คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 664 นัดพบส่วนตัว
ถังซีรู้สึกหดหู่ “ข้าไม่ได้ละอายใจ”
“จริงหรือ”
“แน่นอน!”
หมิงเวยพยักหน้าทั้งรอยยิ้ม “ไม่มีก็ไม่มีเจ้าค่ะ”
เห็นได้ชัดว่านางทำตามที่ตนเองพูด ถังซียิ่งหดหู่…เขามีคำพูดที่อัดอั้นตันใจ แต่พูดออกไปไม่ได้!
หมิงเวยรู้สึกเสียดายเล็กน้อย “เวลานี้ควรมีสุรา แต่น่าเสียดายที่วันนี้ข้าลอบเป็นโจรแอบมาที่นี่ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้”
ได้ยินนางพูดเช่นนี้ ถังซีก็นึกขึ้นได้จึงถามว่า “ลอบเป็นโจรหรือ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ขโมยหรอกนะ”
“มีสิเจ้าค่ะ คุณหนูเหลียงรีบเดินทางนางต้องทิ้งอะไรบางอย่างไว้แน่นอน”
ถังซีงงงวย “ท่านต้องการของของนางทำไมกัน”
“เรื่องนี้ข้าอธิบายให้ท่านฟังไม่ได้ สรุปง่ายๆ ว่าไม่เป็นอันตรายต่อตระกูลถังของท่านแน่นอน”
“…ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น”
สตรีผู้นี้พูดคุยเล่นด้วยไม่ได้จริงๆ ถังซีลูบหน้าแล้วถามว่า “คุณหนูเจ็ดอารมณ์ไม่ดีหรือ”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์แล้วตอบด้วยเสียงอันดัง “ไม่เจ้าค่ะ!”
“ท่านดูฝืนยิ้มนะ” ถังซีพูด “หรือว่าท่านมีความรู้สึกใดที่ขัดกับเหตุผล”
หมิงเวยไม่คิดว่าเขาจะเฉียบแหลมเพียงนี้ นางอารมณ์ไม่ดีจริงๆ ตั้งแต่นางได้พบกับหมิงเซียวทำให้นางอารมณ์ไม่ดีในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
“ท่านบอกกับข้าได้นะ” ถังซีพยายามทำให้ตัวเองดูมีเมตตาขึ้น “การปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เขาทำกับตัวเอง ท่านรับฟังปัญหาของข้า ข้าก็จะช่วยท่านแก้ปัญหา”
หมิงเวยรู้ว่าเขาโจมตีกลับ แต่…
นางครุ่นคิดแล้วพูดว่า “นายท่านสิบ ข้ามีหนึ่งคำถามหวังว่าคงไม่เสียมารยาทไป”
“เชิญพูดมาได้เลย”
“ลูกหลานตระกูลขุนนางของพวกท่านควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูล พวกท่านมีความคิดเช่นนี้ใช่หรือไม่ อย่างเช่น ข้าพูดว่าอย่างเช่นนะ ตระกูลของท่านทิ้งท่านด้วยเหตุผลบางอย่างท่านรู้สึกว่าความหมายของชีวิตหายไปหรือไม่เจ้าคะ”
ถังซีคิดอย่างรอบคอบ “มันน่าเศร้ามาก แต่ข้าไม่เคยประสบเหตุการณ์นี้มาก่อนจึงไม่รู้ว่ามันจะเศร้าเพียงใด”
เขามองหมิงเวย “หรือว่าที่คุณหนูเจ็ดเศร้าเพราะไม่มีผู้ใดมาที่แคว้นฉู่เพื่อช่วยท่านหรือ” หมิงเวยไม่พูดอะไร
ถังซีคิดว่าเขาเดาถูกดังนั้นเขาจึงแกล้งทดสอบ “มีอะไรซ่อนอยู่ในการแต่งงานครั้งนี้หรือไม่ เยวี่ยอ๋องในสายตาของท่านแล้วไม่ได้โหดเหี้ยมเพียงนั้นใช่หรือไม่”
หมิงเวยเหลือบมองเขา “นายท่านสิบฟื้นอารมณ์ได้รวดเร็วจริง ดูเหมือนจะไม่ได้ชอบคุณหนูเหลียงเพียงนั้นสินะเจ้าคะ!”
