คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 498 หนึ่งคนหนึ่งสัตว์เลี้ยง
บนพื้นดินที่โดนอัสนีสวรรค์ผ่าจนไหม้เกรียม มีเด็กอายุประมาณเจ็ดขวบปากแดงฟันขาวคนหนึ่งยืนอยู่ นอกจากบนหน้าผากมีเส้นผมรูปผลท้อ ส่วนอื่นๆ ก็เปลือยเปล่า ร่างของเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงเข็มขัดบนหว่างเอวที่แขวนถุงเฉียนคุนและของวิเศษป้องกันเต็มไปหมด หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารัก
บนใบหน้าราวกับหยกสลักมีรอยยิ้มน่าเอ็นดูที่ทำให้สตรีปฏิเสธไม่ได้ จินเฟยเหยาจ้องมองบนเอวของมัน เข็มขัดเส้นนั้นเป็นของพั่งจื่อ เมื่อก่อนมันรักตัวกลัวตายดังนั้นจึงทำของวิเศษป้องกันจำนวนมากให้มันแขวนไว้บนร่าง ท่าทางเจ้านี่จะใช้วิธีพิสดารจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าวันหน้าเจ้านี่จะเติบโตได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นต่อไปมันจะหาภรรยาได้อย่างไร
เด็กน้อยน่ารักยิ้มให้จินเฟยเหยา กางแขนแล้ววิ่งมาหาอย่างยินดี อ้าปากใช้น้ำเสียงอ่อนหวานตะโกนว่า “ท่านแม่!”
“เจ้าบ้าพั่งจื่อ!” ทว่าสิ่งที่รับเขาไว้ไม่ใช่อ้อมอกของจินเฟยเหยาทว่าเป็นลูกเตะ
จินเฟยเหยาเหินร่างยกเท้าขึ้นเตะโดนใบหน้าของเขาตรงๆ เด็กน้อยน่ารักถูกลูกเตะอันโหดร้ายผิดมนุษย์เตะลอยออกไป หลังจากกระแทกพื้นยังกลิ้งออกไปอีกหลายตลบ นอนหน้าคว่ำอยู่ไกลๆ จึงหยุดลง
จากนั้นก็เห็นจินเฟยเหยาด่าทออย่างมีโทสะแทบแย่ “เจ้าบ้าพั่งจื่อ กลายเป็นเด็กน้อยทำไม! ข้าต้องการแรงงาน ต้องการอันธพาล! ยังมาท่านแม่อีก ข้ายังไม่มีบุรุษ เจ้ากลับสร้างเด็กตัวโตขนาดนี้ออกมา! เจ้าวอนโดนอัดนักนะ!”
พั่งจื่อนอนอยู่บนพื้น น้ำตาคลอ ขบคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ รีบใช้ปราณปิศาจเปลี่ยนเป็นกระจกบานหนึ่ง มองพินิจใบหน้าของตนเองอย่างละเอียด สงสัยว่าตนเองเปลี่ยนร่างผิดตรงไหนหรือไม่ อย่างเช่นร่างกายเด็กน้อย ศีรษะคนชรา ไม่เช่นนั้นทำไมพอเผยโฉมจึงถูกอัดได้
ทว่ามองดูอย่างละเอียด ขอเพียงไม่สนใจรอยรองเท้าบนใบหน้า ไม่ว่าจะดูอย่างไรในกระจกก็เป็นเด็กน้อยที่น่ารักสุดๆ คนหนึ่ง พั่งจื่องุนงง อาศัยประสบการณ์หลายร้อยปีของตนเอง ขอเพียงเป็นสตรีก็หนีจากเงื้อมมืออำมหิตของเด็กน้อยน่ารักไม่รอด เพราะเหตุใดตนเองเปลี่ยนเป็นน่ารักสุดขีดแล้ว จินเฟยเหยายังลงมืออำมหิตเตะเข้าที่ใบหน้าตรงๆ ได้ลงคอ?
