คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 643 ภาพลวงตา
ฉือชิ่งกำลังพ่ายแพ้ ไม่นานมานี้เขาคิดว่าตนเองเข้าใจความลึกลับของวิชาหมอผี และเข้าใจโลกของหยินหยางแล้ว แต่เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันนี้ เขาถึงได้พบว่าตัวเองไม่มีกำลังพอที่จะช่วยเหลืออะไรได้เพียงนั้น
นี่คือความแตกต่างของความแข็งแกร่ง “ไม่ได้ ด้วยความสามารถของข้าไม่มีทางที่จะควบคุมจวนตระกูลถังได้อย่างสมบูรณ์ หากต้องการแก้ปัญหานี้ข้าต้องจำกัดขอบเขตให้แคบลง”
ฉือชิ่งกัดฟันเขาหยิบพลุสัญญาณออกมาแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ
ภายในห้องหนังสือหมิงเวยเห็นสัญญาณแล้วยิ้ม “คุณชายฉือตัดสินใจอย่างเด็ดขาดจริงๆ ตระหนักว่าความแข็งแกร่งของเขาไม่เพียงพอจึงยอมแพ้ในทันที”
จี้เสียวอู่ถาม “แล้วพวกเราต้องตอบกลับไปว่าอะไร”
“ไม่ต้องตอบกลับ” หมิงเวยพูด “คุณชายรองกลับมาแล้วเขาน่าจะรู้ว่าควรจัดการอย่างไร”
จี้เสียวอู่พึมพำ “เจ้านี่ร้ายกาจจริงๆ เจ้ากำลังวางแผนที่จะนั่งภูเขาชมเสือกัดกัน[1]!”
หมิงเวยยิ้ม “เขาสามารถชิงนำหน้าจุดดอกไม้ไฟแสดงความยินดีได้ แสดงว่าต้องมีวิธีอื่นด้วยไม่ใช่หรือ คุณหนูเวิน ท่านคิดว่าอย่างไร”
เวินซิ่วอี๋ที่กำลังสั่งหนอนพิษกู่มองนางด้วยความเกลียดชัง นางไม่อยากจะเห็นด้วยเลยสักนิด แต่ในใจเชื่อมันว่าศิษย์พี่ต้องตอบสนองกลับอย่างแน่นอน
“คุณหนูเวิน” หมิงเวยเร่ง “วันนี้พวกเราจะเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ท่านจะไม่แพ้ใช่หรือไม่”
เวินซิ่วอี๋ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกภูมิใจ แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้หากนางสู้กับหมิงเวยนางก็คงพ่ายแพ้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงระงับความโกรธ และตอบว่า
“แน่นอน”
หมิงเวยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “หากมีการเปลี่ยนแปลงรายงานมาได้ทุกเมื่อ อย่าคิดจะปิดบังไม่อย่างนั้นผู้ที่ตายอาจเป็นศิษย์พี่ที่รักของท่าน”
“นี่!” เวินซิ่วอี๋ทนไม่ได้อีก “ท่านอย่าพูดถึงศิษย์พี่ของข้าได้หรือไม่”
หมิงเวยเชื่อฟัง แต่โดยดี “ได้ เช่นนั้นผู้ที่ตายอาจเป็นคุณชายรองที่รักของท่าน”
“…” เวินซิ่วอี๋พึมพำ “ข้านี่โชคร้ายจริงๆ เหตุใดถึงได้มาเจอสตรีเช่นท่านได้”
หมิงเวยยิ้มอย่างใจดี “อย่าลืมล่ะว่าท่านเป็นคนลักพาตัวข้ามาแคว้นฉู่เอง คุณหนูเวิน”
……………
ภายในเรือนหลักบรรยากาศงานเลี้ยงครึกครื้น ผลัดถ้วยคืนจอก[2]
แขกชายผู้หนึ่งเดินเมามายมาขอชนจอกด้วย “ถังฉือ วันนี้วันมงคลเหตุใดเจ้าถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะ มาๆๆ พี่ชายขอดื่มให้เจ้า ขอให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขมีแต่โชคดี” ถังซียิ้มรับขอบคุณแล้วจิบสุราไปคำหนึ่ง
แขกชายผู้นั้นไม่พอใจ “เหตุใดเจ้าดื่มไปแค่นี้ไม่ไว้หน้าพี่ชายเลย มา! หมดจอก!”
