คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 477 หมาฮวา
จินเฟยเหยาก็ถูกพากลับไปแบบสั่นสะเทือน ภายใต้การปกป้องอย่างระมัดระวังของคนเหล่านี้ ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็นเช่นไร นางรู้แต่ว่าตนเองร่อนลงบนพื้น จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ราวกับถูกวางไว้ด้านบนบางสิ่ง
จากนั้นได้ยินอาจารย์อาสามพูดว่า “จื่อเยวี่ย เจ้าวางไข่ให้ดี ข้าจะไปเชิญอาจารย์อาหกของพวกเจ้ามา”
“ขอรับ”
จินเฟยเหยากางหูตั้งใจฟัง ได้ยินอาจารย์อาสามเดินไปไกลแล้ว รอบด้านมีเสียงหายใจของคนเจ็ดคน นางครุ่นคิด ถ้าไม่ฉวยโอกาสนี้หลบหนีไป อีกสักครู่อาจารย์อาหกอะไรนั่นมา ไม่รู้ว่าจะมีพลังบำเพ็ญเพียรสูงเพียงใด ถ้าไปไม่ได้ก็ยุ่งแล้ว
ดังนั้นนางจึงปลดปล่อยการรับรู้ออกไปกวาดดูภายนอกอย่างรวดเร็ว มีผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์ขั้นหลอมรวมเจ็ดคน!
เจ็ดคนนี้กำลังนั่งล้อมโต๊ะมองดูไข่ที่มีรอยแตกเล็กน้อยใบนี้ ขณะกำลังเดาว่าเป็นตัวอะไรกันแน่ พลันรู้สึกได้ว่ามีการรับรู้อันแข็งแกร่งกวาดมองบนร่าง เรื่องนี้ทำให้พวกเขาตกใจจนเหลียวซ้ายแลขวา ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงมีการรับรู้กวาดมองอย่างจงใจในพื้นที่ของตนเอง
พวกเขาไม่พบอะไรกลับเห็นไข่บนโต๊ะแตกดังแกร่กๆ และมีเงาสีดำสายหนึ่งกระโดดออกมา
คนทั้งเจ็ดผงะถอยหลังไปหลายก้าวมองเงาสีดำที่ร่วงลงบนโต๊ะอย่างประหลาดใจ ยามนี้จึงมองเห็นชัดว่าเป็นสัตว์เล็กๆ สีดำขนาดสองฝ่ามือ ขนฟูฟ่อง มีเขาโง้งหนึ่งคู่
“ตกใจหมด ที่แท้เป็นสัตว์ปิศาจขั้นสี่ การรับรู้เมื่อครู่น่ากลัวเกินไป ข้ายังนึกว่าเป็นสัตว์ร้ายเหนือธรรมดาเสียอีก” ผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่งในนั้นค่อยๆ คลายใจ ยังเอ่ยอย่างหวาดผวาไม่หาย
“ศิษย์พี่! สัตว์ปิศาจจะใช้การรับรู้ได้อย่างไร” คนอื่นๆ เอ่ยอย่างแตกตื่นลนลาน
คิดถึงการรับรู้อันแข็งแกร่งเมื่อครู่ พวกเขาก็ตึงเครียดขึ้นมาอีก หรือมีคนบุกรุกเข้าสำนัก!
มีศิษย์ที่ค่อนข้างเยือกเย็นมองสัตว์สีดำตัวน้อยที่เหลียวซ้ายแลขวาบนโต๊ะแล้วเอ่ยปรึกษาหารือ “อาจารย์อาสามไปเชิญอาจารย์อาหกแล้ว พวกเราจับลูกสัตว์ตัวนี้ไว้ก่อนดีหรือไม่?”
