คุนหนิง Story of Kunning Palace - บทที่ 118 คนเสเพล (1)
เฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนทางด้านหลังคิดไม่ถึง
ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรสถานะ
ของเซียวติ้งเฟยก็แตกต่างจากพวกตน คนผู้นี้มา
จากสาขาใหญ่เมืองจินหลิงอย่างแท้จริง เป็นผู้ที่
ทุกคนต้องเรียกขานกันว่า ‘คุณชายติ้งเฟย’ ทำ
ให้ไม่เพียงมิอาจไม่เคารพ แต่ยังมิอาจตำหนิสั่ง
สอนด้วย จึงได้แต่แสร้งกระแอมเตือนจาก
ด้านหลัง ลอบบอกเซียวติ้งเฟยเป็นนัยว่าอย่าทำ
ตัวเหลวไหลเกินไปนัก
เซียวติ้งเฟยไหนเลยจะแยแสพวกเขา
ต่อให้อยู่ต่อหน้าเจ้านิกายกับกงอี๋เฉิง เขายัง
ไม่สงวนท่าที จึงโบกมือราวกับกำลังปัดแมลงวัน
โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง “รู้แล้วน่ารู้แล้ว
แค่ถามเอง ไม่เห็นเป็นไรเลย”
ทุกคน ณ ที่นั้นมองหน้ากันไปมาและทำตาโต
อ้าปากค้าง
จางเจอย่นหัวคิ้ว
เจียงเสวี่ยหนิงเมื่อได้พบ ‘สหายเก่า’ ผู้นี้ก็อด
แสยะมุมปากไม่ได้ คิดจะแสดงกิริยาที่เคยใช้
ปฏิบัติด้วยในชาติก่อนตามความเคยชิน ทว่าพอ
เห็นจางเจอซึ่งยืนอยู่ข้างกายตนทางหางตา ไม่รู้
เพราะเหตุใดพลันไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม เพียง
มองเซียวติ้งเฟยโดยไม่ตอบกลับสักประโยค
ครั้นเซียวติ้งเฟยเห็นท่าทีแบบนี้ย่อมบังเกิด
ความรู้สึกอันแตกต่าง
เขาจึงค่อยเคลื่อนสายตากลับไปที่ร่างจางเจอ
หัวคิ้วขมวดเป็นปมของจางเจอยังคงไม่คลาย
บังเกิดความรู้สึกไม่ชอบใจเซียวติ้งเฟยผู้นี้ไปแล้ว
อีกทั้งเขายังรู้ด้วยว่าชาติก่อนคนผู้นี้คบค้าสมาคม
กับเจียงเสวี่ยหนิงอย่างลึกซึ้ง อคติจึงเพิ่มอย่าง
รุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ แววตาเย็นชาหน่อย ๆ
“น้องหญิงของข้าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยมิได้
ตั้งใจ ขอคุณชายติ้งเฟยอย่าพูดจาเหลวไหลไร้
สาระ”
น้องหญิง?
แต่เซียวติ้งเฟยไม่เชื่อ เขาลอบหัวเราะในใจ
น้องหญิง น้องหญิงผู้เป็นที่รักยังจะใกล้เคียงกว่า
กระมัง
เขาร้อง “อ้อ” คำหนึ่ง พูดทีเล่นทีจริงว่า
“เช่นนี้นี่เอง”
ทุกคนพากันอึ้ง ไม่รู้ว่าเชื่อคำพูดของจางเจอ
กันหรือเปล่า
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงัน
ครั้นได้ยินคำว่า ‘น้องหญิงของข้า’ ก็รู้สึกหด
หู่ใจอย่างน่าประหลาด แต่เมื่อใช้ความคิดก็นึกได้
ว่า บัดนี้นางเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้โดยไม่คาด
ฝัน จำเป็นต้องร่วมรุกร่วมถอยพร้อมจางเจอ
หากมิใช่เป็นพี่น้องกัน แล้วจะให้บอกว่าเป็น
‘สามีภรรยา’ หรือไร
จางเจอเป็นวิญูชนผู้เที่ยงตรง มีหรือจะเอา
รัดเอาเปรียบผู้อื่นเรื่องนี้
ฉะนั้นวูบเดียวนางก็เก็บอารมณ์ความรู้สึก
และขจัดความหดหู่อันแปลกประหลาดนั้นทิ้งไป
เสีย
นางมองไปทางจางเจอ
จางเจอกลับหลุบตา
ใบหน้าของเซียวติ้งเฟยประดับรอยยิ้ม ถาม
ขึ้นมาอีกว่า “ใต้เท้าน่ะหรือคือตู้จวินซานเหริน”
ครานี้จางเจอตอบว่า “ท่านเห็นว่าข้าใช่ ข้าก็
ใช่”
เซียวติ้งเฟยช้อนดวงตามอง “เช่นนั้นถ้าข้าว่า
เจ้าไม่ใช่ เจ้าก็ไม่ใช่น่ะสิ?”
