คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 619 กำลังรออยู่เลย
ทางด้านเวินซิ่วอี๋ ถึงเมื่อคืนจะจัดการกับพวกโจรได้แล้ว แต่เรือก็ถูกไฟไหม้และจมลง เมื่อพวกเขากลับขึ้นฝั่งก็พบว่าหมิงเวย และจี้เสียวอู่หายไปแล้ว
นางโกรธมาก “คงรู้แต่แรกแล้วว่าพวกเขาไม่ปกติ ถึงได้ฉวยโอกาสหนีไป! อาชิ่ง พวกเขาอยู่ที่ไหน”
สีหน้าของฉือชิ่งดูไม่ได้เพราะเขาพบว่าความสัมพันธ์ของเขากับหนอนพิษกู่ถูกตัดขาด
นั่นหมายความว่าไม่คนตายก็หนอนพิษกู่ตายแล้ว สองคนนั้นจะตายง่ายเพียงนั้นเลยหรือ ฉือชิ่งไม่เชื่อซึ่งต้องเป็นคำตอบที่สองเท่านั้น
ที่แท้พวกเขามีวิธีจัดการกับหนอนพิษกู่อยู่แล้ว แต่กลับแสร้งทำเป็นว่าถูกผู้อื่นควบคุม ช่างฉลาดแกมโกงจริงๆ!
ทันทีที่เขาบอกสถานการณ์เวินซิ่วอี๋ก็โกรธมาก “ข้าบอกแล้วว่าต้องทำให้พวกเขาเจ็บปวดบ้าง ท่านก็เอาแต่ห้าม ตอนนี้เป็นอย่างไรคนหนีไปแล้ว!”
เส้นเลือดผุดขึ้นที่หน้าผากของฉือชิ่ง “ถึงพวกมันจะกำจัดหนอนพิษกู่ในร่างกายได้ แต่คงไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้ชั่วขณะหนึ่งหรอก ตอนนี้พวกเขาไร้วรยุทธ์ถึงหนีก็คงหนี ไปได้ไม่ไกลไปค้นหากัน!”
ที่นี่อยู่ใกล้กับอี๋ตูมากแน่นอนว่ามีอำนาจของตระกูลถังอยู่ เวินซิ่วอี๋ติดต่อกับคนจากตระกูลถังเพื่อขอยืมคนเพื่อค้นหาในแม่น้ำ ระหว่างนั้นนางก็ได้รับข่าวหนึ่ง
“ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่หรือ”
ผู้รับผิดชอบตอบว่า “ขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่ากลับจากบ้านเกิดที่จิงตู ตอนนี้พักอยู่ที่จวนตระกูลหม่า”
เวินซิ่วอี๋หันหน้าไปพูดว่า “อาชิ่ง ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่พวกเราควรไปเยี่ยมตามมารยาท”
ฉือชิ่งไม่สนใจเลยสักนิดเขาพูดว่า “ท่านไปเถอะ ข้าจะไปหาคน”
เวินซิ่วอี๋แค่ถามไปอย่างนั้นฉือชิ่งเต็มใจที่จะไปหาคนนางรู้สึกสบายใจมากขึ้น
“ได้ ที่นี่ข้ายกให้ท่านจัดการ ข้าจะไปจวนตระกูลหม่า”
“อืม”
เวินซิ่วอี๋รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งตัวให้เรียบร้อย และเดินทางไปยังจวนตระกูลหม่า เวลานี้เพิ่งจะรุ่งเช้าพ่อบ้านจี๋ออกมาทักทาย
“คารวะแม่นางซิ่วอี๋”
เวินซิ่วอี๋ที่เปลี่ยนชุดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลซึ่งดูไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอ “ได้ยินว่าฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่ ซิ่วอี๋เลยมาเยี่ยม”
พ่อบ้านจี๋ยิ้ม “แม่นางซิ่วอี๋ช่างมีน้ำใจ เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่านอนไม่หลับ ตอนนี้เลยรู้สึกไม่ค่อยสบาย แม่นางซิ่วอี๋รอสักครู่เถอะ”
ถังเช่าถูกเลี้ยงดูมาโดยฮูหยินผู้เฒ่าถังเขาจึงเคารพท่านย่าของเขามาก เวินซิ่วอี๋จะขุ่นเคืองผู้ใดก็ได้ แต่ต้องไม่ขุ่นเคืองนาง เมื่อได้ยินพ่อบ้านจี๋พูดเช่นนั้นนางจึงถามไปว่า “โร รคเก่าของฮูหยินผู้เฒ่ากำเริบหรือ” พ่อบ้านจี๋ตอบรับ
เวินซิ่วอี๋พูด “เช่นนั้นให้ข้าไปดูหน่อยเถอะ หลายวันมานี้ได้ตำรับยามาบ้าง บางทีอาจช่วยฮูหยินผู้เฒ่าผ่อนคลายอารมณ์ได้”
