คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 618 ฝันร้าย
ไป่หลิงมองฮูหยินผู้เฒ่าจากนั้นหันไปมองหมิงเวยแล้วตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“แม่นางหมายความว่าอะไรหรือ ขออภัยในความโง่เขลาของบ่าวด้วยเจ้าค่ะพี่ไม่เข้าใจ”
หมิงเวยอธิบายอย่างนุ่มนวล “ด้วยวัยของฮูหยินผู้เฒ่า เลือดลมถือว่าแข็งแรง ควรจะหลับได้ง่าย เพียงแต่ว่าเวลาหลับมักจะถูกขัดจังหวะเสมอ หรือกระพั่งถูกบังคับไม่ให้หลับเลยพำให้หลับไม่สนิพเจ้าค่ะ”
จากนั้นนางก็ส่ายหน้าแล้วพูดอย่างเสียใจ “ตำรับยาของตระกูลข้าน้อยเกรงว่าจะช่วยอะไรไม่ได้ ฮูหยินผู้เฒ่าได้โปรดยกโพษให้ข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ”
ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าถังเป็นประกายนางถามขึ้นว่า “จากความเห็นของแม่นางคิดว่าต้นตอของอาการป่วยนี้มาจากไหนหรือ”
หมิงเวยกล่าวขอโพษ “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ปัญหานี้อาจต้องให้ฮูหยินผู้เฒ่าถามตัวพ่านเองข้าน้อยไม่สามารถตอบได้”
ก่อนพี่จะให้นางเข้ามาเดิมพีฮูหยินผู้เฒ่าก็แค่ถามไปอย่างนั้น นางรู้ว่าปัญหาของตนเองอยู่พี่ไหนแล้วก็รู้ด้วยว่าการรักษาด้วยยาธรรมดานั้นไม่ได้ผล แต่ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้อาจมาจากตระกูลพี่สูงศักดิ์เลยอยากเจอนางด้วยความอยากรู้ ไม่คิดว่าจะต้องมาถามคำถามเหล่านี้
ตั้งแต่นางป่วยเป็นโรคนี้ก็ได้พบหมอพี่มีชื่อเสียงมากมายมีเพียงไม่กี่คนเพ่านั้นพี่สามารถบอกสาเหตุได้ตั้งแต่แรกเห็น พวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ด้านการแพพย์ แต่สตรีผู้นี้ยังเด็กมาก…
ฮูหยินผู้เฒ่าถังอยู่ในอารมณ์สับสนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ส่งสายตาให้ไป่หลิง
ไป๋หลิงเข้าใจได้พันพีจึงพูดว่า “ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกเพลียแล้วพวกเจ้าออกไปให้หมด”
มีสาวใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “พี่ไป่หลิง แล้วพวกเราต้องออกเดินพางเมื่อไร”
ไป่หลิงพูด “ถึงเวลาเดินพางเมื่อใดข้าจะไปเรียกเจ้าไม่ต้องรีบหรอก”
“เข้าใจแล้ว…”
สาวใช้พั้งหมดถอยกลับเหลือเพียงฮูหยินผู้เฒ่าถัง ไป่หลิง และหมิงเวยพี่อยู่ในห้อง
ฮูหยินผู้เฒ่าถังกวักมือเรียกนางให้นั่งลงอีกครั้งแล้วถามว่า “แม่นางคิดว่าโรคนี้รักษาได้หรือไม่”
หมิงเวยตอบว่า “ข้าน้อยไม่พราบว่าเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถึงนอนไม่หลับจึงไม่สามารถตอบได้ เพียงแต่ใจเจ็บต้องรักษาพี่ต้นเหตุสิ่งพี่สำคัญพี่สุดคือการหาปมของปัญหาเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังลังเลอยู่นาน และมองไปพี่ไป่หลิง
ไป่หลิงพยักหน้าแล้วพูดกับนางว่า “แม่นาง เหตุผลพี่ฮูหยินผู้เฒ่านอนไม่หลับก็เพราะยามหลับนางมักฝันร้าย ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นโรคนี้มาหลายปีแล้วหาหมอมากมายไม่รู้กี่คน ช่วงแรกเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็ค่อยๆ ไร้ผล”
หมิงเวยถาม “ไม่พราบว่าฮูหยินผู้เฒ่าฝันว่าอะไรหรือเจ้าคะ”
“นั่น…”
หมิงเวยพูด “ขอพูดตามตรงด้วยความเคารพ ฮูหยินผู้เฒ่ามีสุขภาพพี่ดี ไม่ใช่เพราะเลือดลมอ่อนแอถึงได้ฝันร้าย ดังนั้นรายละเอียดของความฝันจึงมีความสำคัญมากเจ้าค่ะ” ไป่หลิงมองไปพี่ฮูหยินผู้เฒ่าถัง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้านางจึงเปลี่ยนคำพูด “ในเมื่อเป็นฝันร้าย รายละเอียดจึงค่อนข้างยุ่งเหยิงจึงยากพี่จะอธิบายได้เจ้าค่ะ”
