คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 605 หายตัวไป
“ท่านอ๋อง พบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หยางชูดีใจมาก “ที่ไหน”
อาสวนรีบเข้ามาหารายงานด้วยตนเอง “ท่านอ๋อง พวกเราพบร่องรอยการต่อสู้ อีกฝ่ายดูเหมือนจะเป็นยอดฝีมือ และเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชา”
หยางชูเหมือนถูกทำลายความหวัง “พวกเจ้าไม่พบผู้ใดเลยหรือ”
อาสวนรู้สึกละอาย “ไม่พบเลยขอรับ”
พูดจบเขาก็จ้องมองทหารเขม็งรายงานอย่างไรให้ท่านอ๋องคิดว่าพบคนแล้ว ผิดหวังเสียเปล่า
หยางชูกุมขมับ เขาพยายามสงบสติอารมณ์ “ที่ที่พวกเจ้าพูดคือที่ใด นำทางไป!”
“ขอรับ”
ไม่นานหลังจากนั้น หยางชูก็มาถึงเนินเขา อาสวนชี้ไปที่ร่องรอยข้างทาง
“ท่านอ๋องดูนี่ขอรับ กิ่งไม้แห้งเหล่านี้ถูกหักซึ่งน่าจะเกิดจากผลกระทบจากกำลังภายใน และตรงนี้…”
ยิ่งหยางชูมองมากเท่าไรใบหน้าของเขาก็ยิ่งมืดครึ้มขึ้นเท่านั้น
ในตอนนั้นเองก็มีทหารตะโกนขึ้นว่า “ท่านอ๋อง มีของบางอย่างตกอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
หยางชูเดินไปอย่างรวดเร็ว “มันคืออะไร”
ทหารเก็บดอกไม้ผ้าจากซากกองไม้ “ดูเหมือนยังใหม่อยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ”
หยางชูมองแวบเดียวก็จำได้ “ดอกไม้ที่อาหว่านใส่ในวันนี้!”
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ในที่สุดก็เห็นหลุมที่อยู่ข้างๆ “ซากกิ่งไม้ดูเหมือนจะถูกดึงออกมาจากข้างใน พวกเจ้าค้นหาดูอย่างละเอียด!”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารหลายนายรีบช่วยกันค้นหา แม้แต่ก้อนหินทุกก้อนกิ่งไม้ทุกกิ่งก็ไม่ยอมปล่อยผ่าน และในที่สุดก็พบของอีกสองสิ่ง
เป็นเศษผ้า และถุงหอมใบเล็ก
หยางชูได้กลิ่นถุงหอมสีหน้าของเขายิ่งดูแย่ขึ้นไปอีก กลิ่นของถุงหอมนี้เหมือนกับตัวของหมิงเวยเป็นของที่นางใช้ประจำ
ส่วนเศษผ้านั้นดูคุ้นเคยเล็กน้อย แต่อาสวนจำขึ้นได้ก่อน “ดูเหมือนเป็นผ้าที่นักพรตจากเสวียนตูกวันใช้กันนะขอรับ”
“จี้เหว่ยงั้นหรือ” หยางชูไม่เข้าใจ “หรือว่าเขาก็อยู่ที่นี่ด้วย”
อาสวนกำลังจะพูด แต่ก็มีทหารเข้ามารายงาน “ท่านอ๋อง จี้ฮั่นหลินมาขอพบพ่ะย่ะค่ะ”
หมายถึงจี้หลิง หยางชูพูด “ไปเชิญเขามา”
จี้หลิงรีบเข้ามา และคำนับ “ท่านอ๋อง น้องหญิงหายไปหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หยางชูปลีกตัวออกไปพูดกับเขา “พี่ใหญ่ก็ทราบหรือ”
จี้หลิงพูด “เสียวอู่หายไปนานแล้วไม่กลับมากระหม่อมเลยสอบถามแม่นางเสี่ยวถง”
“หมายความว่าจี้เสียวอู่อยู่ที่นี่จริงๆ”
จี้หลิงเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ฟังคร่าวๆ “…หลังจากเสียวอู่ไป พวกเราก็รอข่าวในโรงน้ำชาจนถึงตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ”
