คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 473 ไว้หน้า
“กบน้อยก้นบ่อ เป็นแค่ต้นไม้ นึกว่าตนเองแข็งแกร่งที่สุดในโลกจริงๆ หรือ” เผชิญหน้ากับเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงที่บอกว่ารักไม่ขาดปากเซียวเป่ากลับไม่เอ่ยถึงสักคำ ราวกับระหว่างพวกเขาไม่มีเรื่องเช่นนี้จริงๆ ทั้งหมดล้วนเป็นความเพ้อฝันของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง
“เซียวเป่า!” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงอับอายจนกลายเป็นโทสะ เหินร่างขึ้นร่อนลงบนต้นไม้วิญญาณจริง เห็นในมือนางมีแสงสีเขียวผนึกเป็นเวทมนตร์โจมตีออกไป
ภูติที่บินไปมาในโลกเทพกูซู่ซึ่งถูกเจ้าแม่ต้นไม้ระดมพลต่างชะงักร่าง จากนั้นภูตินับร้อยพุ่งออกนอกโลกเทพกูซู่ เหาะตะบึงเข้าหาพี่กระจก
ตอนภูติสังหารคนครั้งที่แล้วจินเฟยเหยาหลบหลีกคราเคราะห์ได้ จึงไม่ได้เห็นขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของภูติ ดังนั้นรู้แค่ภูติมีอะไรแปลกๆ แต่เป็นอย่างไรนั้นไม่ทราบกระจ่าง บวกกับอยู่ไกล นางจึงเห็นเพียงกลุ่มแสงสีเขียวเล็กๆ บินเข้าหาพี่กระจก
ทว่าเมื่อภูติเข้าใกล้พี่กระจก เรื่องที่ทำให้นางคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เห็นแสงสีเขียวพลันมีบางสิ่งปรากฏและมีขนาดใหญ่ขึ้นทุกที ภูติทิ้งระยะห่างอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดเถาวัลย์ขนาดยักษ์แยกเขี้ยวกางกรงเล็บ อีกทั้งไม่ใช่เพียงต้นเดียวทว่าเป็นเถาวัลย์ที่เกิดจากภูตินับร้อยตัว
มองไกลๆ รู้สึกว่าเถาวัลย์ที่พลิกตัวเหล่านั้นราวกับอสรพิษที่รัดพันเข้าด้วยกันเป็นขดๆ ทำให้คนรู้สึกเนื้อหนังชาไม่สบายใจ
“เจ้าแม่ต้นไม้ชั่วร้ายเกินไปแล้ว ซ่อนสิ่งน่ากลัวแบบนี้ไว้ในร่างภูติที่น่ารักทำให้คนไม่ระวังป้องกันโดยสิ้นเชิง ที่บอกว่าภูติสามารถค้นหาหญ้าวิญญาณได้คงหลอกลวงเสียมากกว่า” จินเฟยเหยาเห็นสิ่งเหล่านี้แล้วอดเอ่ยปากไม่ได้
หวาหวั่นซีกลับเอ่ยอย่างมั่นใจ “เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงไปจากโลกเทพกูซู่ไม่ได้ เวทมนตร์ที่ใช้เป็นส่วนมากคือเวทมนตร์ป้องกัน ขอเพียงศัตรูหนีออกนอกโลกเทพกูซู่นางจะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ถ้ามีสิ่งนี้ก็สะดวกขึ้น ขอเพียงปล่อยภูติที่มีพลังดึงดูดออกมาก็สามารถสังหารคนนอกโลกเทพกูซู่ได้ เรื่องภูติสามารถค้นหาหญ้าวิญญาณได้หรือไม่ มีเพียงคนที่เคยใช้งานจึงทราบได้”
เผชิญหน้ากับเถาวัลย์นับร้อยต้นที่พุ่งเข้าใส่อย่างดุร้ายหมายขวัญ เซียวเป่ากลับล้วงกริชเล็กๆ ยาวหนึ่งฝ่ามือออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน กริชสีดำเปล่งประกายแฝงลวดลายสีฟ้าแห่งท้องนภาซึ่งมีปราณวิญญาณซ่อนอยู่ในนั้น ทว่าขนาดเล็กเกินไป ดูเหมือนไม่มีประโยชน์มากนัก
เซียวเป่ายกกริชขึ้นวาดเบาๆ ใส่เถาวัลย์ต้นที่อยู่ใกล้เขาที่สุด แสงสีฟ้าเข้มวาบผ่าน ปราณดาบกว้างเจ็ดแปดจั้งสายหนึ่งออกมาจากกริชเล็กๆ ฟันเถาวัลย์ในพริบตา บนต้นนี้มีเถาวัลย์ที่เหมือนหัวอสรพิษอยู่หลายสิบเส้นกำลังบิดไปมาหาโอกาสโจมตีเซียวเป่า ทว่าพอปราณดาบสายนี้วาบผ่านเถาวัลย์ก็ถูกฟันทิ้งหมดในชั่วพริบตา
