คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 482 คนทำความสะอาด
ที่นี่หาง่ายมาก จินเฟยเหยาเดินหามาตลอดทาง ระหว่างทางยังแวะซื้อวัตถุดิบเล็กน้อย ถึงหาลำบาก อีกทั้งถึงไม่มีสิ่งของ ร้านค้าก็พัวพันนางไว้แล้วบอกว่าจะไปหาให้ หากไม่ซื้อสิ่งของสักหน่อยก็ยากจะจากไปได้จนมาถึงหอหลงเสียงอย่างยากเย็น
ในสถานที่คับแคบเช่นนี้ หอหลงเสียงถึงกับยึดครองพื้นที่อันกว้างขวาง ลานเรือนตรงประตูมีขนาดใหญ่ ด้านในสร้างบ่อปลาสวนดอกไม้และมีโต๊ะและเก้าอี้อันงดงามจำนวนมากวางอยู่ในนั้น เดินเข้าลานเรือนข้ามสะพานน้อยจึงเป็นประตูที่แท้จริงของหอหลงเสียง ยามนี้ตรงประตูลานเรือนมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตยืนอยู่สิบกว่าคน ในบรรดานั้นยังได้ยินคนกำลังโต้เถียงกัน จินเฟยเหยาแสร้งเดินผ่านพลางกางหูรับฟังรายละเอียด
“พี่หลี่ ท่านจะรับงานนี้จริงๆ พวกเราเป็นถึงผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตนะ จะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่กลัวแพร่ออกไปแล้วจะขายหน้าหรือ”
“หรือว่าทำอะไรต้องแบ่งแยกสูงต่ำ ถ้าข้าจำไม่ผิด เมื่อสองร้อยปีก่อนเจ้าก็เคยทำหลายครั้ง ตอนนี้มั่งมีเงินทองจึงดูแคลนเรื่องที่ทำให้เจ้าผ่านพ้นความยากลำบากมาได้หรือ”
“ท่าน! ข้าแค่เกลี้ยกล่อมท่านด้วยความหวังดี ท่านกับข้าจับกลุ่มกันออกไปล่าสัตว์ปิศาจ มีเกียรติมากกว่าลงบ่อมากนัก”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปหาคนที่สูงส่งเหมือนกันไปล่าสัตว์สิ ข้าอยากจะทำอะไรไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาพูดมาก”
“เจ้าคนดื้อรั้น!”
“สังวรการกระทำหน่อย”
เห็นคนทั้งสองกำลังโต้เถียงกัน จินเฟยเหยาก็โผล่หน้าไปดูด้วยความสงสัย พบว่าบนป้ายที่ตั้งหน้าประตูลานเรือนหอหลงเสียงเขียนอักษรไว้ พอนางมองดูอย่างละเอียด ที่แท้เป็นประกาศรับสมัครทำความสะอาดขยะในบ่อสุราของหอหลงเสียง บนนั้นระบุว่าต้องการผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตขึ้นไป ทั้งยังให้รางวัลอย่างงาม ขยะหนึ่งตำลึง[1]ได้ศิลาวิญญาณชั้นกลางหนึ่งร้อยก้อน
เอ๋! ราคาสูงเกินไปแล้วกระมัง ตำลึงละหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณ คนพวกนี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตนะ กำจัดสิ่งสกปรกเล็กน้อยยังจำเป็นต้องใช้ตำลึงมาคำนวณด้วยหรือ มิน่าจึงมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตมากขนาดนี้ นี่เหมือนศิลาวิญญาณร่วงลงมาจากฟ้าเลยทีเดียว สูงส่งไม่สูงส่งอะไรกัน ศิลาวิญญาณสิสำคัญที่สุด