พ่อบ้านจี๋ไม่เห็นด้วยแม่นางซิ่วอี๋ผู้นี้เป็นผู้สืบทอดสำนักหมอผี ช่วงแรกที่ฮูหยินผู้เฒ่าป่วยก็ได้เชิญนางมาดูอาการ แต่น่าเสียดายที่วินิจฉัยไม่ได้ ยาที่ใช้ก็แค่ช่วยให้นอนหลับ บฮูหยินผู้เฒ่าหลับไป แต่ก็สะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัว
“ฮูหยินผู้เฒ่าดื่มชาคลายเครียดแล้วขอรับ! แม่นางซิ่วอี๋รอสักครู่หากฮูหยินผู้เฒ่าอาการดีขึ้นพวกเราจะออกเดินทางทันที”
เวินซิ่วอี๋แม้ไม่พอใจ แต่พอคิดดูอีกที หากออกเดินทางตนก็ร่วมเดินทางไปกับฮูหยินผู้เฒ่าได้ถึงเวลานั้นก็ได้พบแล้วแค่อดทนรอสักหน่อย แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าต้องรอถึงเที่ยง
เดิมทีพ่อบ้านจี๋คิดว่าคงแค่ชั่วขณะหนึ่งผู้ใดจะรู้ว่าด้านในจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ พอเข้าไปถามก็ได้ยินว่าหมิงเวยใช้วิธีการกดจุดเพื่อช่วยให้ฮูหยินผู้เฒ่าหลับ เขาขมวดคิ้วแล้วก ก็รู้สึกเสียใจ
แม่นางผู้นั้น…เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนมีเมตตาเลยทนปฏิเสธไม่ได้ รู้อย่างนี้เขาควรส่งสองพี่น้องออกไปเสียก่อน
………….
จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นฮูหยินผู้เฒ่าถังยังคงนอนหลับอย่างสงบอยู่ในห้อง ไป่หลิงอดไม่ได้ที่จะมองดูหมิงเวยซ้ำแล้วซ้ำเล่า อัศจรรย์มากผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้วฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ตื น หรือจะเป็นอย่างที่แม่นางผู้นี้พูด
เวลายังคงดำเนินต่อไป…หลังจากผ่านไปสองชั่วยามไป่หลิงก็เชื่ออย่างสนิทใจ จนกระทั่งพ่อบ้านจี๋เข้ามาถามนางจึงออกไปอธิบายสถานการณ์ด้วยตนเอง
พ่อบ้านจี๋ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเขาบ่นพึมพำ “ดูเหมือนแม่นางผู้นี้รู้จักบุญคุณ กระทำการอย่างระมัดระวัง หากนางสามารถรักษาอาการของฮูหยินผู้เฒ่าได้จริงๆ ก็คง…”
ไป่หลิงกลับพูดว่า “นางบอกว่านี่เป็นเพียงการบรรเทาอาการของฮูหยินผู้เฒ่า หากจะกำจัดมันจำเป็นต้องหาปมของปัญหานี้ แต่ฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่าไม่ควรให้คนนอกรู้…”
พ่อบ้านจี๋พูด “ที่ไม่ควรให้คนนอกรู้เพราะคนพวกนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และเป็นการให้คนพวกนั้นค้นพบความลับของตระกูลถังอย่างไร้ประโยชน์ หากนางสามารถรักษาให้หายได้เพ พื่อประโยชน์ของฮูหยินผู้เฒ่า เหล่ากั๋วกงคงเห็นด้วย”
ไป่หลิงเป็นเพียงสาวใช้ไม่มีประสบการณ์เหมือนพ่อบ้านจี๋นางจึงถามไปว่า
“เช่นนั้นพวกเราควรเก็บแม่นางผู้นี้ไว้หรือ”
“แน่นอน ไม่เพียงแค่เก็บไว้ แต่ยังต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นแขกผู้มีเกียรติด้วย”
ในขณะที่ทั้งสองคุยกันเวินซิ่วอี๋ก็เดินมาถึง นางมีความอดทนต่ำถูกทิ้งไว้อยู่นานจนหมดความอดทนที่จะรอ ทุกคนล้วนทราบดีว่านางเป็นศิษย์น้องของคุณชายรอง บ่าวในตระกูลถังจึงไม ม่กล้ารั้งนางถึงได้ปล่อยให้นางบุกเข้ามาถึงในลานเช่นนี้
“พวกเจ้าพูดถึงผู้ใด แม่นางที่ไหนหรือ”
