คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 650 เกินความจำเป็น
พระจันทร์เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกจวนตระกูลถังค่อยๆ ตกอยู่ในความสงบ ถังเช่ายืนอยู่ที่อาคารหลังเล็ก มือถือแก้วสุรา แต่ก็ไม่ได้ดื่ม เขามองพระจันทร์อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งนักพรตจินเดินเข้ามาเขาก็ไม่ขยับ
“ฟ้าใกล้สว่างแล้ว ท่านยังไม่นอนอีกหรือ”
ถังเช่ายิ้ม “นอนไม่หลับ”
“เพราะคุณหนูเจ็ดผู้นั้นหรือ” ถังเช่าพยักหน้า
นักพรตจินมองเขาแล้วพูดว่า “ท่านก็อายุเพียงนี้แล้วจะสนใจเพศตรงข้ามเป็นเรื่องปกติมาก คุณหนูเจ็ดก็อยู่ในวัยที่เหมาะสม หน้าตางดงาม ดูน่าสนใจ ไม่แปลกที่ท่านจะคิดถึง นางเป็นคนแคว้นฉีก็ไม่เป็นไรอย่างไรเสียตอนนี้นางก็อยู่ที่แคว้นฉู่แล้ว สัญญาหมั้นหมายนั่นถือว่าไม่นับ หากทำให้นางกลายเป็นคนของท่าน ท่านก็สามารถคิดถึงนางได้ตลอดเวลา”
“….”
ถังเช่าวางแก้วสุราลง “ท่านนักพรตคิดว่าควรให้นางอยู่ที่นี่หรือไม่”
เขาถามคำถามที่จริงจังซึ่งนักพรตจินก็ไม่ได้ทำตัวเล่นๆ อีก เขาตอบอย่างจริงจังไปว่า “สตรีผู้นี้แข็งแกร่งมากหากนางคิดจะไปจริงๆ การจะรั้งนางไว้อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แต่ข้าอยากเตือนท่านว่าที่นางไม่ไปเพราะอาจมีจุดประสงค์อื่น เป็นศัตรูหรือเป็นมิตรไม่อาจรู้ได้!”
“อืม” นิ้วของถังเช่าเคาะซวินดินเผาอย่างเหม่อลอย
นักพรตจินทำเสียง ‘เชอะ’ “หากพูดถึงเรื่องราวในวันนี้ มันช่างทำให้ข้าได้เปิดโลก ท่านเชื่อหรือไม่ว่าคุณหนูเหลียงผู้นั้นต้องการช่วยเหลือท่านจริงๆ”
ถังเช่าเล่นกับมันสักพักแล้วตอบว่า “ก็ฟังดูเหมือนไม่ได้โกหก”
นักพรตจินรู้สึกประหลาดใจ “อีกฝ่ายวางแผนร้ายต่อตระกูลถัง พวกเขาลงมือกับย่าของท่านก่อน จากนั้นก็ฆ่าอาของท่าน ท่านไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่ยังเชื่อนางอีกหรือ”
ถังเช่าพูด “โกรธกับเชื่อมันคนละเรื่องกันที่นางทำลงไปแน่นอนว่าข้าโกรธ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคำพูดของนางไม่มีความน่าเชื่อถือ”
นักพรตจินยิ้ม “ถังเอ้อร์ ท่านไม่ได้เข้าข้างนางเพราะถูกโน้มน้าวใจได้ใช่หรือไม่”
ถังเช่าไม่สนใจ “ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ”
นักพรตจินส่ายหัว “ไม่ใช่อย่างนั้นท่านไม่เคยปิดบังข้า”
ถังเช่าพูด “หากไม่มีจุดมุ่งหมายข้าก็ไม่ส่งคนไปแคว้นฉีหรอก เพียงแต่นางยังมองผิดอยู่เรื่องหนึ่ง”
“อะไรหรือ”
“ตระกูลถังไม่เคยเป็นอุปสรรคสำหรับข้า” ถังเช่าพูดอย่างใจเย็น “หากข้าเต็มใจ ท่านอาสิบจะยืนอยู่เคียงข้างข้า และช่วยเหลือข้าอย่างแน่นอน ส่วนพี่ใหญ่…”