หยางชูฟังจบเขาก็ไม่สามารถหวังโชคได้อีก
อาหว่าน จี้เสียวอู่ ทั้งสองคนรีบมาที่นี่แล้วหายตัวไปพร้อมกับหมิงเวย นั่นหมายความว่าคู่ต่อสู้ที่พวกเขาพบเจอนั้นแข็งแกร่งมาก
จากการคำนวณในตอนที่หมิงเวยหนีออกมาน่าจะถูกใครบางคนขัดขวางไว้จึงทำได้เพียงจุดพลุส่งสัญญาณ หยางชูสูดหายใจเข้าลึกๆ จิตใจของเขายุ่งเหยิงจนไม่สามารถสงบลงได้เลย
จี้หลิงเห็นอย่างนั้นก็พูดว่า “ท่านอ๋อง ทั้งสามได้หายสาบสูญไปพร้อมๆ กัน แสดงว่าคู่ต่อสู้แข็งแกร่งมาก ตอนนี้ท่านอ๋องมีหลายอย่างที่ต้องทำพวกเราเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดีกว่าหรือไม่ ”
หยางชูตกใจ “ผู้ใดกัน”
“ท่านราชครูพ่ะย่ะค่ะ”
หยางชูตบหัวอย่างแรง “ข้าลืมไปได้อย่างไร! ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือด้านเคล็ดวิชาก็ต้องให้เขาช่วยถึงจะถูก”
พูดจบเขาก็หันไปตะโกนว่า “อาสวน รีบไปที่เสวียนตูกวันไปเชิญท่านราชครูมา!”
“ขอรับ”
หยางชูกล่าวอย่างจริงใจ “โชคดีที่พี่ใหญ่ช่วยเตือนสติขอบคุณท่านมาก”
จี้หลิงโบกมือ “เสียวอู่กับน้องหญิงหายตัวไปกระหม่อมย่อมต้องช่วยอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสวียนตูกวันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ไม่นานเสวียนเฟยก็เดินทางมาถึง
หยางชูเดินเข้าไปรับแล้วถามเขาว่า “ศิษย์พี่ของข้าล่ะ เรื่องใหญ่เช่นนี้เหตุใดเขาไม่มาด้วย”
เสวียนเฟยมองเขาด้วยความแปลกใจ “พี่หนิงกลับไปยังที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่ ท่านไม่รู้หรือ”
“ที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่งั้นหรือ” หยางชูแปลกใจ “เขามีบ้านเก่าด้วยหรือ”
“เป็นภูเขาที่เขา และอาจารย์เคยอาศัยอยู่”
หยางชูพูด “เขาไปตั้งแต่เมื่อไร เหตุใดถึงไม่บอกข้าเลย”
“ไปหลังปีใหม่” เสวียนเฟยถามเขา “ท่านไม่ได้ไปหาเขามานานแล้วหรือ เขาทิ้งจดหมายไว้ให้ท่านด้วย”
“…” หยางชูยกมือปิดหน้า
เสวียนเฟยคิดในใจโชคดีที่หนิงซิวไม่รู้ ไม่อย่างนั้นคงอยากโยนศิษย์น้องผู้นี้ทิ้งไปซะ เขาพูดขึ้นว่า “พี่หนิงบอกว่าเขาอาจจะเข้าใจความหมายของฉือจงจิง จึงอยากกลับไปตรวจสอบ”
“อ้อ” หยางชูลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว ตาแก่คนนั้นตายแล้วทิ้งปริศนาไว้ให้แก้ หากเป็นเคล็ดวิชาลับที่ไม่สืบทอด ถ้ามันจะลึกลับเพียงนั้นก็สมควรที่จะหายไป
“จริงสิ ท่านกับหมิงเวยมีความรู้สึกถึงกัน ท่านรู้สึกอะไรบ้างหรือไม่”
เสวียนเฟยพูด “รู้สึก แต่ข้าเป็นฝ่ายที่ถูกลงคาถา ความสามารถในการรับรู้ถึงนางค่อนข้างอ่อนยิ่งไปกว่านั้นนางปกปิดอารมณ์ได้ดีมาก โดยพื้นฐานแล้วไม่รู้สึกถึงอะไรเลย”
