คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 472 ไม่ตายไม่เลิกรา
หัวของหวาหวั่นซีโผล่ออกมาจากถุงเฉียนคุน เห็นได้ชัดว่าประหลาดใจเป็นพิเศษ นางมองดูแล้วขมวดคิ้วเอ่ยถาม “เจ้ายืนดูอะไรอยู่ที่นี่ ยังไม่รีบหนีอีก”
“กลัวอะไร เดี๋ยวจะมีละครดีให้ชม” จินเฟยเหยาโบกไม้โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “แสงสีฟ้าคือพี่กระจก คนที่เตะเรือเหาะก็คือเขา คนที่ดุระห่ำขนาดนี้ออกมา ข้ายังจะหนีทำไม รอเขาต่อสู้เสร็จ พวกเราค่อยไปรำลึกความหลังกับเขา คนที่ร้ายกาจขนาดนี้อยู่กับพวกเรา ใครยังกล้ามาหาเรื่อง”
หวาหวั่นซีลังเลอยู่บ้าง “เขาจะรู้จักพวกเราหรือ?”
“ทำไมจะไม่รู้จัก เขาอยู่กับพวกเรามาตั้งหลายปี คงไม่ได้ไร้หัวใจขนาดนั้นหรอก อีกอย่างเจ้าไม่สงสัยหรือ? ข้าอยากเห็นว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร เป็นคนแบบไหนกันแน่” จินเฟยเหยายกศีรษะของหวาหวั่นซีให้นางมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
แต่ความเคลื่อนไหวของนางกลับทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนรอบด้านรีบถอยห่างไปไกล สัตว์ปิศาจที่มีขนทั้งตัวยังยกศีรษะมนุษย์แสดงการข่มขู่ บ้าระห่ำจริงๆ เนื่องจากพลังบำเพ็ญเพียรไม่ต่ำต้อย อยู่ห่างจากนางหน่อยจะดีกว่า เพียงแต่น่าเสียดายดาวเด่นของหอเหอฮวนคนนั้น หน้าตางดงามถึงเพียงนี้ แต่กลับต้องมีจุดจบโดนแยกร่างเป็นชิ้นๆ และถูกสัตว์ปิศาจอัปลักษณ์หิ้วหัวมาเล่น
คิดๆ ดูแล้วจินเฟยเหยาพูดได้ถูกต้อง หวาหวั่นซีเงยหน้าขึ้นมองตรงแสงสีฟ้า เพียงแต่อยู่ไกลเกินไป นางจึงมองเห็นไม่ชัดว่าในแสงสีฟ้ามีอะไร นางตั้งใจเบิกตามองเหมือนกับตายตาไม่หลับ
“ในแสงสีฟ้ามีคนอยู่หรือไม่ ข้าดูไม่ออกเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไรเจ้าบอกให้ฟังหน่อย” จ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง หวาหวั่นซีก็ไม่สามารถมองทะลุแสงสีฟ้าได้ นางอยากรู้ว่าพี่กระจกในนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงคิดจะถามจินเฟยเหยา ถึงอย่างไรพลังบำเพ็ญเพียรของจินเฟยเหยาก็สูงส่ง ต้องมองทะลุแสงสีฟ้าเห็นคนที่อยู่ด้านในแน่นอน แต่นางคิดไม่ถึง จินเฟยเหยากลับจุปากตอบอย่างไม่พอใจ “ดูอะไรกัน เห็นแค่เงาคนสูงนิ้วเดียว แสงสีฟ้าด้านนอกกระพริบมองเห็นไม่ชัด”