“ท่านถูกขัดขวางเพราะความสัมพันธ์พี่น้องหรือความสัมพันธ์แม่ลูกเลยไม่อยากไปไกลถึงขั้นนั้นหรือ”
นักพรตจินอาจดูเป็นคนหยาบกร้าน แต่จริงๆ แล้วมีจิตใจที่ละเอียดอ่อน นอกจากนี้ถังเช่ามักจะตรงไปตรงมาต่อหน้าเขา เขารู้เกือบทุกอย่างที่เกี่ยวกับถังเช่า
ถังเช่าพยักหน้าช้าๆ “ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นเลยยังไม่ได้ลงมือ”
“แล้วท่านจะลงมือหรือไม่” ถังเช่าไม่ได้พูดอะไรอีกหยิบแก้วสุราขึ้นมาอีกครั้งแล้วกรอกสุราเย็นๆ เข้าปาก
นักพรตจินพูดว่า “คุณหนูเหลียงผู้นั้นไม่ผิดจริงๆ หากอาการฝันร้ายของฮูหยินผู้เฒ่ายังรักษาไม่หายแล้วยังต้องจัดกำลังคนเพื่อปกป้องแขกตอนนี้ท่านจะทำอย่างไร”
หากเป็นเช่นนั้นวันนี้คงมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตมากมาย แม้เขาจะช่วยถังซีไว้ได้ แต่คงต้องตัดขาดกับตระกูลถัง
การมีอยู่ของฝันร้ายประกอบกับภาพหลอนของแขกเหล่านั้น การมีความผิดข้อหาฆาตกรรมของเขาคงไม่สามารถหักล้างได้
“หากเป็นเช่นนั้นละก็ท่านต้องเลือก อาจพูดได้ว่าไม่มีทางอื่นแล้วมีแต่เส้นทางไปสู่ความมืด จากมุมมองนี้หมายความว่าคุณหนูเจ็ดช่วยท่านไว้ก็ไม่ผิด”
ถังเช่าเหลือบมองเขา “ดูเหมือนท่านนักพรตจะไม่หวังให้ข้าเดินไปในเส้นทางนี้”
นักพรตจินหัวเราะแห้ง “ข้าไม่หวังให้ท่านเป็นคนโปร่งใสหรอก เหนื่อยกับการมีชื่อเสียง หากท่านอยากจะเดินไปในเส้นทางนี้ก็ต้องเดินไปเอง ถูกบังคับให้เดินเช่นนี้มันจะมีความหมายอะไร”
“ท่านนักพรตยืนอยู่ข้างคุณหนูเจ็ดหรือ จากที่คุณหนูเหลียงพูดมานางควรเป็นศัตรูของข้าถึงจะถูก”
นักพรตจินยิ้ม “ข้าเห็นว่าสิ่งที่คุณหนูเจ็ดทำนั้นโหดร้ายน้อยกว่ามาก อันที่จริงหากจะทำลายแผนการของคุณหนูเหลียงแค่ทำลายวิชาฝันร้ายของนางก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องช่วยชีวิตอาของท่านเลยวิธีการของคุณหนูเจ็ดมีข้อสงสัยมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดูจากบุคลิกของนางแล้วไม่ใช่มองว่านางพูดอะไร แต่ให้มองว่านางทำอะไร คุณหนูเหลียงบอกว่าช่วยท่าน แต่กลับสนใจแต่เป้าหมายของนางเอง ความรู้สึกของท่าน ชีวิตของผู้อื่นนางไม่ใส่ใจ แต่การกระทำของคุณหนูเจ็ดนั้นอ่อนโยนกว่ามาก รู้ว่าท่านคือศัตรูของนาง แต่ก็ยังเห็นชีวิตคนสำคัญกว่า”
ถังเช่าใจลอยอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ดูเหมือนท่านจะยืนอยู่ข้างนางจริงๆ ”
นักพรตจินไม่ได้ปฏิเสธ แต่พูดว่า “ท่านเชื่อหรือไม่ว่านางไม่ได้เล่นกลอะไรกับฮูหยินผู้เฒ่า” ถังเช่าไม่พูดอะไร
นักพรตจินไม่พูดอะไรต่อเขาบิดเอว “วิ่งไปตลอดทางมันเหนื่อยจริงๆ ข้าไปนอนก่อนล่ะ ไม่อยู่เล่นเป็นเพื่อนท่านแล้ว!”
