คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 785 ชีวิตในอดีต / ตอนที่ 786 พบกันที่ร้านอัญมณี
ตอนที่ 785 ชีวิตในอดีต
“นั่นสิ วันๆ เอาแต่เต๊ะท่าออกคำสั่งทั้งวัน คนที่ไม่รู้เรื่องเหล่านั้นคิดว่านางเป็นนายหญิงของจวนนี้ แต่ที่จริงแล้วนางก็เป็นแค่เด็กสาวบ้านป่าเท่านั้น มีอะไรน่าให้เกียรติกัน น”
“ข้าได้ยินมานานแล้ว ว่าแท้จริงแล้วนางไม่ใช่บุตรีของท่านโหว ตอนนี้บุตรีของท่านโหวอาศัยอยู่กับฮูหยิน หน้าตานางสะสวยน่าดู งดงามกว่าคุณหนูรองมากนัก”
“จริงหรือ เจ้าได้ยินมาจากใคร”
“ข้าได้ยินมาจากซื่อฝู เขาอยู่ข้างกายท่านโหวตลอด เคยเห็นคุณหนูใหญ่ตัวจริงแล้ว แต่น่าเสียดายนักที่คุณหนูใหญ่เหมือนจะไม่อยากกลับมา ความสัมพันธ์กับท่านโหวก็ไม่ค่อยดีด้วย”
คนเหล่านี้คุยกันเสียงดังมาก ด้วยอยากจะทำให้ไป๋เจินจูโมโหอยู่แล้ว เสียงพูดจาจึงดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคำพูดเข้าไปในหูของไป๋เจินจูทั้งสิ้น ทำเอานางต้องปิดหูวิ่งหนีไปเลยทีเดียว ว
อาจจะเป็นเพราะร้อนใจจนเกินไป ระหว่างทางมีน้ำแข็งเกาะอยู่มาก เมื่อเท้านางไม่ได้เหยียบย่างอย่างมั่นคง จึงพลาดตกลงไปในคูน้ำค้างทาง
น้ำที่เย็นจัดในคูน้ำเสียดแทงกระดูกอย่างยิ่ง โคลนที่เปื้อนหน้าก็มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อีกด้วย
นางตะเกียกตะกายขึ้นจากในคูน้ำอย่างเคืองแค้น ในรองเท้ามีน้ำเย็นๆ สะสมอยู่จนเต็ม ทำเอานางหนาวเหน็บจนเจ็บเท้าขึ้นมา
ครั้นกะโผลกกะเผลกกลับไปถึงเรือนหลาน ท้องฟ้าก็มืดสนิทโดยสิ้นเชิงแล้ว นางไม่รู้ว่าหินเหล็กไฟอยู่ทีใด แม้กระทั่งตะเกียงน้ำมันที่งดงามก็ไม่รู้ว่าต้องจุดอย่างไรเช่นกัน
นางคลำทางในความมืดจนเจอหีบใส่เสื้อผ้า ข้างในที่เดิมทีมีเสื้อผ้าอัดแน่นจนเต็มหีบ บัดนี้เหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น
พวกมันไม่อาจนับได้ว่าสะสวย แต่นางก็ยังสวมมันไว้บนตัว ส่วนผ้าห่มบนเตียงนางทิ้งไว้ข้างนอก ทว่าบัดนี้ข้างนอกมืดสนิทแล้ว นางจึงไม่กล้าเดินออกไปเก็บกลับมา ทำได้แค่ขดตัวอ อยู่บนมุมเตียง ทั้งหนาว ทั้งหิวตลอดทั้งคืน
นางไม่เคยได้สัมผัสความทรมานเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมู่บ้านหวงถัวในอดีตก็เช่นกัน
ตอนอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัว มารดามักจะนำผ้าห่มที่หนาที่สุดมาให้นาง บอกว่าบุตรสาวของตนขี้หนาวอย่างยิ่ง ย่อมต้องห่มผ้าหนาหน่อย
