คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 476 สิ่งล้ำค่า
เห็นนกปิศาจในป่าเมฆาหนีไปหมด เซี่ยลี่ใช้การรับรู้ปูพรมทั่วเมฆดินอีกครั้ง จากนั้นสั่งให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ เข้าไปสังหารนกปิศาจทั้งหมดให้ตาย
จินเฟยเหยาซ่อนอยู่ในไข่นก รู้สึกว่าข้างนอกเอะอะอย่างยิ่ง แต่นางไม่กล้าส่งการรับรู้ออกไปด้วยเกรงจะถูกเซี่ยลี่พบเห็นจึงแนบหน้ากับร่องเปลือกไข่พยายามมองออกไปข้างนอก เห็นบนต้นเมฆามีเปลวเพลิงลุกไหม้รุนแรง ตนเองกำลังถูกคว้าลอยอยู่กลางอากาศ ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนที่ไล่ตามนางกำลังเข่นฆ่านกปิศาจที่หนีตาย
“ห้ามปล่อยสิ่งที่มีปราณปิศาจไปแม้แต่ตัวเดียว” เซี่ยลี่กลับไปนั่งบนรถเหาะอีกครั้ง เอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ได้ยินคำพูดของเขาจินเฟยเหยาพลันนึกขึ้นได้ว่าถึงสัตว์ปิศาจจะมีปราณปิศาจ แต่ไข่เป็นสิ่งที่มีปราณวิญญาณเปี่ยมล้น ดังนั้นนางจึงรีบเก็บปราณปิศาจแล้วปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาตอนนี้ยิ่งดูเหมือนไข่ใบหนึ่งมากขึ้น
ทันใดนั้น เหนือศีรษะของนางก็มีเสียงโหยหวนดังมา วิหคราชันพยัคฆ์ที่คว้านางไว้ถูกผู้บำเพ็ญเซียนโจมตี ด้านหลังมีโลหิตสดสาดกระจาย ร่วงลงไปทั้งตัวทั้งไข่ นกปิศาจอื่นๆ ก็พากันถูกสังหารร่วงหล่น ส่วนการรับรู้ของเซี่ยลี่ก็กวาดบนร่างนกเหล่านี้รอบแล้วรอบเล่า
หลังจากเขาสังหารนกปิศาจหมดและเผาป่าเมฆาจนเกลี้ยงก็ไม่พบเห็นเงาร่างของจินเฟยเหยา เรื่องนี้ทำให้เขามีโทสะแทบตาย ตอนนี้จะไล่ตามไปก็ไม่รู้ว่าสมควรไปค้นหาทิศทางใด แต่จะกลับไปก็ทำให้เขาไม่สบายใจอีกจึงนั่งเดือดดาลอยู่บนรถเหาะตามลำพัง
ตอนนี้มีผู้บำเพ็ญเซียนหัวไวเข้ามากล่าวว่า “เจ้าหอ ปิศาจตัวนี้ท่าทางไม่ธรรมดา หน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้คาดว่าต้องมีคนเผ่าปิศาจรู้จัก มิสู้พวกเรากลับไปก่อนแล้วใช้ความสัมพันธ์กับเผ่าปิศาจตรวจสอบความเป็นมาของนาง รอจนสอบถามกระจ่างก็สามารถไปหาถึงที่ได้ ต่อให้นางติดปีกก็ยากจะบินหนี!”
เซี่ยลี่กวาดมองเขาแวบหนึ่ง บันไดลงนี้ไม่เลวจริงๆ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยอย่างดุร้าย “วันนี้ปล่อยนางไปก่อน รอจนตรวจสอบรังเก่าและผู้ชักใยอยู่หลังม่านของนางได้ จะให้นางคายค่าเสียหายทั้งหนังทั้งกระดูกออกมาให้ข้า!”
