คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 660 นั่งชม
นักพรตจินรบเร้าถังเช่าให้ออกไปเดินเล่นในตอนเช้าตรู่
ถังเช่าพูด “ในจวนมีเรื่องหลายอย่างต้องจัดการ ท่านนักพรตไปเที่ยวเล่นคนเดียวได้หรือไม่”
นักพรตจินไม่ยินยอม “ท่านอย่ามาหลอกข้าเลย ท่านอาของท่านหายดีแล้ว เรื่องตระกูลเหลียงก็อธิบายเรียบร้อยแล้ว จดหมายที่ต้องเขียนให้บิดาท่านก็เขียนเสร็จแล้วยังจะมีเรื่องอะไรอีก”
“….”
“ท่านพูดเองว่าจะพาข้าเที่ยวเล่นทั่วอี๋ตู ข้าจึงกลับมากับท่าน ทำไมหรือ การต่อสู้จบลงไปแล้วท่านจะไม่ทำตามสัญญาหรือ”
ถังเช่าถึงกับไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว หากพูดต่อไปเขาคงต้องกลายเป็นคนทรยศชอบกลับคำเสียแล้ว
ในตอนนั้นบ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่าคุณหนูเจ็ดต้องการออกไปเดินเล่นข้างนอก สาวใช้ที่คอยปรนนิบัติจึงเข้ามาขออนุญาต
นักพรตจินรู้สึกเบิกบาน “ช่างเข้าใจความคิดของกันและกัน เด็กคนนั้นก็คิดอยากออกไปข้างนอกเหมือนกัน คุณชายรองจะออกไปด้วยกันหรือไม่”
ถังเช่าไม่สนใจเขา และพูดกับบ่าวรับใช้ว่า “หลังจากนี้นางอยากจะไปไหนก็ไปเถอะ แค่มารายงานก็พอแล้ว”
“เจ้าค่ะ” ดังนั้นทันทีที่หมิงเวยขึ้นเรือ นักพรตจิน และถังเช่าก็ออกไปทางประตูอีกมุมหนึ่ง
ฝนตกปรอยๆ จึงมีคนหาบเร่ขายของบนท้องถนนน้อยมาก ถังเช่าพานักพรตจินไปทานปลาขึ้นชื่อของอี๋ตูที่ภัตตาคารหลินฉุ่ย
ภัตตาคารหลินฉุ่ยเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในอี๋ตูซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ
เมื่อคุณชายรองตระกูลถังมาถึง แน่นอนว่าเถ้าแก่ของร้านไม่กล้าที่จะละเลยจึงมอบที่นั่งชั้นพิเศษใกล้ทะเลสาบให้แก่เขาซึ่งสามารถรับประทานอาหารไปชมทิวทัศน์ไปด้วยได้
ในตอนที่นักพรตจินกำลังทานอาหารเสียงดัง คุณชายรองก็ถือแก้วสุราพลางมองทิวทัศน์ทะเลสาบอย่างเหม่อลอย มองไปมองมาก็มีเรือลำหนึ่งแล่นจากแม่น้ำเข้าไปในทะเลสาบใหญ่ ฝนตกเช่นนี้ แต่กลับมีคนออกมาพายเรือเล่นช่างดูสบายอกสบายใจเหลือเกิน
ถังเช่ายิ้มเขาจิบสุราพลางมองไปเรื่อยเปื่อย แต่พอมองดูเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“ท่านนักพรต!”
“ท่านอยากทานหรือ อยากทานก็ทานเลย! ข้าไม่ได้ห้ามท่านนี่!” นักพรตจินคีบเนื้อปลาที่ทานไปได้ครึ่งหนึ่งวางลงในชามของเขา
ถังเช่าไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะเล่นตลกกับเขาแล้ว มือชี้ไปที่ในกลางทะเลสาบแล้วถามเขาว่า “ท่านดูนั่น มีบางอย่างผิดปกติใช่หรือไม่”
นักพรตจินมองตาม แต่แล้วจู่ๆ เขาก็โยนตะเกียบแล้วพับแขนเสื้อ
“ท่านนักพรต”
นักพรตจินกระตุกมุมปาก “กล้าเล่นกลเช่นนี้ต่อหน้าข้างั้นหรือ เก่งกาจจริงๆ !”