“พูดได้ถูกต้อง มันเพิ่งฟักออกมา อีกทั้งเพิ่งขั้นสี่ เจ้าดูสิ มันไม่กลัวคนเลยสักนิด แค่เหลียวซ้ายแลขวาอย่างประหลาดใจ ได้ยินว่าสัตว์ปิศาจบางชนิดที่เพิ่งฟักออกจากไข่จะนึกว่าคนที่เห็นคนแรกเป็นพ่อแม่แท้ๆ?” ในเวลานี้มีคนกล่าวคำพูดอันน่าแปลกใจพวกนี้ออกมา
“…” ศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ มองเขาแบบใบ้กิน ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตนเองจริงๆ ถึงปกติจะเลี้ยงสัตว์ภูติ แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงเป็นลูก ถ้าแพร่ออกไปมิกลายเป็นพ่อแม่เดรัจฉานหรือ
จินเฟยเหยามองพินิจรอบด้าน นี่เป็นบ้านไม้เรียบง่าย มีเครื่องเรือนตั้งอยู่ไม่มากนัก เป็นสถานที่ฝึกบำเพ็ญธรรมดา คนที่ยืนอยู่รอบนางมีเพียงผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเจ็ดคน ท่าทางอาจารย์อาที่พวกเขาเรียกเป็นแค่คนขั้นกำเนิดใหม่
คิดถึงตรงนี้ จินเฟยเหยาก็ยกขากระโจนขึ้นลอยผ่านเหนือศีรษะของคนผู้หนึ่งแล่นไปทางประตู
“อา! มันจะหนีแล้ว” คิดไม่ถึงว่าสัตว์ตัวเล็กที่นั่งอย่างสงบนิ่งบนโต๊ะจะหนีออกไปกะทันหัน จึงมีคนตะโกนลั่น ทุกคนจึงพุ่งไป บางคนคว้าจับในความว่างเปล่า บางคนคิดจะพุ่งไปดักด้านหน้า และมีคนนำสิ่งของจำพวกเชือกมัดเซียนออกมา คิดจะขัดขวางการหลบหนีของสัตว์สีดำตัวเล็กๆ
จินเฟยเหยาหันหน้าไปคำรามใส่พวกเขา อานุภาพกดดันของขั้นแปลงจิตปะทุออกมาทำให้คนทั้งเจ็ดคว่ำลงพื้น คนทั้งเจ็ดรู้สึกร่างกายอ่อนยวบ หลั่งเหงื่อเย็นเยียบทั้งตัว ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยสักนิด แปลกประหลาดเกินไป หรือว่านี่คือสัตว์เทพ! ในใจคนทั้งเจ็ดมีความคิดนี้วาบขึ้น ถ้าไม่ใช่สัตว์เทพหายาก จะมีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร เห็นพวกเขาทั้งหมดถูกจัดการ จินเฟยเหยาก็ส่ายหางแล้วออกไป
วิ่งมาถึงข้างนอก พอมองดูจินเฟยเหยาก็ตะลึงงันทันที นี่คือสถานที่เช่นไร ทำไมจึงเป็นสายๆ สถานที่ซึ่งนางยืนอยู่คือเกาะลอยได้กลางอากาศขนาดห้าสิบหกสิบหมู่ มีถนนลอยได้สามสายกว้างไม่ถึงหนึ่งจั้งยืดยาวออกไปจนถึงเกาะลอยได้อื่นๆ ซ้ายขวาบนล่างล้วนมีเกาะลอยได้และถนนลอยได้ ส่วนถนนลอยได้เหล่านั้นกลับไม่ราบเรียบ ทว่าขึ้นสูงลงต่ำ บางอันถึงกับขดเป็นวงๆ บางอันบิดเบี้ยว บางอันวนจากที่สูงลงมาที่ต่ำ ลักษณะบิดไปบิดมาพิลึกพิลั่นต่างๆ นานา
ถนนลอยได้ที่บิดไปบิดมาพวกนี้ เส้นที่กว้างก็กว้างถึงห้าหกจั้ง เส้นที่แคบก็แคบขนาดไม่ถึงหนึ่งจั้ง บางอันวนจนเหมือนถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยแตก ส่วนสถานที่ซึ่งอยู่ลึกด้านล่าง กลับเป็นผืนหนาทึบที่แยกไม่ออกว่าเป็นเมฆ ต้นไม้ หรือต้นเมฆา
จินเฟยเหยาตะลึงงัน ไม่เคยเห็นสถานที่พิสดารขนาดนี้มาก่อน ภูมิประเทศพิลึกเป็นหมาฮวา[1]เลย
อานุภาพกดดันเมื่อครู่ของนางแข็งแกร่งเกินไป บนเกาะลอยได้แห่งนี้มีคนจำนวนไม่น้อยถูกอานุภาพกดดันของนางทำให้ตกใจจนต้องวิ่งออกมาจากบ้าน นางเห็นคนออกมาก็เหาะขึ้นกลางอากาศ กระโดดลงจากเกาะลอยได้ตรงๆ จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางพุ่งขึ้นถนนลอยได้ที่ไม่มีใครสายหนึ่ง รอจนคนด้านบนวิ่งออกมามองด้านล่าง สัตว์สีดำเล็กๆ ตัวนั้นก็หายไปโดยไร้ร่องรอยแล้ว