แผนการที่เซี่ยเวยเสนอต่อราชสำนักคือใช้กง
อี๋เฉิงเป็นเหยื่อล่อให้นิกายสวรรค์มาติดเบ็ด
จากนั้นจางเจอจะต้องใช้อำนาจของราชสำนักมา
แอบอ้างว่าเป็นตู้จวินซานเหรินผู้เร้นลับที่สุดของ
นิกาย แล้วฉวยโอกาสช่วงชุลมุนลอบปะปนเข้า
ไป
แผนการนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานอย่างหนึ่ง
นั่นคือรายงานลับและสายสัมพันธ์ภายใน
นิกายสวรรค์จำนวนหนึ่งซึ่งค้นมาได้จากตัวกงอี๋
เฉิง สถานะของกงอี๋เฉิงย่อมรู้ความลับจำนวน
มาก ดังนั้นถึงกล้าพูดว่าควรจะฉวยเอาโอกาสนี้
ปลอมตัวเป็นตู้จวินซานเหรินซึ่งมีสถานะเทียม
ทัดกงอี๋เฉิงเสีย
แต่ในแผนการนี้ไม่ได้เอ่ยถึงเซียวติ้งเฟยแม้
เพียงครึ่งคำ
หากจางเจอยังคงเป็นจางเจอในกาลก่อน
ยามนี้เมื่อได้เผชิญหน้าคุณชายติ้งเฟยซึ่งตนไม่
เคยรู้ตื้นลึกหนาบางสักนิด เกรงว่าต่อให้ไม่แสดง
สีหน้าแต่จิตใจคงสับสนวุ่นวายไปแล้ว
อย่างไรเสียความทรงจำของชาติก่อนก็หาใช่
สิ่งเลื่อนลอยไม่
สาเหตุที่เขากล้ารับงานนี้ นอกจากเพราะสิ่ง
ที่ค้นมาได้จากตัวกงอี๋เฉิงแล้วย่อมเป็นเพราะ
ตัวเองก็ยังมีสิ่งที่พึ่งพาได้อยู่บ้าง
อย่างเช่นชาติก่อนตอนเซียวติ้งเฟยเพิ่งกลับ
ถึงเมืองหลวงก็ก่อเรื่องยุ่งยากให้ตระกูลเซียว
หนึ่งในนั้นมีเรื่องน่าอับอายขายหน้าอยู่บ้างจริง ๆ
นำมาใช้งานได้พอดี
สายตาของผู้คนโดยรอบจับบนใบหน้าจาง
เจอ ครั้นเห็นเขาเงียบงันไม่เอ่ยวาจา คนของ
นิกายสวรรค์ที่เพิ่งจะมาถึงจึงชักระแวง ถึงกับ
ลอบปิดกั้นเส้นทางอื่น ๆ ที่จะก้าวออกไปได้
เจียงเสวี่ยหนิงลอบใจสั่นสะท้าน กลั้นลม
หายใจรอคอย
ในที่สุดจางเจอก็ปริปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แต่ไหนแต่ไรมาคุณชาย ติ้งเฟยประพฤติตนไม่
อยู่ในกรอบ หนี้ที่ติดค้างบ่อนพนันทั่วทุกสารทิศ
ยังไม่ได้จ่ายคืน หญิงนางโลมจากหอนางโลมทั้ง
สิบเก้าแห่งต่างหลงใหลและยอมพลีชีวิตเพื่อท่าน
แม้จะคาดกระบี่ประจำกายไว้ที่เอว แต่หากประ
มือกับผู้เคยฝึกวิชาก็ไม่พ้นสิบกระบวนท่า คนแซ่
จางใคร่เรียนถามเช่นกันว่าคุณชายเข้ามามีส่วน
เกี่ยวข้องกับปลักโคลนนี้ได้อย่างไร”
เซียวติ้งเฟยหน้าเปลี่ยนสีในบัดดล แทบจะ
โพล่งถามทันควันว่า ‘เจ้ารู้ได้อย่างไร’ แต่ครั้น
คำพูดมาถึงริมฝีปากก็ลอบตื่นตระหนก รีบม้วน
ปลายลิ้นเก็บ จ้องจางเจอด้วยสายตาที่เย็นเยียบ
เล็กน้อยและเครียดขรึม
นั่นเป็นเรื่องจริงทุกประการ
ทว่ามันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ต่อให้เป็นคนที่
อยู่ข้างกายก็ใช่ว่าจะจำได้ บัดนี้คนผู้นี้กลับเล่าทุก
สิ่งออกมาอย่างชัดเจน ชวนให้รู้สึกเย็นวาบไปทั่ว
ร่างจริง ๆ !