“ไอหยา ข้าไม่สนแล้ว ท่านช่วยข้าดูหน่อยว่ามียอดฝีมือด้านเคล็ดวิชามาที่นี่หรือไม่ และสามารถหาเบาะแสเพื่อติดตามได้หรือไม่” เสวียนเฟยไม่ล่าช้าอีกต่อไป และตรวจสอบอย่างระมัดร ระวัง
ยิ่งเขามองสีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่ เขาแตะนิ้วคำนวณครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วแน่น
หยางชูอดไม่ได้ที่จะถาม “เป็นอย่างไรบ้าง”
เสวียนเฟยพูด “นางน่าจะถูกคนล่อลวงมาที่นี่ ค่ายกลนี้ลึกลับมาก เป็นการใช้การไหลเวียนของหยินหยางปิดกั้นเส้นทางของนางเพื่อล่อลวงนางมาที่นี่ เมื่อมาถึงตรงนี้ทั้งสองก็มีการปะทะ ะกัน”
เขาเดินไปตามทางสักพักแล้วหยุด “ท่านดูบริเวณโดยรอบทั้งสองต่อสู้กันและดูเหมือนแม่นางหมิงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบพูดได้ว่านางกำลังแพ้ พลังหยินหยางบริเวณนี้จึงถูกทำลาย แต่อีก ฝั่งหนึ่งกลับพลังเต็มเปี่ยม”
“เป็นไปได้อย่างไร” หยางชูไม่เชื่อ “มีผู้ใดที่แข็งแกร่งกว่านางด้วยหรือ”
เสวียนเฟยพูด “คำถามนี้ข้าไม่สามารถตอบได้เท่าที่ข้ารู้เสวียนเหมินที่มีอยู่ในตอนนี้ มียอดฝีมือเพียงไม่กี่คนที่แข็งแกร่งกว่านาง พวกเขาล้วนเป็นผู้เฒ่าที่ไม่มีทางเข้าสู่ทาง งโลกง่ายๆ จะบอกว่าออกจากเขาเพื่อจัดการกับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งข้าไม่มีทางเชื่อ”
“แต่นางหายตัวไป ท่านหาเบาะแสได้หรือไม่” เสวียนเฟยยังคงเดินไปข้างหน้า และในที่สุดก็หยุดอยู่ไม่ไกลจากหลุม
“ตรงนี้ พวกเขาปะทะกันอีกครั้งกล่าวอีกนัยหนึ่งคือเป็นการต่อสู้เพียงฝ่ายเดียว แม่นางหมิงไม่มีแรงที่จะตอบโต้ได้”
หยางชูรู้สึกประหม่า “สถานการณ์ของนางเป็นอย่างไรบ้าง”
“น่าจะยังมีชีวิตอยู่” เสวียนเฟยชี้ไปที่หลุม “ในเมื่อนางซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก็หมายความว่านางรักษาชีวิตไว้ได้”
หยางชูถอนหายใจยาว “แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“หลังจากนั้น…” เสวียนเฟยมีสีหน้างงงวย “มันแปลกเล็กน้อย หากเป็นการต่อสู้เพียงฝ่ายเดียว นางไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่มันเหมือนกับว่านางพ้นจากอันตรายชั่วคราวจึงพักอยู่ที่ นี่สักพัก”
“อะไรคือพ้นจากอันตรายชั่วคราวท่านหมายความว่าผู้ที่ทำร้ายนางจากไปแล้วหรือ”
เสวียนเฟยครุ่นคิด “ข้ามีความรู้สึกว่าผู้ที่ลักพาตัวนางไปไม่ใช่ผู้เดียวกับผู้ที่ทำร้ายนาง”
หยางชูตกตะลึง “มีคนอื่นมาด้วยงั้นหรือ”
เสวียนเฟยพยักหน้า “ข้าได้กลิ่นผงยาแปลกๆ ราวกับว่ามีผู้อื่นมา”
ผงยา…เวินซิ่วอี๋!
หยางชูหันศีรษะ และตะโกนว่า “อาสวน ค้นหาทางใต้โดยเฉพาะด่านทางไปแคว้นฉู่!”