คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 629 สำรวจ
ด้านนอกสวนหลานซิน ถังซีลังเลอยู่นานก่อนจะเดินเข้าไป
“อา นายท่านสิบ!” สาวใช้ตระกูลเหลียงดูประหลาดใจเมื่อเห็นเขา
ถังซีพยักหน้าเงียบๆ และถามว่า “ท่านลุงเหลียงอยู่หรือไม่”
ผู้ที่เขาถามหาคือนายท่านสามแห่งตระกูลเหลียงที่เดินทางมาส่งเจ้าสาว ผู้เป็นลุงของคุณหนูเหลียง
สาวใช้ตอบด้วยรอยยิ้ม “นายท่านสิบมาจังหวะไม่ดีเลยเจ้าค่ะ นายท่านสามของพวกเราเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง”
ถังซีแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ว่านายท่านสามไม่ได้อยู่ที่นี่เขาจึงเลือกมาที่นี่เวลานี้
“ข้ามีเรื่องจะพูด หากท่านลุงสามไม่อยู่ผู้ใดสามารถพูดคุยแทนได้บ้าง”
“เรื่องนั้น…” สาวใช้มีท่าทีลำบากใจ “เหลือแต่คุณหนูเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นให้ข้าพูดคุยกับคุณหนูของเจ้าสักครู่” ถังซีตอบอย่างรวดเร็ว “ที่ห้องหนังสือดีหรือไม่แค่ใช้เวลาสักครู่พูดคุยผ่านม่านกั้นก็พอแล้ว”
สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งอย่างไรก็เป็นเจ้านายในอนาคต แม้ว่ามันจะไม่สมเหตุสมผล แต่ก็ไม่ง่ายที่จะปฏิเสธโดยตรง ดังนั้นนางจึงพูดว่า
“บ่าวจะไปถามคุณหนูให้เจ้าค่ะ นายท่านสิบโปรดรอสักครู่”
ถังซีมีท่าทีสงบ “ไปเถอะ”
ไม่นานสาวใช้ก็มาเชิญเขา ถังซีเข้าไปในห้องหนังสือ และเห็นม่านลูกปัดแกว่งไปมาเล็กน้อย เขาเห็นเงาร่างของอีกฝั่งรางๆ จึงก้มศีรษะให้อีกฝ่าย
ทางนั้นเองก็ทำความเคารพเขาเช่นกัน และพูดขึ้นก่อนว่า “จู่ๆ นายท่านสิบก็แวะมาเยือน มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
น้ำเสียงอันไพเราะ และนุ่มนวลนั้นเหมือนกับในความทรงจำ ถังซียอมรับในการแต่งงานครั้งนี้ ในปีที่พวกเขาสองคนพบกันที่จิงตู คุณหนูเหลียงในความทรงจำของเขาเป็นสตรีที่ไร้ที่ติ สุภาพอ่อนโยน และเชี่ยวชาญด้านกวี ซึ่งเขาพอใจมาก
ถังซีผ่อนคลายอารมณ์ และตอบว่า “เกี่ยวกับงานแต่งงาน อี๋ตูมีธรรมเนียมบางอย่าง…”
เขาทวนธรรมเนียมการแต่งงาน คุณหนูเหลียงตอบกลับว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ในเมื่อแต่งงานที่อี๋ตูต้องเป็นไปตามประเพณีท้องถิ่น นายท่านสิบไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ข้าไม่มีความเห็นใดๆ เจ้าค่ะ”
“ขอบคุณคุณหนูเหลียงที่เข้าใจ” เขาชะงักไปพักหนึ่ง และเงยหน้าขึ้นมองคนในม่าน และถามอย่างไม่แน่ใจ “คุณหนูเหลียงมาไกลถึงอี๋ตูคงจะไม่สามารถปรับตัวได้ในสองสามวันนี้ สภาพอากาศในอี๋ตูจะร้อนกว่าในหยวนเฉิงเล็กน้อยมาช่วงแรกๆ อาจไม่รู้สึกสดชื่นเท่าไรนัก”
อีกด้านของม่านตอบกลับอย่างแผ่วเบา “อาจอบอ้าวนิดหน่อย แต่ตอนนี้เพิ่งเดือนสาม ยังไม่ถึงกับร้อนมากนักเจ้าค่ะ”
ถังซีหาหัวข้อคุยได้แล้ว “เช่นนั้นคุณหนูเหลียงนอนหลับดีหรือไม่ สวนหลานซินอยู่ใกล้ถนนเกินไปหรือไม่…”
เห็นท่าทีไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร แต่อยากหาเรื่องคุยของเขาแล้วสาวใช้ทั้งภายใน และภายนอกอดยิ้มไม่ได้
นายท่านสิบมาที่นี่เพื่อพบคุณหนูใช่หรือไม่ อีกหน่อยพวกเขาก็จะแต่งงานกันแล้ว หากทำตัวเย็นชากับคุณหนูก็น่าเป็นห่วงไปหน่อย คุณหนูเหลียงกลับไม่ยิ้ม แต่ยังคงตอบคำถามของเขาอย่างอดทน
ถังซีถามไปเรื่อยจนสุดท้ายไม่มีอะไรจะถามแล้วก็รู้สึกเก้อเขินอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงทำได้แค่ขอตัวลา
ทันทีที่เขาจากไปสาวใช้ก็เริ่มคุยกัน “คุณหนูเจ้าคะ นายท่านสิบไม่เหมือนที่ได้ยินในข่าวลือเลยเจ้าค่ะ!”