มิหนำซ้ำ…
อีกฝั่ายยังถามว่าเขาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับ
ปลักโคลนนี้ได้อย่างไร
คราแรกที่ได้ยินหวงเฉียนบอกว่าคนผู้นี้มี
สถานะไม่ธรรมดา บางทีอาจเป็น ‘ตู้จวินซานเห
ริน’ ตนก็เพียงรู้สึกว่าน่าสนุก ลอบคิดว่าราช
สำนักช่างไร้สมอง นึกว่าในนิกายสวรรค์จะไม่มี
ผู้ใดล่วงรู้จริงหรือว่าตู้จวินเป็นใคร
ด้วยเหตุนี้เมื่อเขาพบจางเจอจึงคิดจะเปิดโปง
ทว่าผลลัพธ์ของการสนทนากลับเหนือความ
คาดหมาย ส่งผลให้สมองอันเฉียบไวของเขานึก
ถึงความเป็นไปได้อีกประการในพริบตา จริงสิ ใน
เมื่อคนผู้นี้เป็นขุนนางราชสำนักก็ต้องรู้จักกับคน
ผู้นั้น หากคนผู้นั้นยังอยู่แล้วจะยอมปล่อยให้ผู้อื่น
มาปลอมตัวเป็นตนเองได้อย่างไร ซ้ำนิกายสวรรค์
ยังไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อยด้วย!
เซียวติ้งเฟยเพียงคิดถึงประเด็นนี้ก็สันหลัง
เย็นวาบ
บทที่ 118 คนเสเพล (2)
ส่วนพวกเฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนได้ยินแล้ว
กลับงุนงง ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก “พวกข้าอยู่
ที่สาขามานาน โชคดีมีโอกาสไปที่สาขาใหญ่และ
ได้พบหน้าท่านเจ้านิกายกับกงอี๋เซียนเซิงอยู่
บ่อยครั้ง ทว่ากลับไร้วาสนาจะได้พบตู้จวินเซียน
เซิง แม้เคยได้ยินชื่อเสียงมานานแต่ไม่มีโอกาสได้
เจอ คุณชายติ้งเฟยอยู่สาขาใหญ่มาช้านานน่าจะ
ได้พบเห็นบ้าง ดังนั้น…”
เซียวติ้งเฟยพูดโดยไม่ต้องคิด “ดังนั้นอะไร”
หวงเฉียนอึ้งงันทันที
เซียวติ้งเฟยย่นหัวคิ้วราวกับอีกฝั่ายกระทำ
เรื่องเกินเลย พูดแบบไม่ไว้หน้า “ข้าอยู่สาขาใหญ่
มาช้านานแล้วจะทำไม หากอยู่สาขาใหญ่มาช้า
นานแล้วก็ควรเคยพบตู้จวินเซียนเซิงกระนั้นหรือ
บุคคลที่เสมือนเทพเซียนเช่นนั้นใช่คนที่ข้ากับเจ้า
จะพบได้หรือไร”
‘มารดามัน อยากข่มขวัญให้ไอ้โง่สองตัวนี้
ตกใจจนฉี่ราดกางเกงเสียจริง!’
เขานึกก่นด่า
เฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนยังไม่รู้ว่าพวกตนถูก
จัดจำพวกเป็น ‘ไอ้โง่’ ในใจของ ‘คุณชายติ้งเฟย’
จากสาขาใหญ่ไปเสียแล้ว เมื่อได้ยินเขากล่าว
เช่นนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ “ความหมายของท่านคือ
…”
เซียวติ้งเฟยกล่าวโดยปราศจากความลังเล
“ไม่เคยพบ!”
แค่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของเจ้าคนหน้าตายแซ่
จาง เซียวติ้งเฟยก็รู้สึกว่าปลักโคลนนี้คงเป็นฝีมือ
ของคนผู้นั้นแน่ สิ่งแรกที่ทำจึงเป็นการบริภาษใน
ใจยกใหญ่ว่าตาเฒ่าตายยาก ต่อมาจึงบริภาษว่า
คนแซ่เซี่ยช่างมีจิตใจและฝีมือโหดเหี้ยมไร้
มนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม เซียวติ้งเฟยไม่กล้า
เปิดโปงอยู่ดีว่าจางเจอเป็นตัวปลอม เพราะเกรง
ว่าหากทำลายงานของผู้อื่นตนจะต้องรับผลที่
ตามมา
ส่วนนิกายสวรรค์
นิกายสวรรค์ผายลมสุนัขน่ะสิ เกี่ยวอะไรกับ
ข้าด้วยเล่า!