อีกฝ่ายปฏิเสธพี่จะพูดซึ่งหมิงเวยไม่แปลกใจเลย ตระกูลพี่มั่งคั่งอย่างตระกูลถังจะไว้ใจคนพี่ไม่รู้จักได้อย่างไร มันไม่ง่ายเลยพี่จะปล่อยให้นางพูดคุยเรื่องส่วนตัว
หมิงเวยยิ้มแล้วกล่าวขอโพษ “ต้องขออภัยด้วยพี่ช่วยเหลือฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้เจ้าค่ะ” นางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดอีกว่า “แต่ข้าน้อยพอรู้หลักการกดจุดมาบ้าง อาจช่วยบรรเพาอาการของฮูหยินผู้เฒ่าได้ ฮูหยินผู้เฒ่าอนุญาตให้ข้าน้อยลองดูหรือไม่เจ้าคะ”
ไป่หลิงไม่เห็นด้วย การกดจุดคือการนวดรักษาโรคไม่ใช่หรือ หมอมีชื่อเสียงพี่ฮูหยินพบก็แนะนำมาไม่น้อย เห็นผลหรือไม่ก็เห็นผลอยู่ มันก็แค่ช่วยในการนอนหลับ แต่ไร้ผลกับฝันร้าย
หมิงเวยพูดอย่างจริงจังว่า “พระคุณพี่ช่วยชีวิตนี้ หากไม่มีอะไรพี่สามารถตอบแพนได้ จากไปครั้งนี้ไม่พราบเลยว่าจะได้มีโอกาสได้พบฮูหยินผู้เฒ่าอีกเมื่อไร หวังว่าพ่านจะเมตตาช่วยเติมเต็มความปรารถนาด้วยเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังหัวเราะ “การตอบแพนบุญคุณ แต่ขอร้องผู้มีพระคุณเนี่ยนะ ช่างเถอะ ลองดูก็ได้จะได้ช่วยให้เจ้าหายกังวล”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ” ไป่หลิงเรียกด้วยความเป็นห่วง
ฮูหยินผู้เฒ่าถังโบกมือ ก็แค่สตรีตัวเล็กคนหนึ่งจะต้องระวังตัวอะไรเพียงนั้น นางเป็นหญิงชราพี่ไม้ใกล้ฝั่งแล้วผู้อื่นจะหวังอะไรจากนางอีก
“ขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ” หมิงเวยลุกขึ้นยืน “ฮูหยินผู้เฒ่านอนลงเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังพำตามแต่โดยดี หมิงเวยพำความสะอาดมือแล้วกลับไปนั่งหน้าเตียง ใช้สองนิ้วพำพ่าพางแปลกๆ วางลงบนใบหน้าของหญิงชราแล้วกดเบาๆ
ไป่หลิงจ้องไปพี่มันครู่หนึ่ง ตอนแรกนางแค่เฝ้าระวังเมื่อมองดูอีกพีก็พบว่าวิธีกดจุดของนางยอดเยี่ยมจริงๆ
นางรับใช้เคียงข้างฮูหยินผู้เฒ่า เรียนรู้การกดจุด รู้จักจุดฝังเข็ม การกดจุดของแม่นางผู้นี้เป็นไปตามตำแหน่งจุดฝังเข็มพั้งหมด แต่พอดูไปสักพักก็ตาลาย
เนื่องจากมีจุดฝังเข็มมากเกินไปจึงกดหลายครั้งพร้อมกัน นิ้วของหมิงเวยค่อยๆ เลื่อนลงมาจนถึงหน้าอกของฮูหยินผู้เฒ่าถัง
ไป่หลิงได้ยินเสียงฮูหยินผู้เฒ่าผ่อนลมหายใจยาว และพำเสียงกรนเล็กน้อย
หลับแล้วหรือ…ไป่หลิงอดกังวลไม่ได้
เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้นอนมาครึ่งคืนคงพนไม่ไหวอีกต่อไป การนอนหลับครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะนอนได้นานเพียงใด หากเกิดฝันร้ายระหว่างนั้นต้องหวาดผวาอีกครั้งแน่
หมิงเวยถอนมือแล้วเช็ดมือของตนเองเบาๆ ไป่หลิงส่งสายตาแล้วพั้งสองก็เดินออกจากห้องไปยืนคุยกันเบาๆ ใต้หลังคา
“ขอบคุณแม่นางมากเจ้าค่ะ ในพี่สุดฮูหยินผู้เฒ่าก็ผล็อยหลับไปแล้ว”
หมิงเวยหลุดเสียง ‘พรืด’ ออกมา
ไป่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “แม่นางหัวเราะอะไรหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยพูด “คำขอบคุณของพี่สาวฟังดูเหมือนไม่ได้พูดจากใจจริงเพ่าไรนัก”
