คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 657 โน้มน้าว
เขาเพียงแค่โค้งคำนับให้ แต่ไม่ได้คุกเข่า
ดวงตาของเทียนเฉิงตี้เป็นประกายแล้วช่วยประคองเขา “พี่หยางไม่ทราบมาก่อน ข้าจะตำหนิท่านได้อย่างไรไม่ต้องมากพิธีหรอก”
“ขอบพระทัย…ฝ่าบาท” หยางชูยืดตัวขึ้นยิ้มอย่างกระดากอาย “ไม่คิดว่ากระหม่อมที่เป็นชาวแคว้นฉีจะได้พบฮ่องเต้เป็นครั้งแรก ถึงไม่ใช่ฮ่องเต้แคว้นฉี แต่เป็นแคว้นฉู่ ใต้หล้านี้ช่างคาดเดาได้ยากจริงๆ”
คุณชายใหญ่ฉางหัวเราะเขาผายมือ “ฝ่าบาท เชิญนั่งก่อนแล้วค่อยสนทนากันดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เทียนเฉิงตี้นั่งลงแล้วพูดว่า “พวกท่านก็นั่งลงด้วยเถอะ”
หยางชูลังเล แต่ท้ายที่สุดคุณชายใหญ่ฉางก็ดึงเขาให้นั่งลงด้วย “ฝ่าบาททรงตรัสให้นั่งท่านก็นั่งเถอะ อันที่จริงเชื้อพระวงศ์ที่นี่เป็นกันเองมากหากไม่ได้ว่าราชกิจก็ไม่ได้เข้มงวดเพียงนั้น”
เทียนเฉิงตี้พยักหน้า “ใช่ พี่หยาง ที่นี่ไม่ใช่พระราชวังอีกอย่างก่อนหน้านี้พวกเราคุยกันถูกคอ และเข้ากันได้ดีมาก”
หยางชูนั่งลงช้าๆ แล้วถอนหายใจ “ท่านตาบอกข้าว่าอย่ายุ่งกับพวกขุนนางมากเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะสร้างปัญหามากมาย ก่อนหน้านี้ข้าไม่คิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเป็นเรื่องจริง”
เทียนเฉิงตี้ได้ยินเช่นนั้นก็งุนงงเขาหมายความว่าอย่างไร
คุณชายใหญ่ฉางถามแทนเขา “เหตุใดพี่หยางพูดเช่นนี้ล่ะ พวกเราดูเหมือนจะไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับท่านนะ”
หยางชูสบตาเขาแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่ามันแปลก เหตุใดพี่ฉางถึงใจดีกับข้าเช่นนี้ แม้ว่าเสวียนอู่ชานจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วแค่สายสัมพันธ์ก็เพียงพอ พี่ฉางพาข้ามาที่เรือนให้ที่พัก แม้กระทั่งพาข้าไปเที่ยวเล่นรอบๆ ตอนแรกข้าคิดว่าอย่างมากคงให้ข้าช่วยทำนายคิดหาวิธีให้ข้าช่วยเปลี่ยนดวงชะตาให้ท่านเพื่อตอบแทน วันนี้ข้าเห็นแล้วว่าข้าคิดง่ายเกินไป…”
คุณชายใหญ่ฉางได้ยินคำว่าเปลี่ยนดวงชะตาก็หันไปมองเทียนเฉิงตี้ด้วยความตื่นเต้น และพยายามระงับอารมณ์ถามเขาว่า “เหตุใดพี่หยางถึงพูดเช่นนี้ล่ะ”
หยางชูพูด “พี่ฉางอย่าปิดบังข้าเลย ผู้ใดก็ตามที่รู้ตัวตนของพวกเรา ทั้งขุนนางข้าราชการเรืองอำนาจไปจนถึงสามัญชน มักจะขอให้พวกเราเปลี่ยนดวงชะตาให้”
เขายิ้มขื่น “ดวงชะตาของฮ่องเต้ไม่ควรทำนายให้ง่ายๆ ด้วยเหตุผลหลายอย่างจึงไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดหรือถูกช่วงชิง”
