คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 654 เปิดโปง
โหวเหลียงรู้สึกหวาดกลัว “นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกเราโผล่พิรุธตอนไหนหรือ ทำอย่างไรดีขอรับคุณชาย”
หยางชูยังคงดื่มชาต่อสายตาเหลือบมองเขา และไม่พูดอะไร
กลับเป็นตัวฝูที่เผยจิตสังหารออกมา นางกระชับกริชข้างเอวแล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็ต้องฆ่าซะ”
โหวเหลียงร้องไอโหยว เขาอยากจะร้องเรียกหาแม่เหลือเกิน พวกเขาสามคนเป็นวรยุทธ์ แต่เขานั้นไม่! วรยุทธ์ตีนแมวอย่างเขาไม่สามารถต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ได้อยู่แล้ว
อาสวนที่อยู่ข้างนอกกระโดดลงจากรถ และมองไปที่เจ้าหน้าที่อย่างระมัดระวัง “ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านทำอะไรน่ะ พวกเราทำผิดอะไรหรือ”
ทันทีที่ถามจบคุณชายในชุดเสื้อแพรเดินโบกพัดเข้ามาหา “พวกท่านไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวตนของพวกท่านน่าสงสัย บอกมาว่าพวกท่านเป็นผู้ใดกันแน่”
อาสวนมองมาที่เขาแล้วมองไปที่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่พูดอะไร
เจ้าหน้าที่ตะโกน “ท่านนี้คือคุณชายใหญ่ฉางจากจวนเหวินชานโหว ผู้นำกองทหารรักษาพระองค์! พวกท่านยังไม่พูดความจริงอีก!”
“พวกเราไม่รู้จะพูดอะไร!” อาสวนพูด “คุณชายของพวกเรามาเที่ยวจิงตูอยู่ดีๆ มีอะไรให้น่าสงสัยกัน”
คุณชายเสื้อแพรยิ้มแล้วหันไปหาเจ้าหน้าที่ “คนไม่ยอมจำนน และยังไม่สารภาพด้วยหรือ”
“ขอรับ” เจ้าหน้าที่เหลือบมองพวกเขา เขาก้าวออกมาข้างหน้าแล้วพูดว่า
“เอกสารเข้าเมืองของพวกท่านบอกว่ามาจากฮั่วโจว แต่ฮั่วโจวเป็นเมืองจากทางใต้ คนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีผิวสีคล้ำ แต่ดูลักษณะของพวกท่านแล้วไม่เหมือนคนที่นั่นเลยสักนิด อีกอย่างสาวใช้ และคุณชายของพวกท่านดูเป็นวรยุทธ์ มีอาวุธมีคมซ่อนอยู่ที่เอวของสาวใช้ ง่ามมือระหว่างนิ้วโป้ง และนิ้วชี้ของคุณชายดูหยาบกร้าน คุณชายที่ไหนจะมีท่าทางดุร้ายเช่นนี้”
“นั่น…” อาสวนไม่สามารถตอบได้ชั่วขณะหนึ่ง
เจ้าหน้าที่มีสีหน้าพอใจ “จะไม่พูดหรือ ยังไม่บอกความจริงมาอีก!”
“คุณชาย ทำอย่างไรดีขอรับ” โหวเหลียงเหงื่อแตกทำตัวไม่ถูก พวกเขามาจากเป่ยฉี เอกสารเข้าเมืองแน่นอนว่าเป็นของปลอม เรื่องนี้อาสวนเป็นคนจัดการไม่ได้ผ่านมือโหวเหลียง
โหวเหลียงอดไม่ได้ที่จะก่นด่าอาสวน ดูเหมือนจะจัดการเรื่องได้ดี แต่เหตุใดไม่คิดเรื่องนี้ให้ดีๆ ถึงได้เผยช่องโหว่ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้!