……………
เรื่องที่เจ้าสาวหายตัวไปตระกูลถังต้องการจะปกปิด แต่ก็ปกปิดไม่ไหว
ในบรรดาแขกที่มาพักก็มีญาติทางตระกูลเหลียงอยู่มากมายคนสำคัญสองคนหายตัวไปจะไม่รู้ได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่เกิดขึ้น ตระกูลถังกับตระกูลเหลียงยังคงมีหนี้ก้อนโตที่ต้องชำระ แน่นอนว่าต้องลงมือก่อนจะสามารถควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งได้ ส่วนเหตุผลนั้นค่อยว่ากัน
ดังนั้นในวันที่สองของงานแต่งงาน ตระกูลถังจึงวุ่นวายจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ ฮูหยินผู้เฒ่าทราบเรื่องที่เจ้าสาวหายตัวไปก็แทบจะหมดสติ แต่โชคดีที่ถังเช่าเตรียมตัวก่อนหน้านี้แล้วจึงรีบเรียกตัวหมอทันที
พอฮูหยินผู้เฒ่าสงบลงก็รีบไปหาถังซี
ถังซีที่ยังไม่ฟื้นตัวดีตอบด้วยความงุนงง “ท่านแม่ร้องไห้ทำไมขอรับลูกไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไรจริงๆ…”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นเขาเป็นเช่นนี้ก็ร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม แบบนี้ไม่เป็นอะไรตรงไหนกัน นางยืนอยู่ตรงนี้ แต่เด็กคนนี้กลับเรียกพี่สะใภ้ของตนว่าท่านแม่ เลอะเลือนไปแล้ว
“ท่านย่า” ถังเช่ารีบเข้าไปปลอบนาง “หมอตรวจอาการดูแล้วท่านอาสิบไม่ได้เป็นอะไรมากขอรับ แค่ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี พักสักสองวันก็ดีขึ้น ท่านอย่าโกรธตัวเองเลยขอรับ ไม่อย่างนั้นท่านอาสิบฟื้นขึ้นมาจะเสียใจ”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็รีบเช็ดน้ำตา “ได้ๆๆ ฉือเอ๋อร์ ลูกพักผ่อนให้สบาย แม่ไม่ร้องไห้แล้วไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ เอ้อร์หลางอยู่ที่นี่ด้วย ตระกูลเหลียงรังแกลูกเช่นนี้พวกเราไม่ปล่อยไว้แน่ต้องระบายความแค้นให้ลูกแน่นอน!” สองแม่ลูกพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งฮูหยินผู้เฒ่าก็เช็ดน้ำตาเดินออกมา
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ามืดครึ้มนางพูดว่า “เอ้อร์หลาง เขียนจดหมายถึงพ่อเจ้า! ตระกูลเหลียงรังแกพวกเรามากเกินไปอย่าได้คิดว่าพวกเราจะปล่อยผ่าน!”
ถังเช่าตอบรับแล้วพูดกล่อมนางว่า “ท่านย่า เรื่องพวกนี้หลานจัดการเอง ท่านไปพักผ่อนเถอะขอรับ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าเช็ดน้ำตาอีกครั้ง “โชคดีที่เจ้ากลับมาทันเวลา เอ้อร์หลาง อาสิบของเจ้ามีชะตาชีวิตที่ลำบาก...”
ถังเช่าฟังอย่างอดทน และปลอบโยนนางกว่าจะทำให้นางสงบลงนั้นไม่ง่ายเลย จากนั้นเขาก็เรียกสาวใช้ให้ช่วยประคองนางกลับไปพักผ่อน
เขายืนส่งฮูหยินผู้เฒ่ากลับไปจากนั้นก็กลับมาที่ห้องโถง และทันทีที่เข้ามาในห้อง เขาก็ถูกตบหน้าอย่างแรง
ฮูหยินใหญ่ระงับเสียงของตนเองแล้วตะคอกถามไปว่า “เป็นเจ้าที่ดึงดูดคนพวกนี้มาอีกแล้วใช่หรือไม่ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่านำเรื่องวุ่นวายภายนอกกลับมาอีก แต่เจ้าก็ไม่ฟัง ตอนนี้เป็นอย่างไรเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วใช่หรือไม่ แล้วอาของเจ้าก็ติดร่างแหไปด้วย! เจ้ากลับมาทำไมกันคิดจะทำร้ายผู้ใดอีก”
ถังเช่าเงยหน้าขึ้นมองมารดาที่จ้องตาลุกเป็นไฟแล้วพูดขึ้นเงียบๆ ว่า “ในสายตาของท่านแม่ ลูกดูเป็นคนสร้างเรื่องมากมายเพียงนั้นเลยหรือขอรับ”
……………