จินเฟยเหยาที่คิดจะมาซื้อของหวั่นไหวทันที บ่อสุราเป็นสถานที่ซึ่งสัตว์กลืนฟ้าอาศัยอยู่พอดี สามารถได้เห็นสัตว์กลืนฟ้าทั้งยังได้ศิลาวิญญาณ บางทีอาจโชคดีเก็บหินอุจจาระได้หลายก้อน คนโง่สิไม่ไป
ดังนั้นนางจึงรีบยกมือขึ้นตะโกน “ขอโทษนะ ขอทางหน่อย”
แทรกเข้าไประหว่างคนทั้งสองที่ยังโต้เถียงกันตรงประตู จินเฟยเหยาเดินเข้าไปในลานเรือนของหอหลงเสียง นางคิดจะไปดูสินค้าก่อน จากนั้นค่อยไปสมัครล้างบ่อสุรา
ผู้ดูแลหอหลงเสียงจัดการเรื่องราวได้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ที่นี่มีสิ่งของที่จินเฟยเหยาต้องการพร้อมสรรพ แต่น่าเสียดายที่ราคาสูงมาก ศิลาวิญญาณในตัวนางมีไม่เพียงพอ ตั้งใจจะนำสมบัติที่ได้จากหอเหอฮวนออกมาถามว่าสามารถแลกเป็นสิ่งของได้มากเพียงใด นางพลันเห็นบนผนังข้างโต๊ะคิดเงินแปะรูปเหมือนเทาเที่ยของนาง คำพูดที่คิดจะถามว่าสามารถใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนได้หรือไม่ทำให้นางเปลี่ยนท่าทีทันควัน “เอ๋ นี่คืออะไร พวกเจ้าจะจับสัตว์ปิศาจหน้าตาแบบนี้ด้วยหรือ?”
คนที่รับรองนางเป็นผู้รับใช้บุรุษขั้นสร้างฐาน ได้ยินนางถามเช่นนี้จึงอธิบายว่า “ท่านเซียนเข้าใจผิดแล้ว นี่เป็นภาพเหมือนประกาศจับของหอหลงเสียงเรา คนผู้นี้ทำลายส่วนหนึ่งของพวกเรา ดังนั้นจึงกำลังตามจับกุมอยู่ ถ้าท่านเซียนมีข่าวสารให้ พวกเราจะจ่ายเงินซื้อในราคาสูง”
“อ้อ แค่ถามดู ข้าจำไว้แล้ว ถ้าเห็นจะแจ้งที่ร้านทันที” จินเฟยเหยาล้มเลิกความคิดจะใช้สิ่งของจ่ายค่าสินค้า เซี่ยลี่คนนี้ถึงกับมีความเกี่ยวพันกับหอหลงเสียง ต้องแจ้งรายการสิ่งของในมือตนเองให้แต่ละร้านรู้แล้วแน่ ถ้ามีคนขายปริมาณมากก็จะจับตัวในที่เกิดเหตุทันที
คาดว่าร้านค้าตามถนนสายนี้ล้วนได้รับแจ้งเตือนหมด หากมิใช่เจออินเยวี่ย พอตนเองขายออกไปไม่แน่ว่าจะเปิดเผยตัวตน จินเฟยเหยาครุ่นคิดแล้วเอ่ยอย่างลังเล “สิ่งของเมื่อครู่ข้าต้องการทั้งหมด เพียงแต่ตอนนี้ในมือข้าไม่มีศิลาวิญญาณมากปานนั้น…”
“ท่านเซียนคิดจะใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนสิ่งของหรือ ถึงพวกเราจะรับทุกอย่าง ทว่าก็ต้องดูคุณภาพและปริมาณด้วย” ผู้รับใช้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
การนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนสิ่งของระหว่างผู้บำเพ็ญเซียนเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง บางครั้งยังทำเงินได้มากกว่าขายเอาศิลาวิญญาณโดยตรง อีกทั้งตอนนี้ทุกคนกำลังอยากใช้สิ่งของมาแลกเปลี่ยน เช่นนี้จึงตรวจสอบเรื่องหอเหอฮวนได้ง่ายว่าใครเป็นคนลงมือ คิดไม่ถึงว่าจะมีความกล้าขนาดเป็นศัตรูกับสำนักตะวันจันทรา
“ไม่ใช่ พวกเจ้าคงไม่ต้องการขยะของข้า” จินเฟยเหยาส่ายศีรษะเอ่ยต่อ “ประกาศที่พวกเจ้าติดด้านนอกเป็นความจริงหรือ? สิ่งสกปรกหนึ่งตำลึงสามารถแลกศิลาวิญญาณชั้นกลางได้หนึ่งร้อยก้อน? ทำความสะอาดแค่ชั่ง[2]สองชั่งก็หมดแล้วหรือไม่”
“ท่านเซียนคิดจะไปทำความสะอาดบ่อสุราหรือ เรื่องนี้ท่านเซียนโปรดวางใจ พวกเรายินดีต้อนรับทุกคนให้ไปทำความสะอาด ไม่เพียงตกรางวัลมากมาย สิ่งสกปรกที่แตกต่างกันจะมีราคาไม่เหมือนกัน เลือกแค่ชนิดเดียวที่เหมาะสม ขอเพียงกำหนดเรียบร้อย พวกเราจะให้ป้ายหยก ในนั้นจะบันทึกว่าสิ่งใดมีมูลค่ากี่ศิลาวิญญาณ อีกทั้งรับประกันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเพียงไม่กี่ชั่ง ถ้าท่านเซียนยินยอม ถึงท่านทำความสะอาดสิ่งสกปรกหนึ่งร้อยปีก็ไม่หมด คิดจะหาเงินเท่าใดก็ย่อมได้” พอผู้รับใช้ได้ยินว่าจินเฟยเหยาคิดจะไปทำความสะอาดบ่อสุรา รอยยิ้มก็ยิ่งเจิดจรัสอย่างผิดปกติ
ถึงอย่างไรผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตล้วนเป็นบุคคลที่มีหน้ามีตา ถ้ามาทำงานทำความสะอาดเพื่อศิลาวิญญาณไม่กี่ร้อยก้อนแบบนี้จะขายหน้า ปกติถ้าไม่ต้องรีบใช้สิ่งของก็จะไม่มีคนมาสมัครงาน แต่หอหลงเสียงก็ส่งคนขั้นแปลงจิตของตนเองไปทำความสะอาดทุกวันไม่ได้ พวกเขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ เรื่องหาคนไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว
ยังมีอีกข้อหนึ่ง สิ่งของที่ผู้บำเพ็ญเซียนส่วนมากคิดจะซื้อล้วนเป็นสิ่งของที่หอหลงเสียงมี สุดท้ายถึงจ่ายศิลาวิญญาณ ทว่าส่วนใหญ่หาเงินคืนเข้าหอหลงเสียงได้มากกว่า
“ดีขนาดนี้เชียว ถ้าข้าสมัครจะไปได้เมื่อไร?” จินเฟยเหยาถาม
ผู้รับใช้เอ่ยด้วยรอยยิ้มหน้าบาน “ท่านเซียนวางใจ จะไปตอนนี้เลยก็ได้ ถ้าต้องการสิ่งของที่ท่านหมายตาไว้ พวกเราจะเก็บไว้ให้ ขอเพียงท่านทำวันหนึ่งก็จะเก็บสิ่งของเหล่านี้ไว้วันหนึ่ง ถ้ายังมีสิ่งของอื่นๆ ที่อยากซื้ออีก แค่ดูในร้านก็สามารถจองไว้ได้”
“ดีถึงเพียงนี้!” จินเฟยเหยามองเขาอย่างตกใจ สามารถเลือกสิ่งของทั้งหมดในหอหลงเสียงได้ จากนั้นใช้ขยะในบ่อสุรามาแลกเปลี่ยน ต้องทำความสะอาดขยะอะไรจึงทำให้หอหลงเสียงลงทุนถึงขั้นนี้ได้ เช่นนั้นตนเองก็สามารถเลือกสิ่งล้ำค่าอย่างของวิเศษชั้นยอดได้สินะ