การปฏิเสธทันควันเช่นนี้อยู่เหนือความ
คาดหมายของเฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนอย่างยิ่ง
จางเจอกลับพอจับเค้าบางอย่างได้แล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงรู้จักนิสัยใจคอของเซียวติ้งเฟย
ในชาติก่อน นางจึงรู้ว่าเมื่อครู่คนผู้นี้บังเกิด
ความคิดวกวนมากเพียงใด เกรงว่า ‘ไม่เคยพบ’
สามคำนี้จะเป็นเท็จ!
เซียวติ้งเฟยกล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อ ไม่คิด
สนใจเรื่องนี้อีก
ต้องรู้ไว้ว่าคราวก่อนขณะออกจากหอนาง
โลม เขาทิ้งคำลวงหลอกให้คนที่มาหาเขาไล่ตาม
ไปยังเหลาสุรา แต่แท้จริงแล้วกลับไปที่สาขา
ภายในเมืองหลวง
เลยได้ยินคนพูดกันนอกประตูว่ากงอี๋เฉิงไป
หาคนผู้นั้นที่จวน
ตอนนั้นเขาตกใจจนจิตหลุด ทั่วร่างหลั่งเหงื่อ
โซมกายหดคอกลับ ไหนเลยยังจะกล้าอยู่เมือง
หลวงอีก รีบเผ่นหนีราวกับทาน้ำมันไว้ที่เท้า
เพียงแต่เพิ่งมาถึงทงโจวก็ได้สารลับจากสาขา
ใหญ่ ต้องการให้เขาร่วมมือกับทุกคนไปปล้นคุก
เพื่อช่วยกงอี๋เฉิงซึ่งถูกราชสำนักจับกุมตัวไป
กลับมา
ล้อเล่นกันหรือไร!
ช่วยกงอี๋เฉิงเรอะ?
ก่อนหน้านี้กงอี๋เฉิงไปที่จวนของคนผู้นั้น แล้ว
ต่อมาเจ้าลูกเต่าเฒ่ากงอี๋เฉิงถูกราชสำนักจับตัวได้
เนี่ยนะ เกรงว่าต่อให้ราชสำนักไม่คิดสังหารกงอี๋
เฉิง คนผู้นั้นย่อมชิงสังหารกงอี๋เฉิงก่อนเป็นคน
แรกเพื่อให้อีกฝั่ายหมดหนทางปริปากอยู่ดี
ต้องมีแผนการอะไรแอบแฝงอยู่แน่
เพียงแต่เจ้านิกายมีบัญชามาแล้วเช่นนี้ เขาจึง
ไม่อาจปฏิเสธได้จริง ๆ จะแกล้งปั่วยก็ทำไม่ได้
เสียด้วย และเมื่อคิดได้ว่าถึงอย่างไรตนก็ไม่ต้อง
ไปคุกหลวง แค่ทำหน้าที่มารับตัวคน คงไม่มี
อันตรายถึงชีวิตน้อย ๆ หรอกจึงจำใจมา
เซียวติ้งเฟยเคลื่อนสายตากวาดผ่านฝูงชน
โดยไม่ได้ตั้งใจ ชั่วพริบตานั้นก็มองเห็นเงาร่างที่
ไม่สูงไม่ใหญ่ทำทรงผมเปียชี้ฟั้าตรงหัวมุม
เด็กคนนั้นกำลังมองเขา
เซียวติ้งเฟยจดจำได้ ตกใจจนหลั่งเหงื่อเย็น
เยียบ พลันรู้สึกโชคดีที่เมื่อครู่ตนไม่ได้เลอะเลือน
ไปชั่วขณะจนกล่าวว่า ‘เคยพบตู้จวินซานเหริน’
หรืออะไรทำนองนั้น เพราะขืนคนผู้นั้นมาคิดรวม
บัญชีทั้งเก่าและใหม่กับตน เกรงว่าคงต้องตาย
โดยไร้ที่กลบฝังแน่!