“ช่างเถอะ รอต่อสู้เสร็จค่อยว่ากัน เพียงแต่เจ้าหิ้วศีรษะของข้าแบบนี้จะดึงดูดความโกรธแค้นของเผ่ามนุษย์คนอื่นๆ หรือไม่” หวาหวั่นซีถาม
จินเฟยเหยากำลังเงยหน้ามองอย่างตั้งใจ ได้ยินคำพูดของนางจึงตอบว่า “ดึงดูดก็ดึงดูดสิ พวกเขาบาดเจ็บจนกลายเป็นแบบนี้ คนที่แม้แต่ยืนก็ยืนไม่ได้ยังคิดจะทำอะไรข้าอีก บาดเจ็บจนกลายเป็นแบบนั้นแล้วยังไม่รีบหลบหนีไป เฝ้าอยู่ที่นี่รอพี่กระจกเลี้ยงข้าวหรือ”
“เจ้าก็ดูอยู่ที่นี่นะ” หวาหวั่นซีไม่รู้จะทำอย่างไรกับนางจริงๆ เพิ่งหนีออกจากอาณาเขตโลกเทพกูซู่ก็บ้าระห่ำขนาดนี้ อย่าลืมสิว่าโลกเทพกูซู่ยังมีพวกมนุษย์วิหคขั้นแปลงจิตอย่างราชันเฟยเทียนที่สามารถเหาะออกมาสังหารนางได้ทุกเมื่อ แต่พอนางเห็นรูปลักษณ์สัตว์ของจินเฟยเหยา บวกกับหิ้วศีรษะคนเผ่ามนุษย์ เผ่าปิศาจคงไม่มาโจมตีนางหรอก
ในเวลานี้เอง แสงสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศมาตลอดเริ่มเคลื่อนไหว ร่อนลงบนที่ราบในโลกเทพกูซู่อย่างช้าๆ จากนั้นเห็นสิ่งที่มีผลึกใสกระจายออกมา หลังจากสิ่งที่เหมือนผงผลึกเหล่านั้นกระจายในอากาศก็เริ่มแพร่ไปรอบด้านราวกับมีชีวิต ปริมาณยิ่งมากขึ้นทุกที ผงผลึกแสงสีฟ้าราวกับมีให้ใช้ไม่หมดสิ้น หลั่งไหลออกมาภายนอกตลอดเวลาราวกับสายน้ำไหล
“วาดวงเวทแล้ว ไม่รู้ว่าจะสร้างวงเวทแบบใด!” จินเฟยเหยาตื่นเต้นอย่างยิ่ง สิ่งที่พี่กระจกยอดเยี่ยมที่สุดคือสร้างวงเวท ถึงนางจะเคยเห็นมาหลายอัน แต่กลับยังไม่เคยเห็นเขากางวงเวทด้วยตนเองมาก่อน ผู้ยิ่งใหญ่ใช้เวทมนตร์ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะโชคดีได้เห็น ไม่แน่ว่าขณะกำลังชมการต่อสู้ อาจจะเห็นบางสิ่งบางอย่างจนรู้แจ้งและบรรลุกะทันหัน
ผงผลึกยังแพร่กระจายไปช้าๆ และค่อยๆ โอบล้อมโลกเทพกูซู่ไว้ จากนั้นเริ่มกลายเป็นลวดลายที่มีรายละเอียดปลีกย่อยปริมาณมากคิดจะกักขังโลกเทพกูซู่ไว้ในวงเวท
ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าเพราะเหตุใดเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจึงไม่มีปฏิกิริยาและปล่อยให้คนอื่นล้อมอาณาเขตของตนเอง ในโลกเทพกูซู่ก็มีเสียงตกตะลึงแกมยินดีดังมา “ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือ?”
