คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 666 กั๋วกง
จากอี๋ตูถึงหนานอัน หากเดินทางทางน้ำใช้เวลาประมาณสิบวันถึงครึ่งเดือนกว่าจะถึง
เมื่อเข้าสู่เดือนห้า ครอบครัวตระกูลถังก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง การเดินทางไกลนั้นเหนื่อยล้าอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องพูดถึง หมิงเวยได้แต่เหลือบมองตลาดจากในเกี้ยวเท่านั้นแล้วนางก็เข้าไปในจวนไต้กั๋วกง
จากนั้นนางก็ถูกโยนเข้าไปในห้องโถงเล็ก หลังจากรออยู่นานนางก็เห็นถังเช่าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เหนื่อยล้า
“คุณหนูเจ็ด ตามข้ามา”
เสวี่ยอิงเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติก็รีบถามว่า “คุณชายรอง บ่าวไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ”
ถังเช่าส่ายหน้า “พวกเจ้ารอข่าวอยู่ที่นี่” เสวี่ยอิงอยากจะพูดอีก แต่ก็ถูกไห่เอี้ยนรั้งไว้
จนกระทั่งหมิงเวย และถังเช่าเดินออกไป ไห่เอี้ยนก็พูดว่า “เจ้าอย่ากังวลไปเลย พวกเราติดตามคุณหนูเจ็ดไม่เพียงแต่ปรนนิบัตินางเท่านั้น แต่คอยจับตาดูนางด้วย เจ้าจริงจังกับการมองนางเป็นเจ้านายไปหรือไม่”
เสวี่ยอิงรู้สึกท้อแท้ “ข้ารู้ เพียงแต่คนหาใช่ต้นไม้กอหญ้า หลายวันที่อยู่ด้วยกันมักมีความผูกพันนอกจากนี้คุณหนูเจ็ดก็ไม่ใช่คนเลวร้าย…”
ไห่เอี้ยนเงียบ อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนเลวร้ายนางได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายในช่วงเวลาหลายวันนี้ นานแล้วที่นางไม่ได้พัฒนาวรยุทธ์ นางได้เปิดโลก และไม่แน่ว่านางอาจไปถึงระดับที่สูงขึ้นได้
ชาวยุทธภพให้ความสำคัญกับการสืบทอดหากไม่มีสถานะอาจารย์ และลูกศิษย์ก็ไม่สามารถสอนวรยุทธ์ได้ หากสามารถขอคำแนะนำจากผู้อื่นได้บ้างเล็กน้อยจะเป็นที่ตื้นตันใจมาก คุณหนูเจ็ดได้แก้ไขข้อผิดพลาด และช่องโหว่ของวรยุทธ์นางทีละจุด แต่คำพูดเหล่านี้ไห่เอี้ยนพูดไม่ได้
นางเป็นสาวใช้จวนตระกูลถังไม่มีเหตุผลที่ต้องพูดให้ผู้อื่น แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางไม่ให้นางอวยพรให้หมิงเวย หวังว่าหมิงเวย และตระกูลถังจะอยู่ด้วยความสงบ และไม่มีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกัน
หมิงเวยเดินตามถังเช่าไปสักพักก็เดินเข้าไปในห้องโถงเล็ก ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีคนเข้ามา บุรุษผู้นี้อายุประมาณสี่สิบห้าสิบ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเด็ดเดี่ยวหนักแน่น
เขาสวมเสื้อผ้าธรรมดา แต่ก็มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่ง
หมิงเวยลุกขึ้นมองดูถังเช่าทำความเคารพทักทายเขาแล้วยังเอ่ยปากเรียกท่านพ่อ นางจึงรู้ว่าคนผู้นี้คือไต้กั๋วกงถังจิ้ง
ถังจิ้งนั่งลงสายตาที่เฉียบแหลมของเขากวาดตามองหมิงเวย
ผ่านไปสักพักเขาก็เปิดปากพูดว่า “คุณหนูเจ็ดตระกูลหมิงหรือ”
หมิงเวยตอบ “เจ้าค่ะ”
“ได้ยินว่าท่านถูกซิ่วอี๋ลักพาตัวมา” หมิงเวยพยักหน้า
“แต่เอ้อร์หลางบอกว่าท่านเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชา เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือ ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดถึงได้ถูกซิ่วอี๋ลักพาตัวมาที่แคว้นฉู่ได้”