“กลับ!” เซี่ยลี่ออกคำสั่ง พลันนึกได้ว่าหอเหอฮวนของตนเองถูกทำลายไปนานแล้ว นี่คือหยาดโลหิตจากหัวใจของตนเอง แล้วตอนนี้จะกลับไปที่ใด? ไปดูที่โลกเทพกูซู่ก่อน เผ่าปิศาจส่วนมากของที่นั่นถูกผู้ยิ่งใหญ่สังหาร ถึงพื้นที่ว่างผืนนั้นไม่ใหญ่นัก ทว่าก็สามารถพักผ่อนได้
โชคดีที่มีเรือเหาะที่สำรอง กลับไปดูก่อนว่ามีคนมากเพียงใดรอดชีวิต ซวยจริงๆ!
ในที่สุดเซี่ยลี่ก็พาคนจากไป วิกฤตการณ์ของจินเฟยเหยากลับยังไม่คลี่คลาย นางนึกว่าวิหคราชันพยัคฆ์ตัวนี้ตายแล้วคงร่วงลงไปในโลกระดับวิญญาณโดยตรง คิดๆ ดูแล้วคนเลวในโลกระดับเทพมีไม่น้อย นางจึงคิดว่าร่วงก็ร่วง เดินท่องโลกระดับวิญญาณมาแล้วรอบหนึ่ง คุ้นเคยมากกว่าโลกระดับเทพอยู่บ้าง ถึงวิหคราชันพยัคฆ์ตัวนี้บาดเจ็บสาหัสแต่กลับพยายามกระพือปีกพาไข่ร่อนลงบนพื้นดินอย่างปลอดภัย
จินเฟยเหยาซาบซึ้งยิ่งนัก เจ้านี่ลงแรงถึงขนาดนี้เพื่อตนเอง รอจนหลบหนีออกไปก็จะช่วยปลงศพให้มัน
นางดีใจได้ไม่นาน วิหคราชันพยัคฆ์ที่มีกลิ่นคาวโลหิตทั่วร่างก็ถูกมังกรดินกลุ่มหนึ่งสกัดไว้ มังกรดินเหล่านี้เหาะอยู่กลางอากาศราวกับมังกร มีปีกเจ็ดคู่บนร่าง แต่กลับไม่มีขนปีก มีจุดทั่วตัว ดูอัปลักษณ์สุดขีดราวกับกระดองแข็งหลุดร่วง
มันมาเพราะได้กลิ่นคาวเลือดกัดกินวิหคราชันพยัคฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดุร้าย จินเฟยเหยาไม่ทันช่วยปลงศพให้มัน มันก็ถูกมังกรดินแบ่งกันกินจนหมด ส่วนไข่อย่างตนเองก็ถูกมังกรดินแย่งกันไปมา สุดท้ายมังกรดินตัวหนึ่งสบโอกาสแย่งไปได้จึงคาบแล้วรีบเหาะหนีอย่างรวดเร็ว
จินเฟยเหยาครุ่นคิดแล้วก็คร้านจะออกมาจากไข่ ถึงตนเองจะนอนให้มังกรดินขั้นเจ็ดตัวนี้กิน มันก็กัดนางไม่เข้า มิสู้ฉวยโอกาสนี้เชื่อมกระดูกขาตนเอง ไม่เช่นนั้นขาข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บตอนเจอศัตรูจะไม่เป็นผลดีต่อตนเอง
ไม่รู้ว่ามังกรดินตัวนี้ประหยัดเกินไปจึงตัดใจกินไม่ได้หรือคิดจะพากลับไปเลี้ยงหรืออื่นๆ มันถึงกับไม่ได้กัดไข่ให้แตก ทว่าคาบอยู่ในปากบินมาสี่ห้าวัน จินเฟยเหยาหมดวาจาแล้ว มังกรดินตัวนี้อยู่อย่างอเนจอนาถเกินไป เหาะมาหาอาหารไกลขนาดนี้เชียว?