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างประหลาดใจ “หรือเจ้าแม่ต้นไม้ไม่รู้จริงๆ ว่านางปฏิบัติต่อพี่กระจกแบบนั้นไม่ใช่ความรักเลยสักนิด อีกทั้งพี่กระจกยังถูกบีบบังคับ ไม่ได้ยอมเป็นสามีภรรยากับนางเอง”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร? เรื่องที่เจ้าแม่ต้นไม้กระทำไม่มีเหตุผลก็ไม่ได้หมายความว่าพี่กระจกไร้ความรักต่อนาง ไม่แน่ว่าอาจเกิดความแค้นเพราะความรัก” หวาหวั่นซีโต้แย้ง
“เป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างพี่กระจกจะทำเรื่องแบบนี้ ถึงยินยอมพร้อมใจก็คงหาผลประโยชน์มากกว่า ไม่ใช่เนื่องจากความรัก” จินเฟยเหยาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหวาหวั่นซี ในความเห็นของนาง ถ้าพี่กระจกชอบเจ้าแม่ต้นไม้จริงก็แปลกแล้ว คนประเภทนี้เป็นคนไม่จริงจัง คิดจะให้เขาหยุดเจ้าชู้เป็นเรื่องฝันกลางวันโดยแท้
เห็นคำถามอย่างพลุ่งพล่านของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง เสียงพี่กระจกก็ดังมาจากแสงสีฟ้า “ข้ามาส่งเจ้าลงนรก เจ้าจะขอบคุณในความเมตตาก็ได้”
โลกเทพกูซู่เงียบงันไปครู่หนึ่งจึงมีเสียงถามอย่างว่างเปล่าและไร้เรี่ยวแรงของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงดังมา “เพราะเหตุใด? ทำไมท่านต้องพูดถึงขนาดนี้ด้วย ข้ารอมาหลายพันปีก็เพื่อรอท่านกลับมา ท่านก็รู้ว่าข้าคิดถึงท่านมากเพียงใด ท่านทำแบบนี้ทำร้ายจิตใจของข้าเกินไปแล้ว”
“รอข้า? เจ้าแกล้งตายหลบข้าชัดๆ กลัวว่าข้าจะมาหาเรื่องเจ้า ก่อนเหาะขึ้นสวรรค์ข้าเคยมาครั้งหนึ่ง โลกเทพกูซู่หาการคงอยู่ของเจ้าไม่พบแล้ว ถึงต้นไม้วิญญาณจริงยังมีใบเขียวขจีนับไม่ถ้วนดังเดิมแต่กลับไม่มีภูติวิญญาณจริง ข้านึกว่าฟันเจ้าเป็นสองท่อนจะทำให้เจ้ากับต้นไม้วิญญาณจริงสูญเสียร่างกายจนที่นี่กลายเป็นต้นไม้ธรรมดา แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะซ่อนตัว” น้ำเสียงติดจะเยาะเย้ยของพี่กระจกดังมาจากแสงสีฟ้า
“ไม่! ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น ข้าแค่คิดถึงท่านจนไม่อยากตื่นขึ้นมา!” เจ้าแม่เพิ่มระดับเสียง กรีดร้องแหลม
“เจ้าพลุ่งพล่านแล้ว ต้องรักษาความเยือกเย็นไว้สิต้นไม้น้อย” พี่กระจกหัวเราะหึๆ “โชคดีที่หลายวันก่อนการรับรู้ของข้าผ่านมาพอดี พบว่าเจ้าถึงกับยังมีชีวิตอยู่อย่างเบิกบานใจ ดังนั้นข้าจึงใช้ร่างจริงลงมาหาเจ้า เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะค่อยๆ ฟันเจ้าทีละเล็กทีละน้อย ตอนต้มชาสามารถใช้เจ้าต้มน้ำได้พอดี ไม่สิ้นเปลืองเลยสักนิด”
จินเฟยเหยาและทุกคนได้ยินคำสนทนาของพวกเขาสองคน นอกจากจินเฟยเหยาและพวกราชันเฟยเทียนแล้ว คนอื่นต่างไม่รู้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ฟังแค่คำสนทนาในเวลานี้ ราวกับผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เป็นคนไร้หัวใจ เคยมีความรักกับเจ้าแม่ต้นไม้ ตอนนี้เจ้าแม่ต้นไม้ยังคิดถึงเขา เขากลับคิดจะสังหารคน เรื่องนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาเป็นคนชั่วร้าย อีกฝ่ายเป็นแค่สตรี เรื่องแบบนี้ยังทำได้ลงคอ
มีเพียงจินเฟยเหยาที่ส่ายศีรษะ “ความแค้นนี้ใหญ่หลวงจริงๆ เจ้าเห็นแล้วสินะ ข้าว่าพี่กระจกไม่ชอบเจ้าแม่ต้นไม้เลย หวั่นซี เรื่องนี้เจ้ายังต้องเรียนรู้จากข้าอีก อย่าถูกความรักทำให้สมองสับสน”
หวาหวั่นซีเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี “มีพั่งจื่อเลียนแบบก็พอแล้ว มันทอดทิ้งลูกเมียหนีตามเจ้ามา ถือว่าเจ้าทำลายครอบครัวของพั่งจื่อเป็นอุปสรรคในชีวิตของต้านิวหรือไม่?”
“เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย หุบปากแล้วดูเถอะ” เรื่องของพั่งจื่อทำไมต้องลากตนเองไปเกี่ยวข้องด้วย จินเฟยเหยาเบ้ปาก มองไปยังโลกเทพกูซู่อีกครั้ง
คำสนทนาของเจ้าแม่ต้นไม้กับพี่กระจกบางครั้งดังบางครั้งค่อย บางครั้งได้ยินชัดเจน บางครั้งกลับไม่ได้ยินเลยสักนิด ทำให้ทุกคนร้อนรนเหมือนหัวใจถูกแมวข่วน เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของผู้ยิ่งใหญ่แบบนี้เร่าร้อนรุนแรง ไม่ว่าใครก็อยากจะฟังเพิ่มอีกหน่อย
ทันใดนั้น ไม่รู้ว่าการเจรจาล้มเหลวหรือไม่ มีเสียงเดือดดาลของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงดังมาจากโลกเทพกูซู่ เห็นต้นไม้วิญญาณจริงส่ายไหวกิ่งก้านโจมตีผงผลึกรอบด้านและพี่กระจก ส่วนในโลกเทพกูซู่ก็มีเผ่าปิศาจพุ่งทะยานออกมาจำนวนมากเตรียมจู่โจมสลายผงผลึกที่กำลังผนึกเป็นวงเวท
แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าไปสู้กับพี่กระจก ผู้ยิ่งใหญ่แบบนี้ถึงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ตอบโต้ พวกเขาลุยเข้าไปก็หวาดกลัวจนไม่กล้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมสักเส้น มิสู้มอบผู้ยิ่งใหญ่ให้เจ้าแม่ต้นไม้แล้วพวกเขาไปทำลายวงเวทดีกว่า เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดของเผ่าปิศาจ ถ้าถูกผู้ยิ่งใหญ่สังหารจริงๆ พวกเขาจะไปหาของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงจากที่ใด
เห็นเวทมนตร์และของวิเศษนานาชนิดหลากหลายสีสันโจมตีลงบนผงผลึก ผงผลึกถูกจู่โจมจนสลายไปในพริบตา สถานที่ซึ่งกางวงเวทเสร็จถูกทำลายหมดแล้ว จินเฟยเหยาอดถอนหายใจไม่ได้ “น่าเสียดายยิ่ง วงเวทถูกทำลายแล้ว เช่นนี้เมื่อใดจึงสามารถกางวงเวทได้”
คำพูดของนางเพิ่งกล่าวจากปากก็เห็นผงผลึกที่ถูกโจมตีจนสลายไปมารวมตัวกันอีกครั้ง ลวดลายวงเวทที่กางเสร็จแล้วก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นกลางอากาศอีกครา ที่แท้ผงผลึกแค่ถูกจู่โจมสลายไปชั่วคราว แต่วงเวทกลับไม่ได้ถูกทำลาย ลวดลายวงเวทยังปรากฏขึ้นตามลักษณะเดิม ผงผลึกเล็กน้อยถึงกับผนึกรวมกันรัดร่างเผ่าปิศาจอย่างเย้ยหยันราวกับอสรพิษ ไม่ว่าเผ่าปิศาจจะโจมตีอย่างไร ผงผลึกก็ยังเป็นผงผลึก วงเวทก็ยังวาดอย่างช้าๆ ดังเดิม
คราครั้งนี้เผ่าปิศาจร้อนใจแล้ว เมื่อครู่เจ้าแม่ต้นไม้สั่งไว้ว่าต้องทำลายวงเวทที่เขากางให้ได้ ตอนนี้ไม่ว่าจะโจมตีอย่างไรก็ไม่มีทางทำลายวงเวทที่วาดเสร็จแล้วได้ หรือต้องไปโจมตีคน แต่พลังบำเพ็ญเพียรที่ลึกล้ำสุดจะหยั่งของอีกฝ่าย ไม่ว่าเป็นเผ่าปิศาจขั้นกำเนิดใหม่ ขั้นเทพ หรือขั้นแปลงจิตก็ไม่มีใครกล้าลุยสักคน
