คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 631 โจร
เป็นครั้งแรกในชีวิตของไห่เอี้ยนที่ถูกปฏิบัติเหมือนโจร หลังจากทำอะไรไม่ถูกนางก็หาโอกาสโพล่งออกไปว่า “ข้าเองเจ้าค่ะลุงเหลียง!”
ทหารยามเหลียงผู้นี้เคยร่วมงานกับบิดาของนางมาก่อนเมื่อเห็นนางก็มีอาการตกใจ “ไห่เอี้ยนหรือ หรือว่าผู้ที่ร้องให้จับขโมยเป็นเจ้า”
ไห่เอี้ยนไม่ต้องการที่จะยอมรับ แต่ในเวลานี้ทำได้เพียงกัดฟันยอมรับไป
นางเดินตามคุณหนูหมิงออกไปตอนกลางดึก และแอบข้ามกำแพงเข้าไปในสวนหลานซินแล้วจะผลักเรื่องนี้ออกไปได้หรือ แน่นอนว่าไม่!
“เมื่อครู่มีโจรอยู่ที่นี่…”
“ไปทางไหนแล้ว” ทหารยามเหลียงรู้สึกประหม่ามากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ขโมยล่ะ”
งานแต่งของนายท่านสิบอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากมีโจรเข้ามาทำให้คุณหนูเหลียงตกใจต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่!
ไห่เอี้ยนชี้ไปที่ทิศทางที่เงาหนีไป “วิ่งไปทางนั้นเจ้าค่ะ”
ทหารยามเหลียงกำลังจะพาคนไล่ตามไป แต่ก็ถูกเพื่อนร่วมงานรั้งไว้
“เดี๋ยวก่อน!”
คนผู้นั้นจ้องไปที่หมิงเวย และจี้เสียวอู่อย่างระมัดระวัง “ไห่เอี้ยนพวกเรารู้จัก แต่สองคนนี้เป็นผู้ใดกัน ไห่เอี้ยน…เหตุใดเจ้าถึงอยู่ตามลำพังกับชายแปลกหน้า”
ไห่เอี้ยนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจี้เสียวอู่ยังอยู่ที่นี่! นางตื่นตระหนกในทันใด “ข้า…”
เรื่องนี้จะอธิบายอย่างไรดี คุณหนูหมิงอธิบายได้ไม่ยาก แต่คุณชายจี้ผู้นี้ล่ะ เขาเป็นชายแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นในสวนหลานซินจะบอกว่าเขาไม่ใช่โจรก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ! พอถูกเตือนทหารยามเหลียงก็ตระหนักถึงปัญหานี้ได้เช่นกัน
“ไห่เอี้ยน นี่มันอะไรกันเขาเป็นผู้ใด เหตุใดข้าถึงจำไม่ได้ว่ามีคนเช่นนี้ในจวนตระกูลถังด้วย”
ในขณะที่นางไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดีก็มีเสียงดังขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้น เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงคนตะโกนว่าให้จับโจร” ถังซีมาแล้ว
“นายท่านสิบ!” ทหารยามเหลียงทำความเคารพ
ถังซีพยักหน้า “โจรล่ะ พวกเจ้ามารวมตัวกันที่นี่จับได้แล้วหรือ”
ทหารยามเหลียงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวว่า “เรียนนายท่านสิบ ตอนที่พวกเรามาถึงก็เห็นแต่พวกเขาแล้ว ไห่เอี้ยนบอกว่าโจรหนีไปแล้วขอรับ”
“แล้วพวกเจ้ายืนรออะไร รีบไปค้นหาสิ!”
อีกคนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แต่นายท่านสิบขอรับ พวกเขาแปลกมากที่นี่คือสวนหลานซิน เหตุใดพวกเขาถึงเข้ามาได้”
แล้วถังซีก็สังเกตเห็นหมิงเวยในเงามืด และพูดด้วยความประหลาดใจว่า
“คุณหนูเจ็ด”
หมิงเวยย่อกายทำความเคารพอย่างสงบ “นายท่านสิบ ที่นี่คือที่พักของคุณหนูเหลียง ท่านควรรีบส่งคนไปค้นหานะเจ้าคะ เกรงว่าโจรจะซ่อนตัวอยู่ในความมืดและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เวลาไม่คอยท่าแล้ว อีกทั้งที่เรือนด้านข้างยังมีฮูหยินผู้เฒ่าอาศัยอยู่ด้วย!”
