คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 640 ของขวัญแสดงความยินดี
ในตอนที่ดอกไม้ไฟดอกแรกถูกจุดขึ้นเสียงขลุ่ยชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง
เสียงซวินยังคงบรรเลงต่อไป และดอกไม้ไฟลอยขึ้นไปบนอากาศตามท่วงทำนอง
“หวา งดงามมาก!” จี้เสียวอู่อุทาน หมิงเวยฟังอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หัวเราะในทันใด
“อย่างนี้นี่เอง”
นางพูดกับตัวเองเสียงขลุ่ยดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้แทนที่จะติดตามเสียงซวิน แต่กลับเสริมทำนองเข้าไปเพื่อเปลี่ยนท่วงทำนอง และเริ่มช่วงชิงให้ตนเองเป็นฝ่ายนำแทน
เสียงขลุ่ยของหมิงเวยแข็งแกร่งขึ้นนางข่มเสียงซวินนั้นอย่างเอาแต่ใจ หากยังเล่นต่อไปอีกฝ่ายมีเพียงสองตัวเลือกว่าจะเล่นตามนางหรือวิ่งไปในทางตรงกันข้าม แต่ถ้าเลือกอย่างหลังก็จะถูกเสียงขลุ่ยกดข่มเท่านั้น
อีกฝ่ายพยายามเป่าอีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ถูกกลืนไป ท่าทางเขาดูไม่พอใจเท่าไรนัก และคิดจะกลับมาเป็นฝ่ายนำอีกครั้ง แต่หมิงเวยจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องการเขาก็จะถูกบีบบังคับ บนเรือลำเล็กนักพรตจินรู้สึกประหลาดใจมาก “หวา คนผู้นี้กำลังขโมยเพลงของท่านแล้ว! จบแล้วๆ ของขวัญแสดงความยินดีที่ท่านเตรียมไว้”
เสียงซวินไม่หยุด แต่ยังคงต่อสู้ต่อไป ของขวัญแสดงความยินดีของเขาไม่ใช่แค่เพลงนี้ เพลงนี้เป็นเพลงที่ตนแต่งขึ้นเพื่อประกาศการมาถึงของเขา
ของขวัญที่แท้จริงควรเป็น…ดอกไม้ไฟ
หมิงเวยแย่งชิงความเป็นฝ่ายนำมาได้ดอกไม้ไฟไม่ได้ถูกจุดอีก คนในเรือเลิกคิ้วด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ไม่ว่าใครก็ตามหากของขวัญแสดงความยินดีที่เตรียมไว้มาเป็นเวลานานจะถูกก่อกวนผู้ใดมันจะไปมีความสุขได้ล่ะ
นอกจากนี้เขาเป็นคุณชายรองตระกูลถัง
เสียงซวินหยุดลง การต่อสู้ที่ไม่มีโอกาสชนะนั้นไร้ความหมาย
นักพรตจินหัวเราะอย่างร่าเริง “ทำไมหรือ ท่านยอมแพ้แล้วหรือ ฮ่าๆๆ หายากที่เห็นท่านตกที่นั่งลำบาก ข้าอยากเห็นบุรุษผู้แข็งแกร่งที่บรรเลงขลุ่ยผู้นั้นจริงๆ ไม่ง่ายเลยที่ทำให้คุณชายรองเสียเปรียบ”
ไม่มีเสียงตอบกลับจากภายในเรือใบหน้าของผู้คนในเงามืดยิ่งมืดมนยิ่งขึ้นไปอีก
นักพรตจินร้องตามเสียงขลุ่ย “อย่าบอกนะว่าวรยุทธ์ของคนผู้นี้ล้ำลึกกว่าท่าน เป่าได้เพราะกว่าท่านอีก”
มีเสียงหัวเราะดังมาจากภายในห้องโดยสารมีบางอย่างถูกโยนลงบนพื้นเรือและกลิ้งไปมา โกรธจนขนาดโยนซวินออกมาเลยหรือ
ฮ่าๆๆ ตั้งแต่รู้จักกันมานักพรตจินผู้ซึ่งมีแต่โดนกดขี่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ที่ชั้นบนในห้องหนังสือ จี้เสียวอู่เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงหลังจากนั้นครู่หนึ่งไม่มีเสียงซวินดังขึ้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นว่า
“เจ้าผลักเขาออกไปหรือ หมิงเสี่ยวชี เจ้าช่วยหยุดเอาแต่ใจเช่นนี้ได้หรือไม่ คนเขาเป่าเพลงอยู่ดีๆ เจ้าตามเข้าไปร่วมวงกับเขาก็ช่างไป แต่นี่ยังไปกดขี่เขาอีก เช่นนี้มันเกินไปแล้ว!”
