คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 662 จริงจัง
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน หมิงเวย และจี้เสียวอู่เดินออกมาจากห้อง พวกเขาได้พบกับถังเช่าที่ประตูโรงเตี๊ยม
“ดึกขนาดนี้แล้วคุณชายรองยังไม่กลับอีกหรือ” จี้เสียวอู่แกล้งถาม
นักพรตจินที่กำลังทานปลาย่างเดินเข้ามาพูดว่า “คุณหนูเจ็ดยังไม่กลับ เขาจะวางใจกลับไปได้อย่างไร คุณหนูเจ็ด ท่านไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่”
หมิงเวยย่อกายทำความเคารพ “ขอบคุณท่านนักพรตที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไรมาก”
นักพรตจินพูด “ท่านเป็นสตรีตัวน้อยที่มาจากต่างแดน เหตุใดถึงมีศัตรูได้ข้าตกใจแทบตาย”
หมิงเวยยิ้ม “พบเจอกันในที่ห่างไกลหลายพันลี้ ข้าเองก็แปลกใจเช่นกัน โชคดีที่ท่านนักพรตให้ความช่วยเหลือ ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”
นักพรตจินโบกมือ “พอได้แล้ว อย่าหยอกล้อข้าเลย ท่านเป็นคนไล่เด็กคนนั้นเองข้าแค่ไปทำให้เขาตกใจก็เท่านั้น ท่านขอบคุณข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนข้ารู้สึกละอายใจ”
หมิงเวยยิ้ม นักพรตจินใช้โอกาสนี้ถามคำถามนาง อย่างเช่นเกิดอะไรขึ้นกับภาพวาดของหมิงเซียว นางผ่านอุปสรรคภาพลวงตานั้นมาได้อย่างไร
หมิงเวยตอบทีละคำถาม นักพรตจินพยักหน้าแล้วพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ข้าท่องยุทธภพมาหลายปี ไม่เคยพบผู้ใดใจกว้างเท่าท่านมาก่อน น้ำใจนี้ข้าขอจดจำไว้!”
ทุกคนต่างอยู่ในแวดวงเดียวกัน นักพรตจินรู้ว่าสิ่งที่นางเพิ่งพูดออกไปนั้นคือประเด็นสำคัญ หากเป็นผู้อื่นคงไม่มีทางเปิดเผยแน่
ในขณะที่พูดคุยกันสาวใช้ทั้งสองก็นำรถม้าของตระกูลถังมาที่นี่ นักพรตจินทานปลาย่างต่อ จี้เสียวอู่เห็นว่าเขาทานอย่างเอร็ดอร่อยก็ไปซื้อมาสองตัว ถังเช่าใช้โอกาสนี้คุยกับหมิงเวย
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะคิดออกว่าจะพูดอย่างไร หมิงเวยก็ชิงพูดออกมาว่า “คุณชายรองมีอะไรจะถามหรือ”
“…” ถังเช่าพูด “เดิมทีก็มี แต่เห็นว่าคุณหนูเจ็ดเป็นเช่นนี้คงไม่จำเป็นต้องถามแล้ว”
หมิงเวยไม่พูดอะไรมากเพียงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วขึ้นรถพร้อมกับสาวใช้ทั้งสอง ถังเช่ายืนเงียบๆ อยู่ริมถนน มองดูรถม้ากลับไปที่จวนตระกูลถังก่อน
จี้เสียวอู่ และนักพรตจินก็กลับมาพร้อมกับถุงปลาย่าง
นักพรตจินพูด “ถังเอ้อร์ ท่านมีธุระอะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีพวกเรากลับกันเถอะ”
จี้เสียวอู่พูดอย่างไม่พอใจ “เดิมทีก็ไม่มีอยู่แล้ว แต่กลับอยู่ต่อจนถึงตอนนี้”
นักพรตจินยิ้ม “อย่าพูดความจริงสิ!”