ถังซีทำสีหน้ารู้สึกผิด “ข้าต้องขออภัยพี่โจวด้วย ข้าคออ่อนจริงๆ”
“ครั้งเดียวในชีวิต! เจ้าดื่มจนเมาแล้วอย่างไร มาๆๆ!”
“พี่โจว…”
ในบรรดาตระกูลขุนนางมีคนไม่กี่คนที่เกลี้ยกล่อมให้ดื่มสุราอย่างหยาบคายเช่นนี้ ทันใดนั้นเหล่าบุตรหลานตระกูลถังก็เข้ามาขวางไว้ “ท่านอาโจว วันนี้เป็นคืนแรกส่งตัวเข้าหอของท่านอาสิบของพวกเราจะดื่มจนเมาได้อย่างไร มา หลานจะดื่มเป็นเพื่อนท่านเอง!”
“เรื่องนั้น…”
“หลานขอดื่มให้ท่าน!”
แขกชายผู้นั้นไม่ได้ทำให้ถังซีลำบากใจอีกเขาพูดว่า “ในเมื่อเจ้าดื่มแทนเขา จะดื่มแค่นี้ไม่ได้นะ”
“ใช่ๆๆ” คุณชายถังผู้นี้รีบพูดว่า “หลานดื่มสามจอกเลยว่าอย่างไร”
“ได้! ดื่ม!”
“ท่านอาโจว ท่านเพิ่งดื่มไปจอกเดียวเองไม่ได้ๆ ต้องดื่มอีกสองจอก”
“ดื่มก็ดื่ม เจ้าต้องดื่มด้วย”
“ไม่มีปัญหาขอรับ หลานสู้สุดชีวิตเพื่อท่าน” ถังเช่ามองแสงจันทร์ที่พร่ามัวขึ้นเรื่อยๆ แล้วขมวดคิ้ว
“เอ้อร์หลาง มีอะไรผิดปกติหรือไม่”
“อืม” ถังเช่าพูดเสียงเบา “อีกฝ่ายกำลังล้อมพวกเราอยู่”
ถังซีได้ยินเช่นนั้นก็อดขนลุกไม่ได้ เขามองไม่เห็นแม้แต่คนเดียวแล้วสิ่งที่เรียกว่าการล้อมมันคือการล้อมแบบไหนกัน เสียงกระเบื้องแตกได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขา แขกชายเมื่อครู่ทะเลาะกับหลานชายตระกูลถัง
“ข้าให้เจ้าดื่ม เจ้าก็ไม่ดื่ม นี่เจ้าดูถูกตระกูลโจวของพวกเราหรือ”
“ท่านอาโจวพูดอะไรน่ะ หลานดื่มไปแล้วจอกหนึ่งท่านจะบังคับคนอื่นดื่มได้อย่างไร วันนี้เป็นงานมงคลของพวกเราตระกูลถัง ท่านอาโจวจะไม่ไว้หน้าพวกเราเลยหรือ”
“ตระกูลถังหน้าใหญ่เสียจริง! หากไม่ใช่เพราะตระกูลถังของพวกเจ้าใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างไม่มีเหตุผล พวกเราจะเดินทางมาไกลถึงนี่หรือ ดื่มเหล้ามงคลอะไรกัน บอกตรงๆ มาสิว่าเป็นของขวัญของพวกเจ้าน่ะ”
“พวกเราบอกให้ท่านมอบของขวัญหรือ ผู้ใดใช้ให้พวกท่านไร้ความสามารถจนต้องมาขอพวกเรากัน หากหยิ่งนักก็ไม่ต้องส่งมา!”
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ”
“ข้าบอกว่าท่านไร้ความสามารถ!”
“เหล่าผู้อาวุโสเรียกพวกเราดื่มก็ช่างไป แต่นี่แม้แต่เด็กน้อยอย่างเจ้ายังกล้าดูถูกข้า!”
“ดูถูกท่านแล้วอย่างไร หากมีความสามารถก็มาตีข้าเลยสิ!”