ถึงไม่ใช่เด็กน้อยหน้าตาดี นอกจากคนบ้าแล้ว ปกติใครจะทำเด็กอายุเจ็ดแปดขวบได้ลงคอ!
“น่าโมโหนัก! ทำไมเจ้าไม่ตัวเล็กลงอีกนิด แบบนี้ยังทำกางเกงเปิดก้นสวมใส่ได้!” จินเฟยเหยายิ่งคิดก็ยิ่งมีโทสะ เจ้านี่เปลี่ยนเป็นแบบนี้เห็นได้ชัดว่าจะเอาเปรียบสตรี ไม่คิดบ้างว่าตนเองแก่เพียงใด เกรงว่าคงมีเหลนเป็นโขยงแล้วยังแสร้งทำตัวน่ารักอีก
ยามนี้หวาหวั่นซีและหลันจิงรุดมาก็พบว่าพั่งจื่อนอนอยู่บนพื้นจึงอดถามไม่ได้ “หรือว่าเด็กน้อยคนนี้คือพั่งจื่อที่เปลี่ยนร่าง?”
“เป็นเขา เจ้าตัวน่าชัง” จินเฟยเหยาด่าทออย่างอารมณ์ไม่ดี
พั่งจื่อหันหน้ามาเห็นพวกนางก็กัดริมฝีปาก ไม่เชื่อว่าตนเองเปลี่ยนเป็นเช่นนี้จะไม่ได้ผลเลยสักนิด ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ รู้แต่แรกจะเปลี่ยนร่างเป็นใต้เท้าหลง แบบนี้ต่อไปก็สามารถลี้ภัยไปเป็นตัวปลอมของเขาได้ คำนวณพลาดจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจินเฟยเหยาจะเป็นคนใจหินขนาดนี้ ทุบตีหมดทั้งเด็กและคนชรา
“ท่านแม่ เฟยเหยาตีข้า!” ดวงตาพั่งจื่อมองร่างหวาหวั่นซีและคืบคลานขึ้นมากะทันหัน วิ่งไปหานางพลางร่ำไห้น้ำตาคลออย่างได้รับความไม่เป็นธรรม เห็นตอนนี้เขาเจอใครก็ตะโกนเรียกว่าท่านแม่โดยไม่เลือกหน้า จินเฟยเหยาก็เดือดดาลอย่างยิ่ง คิดจะพุ่งไปเตะมันอีกหลายที
ทว่าหวาหวั่นซีกลับตกตะลึง ท่าทีเปลี่ยนไป เห็นนางย่อกายลงโอบกอดพั่งจื่อด้วยใบหน้าอ่อนโยน นางเช็ดน้ำตาพั่งจื่อ จากนั้นลูบใบหน้าเล็กๆ ที่ถูกจินเฟยเหยาเตะจนบวมแดงและถามอย่างปวดใจ “บุตรชายของข้า ทำไมถูกทุบตีจนกลายเป็นแบบนี้ แม่ปวดใจนัก อย่าร้องไห้ พวกเราไปเล่นทางโน้นกัน แม่จะทำถังหูลูให้เจ้ากิน”
จินเฟยเหยานิ่งเป็นไก่ไม้มองพวกเขาสองคน ฮูหยินหวากำลังทำอะไรอยู่? ถูกพั่งจื่อดึงความรักของมารดาออกมาหรือ!