คุณชายใหญ่ฉางได้ยินเช่นนั้นก็อดใจเต้นไม่ได้ถึงขนาดลุกขึ้นคำนับให้เขา
หยางชูรีบยื่นมือไปประคองเขา “พี่ฉางอย่าทำเช่นนี้ ข้าเองยังถอนหายใจกับโชคชะตาของตัวเองได้พบฮ่องเต้โดยไม่คาดคิดมาก่อน ได้สร้างความสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเรานักทำนายให้ความสำคัญกับกรรมมากที่สุด บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาก็ได้”
คุณชายใหญ่ฉางรีบพูดว่า “ในเมื่อเป็นโชคชะตา ก็หมายความว่าพี่หยางกับฝ่าบาทมีวาสนาต่อกัน พี่หยาง…ในเมื่อมีวาสนาต่อกันเช่นนี้ ท่านช่วยพวกเราหน่อยได้หรือไม่” หยางชูมีสีหน้าลำบากใจ
เทียนเฉิงตี้เห็นอย่างนั้นก็พูดว่า “เจิ้งหมิง อย่าทำให้พี่หยางลำบากใจ ดวงชะตานี้น่าเชื่อถือได้เพียงสามส่วน หากตำแหน่งของเจิ้นมั่นคง แต่ยังต้องพึ่งการเปลี่ยนโชคชะตา นั่นหมายความว่าเจิ้นไม่ใช่โอรสสวรรค์ที่แท้จริง มิตรภาพของพวกเรากับพี่หยางเกิดขึ้นเพราะมีบางสิ่งที่เข้ากันได้ดี เพื่อมิตรภาพนั้นแล้วจะทำให้เขาลำบากใจได้อย่างไร” หยางชูอ้าปากเหมือนอยากจะค้าน แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
คุณชายใหญ่ฉางถอนหายใจ “ฝ่าบาทพระทัยกว้างนัก กระหม่อมผิดไปแล้ว… พี่หยางขออภัยด้วย”
ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ถูกพูดถึงอีกคุณชายใหญ่ฉางเปลี่ยนเรื่องคุย เขาพูดแค่เรื่องกินดื่มเที่ยวเล่นสนุกสนานเท่านั้น หยางชูถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงมีพูดผิดไปบางครั้ง
คุณชายใหญ่ฉางสบตากับเทียนเฉิงตี้พวกเขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
เมื่อเห็นว่าฟ้ากำลังจะมืดเทียนเฉิงตี้ก็ลุกขึ้นคิดที่จะกลับวัง
เมื่อเขาก้าวออกจากประตูในที่สุดหยางชูก็ตัดสินใจพูดว่า “ฝ่าบาท ก่อนหน้านี้ที่ศาลา กระหม่อมยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้พูดไม่ทราบว่า…”
ดวงตาของเทียนเฉิงตี้ฉายแววปีติยินดี เขาพยายามยับยั้งชั่งใจแล้วพูดว่า
“หากพี่หยางลำบากใจก็ไม่ต้องพูดหรอก เจิ้นไม่อยากสร้างความลำบากใจให้คนอื่น”
หยางชูพูด “กว้านั้นได้ทำนายแล้วก็ไม่เชิงบังคับฝืนใจผู้อื่น พวกเรานักทำนายให้ความสำคัญกับกรรม ในเมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะหลีกเลี่ยง”
“นั่น…”
“เชิญฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
เทียนเฉิงตี้เหลือบมองคุณชายใหญ่ฉางแล้วพยักหน้า “เช่นนั้นรบกวนพี่หยางด้วย”
หยางชูรีบวิ่งออกไปข้างนอก และตะโกนว่า “ตัวฝูๆ!”
