา ลูกค้าจะซื้อหาสิ่งใด ส่วนมากล้วนต้องไปหยิบมาจากคลังสมบัติ ในคลังสมบัติมีคนไปมาไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
ตอนคนน้อยก็มีผู้ดูแลคนหนึ่งอยู่ตรงประตู เข้าไปหยิบสิ่งของในคลังสมบัติโดยเฉพาะ ส่วนตอนคนเยอะ ผู้บำเพ็ญเซียนสามคนต่างยืนอยู่ตรงประตู ยุ่งกับการค้นหาสิ่งของด้านใน คำนวณดูแล้วคนทั้งสามมีอำนาจไม่น้อย ถ้าขโมยของที่ตนเองเฝ้าก็ยิ่งสมบูรณ์แบบ
แต่จินเฟยเหยากลับหาโอกาสเข้าคลังสมบัติไม่ได้ เวลาไม่คอยท่าแล้ว
วันนี้ เจ้าหอที่ปกติไม่ค่อยได้เจอพลันปรากฏตัวขึ้นในชุดหรูหรา เขาให้ผู้รับใช้ของหอเหอฮวนทั้งหมดไปรออยู่ข้างนอก แขวนโคมและประดับตกแต่งหอด้วยสีสันสดใสต้อนรับแขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่ง
ทว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับจินเฟยเหยา นางจึงรั้งอยู่ในห้องของตนเองนอนมองด้านล่างอยู่ตรงหน้าต่าง ไม่รู้ว่าบุคคลสำคัญคนใดมาจึงสามารถทำให้เจ้าหอตั้งแถวรอต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้
รออยู่ครึ่งชั่วยามกว่า ก็มีเสียงสวรรค์ดังมาจากท้องนภา ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองไปยังที่ห่างไกล มีจุดดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นลิบๆ จากนั้นจุดดำก็ใหญ่ขึ้น ที่แท้เป็นกลุ่มคนจำนวนสิบกว่าคน
กลางขบวนเป็นน้ำเต้าวิเศษขนาดยักษ์ บนหนังท้องอันใหญ่โตของน้ำเต้ามีแท่นบงกช บนแท่นบงกชมีบุรุษสวมชุดสีม่วงนั่งอยู่ ก้วนสีม่วง ชุดยาวสีม่วง รองเท้าสีม่วง ขนาดน้ำเต้าก็ยังเป็นสีม่วงอ่อน สองฟากของเขามีพัดปาเจียว[1] ซึ่งเป็นของวิเศษบินได้เหาะในแนวนอนมาข้างละเล่ม บนพัดแต่ละเล่มกว้างพอให้คนนั่งได้เจ็ดแปดคน
พัดแต่ละเล่มมีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีนั่งอยู่หกคน พวกนางสวมใส่ชุดชาววังหลากสีสันถือเครื่องดนตรีคนละชนิด แต่ละคนล้วนโฉมงามดุจบุปผา บรรเลงเพลงมาตลอดทางที่เหาะเหิน ของวิเศษบินได้พกพาคลื่นแสงสีสดใสทำให้คนมองแวบเดียวก็รู้สึกราวกับเซียนลงสู่โลกหล้า
รอจนขบวนนี้เคลื่อนเข้ามาใกล้ เมื่อจินเฟยเหยาเห็นคนบนน้ำเต้าวิเศษชัดเจน นางก็อ้าปากค้างยืนตะลึงงันอยู่ตรงหน้าต่าง พลังบำเพ็ญเพียรขั้นว่างเปล่าช่วงปลาย หน้าตาคล้ายคลึงเหรินเซวียนจืออย่างยิ่งแต่กลับไม่ใช่เขา คนผู้นี้แก่กว่าเหรินเซวียนจือ อายุประมาณสี่สิบ มีรัศมีของผู้สูงส่งมากกว่าเหรินเซวียนจือ แต่ดูรื่นหูรื่นตายิ่งกว่าเหรินเซวียนจือ