เมื่อเห็นเวินซิ่วอี๋เดินเข้ามาพ่อบ้านจี๋ก็ไม่พอใจ “แม่นางซิ่วอี๋ไม่ใช่ว่าให้ท่านรอสักครู่หรือ”
เวินซิ่วอี๋ยิ้มเย็น “หากข้าฟังพวกเจ้าจริงๆ ละก็วันนี้คงแย่แล้ว รีบพูดมาแม่นางผู้นั้นคือผู้ใด มาจากไหน”
พ่อบ้านจี๋ติดตามฮูหยินผู้เฒ่ามาตลอดจึงชินกับการเห็นท่าทีหึงหวงของเวินซิ่วอี๋แล้ว ทุกครั้งที่ฮูหยินผู้เฒ่าไปพบคุณหนูจากตระกูลชั้นสูงนางจะคิดว่าเป็นคนที่มองหาให้คุณชายรอง จึงวิ่งออกไปก่อกวน
ครั้งนี้พ่อบ้านจี๋เห็นว่าคงเป็นเช่นเดียวกันจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ท่านอย่าคิดมากเลยขอรับ สตรีผู้นี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยแค่เป็นคนที่ได้รับการช่วยเหลือระหว่างทาง และแค่ไปดู อาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าก็เท่านั้น”
เมื่อเวินซิ่วอี๋ได้ยินคำว่า ‘ช่วยกลับมา’ นางเริ่มสงสัยมากขึ้น และถามว่า “เมื่อคืนนี้พวกเจ้าช่วยคนขึ้นมาจากน้ำใช่หรือไม่ นางใช่..สาวงามหรือไม่”
เมื่อได้ยินนางถามเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายพ่อบ้านจี๋ไม่สงสัยอีกต่อไป และกล่าวปฏิเสธ “เป็นคนที่ไม่สำคัญอะไรจริงๆ ขอรับ แม่นางซิ่วอี๋ท่านอย่ายุ่งเรื่องนี้เลยขอรับ”
ครั้งนี้เวินซิ่วอี๋ไม่ได้ยุ่งจริงๆ แต่นางหมดความอดทนที่จะโต้เถียงกับพ่อบ้านจี๋จึงหันศีรษะ และเดินเข้าไปด้านใน
“แม่นางซิ่วอี๋!” พ่อบ้านจี๋รู้สึกรำคาญ และเข้าไปยืนขวางนาง “นางเป็นแขกของฮูหยินผู้เฒ่า กรุณาอย่าเสียมารยาท!”
เขาคือคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่า อายุมากแล้วเวินซิ่วอี๋จึงไม่ผลักเขา แต่พูดอย่างโกรธเคืองว่า “พวกเจ้าต่างหากที่ทำให้ข้าเสียเวลา! นางเป็นนักโทษของข้าที่หนีมา! หลีกไป อย่ามาเ เกะกะ!”
พ่อบ้านจี๋ไม่สนใจว่าจะเป็นนักโทษหรือไม่เดิมทีเขาก็ไม่ได้มีความประทับใจที่ดีต่อเวินซิ่วอี๋อยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าหมิงเวยมีศักยภาพในการรักษาอาการของฮูหยินผู้เฒ่าถัง มีหรือที่ เขาจะปล่อยให้นางมารบกวนพ่อบ้านจี๋ขวางทางนางอย่างแน่นหนาแล้วพูดว่า “แม่นางซิ่วอี๋ หากมีเรื่องอะไรก็รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะขอรับ กว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะห หลับนั้นไม่ง่ายเลยหากท่านทำให้นางตื่นขึ้นมาจะทำอย่างไร”
หากเป็นเรื่องอื่นเวินซิ่วอี๋ทนได้ แต่หมิงเวยที่ทำลายแผนของนางครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะจับนางได้ไม่ง่ายเลยแล้วยังทำให้นางหนีไปได้อีกนางจะอยู่เฉยได้อย่างไร
นางพูดว่า “การที่พวกเจ้าปล่อยให้นางอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด! ไม่กลัวว่านางจะทำอะไรฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไร”
นางพูดเช่นนี้ พ่อบ้านจี๋กับไป่หลิงก็ลังเล ไม่หรอกมั้งแม่นางผู้นั้นดูเหมือนไม่ใช่คนเลวเลย! แต่คนเลวเขาคงไม่เขียนบอกไว้บนหน้านี่
ในตอนที่พวกเขากำลังลำบากใจเสียงสบายๆ ของหมิงเวยก็ดังมาจากด้านหลัง “คุณหนูเวินหรือ ท่านมาแล้ว!”