คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 661 ความทรงจำ
หมิงเวยเกือบจำไม่ได้ว่าท่านอาจารย์หน้าตาเป็นอย่างไร
เมื่อมองผ่านความทรงจำของตนเอง วัยเด็กอันยาวนานของตนเริ่มต้นขึ้นเมื่อตนเองนั่งในตะกร้าบนหลังโดยมีท่านอาจารย์แบกนางไว้ จนถึงตอนนี้สิ่งที่นางจำได้มากที่สุดก็คือแผ่นหลังของท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์อุ้มนางขึ้นบนหลังของเขา และเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ ผ่านภูเขาและป่า ทะเลทรายและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ จนกระทั่งนางสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง
ท่านเข้มงวดกับนางมากเขาให้นางท่องคาถาตั้งแต่ที่นางเริ่มพูดได้ เรียนรู้การใช้ฝีเท้าตั้งแต่ที่นางเริ่มเดินได้ เขาไม่ปล่อยให้นางหย่อนยาน และต้องการให้นางทำดีกว่าผู้ใด
หมิงเวยคิดว่าตนเองไร้พรสวรรค์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของท่านอาจารย์ได้ จนกระทั่งนางอายุได้สิบปี เมื่อนางติดตามท่านอาจารย์ไปแข่งขันที่เสวียนตูกวัน นางถึงได้รู้ว่าตนเองเก่งกาจกว่าลูกศิษย์ที่เป็นผู้ใหญ่หลายคนเสียอีก แต่ท่านอาจารย์มักไม่พอใจ
ในตอนที่นางยังเด็กนางมักไม่เข้าใจรู้สึกว่าท่านอาจารย์ไม่ยุติธรรมกับนาง
เลย เหตุใดนางที่ทำได้ดีกว่าผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้รับคำชมเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางมีศิษย์น้อง ท่านอาจารย์ใจกว้างกับศิษย์น้อง ขอเพียงมีความก้าวหน้าก็เพียงพอแล้วต่อให้ยังทำได้ไม่ดีพอ เขาก็จะสอนอย่างอดทน
นางยิ่งคิดว่าท่านอาจารย์เกลียดนางใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นความใจกว้างที่มีให้ศิษย์น้อง เหตุใดไม่มอบให้นางสักหน่อยบ้าง
แม้ความแข็งแกร่งของนางสูงกว่าศิษย์น้องอย่างเห็นได้ชัด ท่านอาจารย์ยังคิดที่จะมอบป้ายคุ้มกันของปรมาจารย์แห่งชีวิตให้กับเขา นางไม่ยอม และลุกขึ้นท้าทายท่านอาจารย์ อุปสรรคที่ท่านอาจารย์วางไว้ถูกนางทำลายทีละอัน
ในที่สุดป้ายคุ้มกันของปรมาจารย์แห่งชีวิตก็ถูกส่งมอบให้นาง
นางในตอนนั้นต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อเป็นปรมาจารย์แห่งชีวิตที่ประสบความสำเร็จมากกว่าท่านอาจารย์ และเพื่อให้เขารู้ว่าความรุนแรงที่เขามีต่อนางนั้นไม่สมเหตุสมผล แต่ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ผิดก็คือนาง
ท่านอาจารย์ไม่เคยเกลียดนางที่เขาเข้มงวดกับนางเพราะเขาหวังว่านางจะมีความสามารถในการปกป้องตนเองที่เขาไม่มอบป้ายคุ้มกันของปรมาจารย์แห่งชีวิตให้แก่นางเพราะไม่อยากให้นางแบกรับภาระมากเกินไป และไม่อยากให้นางเดินไปในเส้นทางเดียวกันกับเขา
ในช่วงสามร้อยปีที่ผ่านมาผู้ได้รับแต่งตั้งทุกคนไม่อาจหลีกหนีจากชะตากรรมแห่งความตายได้ และท่านอาจารย์ก็หนีไม่พ้น
เขาตายเพื่อช่วยนาง จวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตหมิงเวยถึงได้รู้ว่าท่านอาจารย์รักนางมากเพียงใด นางย้อนเวลากลับมาในยุคสมัยนี้พยายามอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์เพื่อชดเชยความผิดพลาดนี้ นางอยากบอกท่านอาจารย์ว่านางเข้าใจแล้ว เข้าใจถึงความเจ็บปวดของเขา และเข้าใจถึงเจตนาที่ดีของเขา