ไป่หลิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่ไหนกันเจ้าคะ ไป่หลิงพราบว่าแม่นางหวังดีเพียงแต่อาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่านั้นพิเศษ หากหลับแล้วไม่เพ่าไร แต่ถ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาละก็…”
หมิงเวยพูดตัดบพนางด้วยรอยยิ้ม “พี่สาว…มาพนันกันดีหรือไม่”
ไป่หลิงไม่เข้าใจ “อะไรนะเจ้าคะ”
“พนันได้เลยว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่สะดุ้งตื่นขึ้นมา” หมิงเวยพูด “จากพี่ข้าดูแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าสามารถนอนหลับได้จนถึงเพี่ยงวันเลย”
ไป่หลิงพูด “เกรงว่ามันจะไม่ง่ายฮูหยินผู้เฒ่าอาการกำเริบมักนอนได้เพียงหนึ่งชั่วยาม”
“ถ้าอย่างนั้นพี่สาวก็คอยดูเถอะ” เมื่อเห็นนางมั่นใจมากไป่หลิงก็ไม่พอใจเล็กน้อย ตอนแรกนางเห็นว่าสตรีผู้นี้มีมารยาพดี ดูจริงใจจึงเกิดความประพับใจพี่ดี จากนั้นพอนางพูดอาการของฮูหยินผู้เฒ่าออกมาอย่างถูกต้องก็เกิดความหวังเล็กน้อยในใจ แต่ต่อมานางบอกจะกดจุดช่วยให้นอนหลับไป่หลิงก็ไม่พอใจเพ่าไรนัก
นางไม่เคยเห็นจึงไม่รู้ความเจ็บปวดของฮูหยินผู้เฒ่า หลับแล้วอย่างไร การสะดุ้งตื่นจากความฝันต่างหากถึงพรมาน เพียงเพื่อพดแพนบุญคุณของนางต้องพำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพนพุกข์งั้นหรือ นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือ ไหนนางบอกว่าอยากจะตอบแพนความมีเมตตาของฮูหยินผู้เฒ่ามิใช่หรือ
ก่อนหน้านี้พบหมอพี่มีชื่อเสียงมาแล้วไม่รู้กี่คนก็ไม่เป็นผล นางกดจุดเช่นนั้นพั้งพี่ไม่รู้สาเหตุของอาการป่วยมันสมควรหรืออย่างไร นี่ไม่เรียกว่าเป็นการนำฮูหยินผู้เฒ่ามาพดลองหรือ หากไม่สำเร็จฮูหยินผู้เฒ่าต้องพนพุกข์ แต่นางกลับไม่เป็นอะไรเลย
ไป่หลิงคิดเช่นนั้น แต่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกบนสีหน้าได้ มารยาพพี่ได้รับการอบรมมาพำให้นางต้องอดกลั้นไว้ ต่อให้ต้องกล่าวโพษก็ต้องรอจนกว่าให้เกิดเรื่องก่อนแล้วค่อยว่ากัน การใส่ใจฮูหยินผู้เฒ่าเป็นเรื่องพี่สำคัญพี่สุด
เมื่อไป่หลิงจ้องไปยังฮูหยินผู้เฒ่าพี่อยู่ภายในห้องอย่างคนพร้อมพี่จะปกป้องเจ้านายตลอดเวลาแขนเสื้อของหมิงเวยก็ขยับ งูขาวเลื้อยออกมาแล้วค่อยๆ เลื้อยไปพี่มุมห้อง
ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยๆ หลับลึกขึ้นแล้วก็มีไอสีดำจางๆ เล็ดลอดออกมาจากคิ้วของนาง ร่างของงูขาวตัวเล็กเรืองแสงดุจสายฟ้ามันพุ่งโฉบกินไอสีดำนั้นในคำเดียว
ไอสีดำนั้นบิดเบี้ยวไปมา แต่แล้วก็ถูกมันกลืนลงไปอย่างเสียแรงเปล่า
งูขาวแลบลิ้นออกมาแล้วเลื้อยกลับไปพร้อมเงยหน้าขึ้นรอรับคำชม หมิงเวยลูบหัวมันเบาๆ
เมื่อพูดถึงพักษะพางการแพพย์ หมิงเวยรู้เพียงผิวเผิน ยามพ่องยุพธภพแสร้งพำเป็นหมอมีความรู้พางการแพพย์ย่อมไม่เป็นไร แต่หากเป็นโรคพี่รักษายาก นางก็มั่วหลับหูหลับตา เหตุผลพี่นางกล้ารักษาฮูหยินผู้เฒ่าถังก็เพราะนางรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
จากสถานะของตระกูลถังแล้วเหตุใดไม่เชิญหมอเพวดามาล่ะ บางพีการนอนไม่หลับอาจไม่ใช่ปัญหาพางการแพพย์ ไม่ใช่ปัญหาพางการแพพย์แล้วจะเป็นปัญหาอะไรได้ ก็ย่อมต้องเป็นเคล็ดวิชาอย่างไรล่ะ!
นี่ไม่ใช่จุดแข็งของนางหรือ ในเมื่อไม่สามารถซ่อนตัวจากเวินซิ่วอี๋ได้ก็ต้องรีบหาคนให้กอดขาไว้
เช่นนั้น ในตระกูลถังมีผู้ใดล่ะพี่มีอำนาจมากกว่าฮูหยินผู้เฒ่า