หมิงเวยตอบ “พยัคฆ์เองก็มีช่วงเวลาที่หลับใหล พูดตามตรงตอนนั้นข้าปะมือกับผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงถูกแม่นางซิ่วอี๋ฉวยโอกาสลักพาตัวมา”
ถังจิ้งพยักหน้า “เรื่องนี้เป็นซิ่วอี๋ที่จัดการไม่เหมาะสม นางควรฉวยโอกาสที่ท่านบาดเจ็บสาหัสสังหารท่านโดยตรงถึงจะถูก”
หมิงเวยเห็นด้วย “ก็จริงเจ้าค่ะ แม่นางซิ่วอี๋ใจดีเกินไป”
ถังเช่าเหลือบมองนาง แต่ไม่พูดอะไร ใจดีอะไรกันโกหกหน้าด้านๆ ตอนนั้นซิ่วอี๋อยากทรมานนางถึงได้ไว้ชีวิตนางไว้
ถังจิ้งถามต่อว่า “ตอนนี้อาการบาดเจ็บของท่านหายดีแล้ว ในตอนที่ท่านขึ้นเรือท่านสามารถหนีไปจากที่นี่ได้ เหตุใดถึงยังมาที่หนานอัน”
หมิงเวยเบนความสนใจไปที่ถังเช่า “ข้าน้อยคิดว่าคุณชายรองพูดชัดเจนแล้ว”
ดวงตาของถังจิ้งสว่างวาบ “ข้าอยากได้ยินจากปากของท่านเอง”
หมิงเวยพยักหน้าทั้งรอยยิ้ม และพูดอย่างตรงไปตรงมา “คุณหนูเหลียงเป็นศัตรูของข้า และคุณชายรองก็เป็นเป้าหมายของนางดังนั้นข้าจึงตัดสินใจอยู่ข้างกายคุณชายรองเพื่อรอให้นางมาหาถึงที่เจ้าค่ะ”
ถังจิ้งหรี่ตา “แต่คุณหนูเหลียงผู้นั้นไม่ได้เป็นศัตรูของตระกูลถัง จากที่ท่านพูดมานางต้องการช่วยให้ถังเอ้อร์ประสบความสำเร็จ แล้วเหตุใดพวกเราต้องให้ท่านอยู่ที่นี่ต่อเพื่อเป็นศัตรูกับนางด้วย”
“เพราะเรื่องที่นางต้องการทำไม่ใช่ผลประโยชน์ของตระกูลถัง”
“อ้อ อย่างไรหรือ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
หมิงเวยมองเขาทั้งรอยยิ้ม “ท่านกั๋วกงคงรู้อยู่แก่ใจแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่อยากพบข้า” นางอธิบายอย่างอดทนว่า “สิ่งที่คุณหนูเหลียงต้องการคือใครสักคนที่สามารถช่วยให้นางบรรลุเป้าหมายได้ ตำหนักดวงดาวที่นางอาศัยอยู่คือเรื่องหลัก คนที่นางเลือกจะต้องขึ้นอยู่กับพวกเขา ดังนั้นนางจึงวางแผนที่จะใส่ร้ายคุณชายรองเพื่อหวังว่าคุณชายรองจะแตกหักกับตระกูลถัง และจะไม่ถูกตระกูลถังควบคุมอีกต่อไป สิ่งนี้ขัดต่อผลประโยชน์ของตระกูลถังโดยสิ้นเชิง ตระกูลขุนนางชนชั้นสูง อันดับแรกคือผลประโยชน์ของตระกูลไม่ใช่ส่วนบุคคล ดังนั้นข้าเลยตัดสินใจมาที่หนานอันเจ้าค่ะ”
ถังจิ้งพูดเสียงเรียบเฉย “ถึงอย่างนั้นท่านก็เป็นบุคคลอันตราย เหตุใดถึงคิดว่าข้าจะให้ท่านอยู่ที่นี่ล่ะ”
หมิงเวยพูด “เพราะตอนนี้เรามีผลประโยชน์ร่วมกันเจ้าค่ะ”
“อ้อ”
หมิงเวยยิ้ม “ข้าเป็นชาวแคว้นฉี และด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่มีอคติใดๆ กับแคว้นฉู่ของพวกท่าน พวกท่านตระกูลถังจงรักภักดีหรือไม่ล้วนไม่เกี่ยวกับข้า ตราบใดที่มีเป้าหมายร่วมกันท่านกั๋วกงไม่ต้องกังวลว่าข้าจะหันไปหาผู้อื่น”
ทุกคนรู้ดีว่าผู้อื่นนั้นหมายถึงผู้ใด
“ยิ่งไปกว่านั้นเยวี่ยอ๋องที่ข้ารับใช้แม้แต่บัลลังก์ก็ไม่สามารถแตะต้องได้ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการเผชิญหน้าระหว่างสองแคว้น หากข้าคิดจะลงมือกับตระกูลถังจริงๆ จะไม่เป็นการทำให้คนผู้นั้นยิ่งประสบความสำเร็จหรือ”
