คู่ชะตาบันดาลรัก - บทที่ 671 แก้ปัญหา
หยางชูนั่งกับเทียนเฉิงตี้ พวกเขาทั้งหมดเป็นบุรุษในวัยเดียวกันดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจกฎเกณฑ์มากนัก
เทียนเฉิงตี้ทักทายถังซี “อ้ายชิงนั่งเถอะ พวกเราไม่ได้อยู่ในวังทำตัวตามสบาย”
ถังซีลังเล “แต่…”
คุณชายใหญ่ฉางยิ้ม “ถังเซ่อเหริน[1] หากท่านไม่นั่งลง หรือจะให้พวกเราลุกขึ้นล่ะ”
พอกล่าวเช่นนี้ถังซีจึงต้องนั่งลง “กระหม่อมขอเสียมารยาทพ่ะย่ะค่ะ” เทียนเฉิงตี้พยักหน้าอย่างไม่จริงจัง พูดได้ว่าในบรรดาสมาชิกตระกูลถัง ถังซีเป็นคนที่เขาค่อนข้างประทับใจ มีความรู้ รู้มารยาท ปกติที่อยู่เคียงข้างเขาอีกฝ่ายเป็นคนสุภาพซึ่งต่างจากพี่ชายที่จองหองคนนั้น
น่าเสียดายที่เขาแซ่ถังเลยทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีอยู่บ้าง เทียนเฉิงตี้พาเขามาด้วยก็เพื่อเอาใจตระกูลถัง พวกเขาคุยกันอยู่พักหนึ่งการประชุมอภิปรายก็เริ่มขึ้น
ในสายตาของคนทั่วไปการอภิปรายเกี่ยวกับพุทธศาสนาอันที่จริงไม่ได้มีความหมายอะไร เหตุผลที่การอภิปรายในวัดตงจือมีอิทธิพลอย่างมากในตอนนี้เนื่องจากรูปแบบมีการเปลี่ยนแปลงไปนานแล้วเหลือเพียงชื่อเท่านั้น
ท่ามกลางความคาดหวังของทุกคน เจ้าอาวาสวัดตงจือขึ้นเวทีพนมมือแล้วพูดว่า “ช่วงนี้อาตมาเจอปัญหาซึ่งครุ่นคิดหนักมาสิบวันแล้ว แต่ก็ยังแก้ไขไม่ได้จึงนำปัญหานี้มาบอกแก่เบื้องบนเบื้องล่าง แต่ไม่มีผู้ใดแก้ไขได้ อาตมาจึงเรียนเชิญผู้มีความสามารถทุกท่าน หากผู้ใดสามารถแก้ไขได้ก็จะมอบดอกบัวแห่งบุญให้เป็นรางวัล”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้ที่รู้เรื่องราวภายในก็รู้สึกตื่นเต้น
ดอกบัวแห่งบุญ! ในการประชุมอภิปรายครั้งนี้วัดตงจือยินดีมอบดอกบัวแห่งบุญให้เป็นรางวัล!
“วันตงจือใจป้ำจริงๆ!” นักพรตจินพูด
ในโลกของหมิงเวยวัดตงจือได้หายไปจากประวัติศาสตร์นานแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันจึงถาม “ท่านนักพรต ดอกบัวแห่งบุญมีความพิเศษอย่างไรหรือเจ้าคะ”
นักพรตจินพูด “หากพูดถึงดอกบัวแห่งบุญจำเป็นต้องพูดถึงพระที่มีชื่อเสียงของวัดตงจือ ท่านละทางโลกมานานแล้ว แต่ในสายตาของเสวียนเหมินอย่างพวกเรา ท่านเป็นภาพลักษณ์ที่แท้จริงของวัดตงจือ”
หมิงเวยครุ่นคิด “ปู้จือไต้ซือใช่หรือไม่”
นักพรตจินพยักหน้า “ใช่แล้ว!”