ยามนี้ต้นไม้วิญญาณจริงถูกเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงควบคุมให้โจมตีพี่กระจก อีกทั้งระหว่างกิ่งก้านยังมีปราณสีเขียวจางๆ ซึ่งแฝงไว้ด้วยหมอกพิษปรากฏขึ้น
ทว่าพี่กระจกก็ไม่ยอมถูกมัดมือรอความตาย เห็นแสงสีฟ้าวาบขึ้น พัดจีบสูงสิบจั้งเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ พัดคลี่ออก เห็นบนตัวพัดมีคลื่นสูงใหญ่ทะยานขึ้นมา ภาพทะเลอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรปรากฏขึ้นบนนั้น พัดนี้ใหญ่กว่าพี่กระจกที่สูงแค่นิ้วมือเดียวอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนเห็นภาพทะเลบนตัวพัดกลายเป็นคลื่นทะเลของจริงสาดซัดอยู่ในตัวพัดระลอกแล้วระลอกเล่า
เห็นพัดโบกเบาๆ สายลมคลั่งที่แฝงไว้ด้วยน้ำทะเลกรรโชกออกมาจากตัวพัด ปราณพิษสีเขียวจางๆ ก็ถูกเป่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย น้ำทะเลที่ลอยขึ้นมาพร้อมสายลมคลั่งจู่โจมใบไม้ดังแปะๆ สถานที่ซึ่งหยดน้ำผ่าน ใบไม้วิญญาณจริงก็ปรากฏรูน้อยใหญ่ ยิ่งมีกิ่งไม้เล็กๆ จำนวนมากถูกคลื่นทะเลโจมตีหัก นี่คือกองกิ่งไม้ที่โจมตีเขา ในไม่ช้าก็เหลือเพียงลำต้นหยาบใหญ่
แค่โบกเบาๆ ครั้งเดียว ต้นไม้วิญญาณจริงก็ถูกทำลายลำต้นหลัก เจ้าแม่ต้นไม้ราวกับสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง นางถดถอยร่างหลายก้าวแล้วขมวดคิ้วมองแสงสีฟ้ากลางอากาศอย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่พบกันหลายพันปี พลังบำเพ็ญเพียรของเขาสูงส่งถึงเพียงนี้แล้ว หรือคนในโลกระดับสวรรค์ทุกคนล้วนร้ายกาจเช่นนี้!
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงไม่เคยไปจากโลกเทพกูซู่เลย ไม่ใช่นางไม่อยากออกไปทว่าจากไปไม่ได้ นางคือการคงอยู่ที่ราวกับเทพในโลกระดับสวรรค์ บางครั้งถึงเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นผสานร่างจากโลกตู้เทียนลงมาโลกระดับเทพก็ยังเกรงอกเกรงใจต่อนางอย่างยิ่ง
เรื่องนี้ทำให้เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงนึกว่าผู้บำเพ็ญเซียนในโลกระดับสวรรค์ก็เพียงเท่านี้เอง ทว่าตอนนี้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ใบไม้วิญญาณจริงที่เทียบได้กับของวิเศษชั้นบนถึงกับถูกหยดน้ำโจมตีทำลายหมด กิ่งไม้วิญญาณจริงที่แข็งแกร่งประดุจศิลาก็ถูกจู่โจมหัก!
เรื่องนี้ทำให้นางตกตะลึงสุดขีด ร้องตะโกนลั่นอย่างรู้สึกเหลือเชื่อ “เป็นไปไม่ได้! เซียวเป่า วันนี้ข้าจะไม่สนใจไมตรีในกาลก่อน พวกเราไม่ตายไม่เลิกรา!”
………………………………………………………