เถาวัลย์ที่เริ่มสั่นเทายังคงพุ่งเข้าหาเซียวเป่าอย่างอาจหาญดังเดิม กริชในมือเซียวเป่าร่ายรำไม่หยุด ปราณดาบลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง โจมตีปิศาจเถาวัลย์ยักษ์นับร้อยรอบด้านตรงๆ หัวเถาวัลย์ถูกตัดขาดทีละเส้นและร่วงหล่นจากท้องนภาไม่ขาดสาย นอกจากเถาวัลย์ที่ขาดร่วงยังมีหมอกพิษสีเขียวอ่อนแผ่กระจายไปรอบทิศ
“ฮึ รู้จักแต่ใช้วิธีชั่วร้ายมาตลอดชีวิต” เซียวเป่าส่งเสียงขึ้นจมูก พลิกมือซ้าย โบกพัดจีบหนึ่งที สายลมคลั่งก่อเกิดทั้งสี่ทิศ หมอกพิษถูกเขาพัดออกไปหมด
ฟันไปพัดไป การโจมตีของต้นไม้วิญญาณจริงก็ไร้ผลโดยสิ้นเชิง แค่ทำให้เซียวเป่าฟันอย่างเบิกบานใจเท่านั้น หมอกพิษถูกเขาพัดไปทั่วทุกที่ จินเฟยเหยาเห็นเขาต่อสู้อย่างสนุกสนานพลันได้สติ หมอกพิษกำลังลอยไปรอบด้าน ถ้าโดนพิษเข้า ก็ไม่มีน้ำค้างทองร้อยขจัดให้ใช้อย่างเหลือเฟือขนาดนั้น
ดังนั้นนางสีหน้าแปรเปลี่ยน รีบเหยียบพรมบินถอยออกไปอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังรีบกางม่านแสงออกมาป้องกันพรมบินปิดกั้นอากาศข้างนอกไว้จึงวางใจ
ความเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วอย่างยิ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนที่ตอนแรกตัดใจจากไปไม่ได้ต่างรู้สึกว่าเผ่าปิศาจคนนี้ระวังเกินกว่าเหตุ ทว่าเมื่อผู้บำเพ็ญเซียนที่อยู่ใกล้ส่งเสียงร้องโหยหวนทั่วร่างกลายเป็นสีดำสนิทหลังถูกพิษร้าย คนที่เหลืออยู่จึงรีบถอยออกไปและกางม่านแสงป้องกันเช่นเดียวกัน
หมอกพิษของต้นไม้วิญญาณจริงลอยกลับโลกเทพกูซู่ เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงอ้าปากสูบหมอกพิษทั้งหมดกลับไป จากนั้นจ้องมองพี่กระจกอย่างเดือดดาล แลเห็นว่าหมอกพิษและเถาวัลย์ไม่ได้ผล การโจมตีทั้งหมดไม่โดนเป้าหมาย เถาวัลย์ยังถูกฟันจากงูจนกลายเป็นเต่าหัวโล้นดิ้นรนอยู่กลางอากาศอย่างไร้ความหมายด้วย
คิดไม่ถึงว่าคนที่เหาะขึ้นสวรรค์แล้วจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ นางรู้จักความแข็งแกร่งของเซียวเป่าในอดีตเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา หลังจากภูติตัวหนึ่งกลายเป็นเถาวัลย์ก็สามารถโจมตีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าตรงๆ ได้ ตอนนี้มีนับร้อยตัว ถึงเจอกับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นผสานร่างพวกมันก็มีแต่จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ทว่าเจ้าแม่ต้นไม้เพิ่งเคยเจอคนขั้นสู่สวรรค์เป็นครั้งแรก เห็นเซียวเป่าแตกต่างจากในอดีตมากถึงเพียงนี้ นางก็กัดริมฝีปากอย่างเดือดดาล
“อ่อนแอเกินไป เป็นแค่เมล็ดของต้นไม้วิญญาณจริง เทียบกับต้นแม่แล้วยังห่างอีกไกล นำความน่าเกรงขามในปีนั้นของเจ้าออกมา ตอนนี้เจ้าแอบเกียจคร้านไม่ตั้งใจออกแรงสินะ” เซียวเป่าพลันเอ่ยยิ้มๆ ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสี
“ต้นแม่อะไร! ข้าเป็นต้นไม้วิญญาณจริงเพียงต้นเดียวระหว่างฟ้าดิน เจ้าอย่าคิดจะหลอกข้า!” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงในเวลานี้ไม่เอ่ยถึงเรื่องความรักอีก ทว่าเปลี่ยนเป็นเรื่องความแข็งแกร่งของตนเอง นางกำลังสงสัยความแข็งแกร่งของตนเอง เหตุใดจู่ๆ จึงอ่อนแอขนาดนี้ ภูติวิญญาณจริงร้อยตัวที่สามารถสังหารผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าได้ถึงกับถูกกริชเล็กๆ เล่มหนึ่งจัดการหมด
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงรับความจริงไม่ได้ นางนึกว่าตนเองสามารถควบคุมใครๆ ได้ ตอนนี้กลับถูกเซียวเป่าโจมตีจนต้องเผยร่างจริงออกมา ไม่มีกำลังต่อสู้อีก
แต่นางก็ปลอบใจตนเองว่าขอเพียงรักษาโลกเทพกูซู่ไว้ได้ ตนเองก็จะไม่ถูกโค่นล้ม
“กางวงเวทเสร็จสิ้น เจ้ารับความตายได้” ในเวลานี้เอง เซียวเป่าพลันแย้มยิ้ม พอเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงมองไปโดยรอบก็เห็นวงเวทเสร็จสมบูรณ์ ผงผลึกหยุดนิ่งกลางอากาศ วงเวทขนาดใหญ่ที่พราวแสงดาราเล็กๆ อันงดงามปรากฏขึ้นนอกโลกเทพกูซู่
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะนั่งรอความตายได้อย่างไร นางรีบแนบร่างบนลำต้นของต้นไม้วิญญาณจริง ลำต้นพลันเว้าลงไป นางเข้าไปในลำต้นอย่างเงียบเชียบและถูกลำต้นห่อหุ้มทันที จากนั้นก็เห็นต้นไม้วิญญาณจริงเปล่งแสงรัศมีสีเขียว ใบไม้ทั้งหมดหลุดร่วง
นี่คือใบไม้ที่เทียบเท่าของวิเศษชั้นบนอันหนาทึบนับล้าน ขอเพียงโจมตีโดนจะกลายเป็นเนื้อบดไม่เหลือแม้แต่โครงกระดูก จินเฟยเหยาเห็นใบไม้หลุดร่วงลงมาก็ดูออกทันทีว่าใบไม้พวกนี้แข็งแกร่งทนทานเทียบเท่าของวิเศษชั้นบน นางลังเลใจอย่างยิ่ง จะหนีหรือไม่หนีดี? ไม่รู้ว่าจะต้านทานการโจมตีแบบนี้ได้หรือไม่ ถ้าถูกแทงจนพรุนเป็นรังผึ้งเพื่อชมความครึกครื้นคงไม่คุ้ม
ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ กลับคิดได้ทะลุปรุโปร่งกว่านาง เห็นใบไม้ของต้นไม้วิญญาณจริงกลายเป็นของวิเศษ ก็มีคนจำนวนนับไม่ถ้วนหันหลังหลบหนีทันที ชีวิตสำคัญกว่าผู้ยิ่งใหญ่ต่อสู้กัน ไม่มีใครคิดจะเสี่ยงชีวิตชมดูความครึกครื้น ทุกคนรีบกระจายกันหลบหนีไปรอบด้าน
“พวกเราก็ไปด้วย!” จินเฟยเหยากัดฟัน แอบตวาดใช้พลังวิญญาณขับเคลื่อนพรมบินหลบหนีไปไกลลิบ นางเพิ่งจากไป ทางเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงก็เริ่มโจมตี
เสียงดังปัง ใบไม้นับล้านระเบิดออกตามการจู่โจมราวกับพลุไฟ ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากเผ่าปิศาจในโลกเทพกูซู่ทันที ภายใต้ความเดือดดาล เจ้าแม่ต้นไม้ใช้การโจมตีโดยไม่แยกแยะและไม่สนใจว่าเป็นสัตว์ปิศาจหรือเผ่าปิศาจในโลกเทพกูซู่หรือไม่ สนใจแต่จะสับเซียวเป่าเป็นหมื่นๆ ชิ้นให้ได้
เผ่าปิศาจจำนวนมากถูกฟันจนกลายเป็นชิ้นๆ ในพริบตา ส่วนมากเป็นสัตว์ปิศาจในโลกเทพกูซู่ สติปัญญาของพวกมันยังไม่สูงนัก เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีโดยไม่แยกแยะแบบนี้ก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบโต้เลยสักนิด
ใบไม้ลอยมา จินเฟยเหยาก็หวาดกลัวจนรีบหนี ในใจเพียงแค้นที่ตนเองอยู่ว่างเกิน ถ้าเมื่อครู่หนีไปก็สิ้นเรื่องแล้ว ดูความครึกครื้นอะไรกัน คนบ้าสู้กันมีอะไรน่าดู อันตรายเกินไป!
ในขณะที่ทุกคนหลบหนีอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่เผ่าปิศาจที่คุ้มครองเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงก็หลบหนีออกไปข้างนอกอย่างไม่คิดชีวิต ภารกิจของพวกเขาคือฟังคำสั่งของเจ้าแม่ต้นไม้ไม่ใช่ให้พวกเขาไปตายเปล่า การโจมตีแบบไม่เลือกหน้าเช่นนี้คิดจะหนีออกไปได้ต้องอาศัยโชคล้วนๆ
คิดหลบหนีไม่ง่ายดายนัก นอกโลกเทพกูซู่มีวงเวทที่เซียวเป่าเพิ่งวาดเสร็จ เห็นเซียวเป่าทำมุทราร่ายเวท วงเวทเริ่มส่งเสียงดังวิ้งๆ เมื่อใบไม้ทั้งหมดมาถึงเบื้องหน้าวงเวทก็มีเสียงดังสนั่น วงเวทเริ่มสาดแสงรัศมีสกัดใบไม้ทั้งหมดไว้ภายใน
ทว่าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงกลับไม่ถอดใจ สั่งให้ใบไม้แนบสนิทกับรัศมีแสงคิดจะทะลวงรัศมีแสงไปโจมตีคนที่อยู่ข้างนอก
วงเวทของเซียวเป่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ในวงเวทค่อยๆ มียักษ์สามตนสูงยี่สิบกว่าจั้งผุดขึ้น ร่างของพวกมันสวมเกราะแสง มองเห็นใบหน้าไม่ชัด ยืนอยู่ในวงเวทอย่างน่าเกรงขามด้วยเจตนาสังหารไร้ที่สิ้นสุด ที่น่าแปลกคือสามตนนี้ต่างมีสามเศียรหกกร บนแขนทั้งหกถืออาวุธข้างละชนิด
“วงเวทมารซันติ่ง ข้าอยากจะดูสิว่าเจ้าจะยันได้ถึงเมื่อใด” ในขณะที่กำลังยุ่งเซียวเป่าก็หาเวลาว่างมาหัวเราะเยาะเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง
สิ้นเสียงเขา ยักษ์สามตนก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน พวกมันแต่ละตนมีหกกร สิ่งที่อยู่ในมือแต่ละข้างล้วนเป็นของวิเศษชั้นยอด จัดการกับสิ่งของขนาดใหญ่อย่างต้นไม้วิญญาณจริงได้สบายๆ
ของวิเศษในมือยักษ์โจมตีต้นไม้ตรงๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่รู้ว่าวงเวทมารซันติ่งร้ายกาจเกินไปหรือเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงสู้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสู่สวรรค์ไม่ได้ ต้นไม้วิญญาณจริงที่ถูกขนานนามว่าสิ่งวิเศษยักษ์อันดับหนึ่งในโลกระดับเทพถูกฟันจนขี้เลื่อยปลิวว่อนภายใต้การโจมตีของยักษ์เกราะแสงสามตน ใบไม้ก็ถูกโจมตีกลับไปปักบนลำต้น
เผ่าปิศาจที่ถูกกักขังอยู่ในโลกเทพกูซู่โชคร้ายสุดขีด หลบหนีช้าไปก้าวหนึ่งออกมาจากโลกเทพกูซู่ไม่ได้ ตอนนี้คนที่ถูกใบไม้ที่ปลิวว่อนปักจนเป็นตัวเม่นยังนับว่าดี ส่วนมากถูกฟันจนกลายเป็นชิ้นๆ แล้ว
เสียงตูมสนั่น ต้นไม้วิญญาณจริงถูกฟันหักตรงส่วนเอว ยอดไม้โล้นขนาดยักษ์ร่วงหล่น ท่าทางจะบดขยี้โลกระดับวิญญาณด้านล่าง ไม่ต้องให้เซียวเป่าออกคำสั่ง การโจมตีของยักษ์สามตนก็จู่โจมต้นไม้วิญญาณจริงทันที ยอดไม้ถูกฟันจนเป็นชิ้นเล็กๆ สูงครึ่งตัวคน ขนาดตอต้นไม้วิญญาณจริงก็ถูกฟันจนมีขนาดเล็กไปด้วย เซียวเป่าพบเงาร่างเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงในลำต้นที่ถูกโค่น
“หึหึหึหึหึ…” เห็นโลกเทพกูซู่เละเป็นแถบ เซียวเป่าก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างกระหยิ่มยินดี จากนั้นเขาพลันใช้มือคว้าความว่างเปล่าอย่างแรง ร่างของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงก็ถูกยกให้ลอยมาหาเขาอย่างช้าๆ
ในเวลานี้เอง เสียงอันแจ่มชัดพลันดังมาจากท้องนภา “เซียวเป่า เห็นแก่หน้าข้า เหลือผลประโยชน์ไว้ให้เผ่าปิศาจหน่อย!”
……………………………………