ไม่รู้มันจะพาตนเองไปที่ใด ทว่าต้องเป็นสถานที่สร้างรังได้แน่ ขอแค่อยู่ห่างไกลจากพวกวิปริตหอเหอฮวนก็พอ
นางค่อยๆ รู้สึกว่าบินแบบนี้ก็ไม่เลว ไม่ต้องใช้ปราณของตนเอง ตัดปัญหาไปได้มาก ขาก็ต่อจนเกือบใช้ได้แล้ว ผ่านไปอีกหลายวันก็อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม นึกถึงตนเองต่อกระดูกมานับครั้งไม่ถ้วน วิธีเชื่อมต่อยิ่งดีขึ้นทุกที รอจนหาสถานที่ปักหลักได้ยังต้องเชื่อมกระดูกให้พี่สยงอีก
ครุ่นคิดอย่างละเอียด นี่เป็นครั้งที่สองที่สยงเทียนคุนกระดูกหักทั่วร่าง เขาเหมือนเครื่องเคลือบอันบอบบางที่พอสัมผัสก็แตกเป็นเสี่ยงๆ จินเฟยเหยาคิดอย่างใจร้าย ไม่นึกถึงคุณสมบัติร่างกายอันวิปริตของตนเองบ้าง ขนาดเซี่ยลี่ที่เป็นขั้นว่างเปล่ายังกระแทกจนเป็นแบบนั้น สยงเทียนคุนไม่ตายก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว
เป็นห่วงอยู่บ้างว่าสยงเทียนคุนจะตายในท้องของตนเอง นางจึงใช้การรับรู้ตรวจสอบดู พบว่าการหายใจของสยงเทียนคุนราบเรียบ เรื่องนี้ทำให้จินเฟยเหยารู้สึกไม่ถูกต้องอยู่บ้าง ตามเหตุผลแล้วเขาเพิ่งบาดเจ็บหนักขนาดนั้น เมื่อครู่กินยาราคาถูกไปเล็กน้อย น่าจะไม่มีประสิทธิภาพขนาดนั้นนะ
หรือท้องของตนเองสามารถรักษาบาดแผลได้?
ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ท้องของตนเองก็เป็นสิ่งวิเศษแล้ว นึกถึงเรื่องนี้ นางจึงตรวจสอบห้วงการรับรู้ของพี่สยงอย่างดีอกดีใจ คิดจะดูว่าภายใต้ประสิทธิภาพท้องของตนเอง ห้วงการรับรู้จะฟื้นฟูหรือไม่
ทว่าพอดูก็ทำให้นางชักสีหน้า ในห้วงการรับรู้ของสยงเทียนคุนมีแสงสีขาวดวงหนึ่งกำลังเสริมพลังวิญญาณให้การรับรู้ของเขา ทำไปทำมา สิ่งที่ทำให้เขาไม่บาดเจ็บสาหัสจนตายกลายเป็นอาหารเลิศรสของจินเฟยเหยาคือแสงดวงนี้
“หมดสนุกจริงๆ นึกว่าตนเองมีความสามารถเหนือธรรมดาเสียอีก” นางส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างผิดหวัง ลืมความตั้งใจในตอนแรกไปโดยสิ้นเชิง เดิมทีนางก็ใส่ใจความปลอดภัยของสยงเทียนคุน ไม่ใช่หวังให้สยงเทียนคุนตายแล้วถูกตนเองย่อยได้ง่ายๆ
นางถอยการรับรู้กลับมาและนอนรอไข่ร่วงพื้นอย่างเบื่อหน่าย ผ่านไปอีกหลายวัน รู้สึกได้ว่าตนเองหดหู่ สมควรโผล่หน้าออกมาบ้าง อีกทั้งบินมาหลายวันขนาดนี้ยังไม่มีใครไล่ตามมา นางรู้สึกว่าเซี่ยลี่น่าจะกลับไปเก็บกวาดความวุ่นวายนานแล้ว
