คุนหนิง Story of Kunning Palace - บทที่ 167 เสี่ยงอันตรายเพราะเข้าตาจน (1)
จวบจนเซี่ยเวยขึ้นรถม้าจากไปไกลแล้ว เจียง
เสวี่ยหนิงก็ยังคงงงงวย
คนผู้นี้เป็นอะไรเนี่ย
นางนึกถึงช่วงที่เยี่ยนหลินเพิ่งยกทัพกลับ
เมืองหลวงชาติก่อน ยามนั้นนางกระวนกระวาย
และเคยกล่าวกับเซี่ยเวยทำนองว่าหลังทดแทน
บุญคุณแล้วต่างฝั่ายต่างไม่ติดค้างกัน ทว่าอีกฝั่าย
เหมือนจะไม่ได้แสดงออกชัดถึงเพียงนี้นี่นา
สองครั้งมานี้นางมักจะรู้สึกว่าเซี่ยเวยมีอะไร
แปลก ๆ
แต่แปลกที่ใดกันแน่ เจียงเสวี่ยหนิงบอกไม่ถูก
จริง ๆ
ในเมื่อขบคิดแล้วหาสาเหตุไม่พบก็โยนความ
สับสนทิ้งไปเลยดีกว่า อย่างไรเสียเซี่ยเวยก็ไม่อาจ
คาดเดาความรู้สึกและเอาใจยากอยู่แล้ว หากแค่
ใช้เวลาหน่อยก็เดาได้ว่าเขาคิดอะไร ไหนเลยจะ
ดำรงอยู่ได้ในราชสำนักที่มีแต่ความว้าวุ่นไม่
แน่นอน
สิ่งสำคัญคือเซี่ยเวยรับปากแล้ว!
ถึงนางจะติดต่อกับเจิ้งเปั่าและไปขอความ
ช่วยเหลือจากโจวอิ๋นจือมาเรียบร้อย ทว่าหาก
ต้องการทำภารกิจให้ลุล่วงด้วยกำลังน้อยนิด
เช่นนี้ก็แทบเรียกได้ว่าต้องเดิมพันด้วยชีวิตและ
อาจมีช่องโหว่ แต่ถ้าบุคคลซึ่งมีความสำคัญใน
ราชสำนักเช่นเซี่ยเวยให้ความช่วยเหลือสักนิด
อัตราความสำเร็จก็จะเพิ่มพูนอักโข มิหนำซ้ำต่อ
ให้ล้มเหลว ผู้บริสุทธิ์เช่นเจิ้งเปั่าก็จะรอดพ้นโดย
ไม่ต้องเข้าไปพัวพันด้วย
ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม!
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงจุดนี้ก็แทบกระโดด
จนตัวลอย ครั้นกลับถึงเรือนทุกอย่างก็อยู่ใน
ความสงบ ในเมื่อเซี่ยเวยกล่าววาจาข่มขู่ไป
ภายในจวนทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างก็ไม่มีผู้ใดกล้า
มาตอแยนางอีก
นางห่วงเพียงคนแซ่เซี่ยจะไม่ยินยอม
แต่คาดไม่ถึงเลย หลังจากอีกฝั่ายตกปาก
รับคำแล้วกลับรักษาคำมั่นอย่างน่าประหลาด
เช้าตรู่วันต่อมาเจี้ยนซูก็เดินทางมาเชิญนางที่จวน
ด้วยตนเอง แจ้งว่าเซี่ยเซียนเซิงสั่งให้ทำงานรับใช้
คุณหนูรองเจียงสุดความสามารถ นอกจากนั้น
เขามาครั้งนี้ก็เพื่อเชิญเจียงเสวี่ยหนิงไปทดสอบ
ความรู้ที่จวนตระกูลเซี่ย
แรกเริ่มเจียงเสวี่ยหนิงเชื่อเขาจริง ๆ
ตอนเดินทางมาถึงจวนนางทั้งกระวนกระวาย
และกระสับกระส่าย พยายามนึกทบทวนตำราที่
ตนอ่านและพิณที่ฝึกซ้อมเมื่อคืน คิดไม่ถึงว่าครั้น
เข้าไปในห้องทำพิณแล้วข้างในกลับว่างเปล่า ไม่
พบเงาร่างของเซี่ยเวย
เจี้ยนซูค้อมกาย “เมื่อวานพอกลับมาแล้ว
เซียนเซิงก็สั่งพวกข้าให้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
กับการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีขององค์