……………
“น้องหญิง! เจ้าฟื้นแล้ว” หมิงเวยถอนหายใจแล้วพยายามพยุงศีรษะลุกขึ้น
“ยามไหนแล้วเจ้าคะ”
“ใกล้ยามโหย่ว[1]แล้ว จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว”
หมิงเวยพึมพำกับตัวเอง “ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดถึงรู้สึกหิวนิดหน่อย”
จี้เสียวอู่ที่นั่งเฝ้าอยู่เป็นนานก็โกรธ “ท่าทีเหมือนคนใกล้ตายของเจ้าเมื่อครู่ทำข้าตกใจแทบบ้า พอฟื้นขึ้นมาจำได้แค่ว่าตัวเองหิวงั้นหรือ”
หมิงเวยยิ้มขอโทษ “ขอโทษด้วยพี่ห้า…มีข้าวให้ทานหรือไม่”
จี้เสียวอู่จ้องนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างโกรธเคือง “รอเดี๋ยว ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก!” พูดจบเขาก็เดินเตะเท้าออกไป
หมิงเวยลูบหน้าอกเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่เป็นไรจากนั้นก็ลุกจากเตียงสวมรองเท้า ที่นี่ไม่ใช่จวนตระกูลถัง แต่ดูเหมือนโรงเตี๊ยมมากกว่า
ผู้ใดพานางมาที่นี่หรือแล้วยังเรียกจี้เสียวอู่มาที่นี่อีก หมิงเวยผลักประตูออกและเห็นถังเช่าเดินเข้ามาหาช้าๆ
ทั้งสองบังเอิญไปพบกันที่หน้าต่าง และทิวทัศน์ภายนอกก็บอกนางว่าที่นี่เป็นโรงเตี๊ยมริมทะเลสาบ
“คุณหนูเจ็ด ไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่”
หมิงเวยก้มศีรษะแล้วทำความเคารพแล้วตอบว่า “ไม่เป็นอะไรมากแล้วเจ้าค่ะ คุณชายรองช่วยข้าไว้หรือ” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ถังเช่าพูด “พูดไม่ได้ว่าช่วยท่าน สถานการณ์ในตอนนั้นแม้พวกเราจะไม่ได้อยู่ที่นั่น ท่านก็จัดการได้” หมิงเวยพยักหน้า
แม้นางจะตกลงไปในน้ำ แต่นางก็ยังแข็งแกร่งอยู่ และหมิงเซียวถูกภาพวาดที่แตกหักโจมตี ถึงเขาคิดจะมาโจมตีนางซ้ำเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับนางได้
อย่างไรก็ตามปัญหาของนางในตอนนี้คือจิตวิญญาณได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากไม่มีคนจัดการแก้ปัญหาอันจะเกิดขึ้นในภายหลังได้ ไม่แน่ว่าอาจจะธาตุไฟเข้าแทรก
ดังนั้นน้ำใจนี้นางจะจดจำเอาไว้
“ก่อนหน้านี้ท่านอยู่ในสภาวะสับสนอีกทั้งยังเปียกโชกไปทั้งตัว ข้าคิดว่าหากพาท่านกลับไปในสภาพเช่นนี้อาจจะโดนวิจารณ์ได้จึงเช่าห้องในโรงเตี๊ยม แล้วให้สาวใช้ไปเรียกพี่ชายของท่านมา หากจัดการด้วยวิธีนี้คงไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ…” จัดการเช่นนี้คงเหมาะสมกว่า
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง และในที่สุดถังเช่าก็พูดขึ้นก่อนว่า “ดูเหมือนคุณหนูเจ็ดจะถูกโจมตีอย่างหนัก ตอนท่านหมดสติท่านได้เพ้อบางอย่างออกมา”
หมิงเวยถาม “งั้นหรือ ข้าพูดว่าอะไรหรือเจ้าคะ”
ถังเช่าก้มลงมองนางราวกับว่ากำลังพยายามค้นหาร่องรอยบนใบหน้างามนั้น “ท่านตะโกนว่าท่านอาจารย์” หมิงเวยร้องอ้อแล้วไม่พูดอะไรอีก
ในตอนนั้นเองจี้เสียวอู่ก็กลับมา
เขาเดินตามหลังคนถือจานอาหาร และในมือของเขาเองก็ถือจานอาหารอยู่ด้วยเช่นกัน
“ลุกขึ้นมาทำไมกัน รีบกลับไปซะ ผมเจ้ายังไม่ได้หวีเลย…” หมิงเวยยิ้ม และเข้าไปในห้องอย่างเชื่อฟัง จานอาหารทั้งหมดถูกจัดเตรียม และจี้เสียวอู่ก็ปิดประตูต่อหน้าถังเช่าโดยไม่ได้ตั้งใจ
“คุณชายรอง น้องสาวของข้ายังไม่พร้อมรับแขกต้องขออภัยด้วย!”