จี้เสียวอู่ยังคงพูดต่อไปว่า “ไม่พูดความจริงจะแสร้งทำเป็นไม่มีได้หรือ มนุษย์ยังต้องยอมรับความเป็นจริง อย่าเก็บความคิดเพ้อเจ้อที่ไม่เป็นจริงไว้ในใจเลย”
“ฮ่าๆๆ ที่น้องชายพูดมาก็ถูก ถังเอ้อร์ ท่านว่าจริงหรือไม่”
ทั้งสองพูดเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยจิตใจของถังเช่ายิ่งรู้สึกประหลาด
จนกระทั่งกลับมาถึงจวนตระกูลถัง จี้เสียวอู่กลับเข้าห้องไป ถังเช่าถามนักพรตจินว่า “คนผู้นั้นมีที่มาอย่างไรกันแน่ ท่านนักพรตพอรู้อะไรหรือไม่”
“มันแปลกนิดหน่อย” นักพรตจินพูดแล้วขอน้ำชาจากบ่าวรับใช้
ถังเช่าถาม “ผู้ใดแปลกหรือ”
“แปลกทั้งคู่” นักพรตจินพูดไปดื่มชาไป “วรยุทธ์ของทั้งสองเหมือนมาจากสำนักเดียวกัน แต่ทัศนคติที่มีต่อกันไม่ต่างจากเป็นศัตรู ลูกศิษย์ที่เก่งกาจเช่นนี้ สั่งสอนคนเดียวไม่ง่ายเลย แต่นี่โผล่มาถึงสอง ท่านว่าแปลกหรือไม่”
ถังเช่าครุ่นคิด “แม้แต่นักพรตจินยังไม่ทราบ เป็นไปได้หรือไม่ว่าในโลกนี้มีสำนักลึกลับซ่อนอยู่”
“หากเป็นเช่นนั้นคงน่าทึ่งมาก” นักพรตจินยิ้ม “พลังของคุณหนูเจ็ดผู้นี้เปรียบได้กับเจ้าสำนักจากสำนักใหญ่ๆ หากมีคนเช่นนี้ในสำนักของนางจะไม่เป็นยืนหัวเต่ามังกร[1]ของสำนักในใต้หล้าหรือ” ถังเช่าเงียบ
นักพรตจินยิ้มแล้วถามเขาว่า “ดูท่านในตอนนี้แล้วคงเอาใจใส่นางมากจริงๆ เกิดมีความรักขึ้นมาหรือ” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ถังเช่าปวดหัวเล็กน้อย “ท่านนักพรตอย่าพูดไร้สาระ นางมีคู่หมั้นแล้ว”
นักพรตจินไม่เห็นด้วย “แล้วอย่างไร คู่หมั้นของนางอยู่ไกลถึงเป่ยฉี ผู้ใดจะรู้ว่างานแต่งงานนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ หากท่านต้องการจริงๆ จะเก็บนางไว้ก็ไม่เป็นไร พูดตามตรงจากสถานการณ์ของท่าน การแต่งงานกับนางเหมาะสมกว่าแต่งงานกับสตรีจากชนชั้นสูงพวกนั้นอีก”
เขานับผลประโยชน์ทีละอย่าง “อย่างแรก นางสามารถติดตามท่านไปได้ทุกที่ ไม่ต้องอยู่อย่างเดียวดายในจวนตระกูลถัง สอง ชาติกำเนิดของนางไม่ได้แย่ มารยาทมีเต็มเปี่ยมอยู่ในแวดวงตระกูลขุนนาง ท่านไม่ต้องกังวลว่านางจะไม่สามารถปรับตัวได้ แล้วก็สาม นางมีความสามารถช่วยเหลือท่านได้ทั้งเรื่องภายในภายนอกมีความสามารถมากกว่าสตรีจากชนชั้นสูงพวกนั้นเสียอีก”
พูดถึงตรงนี้ก็เหลือบมองเขาแล้วพูดต่อ “แน่นอน ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือท่านมีความรู้สึกที่ไม่ธรรมดาต่อนาง! ถังเอ้อร์ ท่านรู้หรือไม่ว่าตั้งแต่รู้จักกับนาง ท่านพูดถึงนางมากขึ้น พูดตามตรงในตอนที่ไม่มีปัญหาท่านมักจะนึกถึงคนผู้นี้หรือไม่”
“…” ถังเช่าลูบหน้าผาก “ท่านนักพรต ข้ามีปัญหามากมายตอนนี้อย่าหาปัญหาเพิ่มมาให้เลย”
“ท่านลำบากใจอะไร” นักพรตจินไม่เห็นด้วย “ท่านย่าของท่านรบเร้าให้ท่านแต่งงานอยู่ทุกวัน นี่เป็นเรื่องใหญ่สิ่งที่ข้าบอกกับท่านก็เป็นเรื่องจริงจัง!”