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาด้วยสีหน้าชมดูเรื่องสนุกอยู่ไกลๆ คนด้านบนที่กำลังค้นหาสัตว์เล็กๆ ซึ่งหนีออกมาจากไข่ไปทั่วย่อมมองเห็นนางทว่าไม่ได้คิดมากแค่กวาดตาดูแวบเดียวก็มองไปทางอื่น เห็นพวกเขาไม่ใส่ใจตนเองมากนัก นางก็ยักไหล่ตามสบายแล้วจากไปราวกับไม่มีเรื่องใด
ที่จริงถึงนางเปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์ไม่ทัน อาศัยภูมิประเทศอันสับสนวุ่นวายของที่นี่ คิดจะหาสัตว์ปิศาจขนาดสองฝ่ามือตัวหนึ่ง นั่นคือการงมเข็มในมหาสมุทร ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ายากเย็นเพียงใด
จินเฟยเหยาเดินพลางนำกระจกสภาพโลกวิญญาณออกมาตรวจสอบว่าตนเองมาถึงสถานที่ใด เห็นบนนั้นเขียนชื่อสถานที่ไว้ นางอดเอ่ยไม่ได้ “โลกเทพหวนหวง[2]? มิน่าเล่าทุกแห่งหนถึงเป็นวงๆ เป็นโลกเทพที่พิลึกพิลั่นจริงๆ”
ตอนนี้สิ่งที่จินเฟยเหยาต้องการที่สุดคือหาสถานที่ปลอดภัยสักแห่งทำให้อาการของสยงเทียนคุนเสถียรก่อนชั่วคราวแล้วรักษาให้หายดี นางยังต้องซ่อมแซมหวาหวั่นซีที่ไม่มีแขนขาด้วย แต่นางไม่คุ้นเคยกับที่นี่ อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจสภาพการณ์ให้กระจ่างแล้วค่อยว่ากัน
หาทิศทางที่มีผู้บำเพ็ญเซียนสัญจรไปมา นางนำพรมบินออกมากระโดดขึ้นนั่ง ที่นี่ไม่มีการป้องกัน ดังนั้นเหาะเหินได้โดยไม่มีปัญหา ด้วยภูมิประเทศพิเศษเฉพาะของที่นี่ ถ้าไม่เหาะแล้วใช้การเดินแทนอาจจะทำให้คนตายได้ แค่ถนนที่วกวนไปมา คนธรรมดาไม่มีทางเดินได้แน่
ระหว่างทางจินเฟยเหยาพบแท่นราบมากมายถูกคนยึดครองจนเต็ม ท่าทางจะไม่ใช่สถานที่ค้าขาย การค้นหาเมืองไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด อยากได้แท่นราบก็ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นสายตาของนางจึงเริ่มหาที่อยู่ของผู้บำเพ็ญเซียนเดี่ยวๆ
ถนนลอยได้ของที่นี่หนาไม่กี่จั้ง เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ขุดถ้ำเซียน บินไปได้ไม่นาน จินเฟยเหยาจึงพบถ้ำเซียนของผู้บำเพ็ญเซียนอิสระ บอกว่าเป็นถ้ำเซียนก็แค่วางไว้ข้างนอกเท่านั้น คนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงร่ำรวยเงินทองจะแขวนพื้นที่มิติแบบเกาะลอยได้เล็กๆ ไว้บนถนนลอยได้ที่เหมือนถ้ำ ส่วนคนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรต่ำและยากจนจะสร้างบ้านบนถนนลอยได้ที่กว้างขวางตรงๆ
คนที่ไม่มีแม้แต่ถนนลอยได้จะใช้กระดานไม้หรือกระดูกสัตว์พาดบนถนนลอยได้ที่เชื่อมต่อกันสร้างเป็นแท่นราบแล้วสร้างบ้านบนนั้น ส่วนข้างถนนลอยได้ก็ขุดเป็นแปลงสมุนไพร ปลูกหญ้าวิญญาณจำนวนมาก
เห็นด้านหน้ามีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ช่วงต้นกำลังทำสวนสมุนไพรอยู่ จินเฟยเหยาจึงบินไปหาและทักทายอย่างเกรงอกเกรงใจ “สวัสดีสหายเซียน ยุ่งอยู่หรือไม่?”
พอผู้อื่นเห็นพลังบำเพ็ญเพียรของนางก็รีบคารวะตอบพลางกล่าวว่า “ผู้อาวุโสเกรงใจไปแล้ว ไม่ทราบว่ามีธุระใด?”