“ใช่เจ้าค่ะ! หากบอกว่าเขายังเป็นเด็กหนุ่มอยู่ก็ไม่แปลกใจเลย บ่าวเห็นว่าต่อหน้าคุณหนูเขาไม่ต่างอะไรกับหนุ่มเยาว์วัยเลย”
“คนมีพรสวรรค์เช่นคุณหนูผู้ใดบ้างจะไม่ชอบ นายท่านสิบตระกูลถังก็ไม่มีข้อยกเว้นเจ้าค่ะ”
“เห็นนายท่านสิบเป็นเช่นนี้ ในอนาคตจะต้องเป็นคู่สามีภรรยาที่ปรองดองกัน สามีภรรยารักใคร่ให้เกียรติซึ่งกันและกันแน่เลยเจ้าค่ะ”
หลังม่านลูกปัดคุณหนูเหลียงโบกพัดเบาๆ ใบหน้างดงามราวกับภาพวาด นางพูดเสียงแผ่วเบา “พวกเจ้าพูดเยอะเกินไปแล้ว ฟ้ามืดแล้วรีบจัดของเถอะจะได้ไปทานข้าวกัน”
“เจ้าค่ะๆ” เหล่าสาวใช้ตอบด้วยรอยยิ้มแล้วประคองคุณหนูออกจากห้องหนังสือ
เมื่อทุกคนออกไปไอสีดำก็ค่อยๆ ลอยเต็มห้องหนังสือ
………….
“ปล่อยข้านะ!” เวินซิ่วอี๋ถูกฉือชิ่งลากกลับมา
เมื่อเข้าไปในห้องโถงฉือชิ่งก็ปล่อยนางในที่สุด เวินซิ่วอี๋กระโดดขึ้นกำลังจะพูด แต่ก็ถูกฉือชิ่งปิดปากไว้ “รักษาก่อน!”
จากนั้นก็ป้อนยานาง เวินซิ่วอี๋ที่ถูกเขากดตัวไว้ทำได้แต่ดิ้นรนไปดุด่าไปว่า
“ฉือชิ่ง ท่านทำอะไร คิดจะต่อต้านหรือ ข้าเป็นเจ้าสำนักนะ! ท่านกล้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร”
ฉือชิ่งพูดอย่างเย็นชา “หากท่านไม่ใช่เจ้าสำนักข้าจะทุ่มเทเพียงนี้หรือ ซิ่วอี๋! มีสติหน่อย ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาแข่งขัน! ท่านมองไม่ออกหรือว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่สำนักหมอผีของพวกเราจะฟื้นตัว และเพื่อเป้าหมายนี้มันคุ้มค่าที่พวกเราจะทุ่มเททุกอย่าง! ท่านคิดว่าข้าชอบสตรีผู้นั้นมากเพียงนั้นหรือ
ท่านคิดว่าข้ามองไม่ออกหรือว่านางจงใจยั่วโมโหท่าน เทียบกับการฟื้นคืนชีพของสำนักหมอผีแล้ว ได้รับความไม่เป็นธรรมสักหน่อยจะเป็นอะไรไป เมื่อครู่ท่านก็เห็นแล้วว่านั่นคือมรดกที่สำนักของพวกเราสูญเสียไปท่านไม่ดีใจหรือ”
เวินซิ่วอี๋นึกถึงเหตุการณ์ที่นางเห็นตอนเข้าไปปกป้องมุมนั้นแทนที่กระจกแปดเหลี่ยม
“ซิ่วอี๋ ท่านต้องรู้ว่าวิชาพิษกู่นับเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้” ฉือชิ่งพูดเสียงอ่อนโยน “พ่อมดแม่มดไม่ใช่เพื่อทำร้าย ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค แต่เราคือพ่อมดแม่มดผู้เชื่อมโยงภูติผี และทำนายดวงชะตา! พวกเราควรเป็นคนที่สื่อสารกับภูติผี ควบคุมหยินหยาง แม้แต่ฮ่องเต้ที่เป็นผู้ครอบครองใต้หล้ายังต้องปฏิบัติต่อเราด้วยความสุภาพ ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ที่ตระกูลถังเลี้ยงคนไว้ใช้งาน อาศัยอยู่ และทำตามคำสั่งเท่านั้น” แววตาของเวินซิ่วอี๋สั่นไหว