“ข้าตีเจ้าแน่!” แล้วทั้งสองก็ตะลุมบอนกัน
ถังซีมองดูด้วยความประหลาดใจเขาพบว่าคนอื่นไม่แยแสหรือกระวนกระวายใจ แต่ยังส่งเสียงให้กำลังใจเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง
“เป็นไปได้อย่างไร” เขาตกใจมาก
ผู้ที่อยู่ในเรือนหลักล้วนเป็นญาติสนิทของตระกูลถัง ตระกูลขุนนางใหญ่แม้ว่าพวกเขาจะเป็นศัตรูกัน แต่ใบหน้าก็ยังประดับรอยยิ้มจะมาดุด่าหรือทำร้ายกันอย่างหยาบคายได้อย่างไร ที่แปลกไปกว่านั้นคือไม่มีผู้ใดหยุดเขา
ถังซีขนลุกชัน เขารู้สึกว่าคนเหล่านี้แปลกมาก พวกเขายังดูเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เนื้อในล่ะเป็นคนที่เขารู้จักจริงๆ หรือ
“เอ้อร์หลาง…” ถังซีต้องการขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเขาหันศีรษะก็เห็นถังเช่าวางจอกสุราในมือ และเดินไปทางกลุ่มคนที่ทะเลาะวิวาทกัน
จะไปห้ามหรือ ถังซีโล่งใจเล็กน้อยมีเอ้อร์หลางอยู่ด้วย…แต่ยังไม่ทันคิดจบเขาก็เห็นถังเช่าหยิบเก้าอี้แล้วก้าวไปข้างหน้า…
“เอ้อร์หลาง!” ท่ามกลางเสียงตะโกน ถังซีมองดูถังเช่าเหวี่ยงเก้าอี้ออกไป
จากนั้นก็เกิดเรื่องตลกร้ายขึ้น เก้าอี้กระแทกเข้าที่ศีรษะของแขกชายผู้นั้นจนเลือดกระเซ็น ศีรษะของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ
ทุกคนอยู่ในความโกลาหล ญาติของแขกชายคว้าขวดสุราบนโต๊ะแล้วฟาดไปที่หัวของถังเช่า หลานชายตระกูลถังวิ่งไปข้างหน้า บางคนต่อย บางคนคว่ำโต๊ะ
ถังซีเบิกตากว้าง และสิ่งที่เขาเห็นนั้นไร้สาระราวกับเป็นความฝัน แต่เขาได้กลิ่นเลือด และเสียงสับสนอลหม่านที่ดังจนแก้วหูแทบแตก
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
“ท่านอาสิบ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของเขา จมูกของถังซีถูกกระตุ้นจนต้องจามออกมา เพียงชั่วพริบตาทุกอย่างก็หายไป
เสียงเมามายลอยผ่านเข้าหู บางคนตะโกน บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ ไม่มีการถูกทุบตีที่ศีรษะ
“เกิดอะไรขึ้น” ถังซีถามด้วยความงุนงงเขาพบว่าใบหน้าของตนเปียกชุ่มไปด้วยสุรา
ถังเช่าวางแก้วสุราลงแล้วพูดอย่างเป็นกันเอง “ท่านถูกฝันร้ายควบคุม”
“ถ้าอย่างนั้นเมื่อครู่…”
“ไม่ใช่เรื่องจริง อีกฝ่ายลงมือแล้ว”
“อ้อ…” ถังซีถอนหายใจด้วยความโล่งอกเอ้อร์หลางจะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร
เขาสงบลงครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น พวกเขาต้องการให้พวกเราเห็นภาพหลอนจากนั้นก็ฆ่ากันเองหรือ”
ถังเช่าส่ายหน้า “ฆ่ากันเองหรือจะไปทำได้อย่างไร ท่านอาสิบ ท่านเดาสิว่าพวกเขาเห็นสถานการณ์เช่นไร”
ถังซีฟังเสียงตะโกนของคนเหล่านั้น และชื่อคนที่ถูกเรียกมากที่สุด…
ถังเอ้อร์!
จู่ๆ ถังซีก็นึกถึงฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่าถัง “เป้าหมายของพวกเขาคือเจ้าหรือ”
…………..
[1] นั่งภูเขาชมเสือกัดกัน : การรอคอยโอกาสเพื่อชกชิงผลประโยชน์เมื่อคนอื่นพลาดพลั้ง
[2] ผลัดถ้วยคืนจอก : ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน เคารพซึ่งกันและกัน