เพิ่งคิดจะออกมาแล้วฆ่ามังกรดินตัวนี้หาเงินเล็กน้อย พลังวิญญาณหลายขุมก็พรวดพราดมา จินเฟยเหยารีบล้มเลิกความคิดและจับสังเกตผู้มาอย่างระแวดระวัง
จากนั้นได้ยินข้างนอกตะโกนว่า “เร็ว ที่นี่มีมังกรดินตัวหนึ่ง รีบล้อมมันไว้”
มีเสียงเวทมนตร์และของวิเศษดังมาทันที จู่โจมมังกรดินดังฉึกๆ ในปากมังกรดินงับไข่ ตัดใจทิ้งไม่ได้ จึงคิดจะเสี่ยงชีวิตหลบหนีไป จินเฟยเหยาลูบศีรษะ ครุ่นคิดว่านี่คือผู้บำเพ็ญเซียนที่มาล่าสัตว์ปิศาจหรือ ไม่รู้ว่าจะพลาดมาทำร้ายตนเองหรือไม่ นางอยู่ในปากมังกรดิน เป็นตำแหน่งที่สะดุดตาอย่างยิ่ง
ถือว่านางโชคดี ต่อมามังกรดินต้านทานไม่อยู่ อ้าปากทิ้งไข่ มีผู้บำเพ็ญเซียนรับไข่ไว้ได้ทันท่วงที ถึงเป็นเพียงไข่สัตว์ปิศาจก็สามารถขายได้ศิลาวิญญาณไม่น้อย จะทิ้งไปเปล่าๆ ไม่ได้
มังกรดินถูกฆ่าตาย พวกเขาลากมังกรดินยาวสามสี่จั้งพลางสนทนากันอย่างตื่นเต้น “ดียิ่งนัก บนเส้นทางกลับยังเจอมังกรดิน นี่เป็นสัตว์ปิศาจขั้นเจ็ด มีราคาหลายศิลาวิญญาณ”
“พวกเราติดตามอาจารย์มาโลกระดับเทพ ถึงจะอันตราย ทว่าหาเงินได้เยอะกว่าโลกระดับวิญญาณมาก”
“ใช่ อีกทั้งมีอาจารย์อาสามพาพวกเราไปจึงไม่เจออันตรายใดๆ”
“อาจารย์อาสาม มีไข่ร่วงลงมาจากปากมังกรดิน”
จินเฟยเหยาได้ยินก็รู้สึกว่าตนเองส่ายไหวราวกับกำลังถูกย้ายจากมือคนหนึ่งไปอยู่ในมืออีกคนหนึ่ง
จากนั้นได้ยินเสียงอันน่าเกรงขามกล่าวว่า “นี่เป็นไข่ของวิหคราชันพยัคฆ์ เพียงแต่บนนั้นมีรอยแตก ตัวอ่อนด้านในเกรงว่าคงทนได้ไม่นาน ไม่น่าจะฟักออกมาเป็นตัวได้ แต่เอาไปร้านสัตว์ภูติดูบางทีอาจขายได้ พวกเจ้าดูสิ ปราณวิญญาณในไข่ยังเข้มข้นมาก ลูกสัตว์ตัวนี้ยังแข็งแรง”
“ดียิ่งนัก ถ้าฟักออกมาเป็นตัวได้ก็ดี ลูกวิหคราชันพยัคฆ์ที่ยังไม่มีเจ้านายราคาแพงทีเดียว” คนอื่นๆ เอ่ยอย่างดีอกดีใจ
จากนั้นก็ได้ยินอาจารย์อาสามเอ่ย “พวกเรากลับกันเถอะ ออกมาครั้งนี้เก็บเกี่ยวได้มากทีเดียว หลังจากขายสัตว์ที่ล่ามาทุกคนคงได้ส่วนแบ่งไม่น้อย”
ได้ยินคำสนทนาของพวกเขา จินเฟยเหยาก็ยินดี ที่แท้อยู่ในกลุ่มคนแล้ว ยังมีร้านสัตว์ภูติ ท่าทางน่าจะมีเมือง นึกถึงตนเองมาโลกระดับเทพก็ไม่เคยเห็นเมือง ถึงมีก็เป็นสถานที่ซึ่งมีแต่คนวิปริต ไม่มีร้านค้าสักร้าน ดังนั้นนางจึงซ่อนอยู่ในไข่ปล่อยให้พวกเขาพาตนเองกลับไป
กระโดดออกมาตอนนี้คงทำให้พวกเขาตกใจกลัวเสียมากกว่า รอช่วงไม่มีคนค่อยออกมา
ทันใดนั้น ได้ยินคนเอ่ยอย่างสงสัย “น่าแปลก ทำไมไข่ใบนี้จึงใส่ถุงเฉียนคุนไม่ได้?”