เยือกเย็นหน่อย! จินเฟยเหยาสูดลมหายใจลึกๆ จะให้เรื่องได้เปรียบแบบนี้ทำให้สลบไม่ได้ สิ่งของที่ต้องการยิ่งมากขึ้น เวลาที่ทำงานก็จะยิ่งนานขึ้น หอหลงเสียงเกรงว่าทำไม่กี่วันก็หนีไป ดังนั้นจึงใช้สิ่งของผูกมัดคนเอาไว้ก่อน
ดังนั้น จินเฟยเหยาจึงส่ายศีรษะเอ่ยว่า “ไม่ได้ เอาแค่ที่ข้าเห็นเมื่อครู่ ถ้ามีโลหิตสีเงินของทายาทสายตรงฉีหลิน เอามาให้ข้าถังหนึ่งก็พอ สิ่งอื่นๆ ยังไม่ต้องการ เรื่องคิดบัญชีทีหลังแบบนี้หยิบน้อยไว้ก่อนดีกว่า”
“โลหิตสีเงินของทายาทสายตรงฉีหลินหนึ่งถัง?” ผู้รับใช้ตะลึงงันอยู่บ้าง เคยได้ยินแต่ซื้อโลหิตไม่กี่หยดหรือครึ่งขวดเล็กๆ ไม่เคยได้ยินว่าจะซื้อหนึ่งถัง อีกทั้งต่อให้เป็นหนึ่งขวดก็ใหญ่แค่นิ้วมือเดียวเท่านั้น นี่คือจะเอามาอาบหรือ?
บางทีเป็นแค่การเรียกที่แตกต่างกัน อาจจะไม่ได้ถังใหญ่เท่าที่เขาคิด ดังนั้นผู้รับใช้จึงยืนยันให้มั่นใจอีกครั้ง “ท่านเซียน ถังเดียวที่ท่านว่ามีขนาดใหญ่เพียงใด?”
จินเฟยเหยาครุ่นคิดแล้วใช้มือทำท่าทำทาง พอผู้รับใช้เห็นว่าใหญ่เท่าเอวสูงเท่าขา นี่เป็นถังที่ใหญ่มากนะ!
“มีมากขนาดนี้หรือไม่?” หลังจินเฟยเหยาทำท่าทำทางเสร็จก็เงยหน้าขึ้นตั้งใจมองเขา ถ้าไม่มีมากขนาดนี้ ก็ได้แต่รอหลังจากสยงเทียนคุนฟื้นค่อยถามเขาว่าสามารถใช้อย่างอื่นแทนได้หรือไม่ อย่างเช่นโลหิตของเทาเที่ย
“ท่านเซียนโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปถามผู้ดูแลหน่อย” ถ้าแค่ขวดสองขวดต้องมีแน่ ปริมาณหนึ่งถังมากเกินไป ผู้ใดไม่รู้บ้าง ถึงขนาดตัวของทายาทสายตรงฉีหลินจะใหญ่โต ทว่าโลหิตสีเงินไหลออกมาจากเขาของมันเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้มีทุกเขาที่แค่กรีดหนังโลหิตจะไหลออกมา
เจอตัวเล็กหน่อยแม้แต่ขวดยาวหนึ่งนิ้วมือก็กรอกโลหิตสีเงินได้ไม่เต็มขวด ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงหนึ่งถัง สิ่งนี้ล้วนนำมาใช้วาดวงเวทหรือยันต์ระดับสูง และจำเป็นต้องใช้ในยาไม่กี่ชนิด แต่นั่นใช้แค่ไม่กี่หยด ขนาดปรมาจารย์วาดยันต์สิบปียังใช้ไม่ถึงหนึ่งขวดเลย
ครู่หนึ่งผู้รับใช้ก็รีบร้อนเดินกลับมา บอกว่าในร้านมีเพียงสิบหกขวด เทออกมาก็ยังบรรจุได้ไม่เต็มชามเปล เห็นจินเฟยเหยาขมวดคิ้ว ผู้รับใช้ก็รีบเสนอวิธีแก้ปัญหา