หญิงใหญ่เป็นอันดับแรก มีเอกสารบางอย่างที่ไม่
กล้าส่งมอบให้ผู้อื่นเห็นพร่ำเพรื่อ จึงเชิญคุณหนู
รองหนิงมาดูด้วยตนเอง เซียนเซิงท่าน…ท่านไปที่
ร้านโยวหวง และฝากแจ้งว่าหากท่านมีธุระอันใด
สั่งข้าน้อยมาได้เลย รับรองว่าจะต้องทำงานให้
ท่านจนสำเร็จแน่ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงเข้าใจแล้ว
เซี่ยเวยแสดงท่าทีรังเกียจนางอย่างชัดเจน คง
รู้ว่าสิ่งที่นางกำลังลงมือเสี่ยงอันตรายอย่าง
ยิ่งยวด เดิมทีเขาก็ไม่อยากเข้ามาข้องแวะกับ
ปลักโคลนนี้ ติดที่นางใช้บุญคุณบีบบังคับจึง
จำต้องรับปาก เขาจึงไปให้พ้นสายตาเพื่อความ
สบายใจและโยนคนสนิทเช่นเจี้ยนซูมาให้นางใช้
งานแทน ส่วนตนก็หลบลี้หนีหน้า
นางต้องการให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
ขืนพญายมแซ่เซี่ยมานั่งตรงหน้าจะหารือ
เรื่องสับเปลี่ยนหรือลักพาตัวกับนางอย่างจริงจัง
หากไม่กลุ้มใจตายก็มีหวังได้ตกใจตายก่อนพอดี
เจียงเสวี่ยหนิงสบายอารมณ์ พลันรู้สึกว่า
บรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้องทำพิณผ่อน
คลายลงมาก เผยร่างที่แท้จริงทำเสมือนเป็นบ้าน
ของตนทันที ทั้งยังบอกให้เจี้ยนซูนั่งด้วยกันโดย
ไม่ถือสา จากนั้นเริ่มศึกษาเอกสารของทางการซึ่ง
เกี่ยวข้องกับการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี
เจี้ยนซูไหนเลยจะกล้านั่ง
เขายืนอยู่ด้านข้าง เจียงเสวี่ยหนิงต้องการ
อ่านสิ่งใดเขาก็ยื่นเอกสารให้ เจียงเสวี่ยหนิง
ต้องการเขียนสิ่งใดเขาก็นำพู่กันมาจุ่มน้ำและฝน
หมึกให้ มิกล้ากระทำสิ่งเกินเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
และมิกล้าอาศัยโอกาสที่เซี่ยเวยไม่อยู่ทำตัวผ่อน
คลายแม้แต่น้อย
ผู้ติดตามเซี่ยเวยมักเคร่งครัดเกินไป
เช่นเดียวกับเจ้าตัว เจียงเสวี่ยหนิงจำได้ว่าชาติ
ก่อนบังเอิญมีโอกาสสนทนากับเตาฉินและเจี้ยนซู
ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเซี่ยเวยตามลำพังบ้าง
ทุกครั้งต่างเป็นเช่นนี้ จึงคิดว่าทั้งคู่คงมีนิสัยแบบ
นี้อยู่แล้ว เมื่อเรียกสองครั้งเห็นว่าเขายังไม่ยอม
นั่งจึงปล่อยผ่าน ตั้งใจอ่านสิ่งที่ถืออยู่ต่อไป
งานใหญ่เช่นการอภิเษกสมรสเชื่อม
สัมพันธไมตรีขององค์หญิงต้องจัดการโดยกรมพิธี
การ
ในเมื่อไม่อาจผลักไสเซียวซูไปอภิเษกสมรส
อีกทั้งฮ่องเต้ยังปราศจากท่าทีเปลี่ยนใจ นั่น
หมายความว่าไม่อาจใช้ไม้อ่อนและจำต้องใช้ไม้
แข็งแทน ยามนี้การทำความเข้าใจขั้นตอนการส่ง
องค์หญิงไปอภิเษกสมรสอย่างถ่องแท้จึงสำคัญ
มาก
สำนักโหรหลวงเป็นผู้กำหนดวันเดินทางไป
อภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธ- ไมตรีที่ต๋าต๋าของ