ตัวฝูรีบเข้ามาในห้อง “เจ้าค่ะคุณชาย”
“ไปเอากว้าถ่งมา”
“เจ้าค่ะ”
หยางชูรับกว้าถ่งมาแล้วเทเหรียญทองแดงออกมาจากด้านใน จากนั้นก็จัดเรียงทีละอันตามลำดับก่อนหน้านี้
เขาถอนหายใจแล้วเริ่มพูด “ดวงชะตาของท่านควรอยู่ที่ดาวจื่อเวย นั่นคือดวงชะตาของผู้เป็นฮ่องเต้ แต่ท่านเกิดมาไม่มีโชค และเหมือนโชคนั้นจะลดลงเรื่อยๆ หากไม่มีอะไรผิดพลาดอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้โชคของท่านจะหมดไป และเมื่อถึงตอนนั้น…”
สีหน้าของเทียนเฉิงตี้ดูเคร่งขรึมเขาถามว่า “ไม่กี่ปีนี้หมายถึงกี่ปี ที่บอกว่าโชคของเจิ้นจะหมดลง หมายถึงไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้หรือ”
“นั่น…”
เทียนเฉิงตี้รีบพูด “ได้โปรดพี่หยางช่วยบอกความจริงด้วย เจิ้นจะไม่โทษท่านเด็ดขาด”
หยางชูพูด “ไม่แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตอยู่รอด เพียงแค่ตำแหน่งนั้น…”
หมายความว่าตำแหน่งฮ่องเต้นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เทียนเฉิงตี้สูดหายใจเข้าลึกๆ และระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
หยางชูพูดเช่นนี้แน่นอนว่าเขาโกรธ มีฮ่องเต้องค์ใดไม่โกรธบ้างหากมีคนอื่นมาบอกว่าเขาจะอายุสั้น แต่เขาต่างจากฮ่องเต้ทั่วไป เขาถูกขุนนางใหญ่หลายคนยกขึ้นเป็นฮ่องเต้ และเป็นหุ่นเชิดมาสิบปี ทุกวันนี้เขากังวลกับชะตากรรมของตนเองทำให้ความสามารถในการยอมรับได้ของเขานั้นมีสูงมาก พูดได้เลยว่านี่คืออนาคตที่เขาคาดเดาได้
เพราะเขาไม่พอใจ และไม่เต็มใจที่จะถูกควบคุมโดยขุนนางใหญ่พวกนั้น เขารู้ดีว่าวันหนึ่งตนต้องถูกกบฏเป็นแน่ และผลของการพ่ายแพ้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
“พี่หยาง” คุณชายใหญ่ฉางถาม “ต้องเป็นเช่นนั้นหรือมีทางแก้ไขหรือไม่”
เทียนเฉิงตี้พูดปากไม่ตรงกับใจว่า “เจิ้งหมิง การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของฮ่องเต้เป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้ท่านตาของพี่หยางจะมาที่นี่ก็คงไม่กล้าทำมันง่ายๆ หรอก อย่าไปทำให้เขาลำบากใจเลย”
“แต่ว่า…” คุณชายใหญ่ฉางดูกังวล
หยางชูมองเขาแล้วมองเทียนเฉิงตี้จากนั้นก็ถอนหายใจ “แน่นอนว่าเปลี่ยนแปลงได้ พวกเรานักทำนายเชื่อในคำพูดที่ว่า โชคชะตาอยู่ในมือของตัวเอง แต่การกระทำของตัวเองต่างหากที่เป็นตัวกำหนดชะตากรรม พูดได้ว่าแม้พวกเราจะทำนายโชคชะตา แต่พวกเราไม่เชื่อในโชคชะตา ชะตาชีวิตต้องมีโชคช่วยถึงสามารถกลายเป็นจริงได้ หากโชคชะตาเปลี่ยนชะตาชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ต่างออกไป”
คุณชายใหญ่ฉางดีใจมาก “จริงหรือ”
แววตาของหยางชูดูซับซ้อน “หากไม่สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ จะมีพวกเรานักทำนายไว้ทำไมกัน เหตุผลที่เคล็ดวิชาอัศจรรย์ก็เพื่อสิ่งนี้!”
เทียนเฉิงตี้ และคุณชายใหญ่ฉางมองหน้ากันด้วยสีหน้ายินดี
“พี่หยาง…”
หยางชูพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ยังไม่สายเกินไปที่ฝ่าบาทจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตา โชคของท่านกำลังลดลงอย่างช้าๆ และสามารถหยุดได้อย่างสมบูรณ์ การเสริมโชคของท่านต้องย้อนกลับทีละขั้นตอน และสุดท้ายจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้”
เทียนเฉิงตี้มองเขาอย่างไม่แน่ใจ “พี่หยางพูดเช่นนี้หมายความว่ายินดีที่จะช่วยพวกเราหรือ”
หยางชูยิ้มขื่น “ผู้ใดใช้ให้ข้าทำเรื่องเกินความจำเป็นล่ะ เริ่มที่จะทำนายให้ฝ่าบาทเองกรรมนี้เป็นข้าที่เรียกมา แต่มีอย่างหนึ่งที่อยากให้ฝ่าบาททรงอนุญาต”
“ท่านว่ามาได้เลย”
“นี่เป็นงานของข้า โปรดท่านอย่าได้รบกวนเสวียนอู่ชาน สำนักของพวกเรามีคำสั่งว่าอย่าได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อโชคชะตาแผ่นดินโดยพลการ หากท่านตาของข้ารู้เข้าคงไม่สามารถรักษาขาคู่นี้ไว้ได้”
………………