นายท่านสิบอึกอักเล็กน้อย “พูดถึงท่านสิ จะมาดึงข้าไปด้วยทำไมกัน”
หมิงเวยหัวเราะ “นายท่านสิบทดสอบข้าเช่นนี้ ทำให้ข้าคิดว่าอย่างไรข้าก็ไม่ได้แย่ไปกว่าคุณหนูเหลียงหรอก ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ถังซีพูดไม่ออกครู่หนึ่งเขาพูดว่า “ท่านเป็นสตรี เหตุใดพูดเช่นนี้…”
“เป็นสตรีแล้วอย่างไรเจ้าคะ มันเป็นเพียงการแสดงออกปกติ คุณหนูเหลียงไม่เป็นเช่นนั้นหรือ ชอบนายท่านสิบก็บอกไปไม่เห็นนางเบื่อหน่ายเลย”
“....”
หมิงเวยยิ้ม และตบไหล่เขา “แม้ว่าคำแนะนำเช่นนี้มักจะไร้ประโยชน์ แต่เพื่อประโยชน์ของนายท่านสิบที่ดูแลข้ามาเพียงนี้ ข้าจะพูดอะไรบางอย่าง คุณหนูเหลียงกับท่านไม่ได้มาจากโลกเดียวกัน ถึงแม้นางจะชอบท่าน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะคิดถึงท่านเสมอไป เว้นแต่ว่าวันหนึ่งสิ่งที่นางทำไปจะส่งผลให้นางฟุ้งซ่านจนลักพาตัวท่านไป…”
“คุณหนูเจ็ด!”
หมิงเวยอดหัวเราะไม่ได้ “ดูท่าทางของนายท่านสิบแล้ว เป็นสามีหัวหน้าโจรก็มากเกินพอแล้ว”
นายท่านสิบรู้สึกเสียใจโชคดีที่เขาไม่พูดอะไรมาก
“เอาล่ะ นี่ก็ค่ำแล้วนายท่านสิบควรกลับไปพักผ่อนเสียที ข้าจะไปส่งท่านเจ้าค่ะ”
หลังจากพูดเรื่องไร้สาระ อารมณ์ของถังซีก็ผ่อนคลายลง อีกทั้งเห็นว่ามันดึกแล้ว เขาจึงไม่คัดค้าน หมิงเวยพาเขาลงจากหลังคาแล้วพาเขาไปที่ประตูสวนหลานซิน (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ข้าจะเป็นขโมยต่อไป และขอให้นายท่านสิบแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้มาที่นี่ในคืนนี้นะเจ้าคะ”
“…” ถังซีคำนับ และพูดออกมาเสียงเบา “ขอบคุณ”
หมิงเวยมองเขาเดินจากไปแล้วกลับไปที่สวนหลานซินเพื่อค้นหาเบาะแสแต่นางไม่รู้เลยว่าในเวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่าถังยังไม่ได้นอน นางนั่งข้างหน้าต่างด้วยความกังวลเกี่ยวกับถังซี
ในขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้นางก็เห็นคนบางคนกำลังเดินไปรอบๆ สวนหลานซินที่อยู่ใกล้ๆ นางจึงถามไป่หลิงว่า “ดึกดื่นเช่นนี้ ผู้ใดอยู่ที่สวนหลานซินกัน”
ในตอนนี้หมิงเวยออกมาส่งถังซี และไฟกลางคืนที่ประตูก็ส่องมาที่พวกเขา
ไป่หลิงพูดอย่างไม่แน่ใจ “ดูเหมือนว่า…จะเป็นนายท่านสิบกับคุณหนูเจ็ดเจ้าค่ะ อ้อ นายท่านสิบกลับไปแล้ว”
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าถังเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ดึกดื่นเช่นนี้…”
ไป่หลิงนึกถึงข่าวลือก่อนหน้านี้ และรีบพูดว่า “อาจเป็นเพราะเกิดเรื่องกับนายท่านสิบ ได้ยินว่าเรื่องเมื่อครั้งก่อนคุณหนูเจ็ดได้ช่วยเขาเอาไว้…”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ไป่หลิงก็รู้สึกหมดหนทาง บุรุษผู้โดดเดี่ยวกับสตรีที่เป็นหม้ายพบกันที่เรือนเล็กกลางดึกจะอธิบายอะไรได้ เห็นได้ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่าถังไม่ชอบใจเท่าไรนัก