หลันจิงนอนลงมองพั่งจื่ออย่างละเอียด จากนั้นจึงปรบมือเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “น่ารักมาก เรียกข้าว่าพี่สาว ข้าจะพาเจ้าไปเล่นที่สูงๆ”
พั่งจื่อตะโกนเสียงอ่อนหวานด้วยใบหน้าน่ารัก “พี่สาว”
“น่ารักเกินไปแล้ว ต่อไปเจ้าก็คือน้องชายของข้า ใครรังแกเจ้า พี่สาวจะช่วยอัดมันให้!” คำว่าพี่สาวทำให้หลันจิงเบิกบานใจสุดๆ ยิ้มจนหุบปากไม่ลง
จินเฟยเหยามองพวกเขาสามคนด้วยสายตาเย็นชา ช่างเป็นความรักลึกซึ้งระหว่างพี่น้อง มารดาและบุตรชายจริงๆ นางแค้นตัวเองว่าชาติที่แล้วทำความชั่วอะไรไว้จึงเก็บมารร้ายกลับมาเลี้ยงโดยเฉพาะ แปลกประหลาดและไร้ประโยชน์ทั้งนั้น
“ท่านแม่ดีต่อข้าจริงๆ ข้าอยากกินถังหูลู ข้าชอบกินถังหูลูที่สุด” พั่งจื่อแสร้งเป็นเด็กน้อยได้ถึงขั้นสุดยอด ยิ้มหวานอย่างยินดีแบบประจบเอาใจฮูหยินหวา
“ถังหูลู?” จินเฟยเหยาสงสัยอยู่บ้าง ดูเหมือนตนเองไม่เคยซื้อสิ่งนี้มาหลายปีแล้ว ฮูหยินหวาไม่มีถุงเฉียนคุน จะไปเอาถังหูลูมากินจากที่ใด? เห็นฮูหยินหวาจูงมือน้อยๆ ของพั่งจื่อกลับเกาะลอยได้เล็กๆ อย่างยินดี เดินไปพลางเอ่ยว่า “แม่จะใช้ผลอวี้หลงทำถังหูลูให้เจ้า ผลอวี้หลงสุกพอดี เจ้าตัวเปล่าเปลือยแบบนี้ไม่ได้ แม่จะเอาชุดจูเชวี่ยชิ้นหนึ่งมาทำเสื้อผ้าให้เจ้า ลูกรักของแม่” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เดี๋ยวก่อน! ผลอวี้หลงเป็นของข้า ออกผลมาอย่างยากลำบาก ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะแย่งมันไป!” ผลอวี้หลงยังเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากมืออินเยวี่ยเมื่อซื้อกระจกสภาพโลกวิญญาณ แกนที่กินเหลือนางยังตัดใจทิ้งไม่ได้ ปลูกไว้ในเกาะลอยได้เล็กๆ นานแล้ว คิดไม่ถึงว่าฮูหยินหวาคิดจะนำผลอวี้หลงไปทำถังหูลูให้พั่งจื่อ ไหนเลยมีถังหูลูใหญ่ขนาดนั้น!
ฮูหยินหวามองจินเฟยเหยาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เอ่ยอย่างน่าสงสาร “เสี่ยวจิน ข้าเอาส่วนของข้าให้เขาได้หรือไม่ ข้าเห็นบุตรชายหิวแบบนี้ ผอมจนหนังหุ้มกระดูกตัวเล็กน่าสงสาร อย่างมากก็แบ่งส่วนของหวั่นซีให้เจ้า”
“เข้าใจผิดหรือไม่ พวกเจ้าไม่ต้องกินอาหาร ถึงจะกิน พวกเจ้าสี่คนก็มีเพียงส่วนเดียว! อย่างเขาเรียกว่าผอมจนหนังหุ้มกระดูก? เนื้อติดมันบนร่างงอกขึ้นมาเปล่าๆ หรือไร! พั่งจื่อที่น่าชัง เจ้าเล่ห์นักนะ คิดจะปลอมเป็นเด็กน้อยหากินง่ายขี้เกียจทำงาน” จินเฟยเหยาพุ่งไปหิ้วคอพั่งจื่อแล้วทะยานออกไป ฮูหยินหวาตกใจจนตามมาด้านหลังพลางร้องตะโกนว่าอย่านะ ลงมือเบาหน่อย
หลันจิงกลับมีสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่เรื่องผลอวี้หลงกลับได้ยินเข้าหู เห็นจินเฟยเหยาลากพั่งจื่อเหาะออกไปไกล นางก็ไม่ไล่ตามไปทว่าก้มหน้าถามฮูหยินหวา “ถังหูลูอร่อยหรือไม่? ผลอวี้หลงคืออะไร ข้าก็อยากกิน”
ฮูหยินหวามองแม่นางตัวใหญ่ทางด้านข้าง นึกถึงว่าจินเฟยเหยาต้องไปทุบตีพั่งจื่อแน่ จึงพูดแบบถ้าไม่ทำก็ไม่ทำถ้าทำก็ต้องทำจนถึงที่สุด “อร่อยมาก กลับไปข้าจะเด็ดให้เจ้ากินให้หมด”
“ว้าว ดียิ่งนัก มีผลไม้อร่อยกิน” หลันจิงปรบมือยิ้มแย้มพลางเอ่ยอย่างยินดี
จินเฟยเหยาลากพั่งจื่อวิ่งออกมาไกล รู้สึกว่าฮูหยินหวาและหลันจิงคงไม่มารบกวนแล้วจึงโยนพั่งจื่อลง ถามอย่างไม่พอใจ “เจ้าเปลี่ยนเป็นสารรูปนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?”