“…ท่านลองคิดดู สิ่งที่อาจารย์ปู่ของเราบันทึกไว้ในหนังสือ หากสำนักหมอผีของพวกเราฟื้นตัวได้ หากพวกเราแข็งแกร่งเหมือนอาจารย์ปู่ ท่านชื่นชอบคุณชายรองพวกเขาก็จะรู้สึกเป็นเกียรติแล้วจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร น่าแปลกที่สำนักหมอผีของพวกเราตกต่ำมากเกินไปจนมีน้ำหนักไม่เพียงพอ”
เวินซิ่วอี๋ตกตะลึง และไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน
“ส่วนสตรีผู้นั้น รอพวกเราร่ำเรียนจนสำเร็จก่อนแล้วอยากจัดการอะไรกับนางก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูดกัน ท่านลองคิดดูว่าคำพูดของข้ามันสมเหตุสมผลหรือไม่”
ฉือชิ่งเห็นว่านางสงบลงแล้วก็ทิ้งคำพูดไว้ก่อนจะเดินจากไป
…………
หมิงเวยที่กลับมาเรือนรับรองแขกได้รับเหม่ยไช่ปิงที่จี้เสียวอู่ส่งมา เมื่อส่งถึงมือของนาง เหม่ยไช่ปิงยังคงร้อนและหอมอยู่
“คุณชายจี้ซื้อที่ถนนเจ้าค่ะ บอกว่าคุณหนูเจ็ดไม่เคยทานเลยซื้อมาให้ท่านลองชิม”
หมิงเวยยิ้ม “พี่ชายของข้าอารมณ์เหมือนเด็กไม่ว่าจะไปที่ไหนเขามักจะคิดถึงอาหารอร่อยๆ และเรื่องสนุกๆ อยู่เสมอเลย”
นางหั่นแป้งทอดต่อหน้าสาวใช้ และแบ่งให้ทุกคนคนละชิ้น “ชิ้นใหญ่เพียงนี้ ทานหมดคงไม่ต้องทานข้าวแล้ว มา พวกเรามาทานด้วยกันเถอะ”
เสวี่ยอิงกัดไปหนึ่งคำนางหรี่ตาลง “อร่อยมากเจ้าค่ะ! จากร้านท่านยายจางหรือนี่ เหม่ยไช่[1]จากร้านของนางเป็นของแท้มากที่สุด”
ไห่เอี้ยนที่เย็นชาอยู่เสมอกัดสองคำแล้วพยักหน้า “อร่อย”
หมิงเวยยิ้มนางทานกับสาวใช้ทั้งสองจนหมดก็ไปล้างมือ งูขาวเลื้อยออกจากแขนเสื้อ และกลืนกระดาษน้ำมันที่ทิ้งไว้ลงในท้อง
จนกระทั่งตอนเย็น เสวี่ยอิง และไห่เอี้ยนหลับไปแล้วหมิงเวยลืมตาขึ้นพูดเสียงเบา “คายออกมา”
“เจ้าค่ะนายท่าน” งูขาวตัวเล็กคายกระดาษน้ำมันออกมา
หมิงเวยมองดูลวดลายบนกระดาษทาน้ำมันอย่างระมัดระวัง และอดไม่ได้ที่ จะยิ้ม “พี่ห้านี่จริงๆ เลยจะรีบอะไรเพียงนั้น” นางลูบหัวงูขาวเบาๆ “เจ้าไปส่ง ข้อความให้เขาช่วยข้าจับตาดูสวนหลานซินที ส่วนจะไปจากที่นี่ตอนไหนตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ระหว่างทางระวังตัวให้ดีหากมีอะไรผิดปกติให้รีบกลับโดยเร็วเพื่อไม่ให้ผู้ใดจับได้”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” งูขาวตัวเล็กกลายร่างเป็นควันแล้วลอยออกไปทางหน้าต่าง และหายเข้าไปในพุ่มหญ้า
……………
[1] เหมยไช่ เป็นผักดองแบบจีนชนิดหนึ่ง