หมิงเวยเมินเฉยไม่ได้สนใจเขา และแล้วเสียงขลุ่ยก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ท่วงทำนองก็กลับไป หากตั้งใจฟังดีๆ ก็มีความแตกต่างเล็กน้อยที่คล้ายว่าใช่ แต่จริงๆ ไม่ใช่
“เอ๋!” นักพรตจินรู้จังหวะเพียงเล็กน้อย แต่เขาไม่เชี่ยวชาญฟังดูไม่ถูกต้องแต่เขาไม่แน่ใจ จึงถามไปว่า “นี่เป็นเพลงของท่านหรือไม่”
เมื่อเสียงขลุ่ยเปลี่ยนไปสายตาของคนในห้องโดยสารก็หยุดนิ่ง
นี่มัน…เขาไม่ได้ตอบคำถามของนักพรตจิน จากนั้นเปิดม่านไม้ไผ่ในห้องโดยสาร
ภายใต้ร่มเงาของต้นหลิวเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลถัง
ดอกไม้ไฟที่หยุดชะงักลอยขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง
หนึ่งดอก สองดอก สามดอก…โผล่ต่อเนื่องไม่หยุดแสดงเป็นลวดลายมงคล ดอกไม้สองดอกเบ่งบานพร้อมกัน[1] นกยวนยางโบยบินเคียงคู่กัน หงส์ล้อโบตั๋น มั่งมีไปจนแก่เฒ่า…ดอกไม้ไฟที่งดงามประณีตดึงดูดความสนใจของคนทั้งอี๋ตู
คนพายเรือ พ่อค้าหาบเร่ สตรีทำขนม ชายหญิงกำลังเดินเล่นอยู่บนถนน…ผู้คนนับไม่ถ้วนแหงนมองท้องฟ้ายามราตรีโดยไม่สามารถละสายตาไปได้เลย เด็กๆ ปรบมือด้วยความประหลาดใจ
ดอกไม้ไฟครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้น แต่ระเบิดด้วยตัวอักษร 囍 ตัวใหญ่
ในจวนตระกูลถังดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าถังเปียกโชกไปด้วยน้ำตา จากนั้นก็หัวเราะไม่หยุด “เป็นเอ้อร์หลาง เป็นของขวัญแสดงความยินดีที่เอ้อร์หลางมอบให้เจ้า เด็กคนนี้ชอบทำเรื่องน่าประหลาดใจเสมอ ดอกไม้ไฟที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ไม่รู้ว่าเขาไปเอามาจากที่ใด ในใจเขาคิดถึงพวกเราเสมอ!”
“ขอรับ” ถังซีตอบซ้ำแล้วซ้ำอีก “เอ้อร์หลางคิดถึงพวกเราเขากลับมาแล้วขอรับ”
“เอ๋ แล้วเจ้าตัวล่ะ ดอกไม้ไฟหมดแล้ว เหตุใดยังไม่เข้ามาอีกเด็กคนนี้น่าตีจริงๆ! ชอบหยอกล้อคนแก่เล่น!”
ถังซีปลอบใจ “ท่านแม่อย่ากังวลไปเลย เขาอาจจะอยู่ในจวนแล้ว”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
ถังซีตอบด้วยความมั่นใจ “ข้าไม่รู้ว่าเขาชอบเล่นกลอะไร จุดพลุด้วยเสียงเพลงแสดงว่าเขาต้องอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ สถานที่ที่อยู่ใกล้จากที่นี่ แต่ไม่ถูกผู้ใดพบเห็นมีเพียงที่เดียวเท่านั้น ท่านแม่รอสักครู่ลูกจะไปทำให้เขาตกใจกลัวเอง”
“ดีๆๆ!” ฮูหยินผู้เฒ่าถังยังคงหัวเราะ “พวกเจ้าอาหลานชอบหยอกล้อกันตั้งแต่ยังเด็ก เจ้าไปเถอะไปพาเขากลับมา” ถังซีกำลังจะตอบรับ แต่ก็ได้ยินเสียงเบาๆ ดังมาจากด้านนอก
“ท่านอาสิบ หลานมอบของขวัญแสดงความยินดีที่น่าสนใจให้ท่าน ท่านยังคิดจะทำให้หลานกลัวอีกหรือ ท่านไม่รักไม่เอ็นดูคนรุ่นหลังเลยจริงๆ”
ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้นบุรุษรุ่นเยาว์ที่ดูมีมารยาท สุภาพเรียบร้อยสวมชุดตัวบางมีผ้าคาดเอวเดินเข้ามาในเรือนพร้อมกับสายลมยามค่ำคืน
ดวงตาเรียวเล็ก จมูกโด่งตั้งตรง ริมฝีปากบางรวมกันให้ความรู้สึกดุดัน เป็นใบหน้าที่ดุดัน และโดดเดี่ยว แสงเทียนส่องลงบนใบหน้าของเขาทำให้เกิดเงาที่สว่างและมืด สายตาคู่นั้นทำให้หลายคนรู้สึกทึ่ง
คุณชายรองตระกูลถังที่แท้เป็นคุณชายรองตระกูลถัง!
