คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 620 รักษาได้
เมื่อเห็นหมิงเวยปรากฏตัวเวินซิ่วอี๋ยกมือขึ้นหมายจะจับตัว สายตาของหมิงเวยไวกว่าจึงซ่อนตัวอยู่หลังไป่หลิง
“คุณหนูเวินไม่ต้องใจร้อน!” พูดจบนางก็บอกไป่หลิงกับพ่อบ้านจี๋ว่า “พวกท่านคิดดู หากข้ามีเจตนาที่ไม่ดีต่อฮูหยินผู้เฒ่าจริง ข้าก็ต้องลงมือแล้วใช่หรือไม่ ตอนนี้ควรอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าจับนางเป็นตัวประกันสิถึงจะถูก”
พ่อบ้านจี๋คิดตามก็เห็นว่าจริงอย่างที่นางพูดเขาถามนางด้วยน้ำเสียงใจดีว่า “แม่นาง ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นอย่างไรบ้าง”
“นางหลับอยู่เจ้าค่ะ!” หมิงเวยยิ้ม “แต่หากพวกท่านยังส่งเสียงดังอีกก็ไม่แน่”
พ่อบ้านจี๋จ้องไปที่เวินซิวอี๋ทันที “แม่นางซิ่วอี๋ได้ยินหรือไม่กรุณาอยู่ในความสงบด้วยขอรับ!”
เวินซิ่วอี๋หงุดหงิด “พวกเจ้าหมายความว่าอะไร ข้าบอกไปแล้วว่านางเป็นนักโทษของข้า! รู้หรือไม่ว่าเรื่องที่ข้าจัดการอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องของผู้ใด หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาพวกเจ้าก็ไปคุยกับศิษย์พี่ของข้าเองละกัน!”
พ่อบ้านจี๋ยังไม่ทันได้พูดหมิงเวยก็พูดขึ้นว่า “คุณหนูเวิน เป็นความจริงที่ข้าเป็นนักโทษของท่าน แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นนักโทษของตระกูลถัง ท่านอย่าเอาเรื่องมาปะปนกันเลยเจ้าค่ะ”
เวินซิ่วอี๋ยิ้มเยาะ “ท่านเป็นหวางเฟยแห่งแคว้นฉียังจะพูดคุยอย่างสงบกับตระกูลถังได้อยู่หรือ”
หมิงเวยตอบกลับ “ท่านพูดแล้วนี่ ข้าเป็นหวางเฟยไม่ได้เป็นอ๋อง และตอนนี้ข้าก็อยู่ห่างออกไปหนึ่งแสนแปดพันลี้! แล้วอีกอย่างข้ายังไม่ได้อภิเษกสมรส พูดตามตรงข้าเป็นแค่คุณหนูในห้องหอธรรมดาในแคว้นเป่ยฉีมีสิทธิ์อะไรมาเป็นศัตรูกับตระกูลถังกัน”
“ท่าน...”
หมิงเวยยังคงซ่อนอยู่ด้านหลังไป่หลิงอาศัยโอกาสที่เวินซิ่วอี๋โกรธจนพูดไม่ออกกล่าวขอโทษพ่อบ้านจี๋ด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าพลัดถิ่นมาแคว้นฉู่จึงไม่สะดวกที่จะบอกสถานะนี้ไปจึงไม่ได้พูดไปก่อนหน้านี้”
พ่อบ้านจี๋ และไป่หลิงตกใจ
หวางเฟยแห่งแคว้นฉี หมายความว่าสตรีผู้นี้เป็นสมาชิกในราชวงศ์แคว้นฉีงั้นหรือ ไม่แปลกใจเลยที่มีกิริยามารยาทไร้ที่ติ
เนื่องจากตระกูลที่มีอำนาจในแคว้นฉู่มีการแบ่งสถานะชนชั้นอย่างชัดเจน และให้ความสำคัญในเรื่องสายเลือด และสถานะมากกว่าแคว้นฉี
ถึงแม้จะบอกว่าหมิงเวยเป็นคนจากแคว้นศัตรู แต่พอได้ยินว่านางเป็นหวางเฟยปฏิกิริยาแรกของพ่อบ้านจี๋ และไป่หลิงคือลุกขึ้นแสดงความเคารพเลื่อมใสศรัทธาอย่างสุดซึ้ง
พ่อบ้านจี๋พูด “หวางเฟยเหนียงเหนียง…”
หมิงเวยรีบแก้ “พ่อบ้านจี๋อย่าเรียกเช่นนั้นเลย ข้ายังไม่ได้อภิเษกสมรสจะเรียกตำแหน่งนั้นได้อย่างไร ข้าแซ่หมิง เรียกคุณหนูเจ็ดก็ได้เจ้าค่ะ”
“คุณหนูเจ็ด…”
“ใช่แล้ว”
เวินซิ่วอี๋โกรธจนแทบระเบิดนางอยู่ในตระกูลถังมาหลายปี พ่อบ้านจี๋มักเฉยเมยกับนางมาโดยตลอด นางรู้ดีว่าตนเองเกิดมาสถานะต่ำต้อยจึงได้แต่อดทนไว้ ไม่คิดว่าชายแก่คนนี้จะเคารพสตรีที่มาจากแคว้นศัตรูเพียงนี้ แล้วยังปฏิบัติอย่างดีต่อหน้านางแล้วเขาเอานางไปไว้ที่ไหนกัน
“พวกเจ้าทำอะไรน่ะ นางเป็นคนแคว้นฉี! นางทำลายแผนการใหญ่ของข้าที่แคว้นฉีด้วย! ไม่อย่างนั้นตอนนี้ฮ่องเต้แคว้นฉีคงถูกข้าลอบสังหารไปแล้ว!”