ยามนี้ทุกคนที่ยืนฟังอยู่โดยรอบกลับเข้าใจไป
เองว่าคงเพราะตู้จวินซานเหรินแห่งนิกายสวรรค์
สุดแสนลึกลับ กระทั่งคนในนิกายยังไม่กล้ายืนยัน
สถานะของเขาโดยพลการ และแม้ว่าคำตอบของ
ใต้เท้าจางผู้นี้จะกำกวมคลุมเครือ ทว่าเขาก็มี
ความสามารถน่าอัศจรรย์และฝีมือไม่เบาเลย
ถึงกับสั่งให้คนเปิดประตูเมืองเพื่อปล่อยพวกตน
ออกมาได้ทันที ฉะนั้นต่อให้ไม่ใช่ตู้จวินซานเหริน
แต่อย่างน้อยก็ต้องมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากัน
เป็นแน่
ขนาดผู้อื่นยังคาดเดาเช่นนี้ได้ เฝิงหมิงอวี่กับ
หวงเฉียนย่อมปราศจากข้อยกเว้น
มิหนำซ้ำยังคิดลึกซึ้งไปอีกชั้น ในนิกายสวรรค์
คุณชายติ้งเฟยน่ะดูดีแต่เปลือกนอก ทว่าเนื้อใน
เป็นแค่ถั่วทองแดงเมล็ดหนึ่งซึ่งทั้งตุ๋นไม่เละ หุง
ไม่สุก ทุบไม่แบน ผัดไม่แตก แล้วยังส่งเสียงดัง
กึกก้องอีก! นอกจากนี้ คนที่รู้บรรดาเรื่องระยำตำ
บอนของเจ้าตัวก็มีแต่ต้องเป็นสาวกนิกายอยู่แล้ว
เมื่อพิเคราะห์ประโยคที่ว่า ‘ท่านเห็นว่าข้าใช่ ข้า
ก็ใช่’ อย่างถ้วนถี่ก็บ่งชี้เป็นนัย ๆ ถึง
ความสัมพันธ์ของใต้เท้าจางกับตู้จวินซานเหรินได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคงได้รับคำสั่งจากคนผู้นั้น
มา และคำพูดของเขาก็คือคำพูดของตู้จวินซาน
เหรินนั่นเอง
พวกเขาจึงนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่านี่คือหลุมพราง
ต่างหาก
อย่างไรเสียใต้เท้าจางก็เคยแสดง
ความสามารถให้เห็นต่อหน้า การออกจากคุก
หลวงและผ่านประตูเมืองมาได้ล้วนเป็นผลงาน
ใหญ่ของเขา ที่ผ่านมาต่อให้นิกายสวรรค์กระทำ
เรื่องอุกอาจโอหังมากเพียงใด ราชสำนักก็เพียง
ส่งทหารมากวาดล้าง ไม่เคยถึงขั้นเข่นฆ่าจนสิ้น
ซาก ขุนนางท้องถิ่นบางแห่งยังต้องการให้พวก
เขาก่อความวุ่นวายเพื่อรายงานราชสำนักและขอ
เงินมาปราบปรามโจรผู้ร้ายเสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆ
ราชสำนักจะมาสร้างกับดักขนาดใหญ่ถึงขั้นยอม
เสี่ยงปล่อยตัวคนร้ายและโจรกบฏออกมาได้
อย่างไรกันเล่า
ด้วยเหตุนี้ไม่นานนักท่าทีที่ทุกคนมีต่อจางเจอ
จึงสงบลง คิดไปคิดมาเรียกเขาว่า ‘ใต้เท้าจาง’
ที่นี่ก็ออกจะดูประหลาดไปหน่อย จะเรียก
‘คุณชาย’ ก็ดูขาดความเคารพ ดังนั้นจึงเรียกเขา
ด้วยคำเรียกขานทำนองเดียวกับที่ใช้กับนักวาง
กลยุทธ์ของนิกายว่า ‘จางเซียนเซิง’
คำพูดของหวงเฉียนลอบถามเขาเป็นนัยว่า
ทำงานให้ตู้จวินซานเหรินหรือไม่
จางเจอไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งยังพูดขึ้นมาอีกว่า
“ช่วงนี้ซานเหรินถือสันโดษ ไม่ข้องเกี่ยวกับทาง
โลก ออกสู่โลกภายนอกน้อยครั้งมาก”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็นึกถึงภาพเหมือนของ
ผู้สูงส่งที่อยู่เหนือโลกียวิสัย คิดกันไปว่าตู้จวิน
ซานเหรินเร้นกายเพราะคร้านจะสนใจเรื่องทาง
โลก จึงส่งจางเจอมาทำงานแทน
เจียงเสวี่ยหนิงโล่งใจได้เสียที
ส่วนเซียวติ้งเฟยซึ่งยืนฟังอยู่ด้านข้างแทบจะ
อาศัยมุมที่ไม่มีใครเห็นกลอกตามองขึ้นฟั้า!