คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 656 บังเอิญพบกัน
พวกหยางชูทั้งสี่คนอาศัยอยู่ในเรือนอื่นของตระกูลฉางซึ่งอยู่ดีกินดี นอนหลับสบายมาก คุณชายใหญ่ฉางกังวลว่าพวกเขาจะรอไม่ไหว วันรุ่งขึ้นจึงเดินทางมาหาพวกเขา บอกว่ามีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่งในเขตชานเมือง
หยางชูเที่ยวเล่นกับเขาอีกสองสามวัน ในขณะเดียวกันก็ถูกอีกฝ่ายสอบถามหลายอย่าง ‘โดยไม่ตั้งใจ’
ตัวอย่างเช่น เขาเป็นบุตรชายของบุตรสาวคนโตของเจ้าสำนักเสวียนอู่ชาน ตั้งแต่เด็กเขาอยู่เคียงข้างท่านตามาจนเติบใหญ่ เนื่องจากมีความสามารถสูง ท่านตาจึงต้องการฝึกฝนเขา และถึงกับมีความคิดที่จะให้เขามาสืบทอดตำแหน่งต่ออีกด้วย แต่คุณชายหยางไม่สนใจเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงหาโอกาสที่จะแอบออกไปเที่ยวเล่นเสมอ ได้ยินมาว่าแคว้นฉู่น่าเที่ยวเขาจึงซื้อเอกสารเข้าเมืองปลอมมา และเดินทางไปจนถึงหนานอิง
หลังจากเที่ยวเช่นนี้ไปได้สองสามวันคุณชายใหญ่ฉางก็รู้สึกคุ้นเคยกับเขาและขอให้เขาทำนายดวงชะตาให้
คุณชายหยางโบกมือ “วันนี้สัมผัสมือของข้าไม่ค่อยดีให้ตัวฝูทำนายให้แล้วกัน”
คุณชายใหญ่ฉางลังเล “นั่น…”
หยางชูพูด “ท่านอย่าได้ดูถูกตัวฝู นางอยู่ข้างกายข้ามาตั้งแต่เด็ก นางแข็งแกร่งกว่านักทำนายหลายคนเสียอีก”
คุณชายใหญ่ฉางคิด ก็ได้…สาวใช้จะมีความสามารถหรือไม่ ก็สามารถดูออกได้ว่าเขามีความสามารถด้วยหรือเปล่า ตัวฝูนำกว้าถ่งออกมาแล้วให้เขาเขย่า
เมื่อเขาเทเหรียญทองแดงออกมาจากกว้า ตัวฝูมองแล้วพูดว่า “คุณชายใหญ่ฉางมีพี่ชายใช่หรือไม่เจ้าคะ”
คุณชายใหญ่ฉางรู้สึกประหลาดใจไม่มีผู้ใดในตระกูลรู้เรื่องนี้ ผู้อื่นเรียกเขาว่าคุณชายใหญ่เพราะคิดว่าเขาเป็นบุตรชายคนโต
ตัวฝูพูดว่า “โชคชะตาของทุกคนมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่พวกเขารัก มองจากกว้านี้แล้วคุณชายใหญ่ฉางประสบภัยพิบัติในชีวิตซึ่งดูเหมือนจะมาจากคนรุ่นก่อน สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือภัยพิบัตินี้ได้รับการแก้ไข และไม่ได้ส่งผลที่ตัวท่าน บ่าวเดาว่าท่านน่าจะมีพี่ชายหนึ่งท่านที่รอดจากภัยพิบัตินี้”
คุณชายใหญ่ฉางเงียบ เขายกนิ้วให้แล้วกล่าวชื่นชมจากใจจริง “แม่นางเก่งกาจจริงๆ แม้แต่เรื่องนี้ก็ยังดูออก”
ตัวฝูกล่าวอย่างนอบน้อม “เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะ ขอเพียงรู้ดวงชะตาเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำนายได้”
เมื่อเห็นว่านางทำนายได้อย่างแม่นยำ คุณชายใหญ่ฉางก็อดไม่ได้ที่จะตั้งหน้าตั้งตารอแล้วถามว่า “แม่นางช่วยทำนายให้อีกครั้งได้หรือไม่ว่าภายภาคหน้าข้าจะมีเคราะห์ร้ายอื่นหรือไม่”
ตัวฝูขยับนิ้วทำนายอยู่สักพักก็ส่ายหน้า “ชะตาของคุณชายใหญ่ไม่ค่อยดีนัก! โชคชะตาของท่านลดลงตลอดทางท่านอาจถูกฆ่าตายในไม่กี่ปีเจ้าค่ะ” คุณชายใหญ่ฉางตกใจ
ตัวฝูกล่าวเสริมว่า “และโชคชะตาของท่านนั้นสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคนในครอบครัว ภัยพิบัตินี้น่าจะมาจากด้านนี้เจ้าค่ะ ทางที่ดีคุณชายใหญ่ควรระวังตัวมากขึ้น หลีกเลี่ยงพวกเขาจะดีกว่า…”
เดือดร้อนทั้งครอบครัวงั้นหรือ คุณชายใหญ่ฉางเงียบเป็นเวลานานเมื่อได้ยินความหมายเบื้องหลังคำพูดของอีกฝ่าย
วันต่อมาหยางชูออกไปเดินชมธรรมชาติ และได้พบกับบุรุษผู้หนึ่งซึ่งออกมาเดินเล่นเช่นเดียวกัน
ทั้งสองจึงเดินทางไปด้วยกัน ระหว่างทางคุณชายหรงผู้นี้พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับบทกวีที่ถูกแกะสลักบนหินข้างทาง หยางชูโบกมือ “ข้าอ่านไปสองสามบทแล้วรู้สึกไม่ค่อยเข้าถึงเท่าไร!”
คุณชายหรงรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาพูดอย่างตรงไปตรงมา คุณชายตระกูลขุนนางในแคว้นฉู่ ถึงแม้จะไม่มีความรู้หรือทักษะใดๆ เลยจริงๆ แต่หากอยู่ข้างนอกก็จะแสร้งทำเป็นว่ามีความสามารถนั้นๆ
เขาเลยถามว่า “พี่หยางไม่ชอบอ่านหนังสือแล้วในจวนเขาไม่คุมความประพฤติท่านหรือ”
หยางชูยิ้ม “คุมความประพฤติอะไรกัน สิ่งที่ครอบครัวของข้าเรียนไม่ใช่บทกวี”
“อ้อ”
หยางชูโน้มตัวเข้าหาเขาแล้วกระซิบ “สิ่งที่ครอบครัวของข้าเล่าเรียนคือทำนายโชคชะตา”
“ทำนายโชคชะตาหรือ” คุณชายหรงแปลกใจ “มีเรียนทำนายโชคชะตาด้วยหรือ เหตุใดข้าไม่เคยได้ยิน”
หยางชูยิ้ม “หากไม่เชื่อเช่นนั้นให้ข้าทำนายให้พี่หรงดีหรือไม่”
“ดีสิ!” คุณชายหรงชี้ไปที่ศาลาริมถนน “พักผ่อนหน่อยก็ดีข้าเหนื่อยจากการเดินทางนี้แล้ว”
คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปในศาลาหยางชูพูดว่า “ตัวฝู!”
“เจ้าค่ะ” ตัวฝูหยิบกว้าถ่งออกมาแล้วใส่เหรียญทองแดงลงไปจากนั้นก็ผลักไปอยู่ตรงหน้าคุณชายหรง “เชิญคุณชายโยนกว้าเจ้าค่ะ”
คุณชายหรงหยิบกว้าถ่ง และมองดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าเป็นกว้าถ่งธรรมดาเขาก็เขย่า
เมื่อเขาเทเหรียญทองแดงออกมาแล้วพูดว่า “คุณชายหยางช่วยดูให้หน่อยว่าดวงชะตาของข้าดีหรือไม่!”