“มีปัญหาจริงๆ หรือ”
“ใช่ มีคนลากผู้อื่นเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ” เท้าของนักพรตจินเหยียบขอบหน้าต่าง แต่พอเตรียมจะกระโดดออกไปเขาก็ต้องชะงัก
“เอ๋”
“ทำไมหรือ” ถังเช่าไม่ใช่เสวียนเหมินที่แท้จริงจึงเห็นเพียงแค่ว่ามีคนใช้เคล็ดวิชาอยู่ที่นั่น
นักพรตจินถอยเท้ากลับ “น่าสนใจจริงๆ”
ถังเช่าเหลือบมอง เขาเห็นเพียงเรือลำเล็กที่จอดอยู่ใกล้ศาลา แต่ไม่เห็นผู้ใด
“ท่านนักพรต…”
นักพรตจินไม่สามารถละสายตาจากมันได้ และขี้เกียจเกินกว่าจะตอบเขาจึงโยนกระจกสีเงินให้เขาไป “ท่านดูเอาเอง”
ถังเช่ายกกระจกขึ้นโดยหันหน้าไปทางศาลา เมื่อหมอกในกระจกพลันสลายไป แสดงให้เห็นฉากที่ไม่มีอยู่จริง สตรีอุ้มเด็ก บุรุษในชุดเทามีรอยแผลเป็นบนใบหน้า และบุรุษชุดครามที่นั่งอยู่บนศาลา
สตรีผู้นั้นกระโดดลงไปในทะเลสาบ และเขาได้ยินเสียงขลุ่ยที่คุ้นเคย ถังเช่าตกตะลึงมีชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา
เป็นนางงั้นหรือ…
เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ม่านห้องโดยสารของเรือเลิกขึ้น และหมิงเวยที่ปรากฏตัวขึ้นที่หัวเรือ
ท่ามกลางเสียงขลุ่ย บุรุษชุดเทาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แสงและเงาในกระจกสั่นไหว ถังเช่ามองไปที่ศาลาอีกครั้ง ศาลา และหัวเรือที่เมื่อครู่ว่างเปล่าไร้ผู้คนมีเงาสองเงาปรากฏขึ้น
คนที่นั่งอยู่บนศาลาคือบุรุษชุดครามในกระจกเมื่อครู่ ส่วนคนที่ยืนอยู่บนหัวเรือก็คือหมิงเวย
“ท่านนักพรต นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
นักพรตจินชี้ไปที่กระดาษวาดรูปที่แกว่งไปมาในทะเลสาบ และพูดว่า
“เป็นการเข้ามาอยู่ในภาพวาด เจ้าเด็กคนนั้นพลังไม่ธรรมดาเลยข้าไม่มั่นใจที่จะเอาชนะเขาได้” ถังเช่ามองไปที่หมิงเวย
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างไกลกัน แต่บรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างพวกเขานั้นชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายให้มากความเลย
“ศัตรูของนางหรือ”
นักพรตจินส่ายหน้า “ไม่เหมือน เป้าหมายของคนผู้นั้นไม่ใช่เพื่อสังหาร แต่เพื่อทำลายความตั้งใจของนาง ภาพมายาเมื่อครู่น่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่สำคัญมากในหัวใจของแม่นางผู้นั้น”
ถังเช่าเลิกคิ้ว แปลกมาก บุรุษชุดเทาและสตรีผู้นั้นมีความสัมพันธ์เช่นไรกับนาง ไม่รู้ว่าทั้งสองพูดคุยอะไรกัน แต่ทั้งสองคนก็หายตัวไปอีกแล้ว ถังเช่ามองกระจก และพบว่าภาพลวงตาที่แตกสลายก่อนหน้านี้ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
บุรุษชุดเทากอดคนจมน้ำทั้งสอง และร้องไห้อย่างขมขื่น ถังเช่าดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
ในตอนนั้นเองหมิงเวยก็ได้เคลื่อนไหว เสียงขลุ่ยที่หนักแน่น ดูอาฆาตแค้น
ในคืนนั้นถังเช่าไม่เห็นฝีมือของหมิงเวยจริงๆ จนกระทั่งตอนนี้ถึงได้รู้แล้วว่าหากนางระเบิดพลังออกมาจะเป็นเช่นไร ความผันผวนทางจิตวิญญาณในภาพลวงตานั้นถูกนางควบคุมอย่างสมบูรณ์ บุรุษชุดครามผู้เป็นเจ้าของภาพลวงตานั้นกลับเป็นฝ่ายที่ต้องรับมือ
“ท่านนักพรต...”