เสิ่นจื่ออี กำหนดไว้ที่วันที่ยี่สิบเอ็ดเดือนสาม ห่าง
จากตอนนี้ไม่ถึงหนึ่งเดือน กรมโยธาธิการสั่งให้
คนสร้างราชรถขนาดใหญ่อันแข็งแรงและเลือก
เฟั้นอาชาพ่วงพีสี่ตัวเพื่อลากจูง
องค์หญิงต้องเสด็จไปสักการะศาลบรรพชน
พร้อมฮ่องเต้ก่อนหนึ่งวัน
วันออกขบวนเสด็จต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อ
แต่งหน้า ประดับเครื่องยศ สวมพระมาลาคลุม
พระพักตร์ หลังจากถวายพระพรลาฮ่องเต้และ
เหล่าพระประยูรญาติแล้วจึงจะเดินทางออกจาก
วัง จากนั้นจะดำเนินการตามกฎมณเฑียรบาล
แห่งการอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีซึ่งสืบ
ทอดกันมา มอบองครักษ์หนุ่มชั้นยอดจำนวน
แปดร้อยนายซึ่งผ่านการเลือกเฟั้นจากกองทัพอี่ว์
หลิน[1] ออกเดินทางปลายวสันตฤดู หากมุ่งหน้า
ไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนืออากาศจะกำลังดี ไม่
ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
จึงมีแผนการช่วยเหลือคร่าว ๆ สองประการ
ประการแรก หลังจากองค์หญิงเสด็จออกจาก
เมืองหลวง การคุ้มกันจะหย่อนยาน ล้วนมีโอกาส
ลักพาตัวหรือหลบหนีระหว่างทาง
เพียงแต่ลักพาตัวน่ะง่าย ทว่าสับเปลี่ยนคน
มันอีกเรื่อง ถ้าองครักษ์ซึ่งถวายการอารักขา
ระหว่างทางเคยเห็นรูปโฉมที่แท้จริงของเสิ่นจื่ออี
ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไรเรื่องย่อมแดง
ประการที่สอง ลงมือตั้งแต่ช่วงก่อนองค์หญิง
เสด็จออกจากเมืองหลวง หลังจากอำลาพระ
ประยูรญาติแล้วจะขึ้นราชรถเพื่อออกจากวัง
หลวง เหล่าเชื้อพระวงศ์จะยืนทอดสายตาส่งแค่
จากบนหอคอยกำแพงเมือง หากขวัญกล้าหน่อย
ก็หาสตรีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงและคุ้นเคยกับสิ่ง
ต่าง ๆ ในวังหลวงเป็นอย่างดีรวมถึงเต็มใจจะ
สลับตัวมาสักคน ขอเพียงลงมือก่อนจะเคลื่อน
ขบวนเข้าสู่เส้นทางที่จะเดินทางไปอภิเษกสมรส
โดยปราศจากผู้พบเห็นก็จะลุล่วง เนื่องจากเหล่า
องครักษ์ไม่เคยยลโฉมองค์หญิง ฉะนั้นต่อให้พบ
ตัวปลอมก็ย่อมปราศจากข้อสงสัย
อย่างไรก็ตาม แผนการนี้มีข้อเสียอันหนัก
หนาเช่นกัน นั่นคืออันตรายเหลือเกิน
วังหลวงระวังปั้องกันแน่นหนา ไม่ว่าจะทำสิ่ง
ใดย่อมไม่ง่ายดาย
เจียงเสวี่ยหนิงมาครุ่นคิดที่จวนเซี่ยเวยช่วง
เช้าเป็นเวลาหลายวัน พิจารณากำลังที่ตนมี
รวมถึงขีดจำกัดที่เซี่ยเวยจะช่วยเหลือได้ สุดท้าย
จึงตัดสินใจตัดวิธีการที่สองทิ้ง
วิธีแรกปลอดภัยที่สุด
นางค้นหาแผนที่จากในจวนของเซี่ยเวยทุก
ซอกทุกมุม หลังจากพิจารณาอยู่หลายครั้งก็
ลากเส้นและวงสถานที่ไว้หลายแห่ง
แต่ผู้ที่ดักชิงตัวระหว่างทางจะต้องเก่งกล้า