พ่อบ้านจี๋มองนางด้วยความแปลกใจ “แม่นางซิ่วอี๋ ท่านก็พูดออกมาเอง คุณหนูเจ็ดเป็นคนแคว้นฉีการที่นางปกป้องฮ่องเต้แคว้นฉีก็เป็นเรื่องสมควรแล้วมิใช่หรือ”
“นั่น…” เวินซิ่วอี๋พูดติดขัดอีกครั้ง
ฟังดูมีเหตุผลคนแคว้นฉีย่อมต้องการปกป้องฮ่องเต้แคว้นฉี แต่…พวกเขาเป็นคนแคว้นฉู่นะ!
เวินซิ่วอี๋สลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากตรรกะนี้ และถามว่า “ทั้งสองแคว้นเป็นศัตรูกัน พวกเจ้ายังคงปกป้องนางอยู่อีกหรือ”
พ่อบ้านจี๋ “เรื่องใหญ่ของแคว้นข้าน้อยอาจไม่เข้าใจ แต่อย่างไรคุณหนูเจ็ดกำลังรักษาอาการให้ฮูหยินผู้เฒ่า เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้วตอนนี้แม่นางซิ่วอี๋ยังจับกุมนางไม่ได้”
“นางรักษากับผีสิ!” เวินซิ่วอี๋โกรธจนพูดเสียงแหลม “สตรีผู้นี้แสนเจ้าเล่ห์ เป็นเคล็ดวิชาในระดับสูง แต่นางไม่สามารถรักษาโรคได้! นางรู้จักสมุนไพรทั้งหมดหรือ พวกเจ้าอย่าถูกนางหลอกสิ!”
พ่อบ้านจี๋ไม่พอใจ “แม่นางซิ่วอี๋รู้จักสมุนไพรทั้งหมด แต่อาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าท่านไม่เห็นจะรักษาได้เลย”
“นั่น…” เวินซิ่วอี๋อยากจะพูดว่าไม่ใช่แค่นางคนเดียวที่ไม่สามารถรักษาได้ สมุนไพรของนางใช้สั่งการหนอนพิษกู่ ยารักษาแค่พกติดตัวมันไม่ใช่งานหลักของนางเสียหน่อย!
หมิงเวยฉวยโอกาสนี้ซ้ำเติม “ในเมื่อคุณหนูเวินไม่สามารถรักษาได้ก็อย่ามาตัดสินคนอื่น อย่าเอาความคิดของตนเองไปตัดสินผู้อื่นมันไม่ใช่เรื่องตลกหรอกนะเจ้าคะ”
“ท่าน...”
หมิงเวยไม่ให้โอกาสนางพูด “คุณหนูเวินจะกังวลอะไร ตอนนี้ข้าไม่มีวรยุทธ์แล้ว เป็นแค่สตรีอ่อนแอจะทำอะไรได้ ถึงท่านอยากจับข้า แต่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน หรือว่าท่านไม่อยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าหายดีกันเจ้าคะ”
พูดแล้วนางก็โผล่ออกมาจากด้านหลังของไป่หลิง อาศัยตอนที่พ่อบ้านจี๋และไป่หลิงไม่ทันสังเกตจงใจแสดงท่าทีเยาะเย้ยเพื่อยั่วยุอีกฝ่าย
เวินซิ่วอี๋ถูกยั่วยุสำเร็จ “ท่านพูดไร้สาระ ข้าเห็นว่าท่านไม่สามารถรักษาได้หรอก ผู้ใดจะรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะถูกท่านวางแผนอะไรอยู่กันแน่! พ่อบ้านจี๋อย่าไปเชื่อนางนะ นางเป็นเสวียนชื่อทำให้วางแผนกลอุบายได้ง่าย! ไม่แน่ว่าอาจเกิดปัญหากับฮูหยินผู้เฒ่าแล้วต้องรีบไปปลุกท่าน!”