“คงไม่ใช่ท่านพ่อของเหรินเซวียนจือหรอกนะ?” มองผู้บำเพ็ญเซียนที่เหมือนเหรินเซวียนจือเป็นพิเศษคนนี้ จินเฟยเหยารู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง
พวกเขาร่อนลงบนแท่น เจ้าหอเหอฮวนเข้าไปต้อนรับขับสู้อย่างกระตือรือร้น จินเฟยเหยาก็หูไวได้ยินเจ้าหอเรียกเขาว่าพี่เหริน
ถึงกับแซ่เหรินจริงๆ คงเป็นญาติกับเหรินเซวียนจือเสียมากกว่า เพียงแต่ไม่รู้เป็นอะไรกับเขา อาจจะเป็นพี่ใหญ่หรืออาจจะเป็นท่านพ่อของเขา จินเฟยเหยาเดาฐานะของเขาไม่ออก เขามาที่นี่เพื่อสิ่งใดก็ไม่รู้แน่ชัด แต่นางไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก เป้าหมายของนางอยู่ที่ไม้วิญญาณเหล็กไม่ใช่สืบเรื่องญาติของเหรินเซวียนจือ
หลังต้อนรับคนเข้ามาในหอภายนอกก็กลับคืนสู่ความสงบ จินเฟยเหยาคิดจะออกไปดูหน่อยว่าจะฉวยโอกาสลงมือเข้าคลังสมบัติตอนมีแขกสำคัญมาได้หรือไม่
แต่เพิ่งเดินออกมาก็เห็นหวาหวั่นซีรุดมาอย่างเร่งร้อน “เมื่อครู่เจ้าหอส่งคนมาแจ้งให้ข้าแต่งกายงดงามหน่อย คืนนี้ต้องอยู่เป็นเพื่อนรับประทานอาหารกับแขกผู้มีเกียรติที่เพิ่งมา ข้ารู้สึกว่าคนผู้นี้มีความเป็นมาใหญ่โต ไม่รู้ว่าจะมองฐานะของข้าออกหรือไม่”
“น่าจะไม่นะ ขนาดเหรินเซวียนจือมารราคะที่ผ่านสตรีมานับไม่ถ้วนและเจ้าหอเหอฮวนที่เปิดหอคณิกาต่างก็มองไม่ออก ยังมีอะไรต้องกลัว อีกอย่างหลอมร่างกายออกมาแล้วอย่างไร ใครบอกว่าใช้ของปลอมไม่ได้” จินเฟยเหยาครุ่นคิด รู้สึกว่าน่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ อีกอย่างไม่ได้บอกว่าต้องหลับนอนกับคนผู้นี้เสียหน่อย แค่กินข้าวดื่มสุรา เกี่ยวอะไรกับของปลอมของจริงด้วย แค่เบิกบานใจก็พอแล้ว
“ข้าไปก่อนนะ” หวาหวั่นซีจึงพยักหน้า หวีผมตามสบายแล้วไป ปกตินางแต่งหน้าแต่งตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ แค่ไม่ให้ผมยุ่งก็พอ
เห็นนางจากไป จินเฟยเหยาก็เดินเตร็ดเตร่บนเรือคิดจะหาโอกาสลงมืออีก ทว่าพอเดินเล่นก็ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้รับใช้ในหอเหอฮวน
“เหรินอิ๋นมาอีกแล้ว ข้าเกลียดชังเขาที่สุด”
“เบาเสียงหน่อย ถ้าเจ้าหอได้ยินแล้วโยนเจ้าให้เขาจัดการทันที เจ้าก็จบสิ้นแล้ว”
“เจ้าอย่าขู่ข้าเลย ครั้งที่แล้วเขามาเมื่อห้าสิบปีก่อน คืนนั้นมีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีงดงามและบุรุษหล่อเหลาถูกส่งไปห้องเขา สุดท้ายมีชีวิตรอดออกมาไม่ถึงครึ่ง อีกทั้งถึงรอดชีวิตได้ก็เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พลังชีวิตถูกเขาสูบไปจนหมด ที่แท้เขาเป็นผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายหรือไม่ ทำไมจึงดึงหยินเสริมหยางตนเองอย่างถูกต้องเปิดเผยเช่นนี้”