หยางชูยิ้ม และชำเลืองมอง แต่ยิ่งเขามองมากเท่าไรสีหน้าก็ยิ่งจริงจังมากขึ้นเท่านั้น คุณชายหรงเห็นเขาเป็นเช่นนั้นก็ใจเต้นแรง หมายความว่าอย่างไรดวงชะตาเขาดีหรือไม่กัน
“ตัวฝู” เขาได้ยินหยางชูเรียก
สาวใช้คนนั้นตอบรับ “เจ้าค่ะ”
“เจ้าเห็นว่ากว้านี้เป็นอย่างไร”
สาวใช้เหลือบมองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “บ่าว บ่าวไม่กล้าตีความเจ้าค่ะ”
หยางชูพยักหน้าเขาเก็บกว้าถ่งกับเหรียญทองแดงแล้วพูดว่า “ขออภัยด้วยพี่หรง ข้าไม่กล้าทำนายดวงชะตาของท่านข้าไม่รักษาคำพูดเสียแล้ว”
แววตาของคุณชายหรงวูบไหวเขายิ้ม “พี่หยางแกล้งข้าเล่นใช่หรือไม่ เห็นท่านแล้วต้องเป็นผู้ที่มาจากครอบครัวที่ดี จะเป็นคนไม่รู้กวีนิพนธ์ แต่ทำนายดวงชะตาได้ได้อย่างไร”
หยางชูไม่ได้ตอบโต้เขาใบหน้าของเขาไม่เปื้อนรอยยิ้มอีกต่อไป เขาลุกขึ้นคำนับให้อีกฝ่าย “ข้ามีธุระที่ต้องไปจัดการคงเที่ยวเล่นต่อกับพี่หรงไม่ได้แล้ว ต้องขอลากันตรงนี้”
คุณชายหรงมองเขาที่โค้งคำนับให้แล้วสั่งให้ตัวฝูส่งมอบอาหารของตน จากนั้นพาคนจากไปอย่างสุภาพ สายตาของเขามองตามแผ่นหลังของนายบ่าวไป คุณชายหรงถามผู้ติดตามที่อยู่ข้างๆ เขาว่า “เขาทำนายได้ใช่หรือไม่”
ใบหน้าไร้เคราของผู้ติดตาม แต่น้ำเสียงแหลมค่อนข้างแปลกกระซิบเบาๆ ตอบไปว่า “เหตุใดคุณชายไม่ไปถามด้วยตนเองล่ะขอรับ บ่าวเห็นว่าคุณชายหยางผู้นี้ค่อนข้างแปลกประหลาด”
ปากบอกไม่กล้าทำนายแล้วถอนตัวออกไป อีกทั้งยังให้เกียรติกันเช่นนี้มันก็แปลกจริงๆ หยางชูตรงกลับไปที่เรือนของตระกูลฉาง
หลังจากพักผ่อนอยู่สักพักคุณชายใหญ่ฉางก็พาแขกมา
หยางชูเห็นคุณชายหรงที่อยู่ด้านหลังคุณชายใหญ่ฉางก็ประหลาดใจ “พี่หรง เหตุใดท่านถึง…” จากนั้นเขาก็นึกอะไรได้ และทำท่าทีเหมือนจะเข้าใจ
คุณชายใหญ่ฉางคำนับให้เขาด้วยรอยยิ้ม “เดิมทีข้าอยากจะแนะนำพี่หยางและคุณชายหรงให้รู้จักกัน แต่ไม่ได้คาดหวังว่าพวกท่านสองคนจะรู้จักกันก่อนมันเป็นโชคชะตาจริงๆ”
ดวงตาของหยางชูไหววูบ เขาคำนับ แต่ไม่ได้พูดอะไร
คุณชายใหญ่ฉางยิ่งรู้สึกพอใจ เขาจำสถานะของคุณชายหรงได้ แต่แทนที่จะใช้โอกาสนี้ผูกมิตรสัมพันธ์เขากลับถอยกลับ ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเกาะเกี่ยวจริงๆ
คุณชายหรงเห็นท่าทีของเขาก็พูดว่า “ดูเหมือนพี่หยางจะไม่ได้อยากต้อนรับน้องเท่าไรนัก!”
หยางชูฝืนยิ้ม “ไม่ใช่ไม่ต้อนรับเพียงแต่รู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดคุยกับ…คุณชายหรง”
“อ้อ หมายความว่าอย่างไร” หยางชูถูกพวกเขาจ้องมองราวกับว่าต้องการคำตอบ
เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า “พวกท่านทั้งสองเข้ามาคุยด้านในดีกว่าหรือไม่”
คุณชายใหญ่ฉางรู้อยู่แก่ใจ “เหตุใดจะไม่ได้ล่ะเชิญพี่หยาง” ทั้งสามเข้าไปในห้อง และทิ้งบ่าวรับใช้ไว้ข้างนอก
ทันทีที่ประตูปิดลงหยางชูก็โค้งคำนับให้อย่างเป็นทางการแล้วพูดเสียงเบาว่า “ข้าน้อยขอเสียมารยาทเรียนถามพี่หรง ท่านแซ่เกาใช่หรือไม่”
อีกสองคนมองหน้ากันคุณชายใหญ่ฉางตอบช้าๆ ว่า “ใช่”
คุณชายหรงกล่าวเสริมว่า “ข้าแซ่เกา นามว่าหรง ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพี่หยาง เพียงแต่ยากที่จะบอกชื่อที่แท้จริงออกไป”
เกาหรง นามของฮ่องเต้แคว้นฉู่องค์ปัจจุบัน
หยางชูโค้งคำนับอีกครั้ง “ข้าน้อยคาดเดาว่าแซ่ของท่านคงเป็นแซ่เกา แต่ไม่คิดว่าจะเป็น…ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ คุณชายหรงโปรดยกโทษให้ด้วย”
…………….