สามารถ เนื่องจากกองทัพอี่ว์หลินจำนวนแปด
ร้อยนายมิใช่เรื่องล้อเล่นเลย
แม้นางจะยังมีเงินเหลือในมือจำนวนหนึ่งซึ่ง
เพียงพอจะทำงานและใช้จัดสรรการดำรงชีวิต
ต่อจากนั้นของเสิ่นจื่ออีได้ แต่หากซื้อตัวคนนอก
เพื่อชิงตัวองค์หญิงระหว่างเดินทางไปอภิเษก
สมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีก็เสี่ยงหัวหลุดจากบ่า
เนื่องจากคนผู้นั้นอาจไร้ความสามารถและความ
กล้าที่จะทำ มิหนำซ้ำหากล้มเหลวจนเรื่องแดง
ไม่ว่าใครล้วนต้องรับผลที่จะตามมา
โจวอิ๋นจือย่อมใช้งานได้ แต่เจียงเสวี่ยหนิงเอง
ก็หวาดระแวง
จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะขอความ
ช่วยเหลือจากเซี่ยเวย
เจียงเสวี่ยหนิงบอกแผนการของตนต่อเจี้ยนซู
ผู้อื่นล้วนไม่ทราบ คิดเพียงว่าเซี่ยเวยเป็นขุน
นางฝั่ายบุ๋นทั่ว ๆ ไป ทว่าเพียงมองความสามารถ
ของเจี้ยนซูและเตาฉินนางก็รู้แล้วว่าเขามิได้
ธรรมดาเช่นนั้นหรอก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสิ่งที่เซี่ย
เวยเคยทำในชาติก่อน
หากเขาไม่มีสิ่งใดให้พึ่งพาสิแปลก
บทที่ 167 เสี่ยงอันตรายเพราะเข้าตาจน (2)
เมื่อเจี้ยนซูจดจำไว้แล้วก็บอกว่ารอเซี่ยเวยก
ลับมาแล้วจะแจ้งให้ทราบ ขอให้เจียงเสวี่ยหนิง
มาใหม่พรุ่งนี้
หลายวันที่ผ่านมาขอเพียงนางอยู่ในจวน เซี่ย
เวยเป็นต้องไม่อยู่
เจียงเสวี่ยหนิงนึกแค่ว่านับวันคนผู้นี้ยิ่งนิสัย
พิกล แต่คิดว่าเรื่องนี้มิได้ยากเย็นอะไรเป็นพิเศษ
เขาคงรับปากแน่
คาดไม่ถึงว่าเมื่อมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เจี้ย
นซูกลับเอ่ยว่า “เซียนเซิงกล่าวว่าหากโจรภูเขา
ทั่วไปลักพาตัวองค์หญิงย่อมชักนำให้เกิดการไต่
สวนจากราชสำนัก องค์หญิงใหญ่จะทรงหลบหนี
ได้ชั่วคราว แต่มิอาจหลบหนีได้ตลอดชีวิต ในเมื่อ
คุณหนูรองหนิงตัดสินใจใช้วิธีเสี่ยงอันตรายเช่นนี้
ไม่สู้ดำเนินการทั้งสองด้าน ทั้งสับเปลี่ยนและ
ลักพาตัวจะดีกว่า เซียนเซิงจะดูแลการจัดกองทัพ
อี่ว์หลิน จากนั้นเพียงหาตัวตายตัวแทนมารับ
เคราะห์แทนองค์หญิงโดยแจ้งว่าเสียชีวิตระหว่าง
การปล้นเจ้าสาว กอปรกับมีสิ่งของแทนตัวองค์
หญิงไว้หน่อย ไม่ว่าใครย่อมคิดไม่ถึงว่าองค์หญิง
ใหญ่ตัวจริงทรงหลบหนีไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้
ย่อมขจัดเภทภัยที่จะตามมาได้ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังแล้วใจสั่นสะท้าน
มีหรือจะไม่เคยคิดแผนการแบบนี้
เนื่องด้วยวิธีนี้จบปัญหาได้ในคราวเดียว ตัด
ความคิดที่จะตามหาเสิ่นจื่ออีของราชวงศ์ไปเสีย
เพียงแต่ปล้นชิงตัวคนยังพอทำเนา ทว่าผลัก