“ถ้าทุกคนเป็นผู้บำเพ็ญเซียนสตรีก็ช่างเถอะ ขนาดบุรุษเขาก็ดึงพลัง ไม่ขาดทั้งหยวนอินหยวนหยาง คนที่ส่งเข้าไปในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีกี่คนที่รอดชีวิตออกมา”
จินเฟยเหยาตื่นตัว กลายเป็นว่าเหรินเซวียนจือไม่ใช่มารราคะเพียงคนเดียว แต่ทั้งครอบครัวล้วนเป็นเช่นนี้ พลันนึกขึ้นได้ว่าหวาหวั่นซีต้องไปกับคนพวกนี้จะมีอันตรายหรือไม่ ทว่าพอคิดดูอีกทีหวาหวั่นซีไม่มีความสามารถนั้น ถึงอยากจะทำอย่างไรก็ทำไม่ได้ เพียงแต่จะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจนฉีกกระชากร่างนางหรือไม่
นางกางหูรับฟัง ผู้รับใช้สองคนที่แอบสนทนากันยังพูดคุยต่อ “ครั้งนี้มีคนงามที่โดดเด่นที่สุดสองคนถูกส่งเข้าไป ข้ารู้สึกว่าน่าเสียดายยิ่ง เหรินอิ๋นกินรวบทั้งบุรุษและสตรี ไม่เพียงหวาหวั่นซีของฝั่งเราถูกเรียกตัวไป แม้แต่จินคุนเอ๋อร์ก็ถูกเรียกตัวไปเช่นกัน น่าเสียดายบุรุษรูปงามขนาดนั้นจริงๆ”
“เจ้าจะรู้อะไร เดิมทีจินคุนเอ๋อร์ถูกเตรียมไว้ให้ผู้อาวุโสเหรินโดยเฉพาะ น่าเสียดายที่หมดหนทาง หวังว่าพลังบำเพ็ญเพียรของพวกเขาจะสามารถต้านทานได้”
เข้าใจผิดไปหรือไม่ เสี่ยวสยงก็มีอันตรายด้วย หรือว่าคืนนี้เขาจะเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มเป็นบุรุษแล้ว? ไม่ถูกสิ เขาไม่ได้ยินยอมเองเสียหน่อย ถ้าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าช่วงปลายคิดจะทำอะไรเขา ถึงไม่ดื่มสุราเขาก็หนีไม่รอด อีกทั้งเขามาเพื่อหาไม้วิญญาณเหล็ก เป็นไปได้ว่าจะขอแลกเปลี่ยนตรงๆ ส่วนเรื่องมอบหยวนหยางของตนเองให้ เขาไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องเช่นนี้
จินเฟยเหยาพลันตระหนักได้ว่านางต้องเคลื่อนไหว ตอนนี้มีคนมากมาย ทำอย่างไรจึงสามารถเข้าคลังสมบัติได้โดยไม่ถูกพบเห็น
นางฝืนใจแสร้งเดินผ่านคลังสมบัติ มาถึงสถานที่ซึ่งคลังสมบัติตั้งอยู่อย่างช้าๆ และเดินผ่านหน้าคลังสมบัติไปโดยแยแส ถึงเดินแบบนี้นางก็เก็บสภาพการณ์ในคลังสมบัติเข้าสู่สายตาทั้งหมด
ทุกคนต่างยุ่งวุ่นวายเนื่องจากการมาถึงของเหรินอิ๋น บรรดาผู้รับใช้มีงานยุ่งสุดขีด มีผู้รับใช้มาหยิบสิ่งของในคลังสมบัติอย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลขั้นกำเนิดใหม่สามคนด้านในอยู่กันครบ กำลังยุ่งอยู่กับการจำแนกสิ่งของแล้วส่งออกไป