“…” ถังเช่าตอบได้เพียงว่า “ไม่เป็นไร”
จี้เสียวอู่กลับมาคีบอาหารให้นาง “เจ้าเป็นอะไร ออกไปเดินเล่น แต่กลับมามีสภาพเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าทำข้าตกใจแทบตาย”
หมิงเวยกำลังจะบอกว่านางไม่เป็นอะไร แต่ก็ฟังจี้เสียวอู่พูดว่า “ข่าวลือระหว่างเจ้ากับนายท่านสิบก่อนหน้านี้ หากคนอื่นเห็นคุณชายรองอุ้มเจ้าในสภาพเปียกปอนกลับไปเช่นนี้ ชื่อเสียงของเจ้าคงไม่น่าฟังเท่าไรนัก ข้าขอร้องล่ะหวงแหนตัวเองสักหน่อยเถิด อย่าต้องโยนตัวเองไปยังจุดที่ไม่มีผู้ใดต้องการเลย”
เอาเถอะ อย่างไรก็เป็นพี่ชายของนาง…ถึงสมองจะผิดปกตินิดหน่อยก็ตาม หมิงเวยหิวมาก นางก้มหน้าทานข้าวโดยไม่พูดอะไรสักคำ จี้เสียวอู่คีบอาหารให้นางพลางพูดพล่ามไม่หยุดราวกับวิญญาณมารดาของเขาเข้าสิง
“เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าถึงดูเจ็บปวดเช่นนั้น แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไร อย่างมากก็แค่กำลังภายในไม่เสถียร เจ้าฝันร้ายหรือ ฝันร้ายเช่นไรที่ทำให้เจ้ากลัวได้เช่นนี้ น่าแปลกมาก…”
ในขณะที่เสียงของจี้เสียวอู่ดังเจื้อยแจ้วหมิงเวยก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ฝันร้ายหรือ…มันเป็นฝันร้ายติดตัวที่ถูกปฏิเสธมาตลอด สิ่งที่นางเห็นในภาพวาดของหมิงเซียวไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกที่นางเติบโตขึ้นมา แต่นางไม่แน่ใจว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ
ตัวอย่างเช่นนางกลับมาสู่ยุคสมัยนั้นในอีกหลายสิบปีต่อมา เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ จนถึงในช่วงเวลาที่นางกลับมา หลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากการแทรกแซงของนาง
ย้อนอดีตเพื่อเปลี่ยนอนาคต เช่นนั้นนางจะแน่ใจได้อย่างไรว่าโลกที่นางเคยอยู่จะไม่เปลี่ยนแปลง การมีอยู่ของนางเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
วิชาสวรรค์คือค่ายกลที่ท่านอาจารย์สร้างขึ้น คนแรกที่มีโอกาสย้อนอดีตคือท่านอาจารย์
หากสิ่งที่หมิงเซียวพูดเป็นความจริง ท่านอาจารย์เคยเปลี่ยนโชคชะตาของนาง เช่นนั้นครั้งนี้นางกำลังเปลี่ยนอนาคต หรือท่านอาจารย์กำลังแก้ไขข้อผิดพลาดให้กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องกันแน่
การที่นางกลับมาที่นี่มันมีความหมายจริงๆ หรือ
………………
[1] ยามโหย่ว : เวลา 17.00 น. – 19.00 น.