ไสตัวตายตัวแทนผู้บริสุทธิ์ให้ออกไปสิ้นชีพแทน
เสิ่นจื่ออีนั้น ประการแรกย่อมหาคนยาก ส่วน
ประการที่สองคือนางหักใจทำไม่ลง
มิหนำซ้ำ ตามความเข้าใจที่นางมีต่อเซี่ยเวยอ
ย่างผิวเผินในชาติก่อน…
เจียงเสวี่ยหนิงเงยหน้ามองเจี้ยนซู ถามว่า
“เกรงว่าคงยังกล่าวไม่จบกระมัง การอภิเษก
สมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีเกี่ยวพันถึงการเจรจา
เพื่อสันติของสองแว่นแคว้น เกี่ยวพันโยงใย
สลับซับซ้อน ในเมื่อเซียนเซิงเองก็เห็นด้วยกับ
แผนชิงตัว แล้วไหนเลยจะยอมปล่อยโอกาสดีดุจ
ฟั้าประทานเช่นนี้ไป ยามนั้นหากต้องการชิงคน
และ ‘ปลงพระชนม์’ องค์หญิง เกรงว่าไม่เพียง
ต้องให้คนปลอมตัวเป็นโจรภูเขา อีกทั้งยังต้องทิ้ง
เงื่อนงำที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ต๋าต๋าไว้บ้าง
เพื่อจงใจสร้างแผนลวง กระตุ้นความหวาดระแวง
กันระหว่างสองแคว้น กระทั่งว่ายังถึงขั้นก่อ
สงครามอีกด้วย”
เจี้ยนซูเงียบงันไม่เอ่ยวาจา
เจียงเสวี่ยหนิงกลับแน่นหน้าอก “เมื่อมี
สงครามก็จำเป็นต้องใช้กำลังทหาร เสือกระดาษ
อย่างตระกูลเซียวอ่อนแอไม่ได้ความ เมื่อเกิด
วิกฤติทางการทหาร แม้ว่าราชสำนักจะเปล่งเสียง
วิพากษ์วิจารณ์ ฮ่องเต้เองก็ไม่ยินยอม แต่อย่างไร
เสียคงต้องเรียกระดมพลเร่งด่วน ทั้งนายทหาร
เก่าจากแดนไกล และใช้งานขุนนางผู้ซื่อสัตย์กล้า
หาญใหม่อีกครา”
เมื่อเป็นเช่นนี้พวกหย่งอี้โหวก็จะกลับมา!
เจี้ยนซูคาดไม่ถึงเหลือเกินว่าเจียงเสวี่ยหนิง
จะคิดถึงขั้นนี้ได้ แทบไม่ต่างจากแผนการของ
เซียนเซิงเมื่อวานเลย!
เจียงเสวี่ยหนิง “ใช่หรือไม่”
เจี้ยนซูไม่ตอบ เพียงก้มศีรษะแล้วเอ่ยว่า
“สรุปคือเซียนเซิงแจ้งว่าในเมื่อท่านขอความ
ช่วยเหลือจากเซียนเซิง เช่นนั้นเซียนเซิงก็จะให้
ความช่วยเหลือแก่คุณหนู ท่านวางแผนส่วนของ
ท่าน เซียนเซิงวางแผนส่วนของเซียนเซิง มิได้เป็น
อุปสรรคต่อกันขอรับ”
“…”
ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็
หัวเราะออกมา
เมื่อเทียบกับแผนการใหญ่ของเซี่ยเวยแล้ว
นางช่างมีสายตาตื้นเขินและความคิดคับแคบ
หากนางแตกหักกับเซี่ยเวย การช่วยเหลือเสิ่นจื่อ
อีก็จะเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งยวด ทั้งยังไม่รู้อีกว่า
คนแซ่เซี่ยจะคอยปัดแข้งปัดขาอยู่เบื้องหลังหรือ
เปล่า ทว่าหากนางตกลง ทิศทางของเรื่องย่อม
ต่างจากที่นางคาดการณ์อยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็
มั่นใจว่าจะช่วยองค์หญิงใหญ่ได้แน่นอน
มิหนำซ้ำจวนโหว…
นางใช้ความคิด มิได้เอ่ยอะไรมากไปกว่านี้อีก
สุดท้ายกล่าวเพียงว่า “เซียนเซิงคิดอ่าน
รอบคอบ ย่อมเดินตามวิธีการของเซียนเซิง”
ต้องเตรียมการทุกสิ่งอย่างเร่งด่วน
การคัดเลือกพระชายาของหลินจืออ๋องเสิ่น
เจี้ยอึกทึกครึกโครมอยู่ช่วงหนึ่ง การเลือกพระ
ชายาเอกและพระชายารองพร้อมกันในคราเดียว
เองก็ทำให้ก่อเสียงวิจารณ์ในเมืองหลวงอยู่พัก
ใหญ่ นอกจากนี้เดือนสามยังมีงานศาลเจ้าและ
เทศกาลโคมไฟ ผู้คนออกมาเที่ยวชมธรรมชาติ
เหล่าราษฎรจะไปขอพรให้องค์หญิงใหญ่ซึ่งกำลัง
จะเดินทางไปอภิเษกสมรส ทั้งยังจัดงานเฉลิม
ฉลองหลายวัน…
แผนการใหญ่กำลังจะเปิดฉากภายใต้เปลือก
นอกอันแสนครึกครื้น
ช่วงเวลาแห่งการเตรียมการและรอคอยผัน
ผ่านรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ล่วงถึงวันก่อนการ
เดินทาง
ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่น
เพียงแต่ครั้นยกเลิกการเป็นพระสหายร่วม
ศึกษาที่ตำหนักเฟิงเฉิน เจียงเสวี่ยหนิงก็ไม่อาจ
หาเหตุผลเหมาะ ๆ เพื่อเข้าวังและไม่มีโอกาสพบ
หน้าเสิ่นจื่ออีอีกต่อไป ทว่านางไม่รีบร้อน สิ่งที่
สมควรตระเตรียมล้วนพร้อมสรรพ รอแค่ถึงวัน
ก่อนออกเดินทางไปอภิเษกสมรส นางก็จะเข้าวัง
ไปถวายพระพรลาพร้อมคนอื่น ถึงตอนนั้นค่อย
แจ้งแผนการและขั้นตอน ทุกสิ่งจะยังคงสมบูรณ์
แบบดั่งภูษาฟั้าไร้ตะเข็บดังเดิม
แต่ถึงกระนั้นเจียงเสวี่ยหนิงกลับคาดไม่ถึง
เป็นอย่างยิ่งว่า ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้จะเกิด
ความเปลี่ยนแปลงซึ่งนางไม่ทันตั้งตัว…
“วังหลวงเพิ่งส่งข่าวกลับมา แจ้งว่าเสียนเฟย
ทรงเสนอให้เปลี่ยนกองทัพอี่ว์หลินเป็นองครักษ์
รักษาพระองค์ทั้งหมดขอรับ” เจี้ยนซูมีส่วนร่วม
ชิงตัวช่วยเหลือองค์หญิงทุกขั้นตอน ยามนี้เผยสี
หน้าหนักอึ้งหน่อย ๆ กล่าวต่อไปว่า “เดิมทีมี
ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของจวนโหวอยู่ในกองทัพอี่ว์
หลินไม่น้อย และแทรกซึมเข้าไปโดยการจัดแจง
ของเซียนเซิงแล้ว รับรองได้ว่าการสับตัวระหว่าง
ทางย่อมปราศจากข้อผิดพลาด แต่เสียนเฟย
พยายามเสนอให้เปลี่ยนเป็นคนสนิทของฝั่าบาท
ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุผิดพลาด เมื่อเป็นเช่นนี้
หากต้องการใช้กลยุทธ์ปิดฟั้าข้ามทะเล
[1]สับเปลี่ยนองค์หญิงต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
เกรงว่าคงยากเหมือนขึ้นสวรรค์ นอกเสียจาก…”
เสียนเฟย เซียวซู!
นับตั้งแต่ชาติที่แล้วจวบจนชาติปัจจุบัน
สุดท้ายก็ยังต้องเป็นศัตรูกับคนผู้นี้อยู่ดี
นางเอ่ยว่า “นอกจากจะล้มเลิกแผน
สับเปลี่ยนตัวคนระหว่างทาง ในเมื่อองครักษ์ส่วน
พระองค์ไม่เคยพบองค์หญิง เช่นนี้ก็จำเป็นต้อง
สับเปลี่ยนตัวหลังจากองค์หญิงถวายพระพรลา
ในช่วงก่อนออกจากวังหลวง!”