ฮูหยินผู้เฒ่าถังเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าไปทำมื้อดึกที่ครัวแล้วส่งให้เสี่ยวฉือ”
“เจ้าค่ะ” ถังซีกลับห้องไปไม่นานก็ได้รับอาหารมื้อเย็นที่เปี่ยมด้วยความรักจากมารดา
เขาถามอย่างสงสัย “ท่านแม่รู้ได้อย่างไรว่าข้ายังไม่นอน”
ไป่หลิงก้มศีรษะลงแล้วตอบว่า “ช่วงนี้นายท่านสิบนอนไม่ค่อยหลับ เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถังจะไม่ทราบเจ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าถังฝากบ่าวมาบอกว่าให้นายท่านสิบเข้านอนเร็วขึ้น อย่านอนดึกเกินไป” ถังซีกล่าวขอบคุณนางแล้วออกไปส่งนางด้วยตนเอง ไป่หลิงเห็นสีหน้าเขาดูไม่สะทกสะท้าน ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจไม่ได้นัดพบส่วนตัว
ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไรฮูหยินผู้เฒ่าถังก็ได้ตัดสินใจแล้ว
หมิงเวยได้ยินเรื่องนี้ในวันรุ่งขึ้น และรู้สึกประหลาดใจมาก “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้กลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิดหรือ เหตุใดถึงตัดสินใจไปที่เมืองหลวงเส้นทางนี้เดินทางไกล ฮูหยินผู้เฒ่าจะทนไหวหรือ”
เสวี่ยอิงพูดขณะเก็บของ “เดิมทีเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่นายท่านสิบ…ฮูหยินผู้เฒ่าไปที่เมืองหลวงเพื่อดูตัวให้นายท่านสิบใหม่เจ้าค่ะ!”
“อ้อ” หมิงเวยพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เช่นนั้นนายท่านสิบไปด้วยหรือไม่”
เสวี่ยอิงตอบ “บ่าวไม่ได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเจ้าค่ะ”
นางถามเสียงเบา “คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ ท่านกลับมาพร้อมฮูหยินผู้เฒ่า ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าต้องการกลับเมืองหลวง ท่านควรไปถามไม่ใช่หรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “ข้าอยากไปถามจริงๆ แหละ”
“เช่นนั้นให้บ่าวไปเป็นเพื่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ต้องหรอก” สีหน้าของหมิงเวยยังคงไม่เปลี่ยน “เจ้าไปเก็บของเถอะ”
นางปฏิเสธเสวี่ยอิงแล้วเดินทางไปหาถังเช่า ฮูหยินผู้เฒ่าเดินทางไปหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือคุณชายรองตระกูลถังไปด้วยหรือไม่ นางต้องการเฝ้าต้นไม้รอกระต่าย[1] จึงจำเป็นต้องร่วมเดินทางไปด้วย
ถังเช่าได้ยินรายงานก็อารมณ์ดีขึ้นโดยไม่ทราบเหตุผล
เขาถาม “หากข้าไม่ไปเมืองหลวงแล้วก็ไม่อยู่ที่นี่ แต่คิดจะไปท่องยุทธภพต่อล่ะ”
หมิงเวยยิ้ม “ข้าก็จะไปกับคุณชายรอง ท่านไปไหน ข้าไปด้วย”
ถังเช่ากระตุกมุมปาก “ข้ายังคิดว่าคุณหนูเจ็ดจะใช้โอกาสนี้กลับเป่ยฉีซะอีก”
หมิงเวยพูด “เป่ยฉีกลับไปได้ทุกเมื่อ แต่หากพลาดจากคุณชายรองต่างหากถึงน่าเสียดาย!”
“....”
“ว่าอย่างไร คุณชายรองคิดจะไปไหนหรือ”
ถังเช่าพูด “ข้าไม่ได้กลับเมืองหลวงนานแล้ว อาจต้องไปเยี่ยมสักหน่อย”
………………