ถังเช่าพูดไม่ออก เขาอดคิดไม่ได้ว่าเหตุใดทุกครั้งที่เขาคุยกับนักพรตจินเกี่ยวกับสตรีผู้นี้ หัวข้อนี้ก็จะถูกยกขึ้นมาด้วย หรือว่าเขาจะ…
ถังเช่าตกตะลึงเขาขมวดคิ้วเงียบๆ
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ นักพรตจินก็สำนึกได้ว่าเขาพูดมากเกินไป พอคิดไปคิดมาเขาก็ดึงหัวข้อเดิมกลับมา “เอาล่ะๆ ผ่อนคลายเถอะ! ข้าตัดสินใจช่วยเหลือท่านแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ไม่รู้ว่าคุณหนูเหลียงผู้นั้นจะกลับมาอีกเมื่อไร วิกฤตินี้จะไม่คลี่คลายในหนึ่งวันข้าจะอยู่ที่จวนตระกูลถังต่อ”
“…ขอบคุณท่านนักพรต”
นักพรตจินตบไหล่เขา “ข้าไปนอนก่อน ท่านอย่าคิดมากล่ะ!” พูดจบเขาก็เดินจากไป เหลือเพียงถังเช่าที่พออยู่คนเดียวก็คิดฟุ้งซ่านมากขึ้น เขาจำได้ว่าในตอนกลางวัน ก่อนที่จี้เสียวอู่จะมาถึงเขาก็อยู่เคียงข้างหมิงเวย
นางดูเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย ขมวดคิ้วแน่น น้ำตาไหลอาบหน้าขณะฝัน และบางครั้งนางก็หลุดปากเพ้อเรียกอาจารย์ออกมา นักพรตจินพูดอีกว่าคนผู้นั้นที่ต่อกรกับนางเหมือนมาจากสำนักเดียวกัน หรือว่านางกำลังตกที่นั่งลำบากกัน
……………
วันรุ่งขึ้นฟ้าปลอดโปร่งหลังฝนตก หมิงเวยออกมาเดินเล่นที่สวน
ในช่วงที่ฤดูเปลี่ยนจากใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน พวกงูพวกหนอนเคลื่อนไหว ช่วงนี้เวินซิ่วอี๋จึงมุ่งเน้นไปที่การฝึกแมลงกู่
งู หนอน หนู มด ดูน่าขยะแขยงจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้บริเวณที่นางอยู่
ในตอนที่หมิงเวยไปหาก็เห็นนางนั่งอยู่ตรงมุมสวน ขุดหลุมบนพื้นแล้วเผาอะไรบางอย่าง
“คุณหนูเวิน อรุณสวัสดิ์!” เวินซิ่วอี๋เหลือบมองนางแล้วเพิกเฉย หมิงเวยไม่สนใจแล้วเดินไปอยู่ด้านหลังนางช้าๆ
ผ่านไปสักพักเวินซิ่วอี๋เกาหัวอย่างกังวล “หนอนล่ะ เหตุใดไม่มี!”
นางหันไปถามหมิงเวย “ท่านทำอะไรหรือไม่”
หมิงเวยยกมือขึ้น “คุณหนูเวิน ข้ายืนอยู่ตรงนี้จะทำอะไรได้ อย่ากล่าวหาโดยไม่มีเหตุผล!”
“เมื่อครู่ก็ยังมีอยู่ แต่พอท่านเข้ามาก็ไม่มีแล้วไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นผู้ใด”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร บางทีท่านอาจจับไปจนหมดแล้ว”
เวินซิ่วอี๋คิดก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนไปที่อื่นต่อ แต่ก็…อย่างไรก็ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวก็ไม่มี
หมิงเวยมองไปยิ้มไปนิ้วมือใต้แขนเสื้อขยับลูบหัวงูขาวตัวน้อย มันกินหนอนพิษกู่ไปมากขนาดนั้นจนตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับราชาพิษกู่ มีราชาพิษกู่อยู่ตรงนี้ หนอนตัวใดจะกล้าเข้ามากัน
…………………
[1] ยืนหัวเต่ามังกร : คนเก่งเป็นอันดับหนึ่งหรือผู้ที่เชี่ยวชาญเป็นเลิศ