นักพรตจินพึมพำด้วยความสับสน “แม่นางผู้นี้มาจากที่ใดกันแน่ ความแข็งแกร่งเช่นนี้สามารถกวาดล้างกลุ่มเสวียนเหมินให้ราบเป็นหน้ากลองได้เลย…”
ถังเช่าไม่พูดอะไร เขาได้สอบถามถึงที่มาของนางหลังจากที่ซิ่วอี๋ลักพาตัวนางมา แต่ก็ไม่พบสิ่งใด ราวกับว่าคนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นจากอากาศอย่างไรอย่างนั้น นอกจากสถานะที่เป็นที่รู้จักของนางแล้วที่มาของสำนักของนางยังเต็มไปด้วยความลึกลับ
“ท่าไม่ดีแล้ว! เด็กนั่นจับจุดอ่อนของนางได้แล้ว!” นักพรตจินตกใจเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น คนหนุ่มสาวสมัยนี้เหตุใดถึงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นะ หรือว่าข้าแก่แล้วกัน”
ถังเช่าจ้องไปที่กระจกตลอดเวลาเห็นว่าร่างกายของหมิงเวยเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ลางสังหรณ์ของเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ดีแล้ว!” เขาโยนกระจกออกแล้วกระโดดออกไปนอกหน้าต่าง
“เดี๋ยว!” นักพรตจินประหลาดใจ “เหตุใดท่านถึงเร็วกว่าข้า”
ถังเช่าเพิ่งมาถึงเขื่อน ภาพลวงตาถูกหมิงเวยฉีกออกเป็นชิ้นๆ อีกครั้ง คลื่นลมปั่นป่วน ยกน้ำในทะเลสาบให้ลอยขึ้น
ในตอนที่หมิงเวยตกน้ำเขาก็วิ่งและกระโดดลงไปในน้ำ หมิงเซียวที่ถูกการโจมตีสะท้อนกลับคิดที่จะตามไปโจมตีต่อ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีนักพรตท่านหนึ่งซึ่งไม่รู้มาจากที่ใดชักกระบี่ใส่เขาอย่างไม่เกรงใจ
ในช่วงเวลาเร่งรีบเขาทำได้เพียงกลืนเลือดกลับลงคอไปแล้วยกขลุ่ยตี๋จื่อตอบโต้ ทั้งสองประมือหลายกระบวนท่าอย่างรวดเร็วหมิงเซียวรู้ดีว่าตนเองบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถต้านทานศัตรูได้จึงพยายามหาช่องทางหนี
นักพรตจินไล่ตามไปได้เพียงสองก้าวกลับเห็นอีกฝ่ายโยนภาพวาดกลับมาชิ้นหนึ่ง นักพรตจินที่ผู้ซึ่งจำภาพมายาเมื่อครู่นี้ได้จึงหยุดลงเฝ้าระวัง แต่เพราะความลังเลนี้ทำให้ร่างของอีกฝ่ายหายไปแล้ว
นักพรตจินส่ายหน้าด้วยความเสียดายแล้วหันตัวกลับไปมอง ถังเช่าได้ยกตัวคนขึ้นมาจากน้ำแล้ว
ทันทีที่เขาขึ้นฝั่งหมิงเวยก็พ่นน้ำออกมาเล็กน้อย จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ มองหาร่างของหมิงเซียว
“หนีไปแล้ว” นักพรตจินพูด “แต่เจ้านั่นบาดเจ็บหนักท่านไม่ได้เสียเปรียบ”
หมิงเวยกล้ำกลืนเลือดที่จุกอยู่ที่คอ นางไม่ได้เสียเปรียบจริงๆ ในการต่อสู้นี้นางชนะ แต่…นางกุมหัวของตนเองข้อมูลมากมายในหัวปั่นป่วนไปหมดมีภาพเหตุการณ์มากมายหลายเรื่องแวบเข้ามา การโจมตีของข้อมูลเหล่านี้ไม่เคยรุนแรงเท่านี้มาก่อน
นางกุมหน้าอกแล้วกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
……………