ท่าทีของนางดูสงบมากจนแม้แต่ตอนที่เขามองไปที่จี้เสียวอู่ก็ดูไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลย ถังซีจ้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันกลับมาสั่ง “ไม่ได้ยินหรืออย่างไร รีบออกไปค้นหาซะ”
“นายท่านสิบ! แล้วพวกเขา…”
“พวกเขาเป็นแขกไม่ใช่โจร” เจ้าบ้านพูดเช่นนั้นเหล่าทหารยามจะว่าอะไรได้นอกจากทำตามคำสั่ง
“ไห่เอี้ยน เจ้าพาพวกเขาไปรอที่เรือนของข้าทางนั้น”
“เจ้าค่ะ” ถังซีกล่าวจบก็รีบไปดูสถานการณ์ การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้ ผู้คนในสวนหลานซินถูกปลุกให้ตื่นขึ้นนานแล้ว
ในตอนที่ถังซีไปถึงในเรือนก็สว่างไสว
“ท่านลุงสามล่ะ”
สาวใช้ตอบกลับว่า “นายท่านสามได้ยินเสียงตะโกนก็เข้ามาแล้วเจ้าค่ะ พอแน่ใจแล้วว่าคุณหนูไม่เป็นอะไรก็รีบออกไปจับโจรเจ้าค่ะ”
สวนหลานซินมีทางเข้าสองทางนายท่านสามตระกูลเหลียงอยู่ด้านนอกซึ่งเข้ามาได้สะดวกกว่าเขามาก
ถังซีพยักหน้า “คุณหนูเหลียงปลอดภัยดีใช่หรือไม่”
“เรียนนายท่านสิบ คุณหนูเหลียงไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
ถังซียังคงไม่ไปไหนสาวใช้พอเข้าใจสิ่งที่เขากำลังสื่อก็รู้สึกลำบากใจ
“นายท่านสิบ ตอนนี้ดึกมากแล้ว…”
“หงฝู!” เสียงเรียกเบาๆ ดังตามมาด้วยเสียงเดินบนขั้นบันได และมีคนลงมาจากด้านบน
ถังซีหันไปมองสตรีใบหน้างามปัดแป้งฝุ่นเดินลงมาอย่างช้าๆ นางหยุดตรงหน้าเขาแล้วย่อกายทำความเคารพ
“ขอบคุณนายท่านสิบที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไร”
ครั้งนี้ไม่มีม่านลูกปัดกั้นพวกเขาทั้งสองเมื่อเผชิญหน้ากันเช่นนี้ทำให้มองเห็นอีกฝ่ายได้อย่างแท้จริง ถังซีกวาดตามองนอกจากไม่มีเครื่องประดับ และเสื้อผ้าบางไปหน่อยคุณหนูเหลียงก็ดูปกติดี นางน่าจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่
ถังซีคิดแล้วพูดว่า “อย่างไรก็ต้องระวังตัวหน่อย พวกท่านลองค้นหาสถานที่ที่น่าสงสัยอย่างเช่นใต้เตียงหรือในตู้เสื้อผ้า อย่าให้โจรใช้ประโยชน์จากมันได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นสาวใช้รู้สึกประหม่าจึงรีบถามว่า “คุณหนูอยู่ที่นี่ก่อนนะเจ้าคะ บ่าวจะรีบไปค้นหาดู”
คุณหนูเหลียงลังเล “หากเกิดอะไรขึ้นพวกเจ้าจะไม่เป็นอันตรายหรือ”
ถังซีตอบ “แค่เผื่อไว้ ตามหลักแล้วไม่เป็นอะไรหรอก”
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” คุณหนูเหลียงพยักหน้า “พวกเจ้าระวังตัวด้วยหากมีอะไรผิดปกติ ลงมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้ขึ้นไปชั้นบนด้วยกัน และเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา ทำให้ชั้นล่างเหลือเพียงถังซี และคุณหนูเหลียงเพียงสองคน
ถังซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ อีกสักครู่จะให้คนเฝ้ายามอยู่ข้างนอกหากเกิดอะไรขึ้นมาคุณหนูเหลียงตะโกนเรียกได้เลย”
คุณหนูเหลียงยิ้มหวาน “นายท่านสิบรอบคอบนักเจ้าค่ะ แต่ไม่เป็นไรข้าไม่กลัวเจ้าค่ะ”
“อืม” การอยู่ด้วยกันเพียงลำพังออกจะน่าอึดอัดเล็กน้อย แต่เวลาผ่านไปไม่นานเหล่าสาวใช้ก็ลงมา
“นายท่านสิบ คุณหนู พวกเราค้นหาแล้วไม่พบสิ่งใดเจ้าค่ะ”
ถังซียิ้มแล้วคำนับ “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าพักผ่อนเป็นเพื่อนคุณหนูเหลียงเถอะ”
“นายท่านสิบเดินทางกลับดีๆ นะเจ้าคะ” คุณหนูเหลียงมองเขาจากไปโดยไม่ได้ละสายตาอยู่นาน
จนเหล่าสาวใช้หัวเราะ “นายท่านสิบเป็นคนดีจริงๆ คุณหนูไม่คิดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”
“ดูเป็นห่วงคุณหนูมากเพียงนั้น ต้องให้แน่ใจว่าคุณหนูไม่เป็นอะไรถึงยอมกลับไป”
“เอ๋ ไม่แน่ว่าอาจจงใจไม่อยากกลับไปอยากให้คุณหนูลงมาพบมากกว่านะเจ้าคะ”
“เขาไปแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูอย่ามองตามไปเลยอย่างไรเสียอีกสองสามวันท่านอยากดูนานแค่ไหนก็ได้ดูแล้วจริงหรือไม่เจ้าคะ”
คุณหนูเหลียงเหลือบมองพวกเขา “ช่างกล้าล้อเลียนข้า พวกเจ้ากล้าเกินไปแล้วนะ”
เหล่าสาวใช้หัวเราะคิกคัก “ไม่พูดแล้วเจ้าค่ะเดี๋ยวคุณหนูโกรธเอา”
“เอ๋ๆ เหตุใดบ่าวถึงได้เห็นคุณหนูกำลังยิ้มอยู่ล่ะเจ้าคะ”
“แน่นอนว่าเจ้ามองผิด คุณหนูกล้าพูดหรือไม่เจ้าคะ”
“พอแล้ว! ดึกดื่นป่านนี้รีบพาคุณหนูไปพักผ่อนดีกว่า ว่าแต่เหตุใดจู่ๆ ถึงมีโจรบุกมาได้นะ”
ฝีเท้าดังขึ้นบนบันไดเหล่าสาวใช้ก็ล้อมคุณหนูเหลียงขึ้นไปชั้นบน กลับมาที่ห้องโถงอันเงียบสงบ ไอสีดำก็แทรกซึมอีกครั้ง
…………
ถังซีกลับมาที่เรือนของตนเอง หมิงเวย และจี้เสียวอู่กำลังคุยกันอยู่
“ข้าหิวมาก มีอะไรให้กินหรือไม่”
“พี่ห้าอดทนไม่ได้หรือเจ้าคะ อยู่บ้านผู้อื่นตอนกลางดึกยังมัวแต่คิดเรื่องของกินอีก”
“คุณชายจี้ ที่นี่มีชา…”
“ไม่ใช่ของร้อนทานไม่อร่อย แต่มีพวกบะหมี่หรือไม่”
“เอ่อ…”
ถังซีผลักประตู และเดินเข้าไป “ไห่เอี้ยน เจ้าไปนำของว่างมื้อดึกจากที่ครัวมา”
“เจ้าค่ะ” ไห่เอี้ยนรีบถอยออกไปด้วยความโล่งใจ
บ่าวรับใช้ส่วนตัวของถังซีจะเข้ามารินชา แต่ถูกเขาห้ามไว้ “ไม่ต้องมาปรนนิบัติข้าหรอก พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ”
“นายท่านสิบ…” บ่าวรับใช้มองสองพี่น้องอย่างไม่ไว้ใจ ที่นี่มีสองคนที่ไม่รู้ที่มา ถ้าหาก…
“ไปเถอะ”
เขายืนกรานเช่นนั้นบ่าวรับใช้จำต้องถอยออกไป “ขอรับ”
เมื่อประตูปิดลงถังซีสะบัดชายเสื้อ และนั่งตรงข้ามพวกเขา “เอาล่ะ ตอนนี้ไม่มีคนนอกแล้ว ท่านทั้งสองช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น”