“สหายเซียน ข้าเพิ่งมาถึงโลกเทพหวนหวง เห็นท่านอยู่ที่นี่มานาน อยากสอบถามดูหน่อยว่ามีสถานที่ดีๆ สร้างถ้ำเซียนหรือไม่? ข้าเห็นสถานที่ดีๆ ถูกคนจับจองหมดแล้วจึงหาสถานที่กว้างขวางไม่ได้ ท่านมีหญ้าวิญญาณอยู่เต็มสวนคาดว่าคงอาศัยอยู่ที่นี่มานานจึงคิดจะสอบถามดู” จินเฟยเหยาแย้มยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและสอบถามคนผู้นี้
คิดไม่ถึงว่าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตจะไม่ถือตัวสักนิด ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้รีบคารวะตอบ “ผู้อาวุโสเกรงใจไปแล้ว ที่นี่อยู่ใกล้เมืองเถียวเจีย สถานที่ดีๆ ส่วนใหญ่ย่อมถูกยึดครองหมดแล้ว แต่ออกไปข้างนอกยังมีสถานที่อีกมากที่สามารถสร้างถ้ำเซียนได้ ถ้ำวงแหวนที่รอบนอกจะใหญ่หน่อย ถ้ามีเกาะวงแสงจะสะดวกที่สุด ใส่ไว้ในถ้ำวงแหวนโดยตรงก็พอ ไม่ต้องสร้างให้ลำบากเหมือนพวกเรา”
“เกาะวงแสงก็ไม่เลว เพียงแต่ข้ายังไม่ได้เตรียม เรื่องนี้ยุ่งยากหน่อย” จินเฟยเหยาส่ายศีรษะด้วยสีหน้าเสียใจ
เห็นนางดูเหมือนจะไม่มีพื้นที่มิติ ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้จึงกล่าวว่า “ผู้อาวุโสไม่ต้องกังวล ในเมืองเถียวเจียมีร้านขายพื้นที่มิติมากมาย สิ่งที่มีขายมากที่สุดคือเกาะวงแสง ราคาอิงตามขนาด แต่ก็มีของมือสองขายตามแผงแบกะดิน ราคาจะถูกลงกว่าครึ่ง”
มีของมือสองด้วย ท่าทางที่นี่จะไม่มีคนยุ่งเกี่ยวสามารถหาสถานที่สร้างถ้ำเซียนได้ตามสบาย ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงกล่าวขอบคุณคนผู้นี้แล้วเหาะไปยังเมืองเถียวเจียที่เขาบอก ถึงนางคิดจะไปรอบนอกโดยตรง แต่ตนเองบอกว่าไม่มีเกาะวงแสง ถ้าไม่ไปซื้อที่เมืองเถียวเจียสักชิ้นทว่าตรงไปรอบนอกก่อนก็แปลกประหลาดเกินไป
ที่จริงแค่เหาะมาครู่หนึ่ง นางก็เห็นเบื้องหน้ามีเกาะลอยได้ขนาดประมาณสองร้อยหมู่แห่งหนึ่ง บนเกาะมีบ้านเรือนแน่นขนัด ถนนลอยได้แปดสายด้านข้างค่อนข้างกว้างขวาง แต่ละสายกว้างสามสี่จั้ง ดังนั้นสร้างบ้านอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ริมถนน ดูออกจากแถบผ้าหรือป้ายที่แขวนบนอาคารว่าทั้งหมดนี้คือร้านค้า
“ร้านในเมืองนี้มีมากมายจริงๆ” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าจะมีร้านเยอะขนาดนี้ เป็นร้านค้าแทบทั้งนั้น ทอดสายตามองไปเกรงว่าอย่างน้อยมีหลายร้อยแห่ง อีกทั้งยังมีผู้บำเพ็ญเซียนมากมาย คนที่เหาะเหินบนท้องนภาและเดินอยู่บนถนนลอยได้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเซียน ยังไม่บินเข้าไปก็ได้ยินเสียงอึกทึก
จินเฟยเหยาปรายตามอง จากนั้นจึงบ่ายหน้าไปอีกทาง ตอนนี้นางไม่ว่างมาสนใจเรื่องนี้ หาสถานที่อยู่อาศัยดีๆ ก่อนค่อยว่ากัน จินเฟยเหยาพบถ้ำวงแหวนขนาดยักษ์จำนวนมากซึ่งอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทางสองชั่วยามกว่าที่ถนนตะวันตกของเมือง ล้อมถ้ำลอยได้เป็นชั้นๆ ทั้งหมดเป็นพวกถ้ำลอยได้ล้อมเป็นชั้นๆ ภายในถ้ำลอยได้จำนวนมากกว้างสิบกว่าถึงยี่สิบจั้ง
ตรงกลางมีหลายแห่งวางเกาะวงแสงไว้ ท่าทางผู้บำเพ็ญเซียนที่เลือกสิ่งของได้ทางนั้นจะมีมาก จินเฟยเหยาไม่คิดจะใกล้ชิดคนอื่นมากเกินไป นางเดี๋ยวเป็นมนุษย์เดี๋ยวเป็นสัตว์ ถ้าทำให้คนอื่นตกใจกลัวขึ้นมาจะทำอย่างไร ดังนั้นจึงเลือกสถานที่ซึ่งมีคนบางตาแห่งหนึ่ง
……………………………
[1] หมาฮวา หรือ หมาฮัว คือ ขนมชนิดหนึ่งของจีน ทำจากแป้งเกลียวๆ พันกันแล้วทอด
[2] หวนหวง หมายถึง วงแหวนเจิดจรัส