“เป็นตามนั้นจริง เพียงแต่วิธีเช่นนี้ออกจะ
เสี่ยงอันตรายอยู่บ้าง มิหนำซ้ำ…”
เจี้ยนซูกล่าวถึงตรงนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขา
เจี้ยนซูถึงเอ่ยว่า “มิหนำซ้ำเซียนเซิงยังคิดว่า
การกระทำของเสียนเฟยครั้งนี้ผิดปกติ ประหนึ่ง
ทรงทราบเรื่องการปล้นชิงตัวเพื่อช่วยองค์หญิง
ทั้งยังทูลขอฝั่าบาทว่าต้องการเป็นผู้กำกับดูแล
งานอภิเษกสมรสขององค์หญิงใหญ่ด้วยตนเอง มี
ท่าทีคล้ายแฝงเจตนาต้องการตาต่อตาฟันต่อฟัน
กับท่านขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงเข้าใจแล้วว่าเขาต้องการพูด
อะไร
ความหมายของเซี่ยเวยคือเซียวซูมีเปั้าหมาย
ชัดเจน เสมือนรู้อยู่แล้วว่าใครคอยผลักดันอยู่
เบื้องหลังให้ตนต้องเดินทางไปอภิเษกสมรสเชื่อม
สัมพันธไมตรีแทนองค์หญิงใหญ่ และกังวลว่าที่
ผ่านมาเจียงเสวี่ยหนิงเคยเผยพิรุธหรือร่องรอย
อันใดหรือไม่
เจี้ยนซูถาม “การสับเปลี่ยนตัวภายในวัง
หลวงไม่อาจเทียบกับภายนอก อันตรายอย่างยิ่ง
คุณหนูรองหนิงจะ…”
“ไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงไฟสุมอก นางลุกพรวดพร้อม
เปล่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“นางถึงกับจะดูแลงานอภิเษกสมรสเชื่อม
สัมพันธไมตรีก็ถือว่ากล้าแท้! ข้าถือโอกาสมอบ
ของขวัญชิ้นใหญ่ให้นางสักชิ้นจะไม่ดีหรอกหรือ”
ขอดูแลงานด้วยตนเองเช่นนี้ หากเกิด
ข้อผิดพลาดต่อหน้าต่อตา ด้วยนิสัยของฮ่องเต้
สุนัขเสิ่นหลาง รับรองว่านางต้องได้เห็นดีแน่!
เช่นเดียวกับการถูกใส่ความคดีหยกหรูอี้
เจียงเสวี่ยหนิงไร้หลักฐานแต่กล้าสรุปว่าเซียวซู
อยู่เบื้องหลัง เซียวซูเองก็ย่อมพอจะสัมผัสได้ว่ามี
คนคอยโหมกระพือเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการ
อภิเษกสมรส ฉะนั้นหากจะสรุปเอาเองว่าเป็น
ฝีมือนางก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด
ผู้มีความสามารถและกล้าลงมือมีน้อยเสียยิ่ง
กว่าน้อย
เจียงเสวี่ยหนิงหวาดระแวงเซียวซู ในขณะที่
เซียวซูก็เป็นอริกับเจียงเสวี่ยหนิง ต่างฝั่ายต่าง
รู้อยู่แก่ใจ ทว่าต่อให้สงสัยกันก็ไม่ได้เอาเรื่องนี้มา
เป็นประเด็นให้ผู้บริสุทธิ์ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง!
เพียงคิดก็รู้แล้วว่าครั้งนี้เซียวซูหว่านแหครั้ง
ใหญ่รอให้นางเข้าไปติดกับ
แต่เจียงเสวี่ยหนิงยังอยากลองเสี่ยงสู้ดูสักตั้ง
เสี่ยงอันตรายเพราะเข้าตาจนก็ยังมีความหวัง
อยู่สามส่วน ทว่าหากหยุดเท่านี้จะทำให้ต้องทนดู
เสิ่นจื่ออีจบชีวิตในต่างแดน!
——————–
1. กลยุทธ์ปิดฟั้าข้ามทะเล เป็นหนึ่งในกลศึก
สามก๊ก ทำให้ศัตรูหย่อนความระมัดระวัง