ให้จินเฟยเหยาไปทำความสะอาดบ่อสุราก่อน จากนั้นพวกเขาจะให้ร้านในแต่ละท้องที่ส่งโลหิตสีเงินของทายาทสายตรงฉีหลินมา ไม่ว่ามีมากเพียงใดก็จะเก็บไว้ให้นางทั้งหมด ถึงพูดแบบนี้ อย่างมากก็จะเหลือไว้ครึ่งหนึ่ง ต้องเก็บไว้ขายปรมาจารย์วาดยันต์เหล่านั้นด้วย
แต่เท่านี้ก็ไม่เลวแล้ว จินเฟยเหยารู้สึกว่าแบบนี้ดีกว่าสูบโลหิตของตนเองมากนัก ถ้าต้องใช้โลหิตของตนเองสร้างหวาหวั่นซี ต่อไปความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะนับว่าเป็นแม่ลูกหรือว่าสหาย หุ่นเชิดกับเจ้านายที่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด เรื่องนี้พูดแล้วระคายหูยิ่ง
“อย่างนั้นตกลงตามนี้ พรุ่งนี้ข้าจะไปบ่อสุรา” จินเฟยเหยาจึงพยักหน้ารับงานใช้แรงงานเช่นนี้เอง
ผู้รับใช้ส่งป้ายหยกให้จินเฟยเหยา เรื่องไปทำความสะอาดบ่อสุราทั้งหมดเขียนไว้ในนั้นอย่างชัดเจน กำชับเป็นพิเศษนางว่าต้องอ่านให้ละเอียด ไม่เช่นนั้นถ้าถึงแก่ชีวิตหอหลงเสียงจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
เรื่องนี้ทำให้จินเฟยเหยารู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ ถือป้ายหยกแล้วเอ่ยถามว่า “สัตว์กลืนฟ้ากินคนหรือ?”
“ไม่กินคน สิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่เรื่องนี้ ในบ่อสุรานอกจากสัตว์กลืนฟ้าแล้วไม่มีสัตว์ปิศาจอื่นๆ ท่านเซียนโปรดอย่ากังวล ไม่มีอันตรายถึงชีวิต เพียงแต่สิ่งสกปรกพวกนั้นกำจัดยากเป็นพิเศษ บวกกับผิวหนังของสัตว์กลืนฟ้ามีพิษร้ายแรง ปกติจะไหลลงในน้ำ ดังนั้นผู้บำเพ็ญเซียนต่ำกว่าขั้นแปลงจิตลงน้ำทำความสะอาดก็จะถูกพิษ พวกเราจึงต้องการผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตขึ้นไป” ผู้รับใช้รีบอธิบาย จะทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนี้ตกใจกลัวจนหนีไปไม่ได้ คนที่ทำความสะอาดบ่อสุรามีไม่มาก ตอนนี้สกปรกจนไม่เป็นสารรูปแล้ว
เบื้องบนสั่งมาแล้วว่า ถึงเพิ่มราคาก็ต้องทำความสะอาดบ่อสุรา ไม่เช่นนั้นสัตว์กลืนฟ้าจะรู้สึกว่าน้ำสกปรกเกินไปไม่ยอมกินอาหารดีๆ ปริมาณหินอุจจาระที่ผลิตก็จะลดลง เรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงรายได้ของหอหลงเสียง
“พิษร้ายแรง…” จินเฟยหยามองเขา แล้วกัดฟันถามว่า “น้ำลายของมันมีพิษหรือไม่?”
“ไม่มีพิษ” ผู้รับใช้ตอบตามความสัตย์
“อ้อ ไม่เป็นไร” จินเฟยเหยาค่อยโล่งอก ซวยจริงๆ ทำไมวันนี้ถึงเจอเจอสิ่งมีพิษหมดเลยนะ
………………………………
[1] ตำลึง เป็น หน่วยน้ำหนัก มีค่า 50 กรัม
[2] ชั่ง หรือ จิน เป็นหน่วยวัดน้ำหนัก มีค่า 0.5 กิโลกรัม