พั่งจื่อปราศจากท่าทางใสซื่อน่ารักก่อนหน้านี้ นั่งลงบนพื้นล้วงหูเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าไม่รู้สึกว่าข้าเป็นแบบนี้รังแกง่าย ต่อไปถ้าเจ้าไม่มีศิลาวิญญาณใช้ ข้าฉวยโอกาสทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีสงสารขโมยถุงเฉียนคุนของพวกนางมาได้ ถ้ายังไม่ไหวอีก ข้าที่เป็นแบบนี้ก็ลอบโจมตีบนทรวงอก...ไม่ โจมตีจุดอันตรายได้สะดวก ขอเพียงเป็นคนที่ถูกความน่ารักของข้าทำให้ลุ่มหลง ปกติจะหนีไม่รอดเงื้อมมือข้า”
“ฟังเจ้าพูดแบบนี้ดูเหมือนน่าสนใจอยู่บ้าง” จินเฟยเหยากอดอก รู้สึกว่าท่าทางพั่งจื่อล้วงหูเหมือนตนเอง ik;dу[เห็นผีจริงๆ ตนเองไม่ได้ให้กำเนิดเสียหน่อย หรือว่ามันเห็นบ่อยดังนั้นนิสัยจึงคล้ายกัน?
“เจ้าคิดแบบนี้ก็ดี อยู่ข้างนอกเจ้าอย่าตีข้า ท่าทางน่ารักอย่างข้าในตอนนี้ ถ้าเจ้าตีอาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น” พั่งจื่อเชิดหน้าขึ้น ยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ
จินเฟยเหยาบีบข้อนิ้วดังกร๊อบๆ กัดฟันหัวเราะหึๆ “ถ้าเจ้าไม่ทำเรื่องยั่วโทสะข้า ข้าจะอัดเจ้าได้อย่างไร แต่เปลี่ยนเป็นเด็กน้อยก็ได้ ต่อไปพวกเราจะลอบโจมตี ข้าจะปลอมตัวเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตหิ้วเจ้ามาทุบตี จากนั้นทิ้งเจ้าไปข้างกายผู้บำเพ็ญเซียนอื่นๆ เช่นนี้ขอเพียงไม่ใช่คนใจหินก็จะอุ้มเจ้าขึ้นมา ถึงตอนนั้นเจ้าก็โจมตีใบหน้า หัวใจ และลำคอของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วงอีกที คิดแล้วก็น่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด”
พั่งจื่อมุมปากกระตุกเอ่ยอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ “ไม่ต้องเสแสร้ง เดิมทีเจ้าก็โหดร้ายผิดมนุษย์มนา เจ้าโยนข้าออกไปก็พอแล้ว ถ้าจะทุบตีอย่างหนัก ข้าต้องแสร้งกระอักโลหิตจะได้ดูอนาถขึ้นหน่อยหรือไม่?”