คุณชายใหญ่ฉางยิ้มแล้วหันไปหาหยางชู “คุณชายผู้นี้มีร่างกายสูงใหญ่เหมือนคนทางเหนือ หรือว่าท่านจะมาจากทางเหนือกัน ไม่ต้องกลัวข้าแค่ถามเท่านั้น อันที่จริงปลอมเอกสารเข้าเมืองไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ท่านไม่ได้มาทำอะไรไม่ดี ใช่หรือไม่”
โหวเหลียงคิดในใจนี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือ คนจากทางเหนือ…ประโยคนี้มีความหมายแฝงเพียบ! เหนือแค่ไหน ข้ามทางน้ำด้วยหรือไม่ คุณชายโดนเล่นลิ้นแน่ๆ หากเป็นเช่นนั้น…
ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมความหวังของเขา ในที่สุดหยางชูก็พูดออกมาว่า
“ไม่คิดว่าคนทางใต้จะระวังตัวเพียงนี้ ข้าดูผิดไปจริงๆ ใช่ พวกเรามาจากทางเหนือ เอกสารเข้าเมืองนั่นก็ซื้อมาระหว่างทาง ก่อนหน้านี้ก็อยากเข้าหนานอันจึงต้องการเอกสารเข้าเมือง ไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะให้ความสนใจเพียงนี้”
คุณชายใหญ่ฉางหรี่ตาแล้วก้าวไปข้างหน้า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เองไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไรหรือ มาหนานอันของพวกเราเพื่ออะไร”
“แน่นอนว่ามาเที่ยวเล่น!” หยางชูยืนขึ้น หยิบพัดจากเอวด้านหลังมาพัดอย่างเอ้อระเหยลอยชาย “คุณชายใหญ่ฉางใช่หรือไม่ ดูแล้วท่านน่าจะคุ้นเคยกับหนานอันเป็นอย่างดี บอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าในหนานอันมีที่ใดน่าสนใจบ้าง”
ขนาดนี้แล้วยังมีอารมณ์ถามว่ามีที่ใดน่าสนใจบ้าง โหวเหลียงแทบอยากจะลุกขึ้นปิดปากหยางชู แต่เขาก็ไม่กล้า
คุณชายใหญ่ฉางส่งสายตาให้ทหารที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่นิ่งๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ในหนานอันมีที่ที่น่าสนใจมากมาย แต่หากพวกท่านไม่ชี้แจงที่มาของพวกท่านให้ชัดเจน เกรงว่าก้าวเดียวก็เดินลำบาก คุณชายท่านนี้ดูไม่เหมือนคนที่มีเจตนาร้ายแอบแฝงอยู่ ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยมันเป็นหน้าที่ของข้า หากที่มาของท่านไม่มีปัญหาอะไรทุกคนก็ยินดีต้อนรับ ใช่หรือไม่”
หยางชูคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ที่พูดมาก็มีเหตุผล แต่ก่อนออกเดินทาง บรรพบุรุษของข้าตักเตือนอยู่หลายพันครั้งว่าอย่าเปิดเผยตัวตนตามใจชอบ…”
“อะไรคือตามใจชอบเล่า หนานอันไม่ใช่สถานที่ที่จะมาก็มาได้ คุณชาย…หากท่านไม่เต็มใจที่จะบอกความจริง พวกเราก็ทำได้แค่ทำตามกฎเท่านั้น”
“นั่น…”
หลังจากคุณชายใหญ่ฉางพูดเสียงนุ่มนวล จู่ๆ ก็พูดเสียงแข็งขึ้นมาว่า “เมืองหลวง และพื้นที่โดยรอบ หากมีคนน่าสงสัยต้องถูกจัดการอย่างรุนแรง หากท่านไม่พูดพวกเราจำเป็นต้องลงโทษ!” ทหารที่ล้อมรอบพวกเขาก้าวไปข้างหน้าแล้วยกหอกเล็งเข้าหาทั้งสี่คน
“คุณชาย!” อาสวนตะโกนเขาวางมือที่เอวเตรียมพร้อมที่จะขยับ
หยางชูมองพวกเขาแล้วมองทหารที่ล้อมรอบอยู่จากนั้นก็ถอนหายใจ “ช่างเถอะ ต่อสู้ขึ้นมาจะลำบากเอา อาสวน มอบเอกสารเข้าเมืองของพวกเราให้เขาไป”
เอกสารเข้าเมืองนี้แน่นอนว่าเป็นเอกสารเข้าเมืองที่แท้จริง
อาสวนลังเล “แต่ว่า…”
“บอกให้มอบให้ก็มอบให้ไปสิ!”