“เจ้าลองใส่ถุงสัตว์ภูติดู บางทีไข่ใกล้จะฟักแล้ว ดังนั้นถุงเฉียนคุนจึงใส่สิ่งมีชีวิตไม่ได้” เสียงของอาจารย์อาสามดังมาอีก
จินเฟยเหยาอดคิดไม่ได้ว่าสามารถใส่คนในถุงสัตว์ภูติได้หรือไม่ ตอนนี้ตนเองถือว่าเป็นมนุษย์หรือสัตว์นะ ถ้าดูแค่ลักษณะ ดูเหมือนจะเข้าถุงสัตว์ภูติได้นะ
“ไม่ได้ อาจารย์อาสาม แม้แต่ถุงสัตว์ภูติก็ใส่ไม่เข้า เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
“ข้าเพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก ขอดูหน่อย” จินเฟยเหยารู้สึกว่ามีการรับรู้ส่องผ่านเปลือกไข่เข้ามา แต่นางไม่มีปฏิกิริยามากเกินไป แค่ขยับตัวเบาๆ
หลังการรับรู้เก็บกลับไปก็ได้ยินเสียงประหลาดใจของอาจารย์อาสาม “ด้านในไม่ใช่วิหคราชันพยัคฆ์ หรือว่าไข่ใบนี้ไม่ใช่ไข่ของวิหคราชันพยัคฆ์ทว่าเป็นไข่ที่คล้ายคลึงกัน ไม่รู้ว่าเป็นไข่ของสัตว์ปิศาจอะไร คิดไม่ถึงว่าจะใส่ในถุงสัตว์ภูติไม่ได้”
“อาจารย์อาสาม จะทำอย่างไรดี?” ผู้บำเพ็ญเซียนที่อุ้มไข่สอบถามเขาอย่างหวาดกลัวอยู่บ้าง
“เจ้าแบกไว้บนหลังก่อน พวกเรานำกลับไปให้อาจารย์อาหกของเจ้าดูกัน เขาศึกษาค้นคว้าด้านสัตว์ภูติ อาจจะรู้ว่านี่เป็นไข่ของสัตว์ปิศาจอะไร แต่มันเข้าถุงสัตว์ภูติไม่ได้แสดงว่าต้องไม่ใช่สิ่งของธรรมดา มีเพียงสิ่งที่อยู่นอกเหนือห้าธาตุ[1]จึงใส่ในถุงสัตว์ภูติและถุงเฉียนคุนไม่ได้ เรื่องนี้บอกยาก” อาจารย์อาสามไม่เคยเห็นสภาพแบบนี้มาก่อนจึงคิดจะนำกลับไปแล้วค่อยว่ากัน
แน่นอนว่าถุงเฉียนคุนและถุงสัตว์ภูติสามารถใส่สิ่งของในห้าธาตุได้ ทว่ามีสิ่งเดียวที่ยกเว้น นั่นคือมนุษย์ ไม่ว่าเผ่าปิศาจ เผ่ามาร รวมทั้งเผ่ามนุษย์ล้วนมิอาจบรรจุในถุงสองชนิดนี้ แต่ไม่มีใครนึกว่าจะมีคนกระทำเรื่องซ่อนอยู่ในเปลือกไข่และปลอมตัวเป็นไข่
ได้ยินว่าอาจจะเป็นไข่ที่อยู่นอกเหนือห้าธาตุ ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ พลุ่งพล่านอยู่บ้าง สิ่งที่ไม่อยู่ในห้าธาตุ คือสิ่งล้ำค่าหายากในโลกนี้ ถึงครอบครองไม่ได้อย่างน้อยก็ต้องมองดูและลูบคลำ!
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงรู้สึกได้ว่ามีมือหลายคู่ลูบคลำเปลือกไข่ไม่หยุดทั้งยังพึมพำอย่างอิจฉา
………………………………………
[1] ห้าธาตุของจีนมีดังนี้ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน