คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 616 บุพเพร้าย
ฮูหยินผู้เฒ่าสวดมนต์พลางพูดว่า “เป็นเรื่องดีที่ช่วยชีวิตคนได้แล้วเกิดอะไรขึ้นที่ท่าเรือ”
พ่อบ้านจี๋ตอบกลับ “ข้าน้อยสอบถามคุณชายที่ตกน้ำเขาบอกว่าไม่รู้ว่าเรือไฟไหม้ได้อย่างไร ตอนนี้ไฟเริ่มมอดแล้วน่าจะไม่เป็นไรขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วถามอีกว่า “แล้วเจ้าช่วยผู้ใดมาไว้ใจได้หรือไม่”
“เป็นสองพี่น้องขอรับ อายุประมาณสิบแปดสิบเก้าบอกว่ามาท่องยุทธภพ แต่ข้าน้อยดูแล้วไม่น่าเชื่อเท่าไรนัก”
“ทำไมล่ะ”
พ่อบ้านจี๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “รูปงามเกินไปขอรับ ผิวบอบบางเช่นนั้นจะมาท่องยุทธภพได้อย่างไร คุณชายท่านนั้นพูดจาไม่เหมือนกับเป็นนักพรตนัก ดูระมัดระวังไม่ค่อยไว้ใจผู้ใดถึงได้พูดออกไปเช่นนั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม “นี่ก็ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วเป็นเรื่องปกติที่จะระมัดระวังยามไปบ้านผู้อื่น ช่างเถอะ ให้พวกเขาพักที่นี่หนึ่งคืนแล้วค่อยถามพวกเขาว่ารุ่งเช้าจะไปที่ใด”
พ่อบ้านจี๋โค้งคำนับตอบรับ “ยังเหลืออีกสองชั่วยามก่อนรุ่งสางฮูหยินผู้เฒ่าพักผ่อนเถอะขอรับ วันรุ่งขึ้นก็ถึงจวนแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “จะหลับลงได้อย่างไรพอหลับก็ฝันถึง…เฮ้อ! ข้าทำความดีมาทั้งชีวิตไม่เคยทำความชั่วไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร”
พ่อบ้านจี๋ปลอบโยน “รอกลับถึงจวนให้บรรพบุรุษคุ้มครอง ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาแล้วขอรับยิ่งไปกว่านั้นคุณชายรองได้ตามหาผู้วิเศษเพื่อท่านอีกไม่ช้าเขาคงกลับมา”
…………
อีกด้านหนึ่งจี้เสียวอู่ก็ได้อาบน้ำอย่างมีความสุขหลังจากผ่านไปหลายวัน เขารู้สึกสบายจนทุกรูขุมขนส่งกลิ่นหอมออกมา เขาสวมเสื้อผ้าที่สาวใช้นำมาให้และพบกับหมิงเวยซึ่งไปอาบน้ำเช่นกัน
“พวกเราต้องค้างที่นี่หนึ่งคืนจริงๆ หรือ”
หมิงเวยตอบกลับ “อีกสองชั่วยามก็จะรุ่งสางแล้วหากพวกเราไปตอนนี้คนอื่นจะสงสัยเอาได้เจ้าค่ะ”
“แต่สถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้การอาศัยอยู่ในบ้านของคนอื่นมันรู้สึกไม่สบายใจเท่าใดนัก”
หมิงเวยให้ความมั่นใจกับเขา “พี่ห้าไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ อีกแค่สองชั่วยามเท่านั้น เราจะออกเดินทางตอนรุ่งสาง”
จี้เสียวอู่คิดว่าก็จริงอย่างที่นางพูดมา แต่คำพูดที่ได้ยินทำให้เขาไม่พอใจ
“ข้าไม่ได้กลัว แค่ระวังตัวเท่านั้น!”
“ได้ๆ เจ้าค่ะ” หมิงเวยกลั้นหัวเราะ “รีบเข้านอนกันเถอะ ตอนนี้พวกเราสูญเสียกำลังภายใน ต้องรักษากำลังกายเอาไว้เจ้าค่ะ”
“อืม” จี้เสียวอู่ถามอีกว่า “พวกเราจะฟื้นตัวใช่หรือไม่”
หมิงเวยอธิบายอย่างอดทน “ก่อนหน้านี้พวกเราได้รับบาดเจ็บสาหัสทำได้เพียงอาศัยกำลังภายในฟื้นฟูชีพจรเจ้าค่ะ ไม่สามารถรักษาจุดสำคัญได้รอให้พวกเราพ้นจากอันตรายก่อนแล้วค่อยไปหาซื้อยา ทานไปสักพักเดี๋ยวก็ดีขึ้น” จี้เสียวอู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ท่านพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ อย่างไรงูขาวก็ตื่นแล้วคืนนี้ให้มันเฝ้ายามไป”
“เข้าใจแล้ว” สองพี่น้องกลับห้องพักเพื่อพักผ่อน
สองชั่วยามผ่านไปในพริบตา หลังจากที่พวกเขาแต่งตัว และรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วพ่อบ้านจี๋ก็มาหา
“พ่อบ้านจี๋” จี้เสียวอู่โค้งคำนับเขา “พวกเรากำลังจะไปบอกลาท่านพอดีเลย”
“ท่านทั้งสองจะไปแล้วหรือ” พ่อบ้านจี๋ถามด้วยรอยยิ้ม
จี้เสียวอู่ยิ้ม “เจ้านายของท่านแค่ผ่านทางมาที่นี่ พวกเราจะอยู่นานได้อย่างไร เพียงแต่ตอนนี้เราไม่มีอะไรจะตอบแทนแล้วน้ำใจนี้คงต้องรอวันข้างหน้า”
พ่อบ้านจี๋โบกมือแล้วพูดว่า “คุณชายไม่ต้องเกรงใจ ฮูหยินผู้เฒ่าของพวกเราไหว้พระมานานหลายปี เป็นคนมีเมตตาเมื่อเห็นไฟที่ท่าเรือก็ให้พวกเราไปดูถึงได้สามารถช่วยชีวิตท่านทั้งสองได้ถือว่าเป็นโชคดีไม่จำเป็นต้องใส่ใจไป”
“ฮูหยินผู้เฒ่าช่างมีเมตตาจริงๆ” จี้เสียวอู่ลังเล และถาม “พวกเราอยากจะขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าด้วยตนเองไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่”
พ่อบ้านจี๋กำลังจะพูด แต่ก็มีสาวใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา และตะโกนว่า “พ่อบ้านจี๋ แม่นางซิ่วอี๋มาแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกให้ท่านไปต้อนรับ!”
พ่อบ้านจี๋ตอบกลับแล้วพูดกับจี้เสียวอู่ว่า “คุณชายโปรดรอสักครู่ ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการเดี๋ยวจะไปถามฮูหยินผู้เฒ่าให้”
ตอนที่จี้เสียวอู่ได้ยินคำว่าแม่นางซิ่วอี๋ ใบหน้าของเขาแข็งค้าง ตอนนี้เขาทำได้แค่ฝืนยิ้ม และคำนับให้อีกฝ่าย “เชิญท่านตามสบาย”
ทันทีที่พ่อบ้านจี๋จากไปจี้เสียวอู่คว้าตัวหมิงเวย และพูดอย่างกังวลว่า “ที่เขาพูดถึงใช้เวินซิ่วอี๋หรือไม่ นางมาได้อย่างไรฟังดูเหมือนจะคุ้นเคยกับคนที่นี่! เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี”
หมิงเวยครุ่นคิดแล้วตอบไปว่า “รอเดี๋ยวเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่เห็นนางเดินออกจากห้องแล้วพูดกับสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ข้างนอกว่า “ท่านป้าเจ้าคะ ข้าโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนที่นี่ แต่กลับลืมถามที่มาไม่ทราบว่าเจ้าของที่นี่เป็นผู้ใดหรือ”
สาวใช้ตอบว่า “นายของพวกเราเป็นคหบดีชนบทของที่นี่ แต่คนที่ช่วยชีวิตแม่นางคือแขกที่อาศัยอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ หากพูดถึงตระกูลของเขาท่านต้องรู้จักแน่นอนเพราะเป็นคนตระกูลถังจากอี๋ตู” หมิงเวยกล่าวขอบคุณแล้วเดินกลับห้อง
จี้เสียวอู่ตกใจ “ตระกูลถังจากอี๋ตูงั้นหรือ เวินซิ่วอี๋เกี่ยวข้องกับตระกูลนี้จริงหรือนี่”