นางหันไปหาถังเช่า “อันที่จริงแผนยั่วยุให้แตกหักกันของคุณชายรองนั้นช่วยพวกเราได้มาก ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้คงไม่ง่ายนักที่จะเอาชนะองค์ชายรอง ในตอนนั้นพวกเราเคยปรึกษากันว่าจะเข็นเรือไปตามน้ำเพื่อช่วยเหลือพวกท่านดีหรือไม่ ในท้ายที่สุดเนื่องจากพวกเรายังอ่อนแอเกินไปยังต้องให้ฮ่องเต้ที่อยู่ในอำนาจลงมือหยุดยั้ง จะเห็นได้ว่าถึงแม้พวกเราจะเป็นแคว้นศัตรูก็อาจไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้เสียเหมือนกัน”
พูดตรงๆ ก็คือผลประโยชน์ของแคว้น และบุคคลไม่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อที่จะชนะการต่อสู้ภายในจำต้องสร้างสันติภาพกับแคว้นศัตรู หรือแม้แต่ยกดินแดนให้มีให้เห็นในประวัติศาสตร์มากมาย
ถ้าในใจเขายังไม่ชัดเจนเหตุใดถังจิ้งถึงตั้งใจมาพบนางด้วยเล่า
หลังจากฟังนางพูดจบแล้วถังจิ้งเงียบไปนาน หลังจากดื่มชาแล้วเขาถามว่า
“คุณหนูเจ็ดสามารถเป็นตัวแทนของเยวี่ยอ๋องได้หรือไม่”
หมิงเวยพยักหน้าอย่างมั่นใจ “คุณชายรองน่าจะไปสืบข่าวที่แคว้นฉีแล้วใช่หรือไม่ เยวี่ยอ๋องกำลังตามหาข้าอยู่หรือไม่”
ถังเช่าพยักหน้า “ข่าวการหายตัวไปของคุณหนูเจ็ดยังไม่รั่วไหล อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่าที่จวนเยวี่ยอ๋องมีสาวใช้หายตัวไป เยวี่ยอ๋องกังวลจนแทบบ้า ขอเข้าเฝ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะอยากออกจากเมืองหลวงไปตามหาด้วยตนเอง”
หมิงเวยพูด “ข้าอยู่ที่นี่ คุณชายรองสามารถทดสอบได้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับข้าหรือไม่”
ถังเช่าไม่ตอบ แต่หันไปสบสายตากับผู้เป็นบิดา
ถังจิ้งพยักหน้า “คุณหนูเจ็ดเดินทางไกลคงเหนื่อยมากท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
หมิงเวยลุกขึ้นทำความเคารพโดยไม่พูดอะไรให้มากความ “ข้าขอตัวเจ้าค่ะ”
เมื่อนางจากไปแล้วถังจิ้งก็ถามบุตรชายคนรองว่า “เรื่องที่เป่ยฉีเจ้าเข้าใจเป็นอย่างดี คิดว่าอย่างไร”
ถังเช่าไตร่ตรอง และพูดว่า “ที่นางพูดมาก็ถูก ตอนนี้อำนาจแคว้นฉี และแคว้นฉู่มีความสมดุล อยู่ในความสงบสุขแผนก่อนหน้านี้ของลูกเป็นแผนระยะยาว นอกจากนี้เราก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับเยวี่ยอ๋อง”
ถังจิ้งพยักหน้า
ถังเช่าพูดอีกว่า “เพียงแต่เยวี่ยอ๋องไม่ใช่คนไร้ความสามารถ ถ้าเขาได้ขึ้นครองบัลลังก์จริงๆ มันจะไม่ดีสำหรับแคว้นฉู่”
ถังจิ้งไม่ได้สนใจ “ฮ่องเต้แคว้นฉียังมีชีวิตอยู่นามของเยวี่ยอ๋องนั้นยังไม่เหมาะสม ถ้าเขาต้องการบัลลังก์ยังเร็วเกินไป! พวกเราไม่ต้องสนใจเรื่องหลังจากนี้”
ถังเช่าเข้าใจ ตอนนี้ยังใช้ได้ก็ใช้ไปก่อนไว้หลังจากนั้นหากพังค่อยว่าทีหลัง
ก่อนที่เขาจะจากไปถังจิ้งเรียกเขาอีกครั้ง “เอ้อร์หลาง”
ถังเช่าหยุด “ขอรับท่านพ่อ”
ถังจิ้งมองเขาด้วยแววตาราวกับชี้แนะ “แม้ว่าคุณหนูเหลียงกับตระกูลถังจะมีผลประโยชน์ที่ต่างกัน แต่คนที่นางต้องการสนับสนุนคือเจ้า เจ้าอย่ารู้สึกหวั่นไหวล่ะ”
ถังเช่าสบตากับเขา และตอบอย่างใจเย็น “พวกเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากเกินไป และหากลูกต้องการทำอะไรบางอย่างลูกไม่สนใจที่จะเป็นหุ่นเชิดขอรับ”
………………