จี้เสียวอู่รีบยกมือ “เรื่องนี้ข้าเองก็เคยได้ยินนะ ท่านอาจารย์บอกว่าปู้จือไต้ซือเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง เขาเชี่ยวชาญในคำสอนทั้งสาม[2]และเคล็ดวิชาก็ศึกษาได้อย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะการทำนาย เรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์รุ่นแรก”
“ที่สหายจี้พูดมานั้นถูกแล้ว” นักพรตจินกล่าวเสริม “ตอนแรกปู้จือไต้ซือได้สมญานามทางธรรมว่าซานจือซึ่งก็คืออดีต ปัจจุบัน และอนาคต แม้จะฟังดูเกินไปหน่อย แต่ก็มีความสามารถ คนอื่นก็หมดคำจะพูดหลังจากนั้นต่อมายิ่งอายุมากขึ้น พลังยิ่งแก่กล้าขึ้น แต่ก็ยิ่งถ่อมตนมากขึ้นจนเมื่อเขาสละตำแหน่งให้ลูกศิษย์ก็เปลี่ยนชื่อเป็นปู้จือ หลายปีมานี้เขาไม่เคยออกมาข้างนอกผู้อื่นยากที่จะพบเขา”
ถังเช่าพยักหน้า และเสริมว่า “ฝ่าบาทของพวกเราต้องการพบปู้จือไต้ซือผู้นี้มานานแล้ว แต่วัดตงจือไม่กลัวอำนาจของฮ่องเต้ อ้างว่าปู้จือไต้ซือเข้าในเส้นทางแห่งพระธรรมแล้ว ไม่คิดจะเหยียบย่ำบนโลกมนุษย์”
เขายิ้มอีกครั้ง “ท่านพ่อเองก็เคยขอพบ แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน” หมิงเวยได้ฟังก็เข้าใจความหมายของเขา
สองคนนี้ต้องการพบปู้จือไต้ซือด้วยจุดประสงค์เดียวกัน ฮ่องเต้แห่งแคว้นฉู่ต้องการนั่งบัลลังก์ที่มั่นคง ส่วนไต้กั๋วกงต้องการทราบว่าตระกูลถังมีโอกาสนั่งในตำแหน่งนั้นหรือไม่
ปู้จือไต้ซือไม่คิดที่จะพบผู้ใด ไม่เพียงแต่ไม่ชื่นชมผู้มีอำนาจเท่านั้น แต่ยังเป็นการประนีประนอมด้วย
อย่างไรวัดตงจือก็เป็นสถานที่ที่ใหญ่เพียงนี้ ไม่ว่าจะทำให้ฮ่องเต้ หรือไต้กั๋วกงขุ่นเคืองล้วนเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ปู้จือไต้ซือจำต้องคิดเพื่อลูกศิษย์ลูกหลาน
ถังเช่าเหลือบมองนาง และไม่พูดอะไร เห็นเขาเป็นเช่นนี้หมิงเวยอดไม่ได้ที่จะสงสัย “หรือว่าท่านเองก็ด้วยเจ้าคะ”
เวินซิ่วอี๋สบโอกาสเยาะเย้ย “ไม่อย่างนั้นจะให้ท่านมาทำไมกัน เรื่องไม่ดีให้ข้าเป็นคนทำก็ได้นี่”
“....”
“ท่านมองแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร” เวินซิ่วอี๋เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง “ท่านดูถูกข้าหรือ”
“เปล่า แม่นางซิ่วอี๋เข้าใจผิดแล้ว” หมิงเวยพูดอย่างใจเย็น “เป็นสตรีหงุดหงิดเช่นนี้ระวังจะแก่เร็วนะ”
“ท่าน...” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ถังเช่าพูดช้าๆ “ดอกบัวแห่งบุญนั้นเป็นดอกบัวที่เติบโตในที่ที่ปู้จือไต้ซือฝึกฝนบ่มเพาะพลัง ว่ากันว่าเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่เขาพบในขณะท่องยุทธภพ หลังจากนำมาแล้วก็ได้รับการดูแลเป็นพิเศษทำให้เก็บรักษาไว้ได้นานหลายสิบปี ดอกบัวเหล่านี้อยู่กับเขาตลอดเวลา อบอวลไปด้วยพุทธธาตุ หากได้รับมาบูชาที่จวนได้ก็จะเป็นอิสระจากความชั่วร้ายได้”
นักพรตจินพูดต่ออีกว่า “สำหรับพวกเราแล้ว ประโยชน์อีกอย่างของดอกบัวแห่งบุญต่างหากที่สำคัญที่สุด ผู้ที่ใช้ดอกบัวแห่งบุญสามารถขออะไรอย่างหนึ่งกับปู้จือไต้ซือได้”
“อ้อ…” หมิงเวยเคาะโต๊ะ “ไม่น่าแปลกใจที่พวกท่านไม่สามารถนิ่งเฉยได้เมื่อรู้ว่าฮ่องเต้ต้องการมาประชุมอภิปราย อภัยให้ข้าด้วยที่ต้องพูดตรงๆ ถึงแม้ปู้จือไต้ซือจะล่วงรู้อนาคตก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร โชคชะตาไม่ใช่ว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากมีพลังมากพอก็สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้!”