ยิ่งนางคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น อาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าหมอเทวดาหลายคนมาดูอาการแล้ว แต่หมอที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นยังรักษาไม่ได้ หมิงเวยไม่รู้วิชาการแพทย์จะรักษาได้อย่างไรตอนนี้ท่านหลับไปแล้วไม่แน่ว่าอาจเป็นเพราะ…
เวินซิ่วอี๋ขนลุกชัน ต้องเกิดเรื่องกับฮูหยินผู้เฒ่าแน่เพราะนางประมาทเลินเล่อ ศิษย์พี่ต้องโกรธนางแน่!
พอคิดได้เช่นนั้นเวินซิ่วอี๋มีหรือจะกล้ารอช้า นางยกเท้าพุ่งเข้าไปในเรือน
“หลีกไป! ข้าจะไปช่วยฮูหยินผู้เฒ่า!”
“แม่นางซิ่วอี๋!”
“ไม่ได้ยินหรืออย่างไรว่าหลีกไป หากไม่หลีกข้าจะลงมือกับเจ้า!”
“ไอหยา!” พ่อบ้านจี๋ชรามากแล้วขาไม่ได้ยืดหยุ่น พอถูกนางผลักทำให้เขาหลบไม่ทันจนชนเข้ากับเสา
ไป่หลิงรีบกอดเอวของเวินซิ่วอี๋ “อย่านะเจ้าคะแม่นางซิ่วอี๋! กว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะหลับได้ไม่ง่ายเลย…”
เวินซิ่วอี๋ไม่สามารถสลัดนางหลุดได้ในขณะที่กำลังจะใช้ฝ่ามือตบก็มีเสียงแหบ แต่น่าเกรงขามดังมาจากด้านใน “เอะอะอะไรกัน”
“ฮูหยินผู้เฒ่า!” ไป่หลิงได้ยินเสียงราวกับได้เจอผู้ช่วยชีวิตนางปล่อยตัวเวินซิ่วอี๋แล้ววิ่งเข้าไปในเรือน นางเข้าไปในห้อง และเห็นฮูหยินผู้เฒ่าถังลุกขึ้นนั่งแล้ว เหล่าสาวใช้ก็รีบเข้ามาช่วยประคอง และรินชาให้
เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าถังปลอดภัยดีใจของไป่หลิงแทบตกไปที่ตาตุ่ม
ในใจคิดว่าแม้เวินซิ่วอี๋จะมีเจตนาพูดให้ผู้อื่นตกใจ แต่อย่างไรคุณหนูเจ็ดก็เป็นคนแคว้นฉี ฮูหยินผู้เฒ่าช่วยชีวิตนางไว้แล้วนางจะทำร้ายฮูหยินผู้เฒ่าทำไมกัน
“เกิดอะไรขึ้น” ฮูหยินผู้เฒ่าถังมองไป่หลิงที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง “ข้าหลับไปครู่เดียว พวกเจ้าไปก่อเรื่องอะไรมา” ไป่หลิงกำลังจะอ้าปาก แต่เวินซิ่วอี๋เดินเข้ามาเสียก่อน
“ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ!” นางรีบเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าถังแล้วยื่นมือมา “ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เป็นความผิดของซิ่วอี๋เองที่ไม่ได้ดูสตรีชั่วผู้นั้นดีๆ ถึงได้ทำให้นางไปปะปนอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า โปรดให้ข้าตรวจดูเถอะเจ้าค่ะว่าสตรีชั่วผู้นั้นลงมืออะไรกับท่านไปบ้าง…”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังปล่อยให้นางดึงข้อมือไปตรวจสอบชีพจรโดยไม่พูดอะไร เวินซิ่วอี๋ตรวจชีพจรแล้วก็ต้องตกใจ
หืม…ไม่มีปัญหา
เป็นไปไม่ได้! หากไม่ใช่เพราะนางลงมือทำอะไรบางอย่าง เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้หลับได้ดีเช่นนี้ หรือจะเป็นที่อื่น
นางตรวจสอบทุกอย่าง แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าถังมองด้วยสายตาเย็นชา และเมื่อนางปล่อยมือก็ถามว่า “ตรวจเสร็จแล้วใช่หรือไม่ ผู้ใดสามารถอธิบายได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น”
เวินซิ่วอี๋อ้าปาก แต่ยังไม่ทันที่นางจะพูด พ่อบ้านจี๋ก็เดินกะเผลกเข้ามาโดยมีหมิงเวยช่วยประคองเขาร้องขึ้นว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าขอรับข้าน้อยไร้ความสามารถที่ไม่สามารถให้ท่านได้นอนหลับพักผ่อนดีๆ…”
……………