……………
หมิงเวยวางขลุ่ยลง และมองไปยังตัวอักษร 囍[2]ตัวใหญ่ที่ค่อยๆ สลายไปหลังจากช่วงที่สว่างไสวงดงามที่สุด จี้เสียวอู่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
ผ่านไปสักพักเขาก็ได้สติแล้วถามหมิงเวย “ข้าคิดว่าที่มาของดอกไม้ไฟนั้นค่อนข้างแปลกมันเกี่ยวกับท่วงทำนองของเจ้าหรือไม่”
หมิงเวยตอบ “มันเป็นกลไกเจ้าค่ะ”
“มีคนนำหน้าเข้าไปวางกลไกรอบจวนตระกูลถัง จากนั้นก็ใช้เสียงดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์สร้างดอกไม้ไฟขึ้นมา”
“ทำเช่นนั้นได้ด้วยหรือ” โลกทัศน์ของจี้เสียวอู่สั่นคลอน
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ “มีอะไรไม่ได้ล่ะเจ้าคะ แต่ไม่ใช่คนธรรมดาที่มีความเฉลียวฉลาดเช่นนี้!”
“คุณชายรอง ต้องเป็นคุณชายรองแน่!” ไห่เอี้ยนซึ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ระงับไว้ไม่อยู่ “มีเพียงคุณชายรองเท่านั้นที่สามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้ เขาเคยเล่นแบบนี้กับนายท่านสิบเจ้าค่ะ”
“งั้นหรือ” สีหน้าของหมิงเวยเปลี่ยนไปเล็กน้อย “หมายความว่าเขากลับจวนแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ” ไห่เอี้ยนพยักหน้าหนักแน่น “คุณชายรองต้องไม่พลาดงานแต่งงานของนายท่านสิบแน่นอนเจ้าค่ะ!”
จี้เสียวอู่ประหลาดใจ “ข้าคิดว่าตนเองเล่นเยอะแล้วนะไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอีก เหนือฟ้ายังมีฟ้า” เขาคิดอย่างจริงจัง “เสเพลกลับใจคงเป็นเรื่องจริง! เสเพลตัวน้อยอย่างข้าจะเทียบกับเสเพลตัวใหญ่ได้อย่างไร!”
ถ้าเป็นเวลาปกติหมิงเวยจะหัวเราะเยาะเขาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้หมิงเวยกลับเงียบ
นางมองไปที่ลานหน้าเรือนมีคนเดินผ่านห้องโถง และเข้าไปในงานเลี้ยง
หมิงเวยอยู่ไกลจึงมองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แต่นางรู้สึกได้ว่านั่นคือคุณชายรองตระกูลถังอย่างแน่นอน
“ถังเช่า…” นางพูดเสียงกระซิบ “ต้องทำความรู้จักก่อนว่าเขาเป็นคนประเภทใด”
………………
[1] ดอกไม้สองดอกเบ่งบานพร้อมกัน : เปรียบเปรยความรักของคู่หนุ่มสาวที่หวานชื่น เคียงคู่กันตลอดไป
[2] 囍 : สัญลักษณ์มงคลที่นิยมใช้กันมากที่สุดในพิธีแต่งงานของชาวจีน เป็นอักษรมงคลที่ประดิษฐ์สร้างขึ้นมาจากคติความเชื่อและวัฒนธรรมแบบจีน ดังนั้น จึงนิยมเรียกคำนี้ว่า “ซวงสี่” (双喜)ซึ่งแปลว่า “มงคลคู่” หรือ “มงคลคู่มงคล, มงคลซ้อนมงคล”