ถังเช่าพูดอย่างใจเย็น “ถึงความจริงจะเป็นเช่นนั้น แต่ในโลกนี้มีคนมากมาย ผู้ใดจะมองเห็นได้ทะลุปรุโปร่งเพียงนั้นกัน หากฝ่าบาททำไม่ได้พวกเราเองก็ทำไม่ได้เช่นกัน”
“ก็จริง”
ทั้งสองคนถามตอบกันเรื่องที่คุยก็ไม่ใช่เรื่องลึกซึ้งอะไร แต่มีบรรยากาศที่กลมกลืนกันอย่างอธิบายไม่ได้ เวินซิ่วอี๋ดูอึดอัดมากจนอยากพูดแทรก แต่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงจ้องหมิงเวยอย่างโกรธเคือง
“ให้ท่าน”
สิ้นเสียงเวินซิ่วอี๋ตกตะลึงเมื่อจู่ๆ ก็ถูกยัดถั่วใส่มือ
“ท่านทำอะไร” นางมองจี้เสียวอู่
จี้เสียวอู่พูด “ข้าเห็นท่านแก้มพองจนจะเหมือนกบอยู่แล้ว เลยหาอะไรให้ทานจะได้ใจเย็นๆ!”
“….” สีหน้าของเขาดูไร้เดียงสาจนเวินซิ่วอี๋ไม่แน่ใจว่าเขาจงใจยั่วโมโหนางหรือไม่ หรือว่าคิดเช่นนั้นจริงๆ นางจึงกลั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถ
สุดท้ายก็เป็นถังเช่าที่ช่วยแก้หน้าให้ เขาหยิบถั่วทอดจากมือของนางแล้วพูดว่า “ซื้อจากร้านขายของทอดร้านแรกในวัดตงจือใช่หรือไม่ ของทอดร้านนี้มีชื่อเสียงมาก”
“ใช่ๆๆ คนต่อแถวเยอะมาก!”
การพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ยกประเด็นพูดคุยขึ้นมาได้ ขณะที่พูดคุยกัน เจ้าอาวาสวัดตงจือได้บอกคำถามขึ้นมาซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับตัวเลข
หมิงเวยร้องเอ๋แล้วพูดว่า “น่าสนใจ”
ถังเช่าไม่เข้าใจ “น่าสนใจตรงไหนหรือ” หรือว่ามีกลไกอะไร
หมิงเวยพูด “คำถามนี้เป็นแก่นแท้ของการอนุมาน กล่าวอีกนัยหนึ่งผู้ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้จะต้องเป็นคนที่อยู่ในสายทางเดียวกัน และเข้าใจการทำนายดวงชะตา” นางมองไปที่อาคารที่เทียนเฉิงตี้ประทับอยู่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คำถามนี้มีไว้สำหรับคนผู้นั้นเท่านั้น หรือว่าปู้จือไต้ซือได้เลือกข้างแล้ว”
ถังเช่าทำสีหน้าจริงจัง “จริงหรือ”
“ข้าจะโกหกทำไมกันเจ้าคะ”
เขามองนักพรตจินแล้วเห็นเขาโบกมือ “วิชาทำนายดวงชะตาข้ารู้เพียงผิวเผินเท่านั้น คำถามนี้เกรงว่าจะตอบไม่ได้”
“เช่นนั้น…”
ถังเช่ากำลังจะเอ่ยปากพูดเจ้าอาวาสก็พูดอีกครั้งว่า “คำถามนี้ซับซ้อน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ อาตมาคิดวิธีที่จะแสดงให้เห็น ด้วยวิธีนี้จะเห็นได้ชัดว่าผู้ใดชนะและผู้ใดแพ้ ขอให้ทุกท่านเป็นสักขีพยานด้วย”
เจ้าอาวาสหันกลับไป พระภิกษุหลายสิบรูปก็ออกมาในมือของพวกเขาถือของแปลกๆ มีทั้งกระดานไม้ หิน และกระถางธูป…ซึ่งนำมาจัดวางอย่างรวดเร็ว
นักพรตจินเห็นแล้วก็เงยหน้าหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ ปัญหาที่เรียบง่าย ข้าทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นเขาวงกต แต่ท่านสามารถลองดูได้”
………………
[1] เซ่อเหริน : มหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์
[2] คำสอนทั้งสาม : พุทธศาสนา ลัทธิขงจื๊อ และลัทธิเต๋า