“ขอรับ” อาสวนหยิบเอกสารกองหนึ่งออกมาจากอกเสื้อของเขาแล้วยื่นให้
“นี่ขอรับ!” เจ้าหน้าที่เห็นหน้าปกก็รับมาอย่างระมัดระวังแล้วส่งให้คุณชายใหญ่ฉาง
เอกสารเข้าเมืองนี้เป็นรูปแบบของเป่ยฉี! หมายความว่าเป็นคนจากทางเหนือจริงๆ ช่างกล้าหาญแท้
แคว้นฉี และแคว้นฉู่เป็นศัตรูกัน หากแอบมาที่จิงตูได้ส่วนใหญ่มักเป็นพ่อค้าที่ลักลอบนำเข้ามา พวกเขาจะหลบซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง แต่จะไม่ทำตัวไม่ยี่หระเช่นนี้
คุณชายใหญ่ฉางรับเอกสารเดินทางมาดูพอพลิกดูไปได้สองหน้าสีหน้าของเขาก็ดูเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เหล่าเจ้าหน้าที่มีสีหน้างุนงง
หมายความว่าอย่างไรหากมีปัญหาก็แค่จับตัวมาขังไว้ หากไม่มีปัญหาก็แค่รีดไถเอาเงินแล้วไล่ออกไปซึ่งก็เป็นตามกฎปกติไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องทำสีหน้าลำบากใจด้วย
ในที่สุดคุณชายใหญ่ฉางก็อ่านจบเขาเงยหน้าขึ้น “คุณชายหยางหรือ”
“ใช่”
คุณชายใหญ่ฉางครุ่นคิด “ท่านเป็นคนแคว้นฉี ไม่ง่ายเลยที่ท่านจะเข้าไปในเมืองได้ด้วยตัวเอง เอาอย่างนี้ข้ามีเรือนหนึ่งอยู่แถวชานเมือง คุณชายหยางไปพักที่นั่นก่อนดีหรือไม่ รอข้าไปรายงานแล้วจะเชิญท่านไปเที่ยวชมหนานอัน”
ทันทีที่พูดคำนี้ออกมาเหล่าเจ้าหน้าที่ต่างตกตะลึง
เกิดอะไรขึ้น เขาเป็นคนแคว้นฉีไม่ใช่หรือเหตุใดต้องผ่อนปรนเขาถึงเพียงนี้ด้วย หากเขาเป็นองค์ชาย หรือขุนนางแคว้นฉีก็สามารถจับกุมได้เลย! เหตุใดต้องมีท่าทีเกรงใจเช่นนี้ด้วย
หยางชูเลิกคิ้ว “รบกวนเกินไปหรือไม่ ข้าแค่พักโรงเตี๊ยมก็พอแล้ว อีกอย่างข้าเที่ยวที่ชานเมืองมาสองวันแล้วตอนนี้อยากเข้าเมืองมากกว่า”
คุณชายใหญ่ฉางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พอดีเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว หากคุณชายหยางเข้าเมืองก็คงเที่ยวเล่นไม่ได้ เรือนของข้าที่ชานเมืองอยู่ใกล้มาก พักสักหนึ่งคืนแล้วเข้าเมืองวันรุ่งขึ้นก็ไม่ช้าอะไร”
หยางชูครุ่นคิดแล้วพยักหน้า “ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล เอ๋…พวกท่านชาวหนานอันไม่ปล่อยให้คนแคว้นฉีเข้าเมืองนี่ ท่านปล่อยให้ข้าเข้าไปเช่นนี้ท่านจะไม่เดือดร้อนหรือ”
“เพราะฉะนั้นจึงต้องไปรายงานก่อน คุณชายหยางวางใจได้ท่านไม่ใช่คนน่าสงสัยเชื่อว่าเบื้องบนจะอนุญาตแน่”
“ได้ คุณชายใหญ่ฉางสุภาพเช่นนี้ข้าต้องไว้หน้าท่านอยู่แล้ว”
“ขอบคุณท่านมาก เชิญคุณชายหยาง” พูดคุยกันแค่ไม่กี่คำสถานการณ์ก็คลี่คลาย
คุณชายใหญ่ฉางโบกมือ “พวกเจ้าถอยไป”
“คุณชายใหญ่…” เจ้าหน้าที่อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“ถอยไป!”
เจ้าหน้าที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเปิดทาง และเฝ้ามองคุณชายใหญ่ฉางพาทั้งสี่คนออกจากเมือง
“ผิดปกติจริงๆ คนพวกนี้เป็นผู้ใดกัน พวกเขามาจากแคว้นฉีเหตุใดคุณชายใหญ่ต้องเกรงใจเพียงนี้ด้วย”
…………….