“พูดได้ถูกต้อง ถึงตอนนั้นเจ้านำเลือดสัตว์พกติดตัวนิดหน่อย ถ้าต้องใช้ เจ้าก็พ่นออกจากปากทันที จากนั้นพวกเราจะหลบหนีหรือลอบทำร้ายคนก็ต้องพึ่งพาเจ้าแล้วพั่งจื่อ แต่เจ้าห้ามเรียกข้าว่าท่านแม่ เปลี่ยนการเรียกใหม่ เรียกข้าว่าลูกพี่” จินเฟยเหยาย่อกายลงตบบ่าเล็กๆ ของพั่งจื่อ พบว่าเจ้าหมอนี่เหมือนเด็กน้อยจริงๆ
“ข้าว่าสมองเจ้ามีปัญหานะ เด็กน้อยคนหนึ่งเรียกเจ้าว่าลูกพี่ เจ้าไม่รู้สึกว่าเล่นเป็นเด็กๆ เกินไปหน่อยหรือ?” พั่งจื่อขึงตาใส่นางอย่างไม่พอใจ ดวงตาเล็กๆ เป็นประกายวิบวับ น่ารักและเต็มไปด้วยไหวพริบ
จินเฟยเหยาไม่เอาเรื่องทว่ามีสีหน้ายิ้มชั่วร้าย “เล่นเป็นเด็กๆ สิดี ทำให้คู่ต่อสู้คลายความระวังป้องกัน ย่อมเหนือความคาดหมายของอีกฝ่ายเป็นธรรมดา”
เจ้านายและสัตว์เลี้ยงหารือแผนการชั่วร้ายกันอย่างไร้ยางอาย สุดท้ายกลับเกาะลอยได้เล็กๆ อย่างเบิกบาน ทำให้ฮูหยินหวาซึ่งไม่รู้ว่าค้นน้ำตาลออกมาจากมุมไหน หลอมละลายราดบนผลอวี้หลงแล้วใช้ก้านไม้ไผ่เล็กๆ เสียบถังหูลูผลอวี้หลงรออยู่เนิ่นนานแล้วโล่งอก
เห็นฮูหยินหวารักพั่งจื่อมาก จินเฟยเหยาก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา ต่อไปหวาหวั่นซีและฮูหยินหวาต้องแย่งกันออกมาแน่ แต่ด้วยวรยุทธและความแข็งแกร่ง สุดท้ายหวาหวั่นซีก็ต้องชนะ ถึงลักษณะของพั่งจื่อในตอนนี้จะทำให้คนรับไม่ได้ แต่ขอเพียงคุ้นเคยแล้ว ต่อไปต้องเป็นอาวุธอันแหลมคมที่จัดการกับผู้บำเพ็ญเซียนสตรีได้แน่นอน
ตอนไม่มีศิลาวิญญาณใช้จริงๆ ก็ให้พั่งจื่อและฮูหยินหวาไปขอทานที่ถนน สาวงามกับเด็กน้อยน่ารักไปขอทาน ไม่แน่ว่าอาจจะได้ความสงสารเห็นใจจากคนจำนวนมาก
พั่งจื่อซึ่งใบหน้าเด็กทว่าจิตใจแก่ชราสำราญกับการได้รับความรักเอ็นดูอย่างยิ่ง มันหมดหวังจะให้จินเฟยเหยารักสงสารตนเองแล้ว แต่ตอนนี้ตนเองน่ารักขนาดนี้ ต่อไป ขอเพียงนางทุบตีตนเองลับหลังคนอื่นต้องมีคนที่ผ่านมาเห็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมออกมาห้ามแน่ เด็กน้อยน่ารักถูกผู้บำเพ็ญเซียนทุบตี เรื่องโหดร้ายขนาดนี้ย่อมทำให้ทุกคนโกรธแค้นเป็นธรรมดา
นึกถึงเรื่องนี้ พั่งจื่อก็แย้มยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ เบิกบานจนฮูหยินหวานึกว่าถังหูลูที่ตนเองทำอร่อยมากจึงยิ้มตาหยี
………………..…………………