ทำอย่างไรจึงสามารถเดินไปใต้หนังตาคนเหล่านี้ได้? จินเฟยเหยามองคลังสมบัติอยู่ไกลๆ โดยไม่กระโตกกระตาก เดิมทีใช้ยันต์ซ่อนกายดีที่สุด ทว่าเข้าคลังสมบัติต้องใช้พลังวิญญาณกระตุ้นป้ายหยก ขอเพียงกระตุ้นยันต์ซ่อนกายจะหมดฤทธิ์ตนเองจะเผยตัวออกมา ถ้าปะปนเข้าไปจะปะปนอย่างไรดี นี่คือปัญหา
รอจนกระทั่งฟ้ามืด เริ่มงานเลี้ยง คนทั้งสามในคลังสมบัติก็ยังไม่หายไปสักคน “เข้าใจผิดไปหรือไม่ เปลี่ยนคนไปพักผ่อนหน่อยก็ไม่ได้ ลงแรงแข็งขันขนาดนี้ทำไม เจ้าหอไม่เห็นเสียหน่อย” ตอนนี้จินเฟยเหยาเคียดแค้นเป็นพิเศษ ทำไมผู้บำเพ็ญเซียนต้องงดอาหารด้วย ถ้าไม่งดอาหารพวกเขาต้องหาเวลาไปห้องน้ำแล้ว เช่นนี้ก็เปิดโอกาสให้ตนเองได้
ในเวลานี้เอง โอกาสก็มา ไม่รู้ว่าหลินเจียวเยวี่ยวิ่งมาหาสื่อหรูเมื่อใด นางเรียกสื่อหรูให้ออกจากคลังสมบัติและทะเลาะกันตรงหัวเลี้ยวไม่ไกลนัก ราวกับกำลังบอกว่าเงินเดือนของนางไม่ดีเท่าคนอื่น สื่อหรูถูกนางรบเร้าพัวพันจนปวดศีรษะจึงทะเลาะกับนางอย่างอารมณ์เสีย
ลดลงไปคนหนึ่งดีกว่าเพิ่มมาคนหนึ่ง จินเฟยเหยาเข้าห้องว่าง จากนั้นเห็นในห้องมีสัตว์ปิศาจตัวเล็กๆ ขนาดแค่สองฝ่ามือวิ่งออกมาตัวหนึ่ง นางกลายเป็นเทาเที่ยทั้งยังหดร่างเป็นตัวเล็กๆ แลดูน่ารักเป็นพิเศษ อีกทั้งนางยังสะกดพลังบำเพ็ญเพียรลงให้ตนเองดูแล้วเป็นแค่ลูกสัตว์ปิศาจเล็กๆ ขั้นห้าขั้นหก
จากนั้นนางก็อาศัยร่างเล็กๆ วิ่งตามหลังหญิงรับใช้กลุ่มหนึ่งอย่างเริงร่าเข้าไปในห้องด้านนอกคลังสมบัติ ในคลังสมบัติมีบ่าวรับใช้เจ็ดแปดคนกำลังยืนอยู่หน้าตู้ หยิบป้ายซึ่งเขียนสิ่งของที่ต้องการมอบให้ผู้ดูแลสองคน จากนั้นก็รอพวกเขาเข้าไปหยิบของ
นางไม่ติดยันต์ซ่อนกายทว่ากลายเป็นเทาเที่ยน้อย แบบนี้ถ้าถูกคนเห็นก็จะไม่ถูกสงสัยเนื่องจากมีร่างเป็นมนุษย์ ทุกคนไม่ได้สังเกตใต้เท้านางจึงมาถึงหลังตู้อย่างราบรื่น เห็นเข่งไม้ไผ่วางอยู่บนพื้นหลายใบ ดูเหมือนมีคนเพิ่งส่งมา
จินเฟยเหยาฉวยโอกาสที่คนทั้งสองกำลังยุ่งอยู่ข้างหน้ากระโดดเข้าเข่งไม้ไผ่ ร่างแข็งทื่อ กลั้นหายใจแกล้งตาย แต่นางยังใช้ดวงตามองสิ่งของในเข่ง ถึงกับเป็นหนังสัตว์กองหนึ่ง นางอดคิดไม่ได้ว่าโชคดีจริงๆ แบบนี้น่าจะปะปนเข้าไปในคลังสมบัติได้
ตอนเข้าไปไม่ต้องใช้ป้ายหยก ตอนออกมาต้องใช้เปิดวงเวท เป้าหมายของจินเฟยเหยาคือขโมยสิ่งของไปอย่างปลอดภัยโดยไม่เผยโฉม
……………………………………….
[1] พัดปาเจียว คือ พัดที่ทำจากใบปาล์ม เป็นของวิเศษที่ปรากฏในเรื่องไซอิ๋ว 3 ครั้ง ปรากฏขึ้นในมือไท่ซ่างเหล่าจวินสองครั้ง ครั้งที่สามเป็นพัดวิเศษขององค์หญิงพัดเหล็ก