หมิงเวยเดาได้นานแล้วว่าศิษย์พี่ที่นางพูดถึงหมายถึงคุณชายรองจากตระกูลถัง ตอนนี้จึงไม่ตกใจแต่อย่างใด เพียงแค่ปวดหัวกับบุพเพร้ายในครั้งนี้
หลังจากหลบหนีมาได้อย่างยากลำบากพวกเรากลับได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลถัง
“ทำอย่างไรดี” จี้เสียวอู่ถามนาง
หมิงเวยพูด “หากวรยุทธ์ยังอยู่ พวกเราคงอาศัยโอกาสนี้หลบหนีไปได้ แต่…”
ถึงตอนนี้พวกเขาจะหลบหนีไปได้ แต่ถ้าถูกค้นพบก็พาตัวกลับมาง่ายเช่นกัน
“ไม่ต้องกังวล ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดในตอนนี้คือการหลบหนีที่เสียเปล่า” หมิงเวยครุ่นคิด “พวกเรามาตั้งสติกันก่อนแล้วไปหาข่าวกันเจ้าค่ะ”
นางเดินออกจากบ้านราวกับว่ากำลังไปเดินเล่นตามใจชอบ ออกจากประตูลานแล้วก็ไปเดินเล่นบริเวณรอบๆ หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เห็นสาวใช้สองคนยืนคุยอยู่ตรงทางเดิน
หมิงเวยกำลังจะเข้าไปถาม แต่ได้ยินคนหนึ่งพูดว่า “ได้ยินว่าแม่นางซิ่วอี๋มาถึงแล้ว เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ฮูหยินผู้เฒ่าพักที่นี่หนึ่งคืนเลยทำให้ได้พบกัน”
อีกคนพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเล็กน้อย “ผู้ใดจะรู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริงหรือไม่ ที่นางมาประจบฮูหยินผู้เฒ่าไม่ใช่แค่วันสองวันนี้เสียหน่อย”
คนก่อนหน้ารีบดึงนางแล้วกระซิบ “เจ้าอยากตายหรืออย่างไร! หากแม่นางซิ่วอี๋โกรธขึ้นมา…”
คนผู้นั้นพูดว่า “ข้าพูดที่นี่จะไปกลัวอะไรอีกอย่างมันก็เป็นความจริงไม่ใช่หรือ”
“มันก็ใช่ แต่ว่า…”
“ไอหยา พี่สาวอย่ากังวลไปเลย ถึงแม่นางซิ่วอี๋จะอารมณ์ร้อน แต่ข้าไม่คิดว่านางจะกล้าทำอะไรพวกเรา หากยังอยากเป็นสะใภ้ตระกูลถังจริงหรือไม่”
ดูเหมือนสาวใช้คนนั้นถูกเกลี้ยกล่อมสำเร็จถึงพูดคล้อยตามไปว่า “แม่นางซิ่วอี๋เกรงว่าจะไม่สมปรารถนา ฮูหยินผู้เฒ่าต้องการหลานสะใภ้ที่มาจากตระกูลที่ดี ถึงแม้นางจะพอมีสถานะ แต่นางมาจากที่นั่น…”
ที่นั่นคงหมายถึงเสวียนเหมินต่อให้เป็นยอดฝีมือจากสำนักที่เก่งกาจเพียงใด แต่สำหรับพวกขุนนาง หรือตระกูลสูงศักดิ์แล้วพวกเขาไม่อยู่ในสายตาเลย
“ข้าเห็นว่าคุณชายรองไม่ได้ดูจะสนใจนางเท่าไรนัก ไม่อย่างนั้นเหตุใดคุณชายที่อายุยี่สิบปีแล้วถึงไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ ด้วยวัยนี้เขาก็ไม่ใช่เด็กแล้ว”
“มันก็จริง หากคุณชายรองชอบนางจริงคงไปพูดต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว แต่เจ้าก็เห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้อยากเจอนางเท่าไรนัก…”
หมิงเวยเกิดความคิดขึ้นมาหมายความว่าความสัมพันธ์ของเวินซิ่วอี๋กับตระกูลถังไม่ได้ดีเช่นนั้นหรือ
อ้อ ควรพูดว่าเวินซิ่วอี๋ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนั้นทั้งสองฝ่ายก็ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันดีๆ…
หมิงเวยได้ยินสาวใช้พูดอีกว่า “เหตุใดยังไม่ออกเดินทางอีกล่ะ ข้าวของก็เก็บเรียบร้อยแล้ว”
อีกคนพูดว่า “เมื่อครู่ข้าได้ยินที่เรือนนู้นพูดว่าเมื่อคืนอาการของฮูหยินผู้เฒ่ากลับมาอีกแล้ว ถึงได้ตื่นขึ้นมาหลังจากหลับไปได้หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นนางก็ไม่ได้นอนอีกเลย พ่อบ้านจี๋สั่งให้คนต้มชาสมุนไพรให้ฮูหยินผู้เฒ่าดื่มก่อนออกเดินทาง”
…………………