ครั้นทำชุดบุฝ้าย มารดานำใยฝ้ายยัดใส่ในเสื้อของนางมากที่สุดเสมอ พร้อมกับบอกว่าความสวยงามเป็นเรื่องรอง ความอบอุ่นในฤดูหนาวสำคัญที่สุด
เมื่อถึงเวลากินข้าว ต่อให้นางนอนกินบ้านกินเมืองหรือพลาดมื้ออาหาร มารดาก็ล้วนเก็บส่วนหนึ่งไว้ในนางทุกครั้งไป หากเป็นฤดูหนาวก็จะต้องอุ่นอาหารให้นางกินร้อนๆ บอกว่าบุตรสาวขอ องนางไม่ควรกินอาหารเย็นชืด เช่นนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ
มารดามักจะบอกเวลาที่ต้องทำงาน ว่าตนกับบิดาจะทำงานให้มากหน่อย เพื่อให้เจินจูพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เพราะหากบุตรสาวตากแดดมากเกินไปแล้ว ผิวหน้าดำขึ้นมาจะไม่สวยเอา
นางคิดถึงบิดาและมารดา พลอยให้น้ำตาไหลลงมาไม่ยอมหยุด ยิ่งนางคิดถึงก็ยิ่งโศกเศร้า ยิ่งทุกข์ตรม
แต่ทันใดนั้นนางก็ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า “ข้าไม่เสียใจภายหลังหรอก ไม่มีทาง! หมู่บ้านหวงถัวไม่เหมาะกับข้า ที่นี่ต่างหากถึงเป็นบ้านของข้า ข้าควรจะอยู่ที่นี่”
…
เช้าวันต่อมา นางล้างหน้าแต่งตัวแล้วก็รีบร้อนออกจากจวนไป
ซื่อฝูมารายงานว่า “ท่านโหว เป็นเช่นที่ท่านคิดไว้จริงๆ ขอรับ คุณหนูใหญ่ออกจากจวนไปแล้ว ตามลำพัง”
เผยชิงหานพยักหน้า “จับตาดูนางไว้ ดูว่านางไปพบกับใคร ไม่ว่าจะเป็นใครก็จับไว้ทั้งสิ้น”
ซื่อฝูรับคำแล้วถอยออกไป
…
ร้านอัญมณีชุ่ยเป่าเพิ่งเปิดร้านไม่นาน ก็มีแขกสองคนเข้ามาดูเครื่องประดับ ดูอยู่นานก็ไม่ซื้อเสียที เอาแต่เดินไปมาอยู่ข้างใน อีกทั้งยื่นคอยาวมองไปข้างนอกอยู่เสมอ ราวกับกำลั งรอใครบางคนอยู่ ไม่ได้มาซื้อของโดยสิ้นเชิง
พนักงานเห็นดังนั้นก็รำคาญใจ จึงเข้าไปใกล้เจ้าของร้าน เอ่ยว่า “สองคนนี้มาที่นี่ทุกเช้าติดต่อกันหลายวันแล้ว รอจนถึงตอนกลางวันถึงจะไป ตอนบ่ายกลับมาอีกครั้ง ตกเย็นก็กลับไป ไม่ได ด้ซื้อของอะไรเลย ไม่รู้จริงๆ ขอรับว่ามาทำอะไร”
……….
ตอนที่ 786 พบกันที่ร้านอัญมณี
เจ้าของร้านยิ้มว่า “คอยตามพวกเขา มองพวกเขาอยู่ตลอดก็พอแล้ว”
บางร้านอยากให้ดูเหมือนมีคนชมข้าวของข้างในร้านเยอะ จึงจ้างคนเดินอยู่ในร้านโดยเฉพาะ ถือเป็นการดึงดูลูกค้าอย่างหนึ่ง
ทันใดนั้นมีเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวที่มุมถนน กำลังรีบร้อนเดินมาในร้านอัญมณี
เสี่ยวเฟิงตาไว จำไป๋เจินจูได้ในทันที เขาจึงสะกิดหลิวซื่อที่อยู่ข้างๆ โดยเร็ว “มาแล้วๆ ท่านแม่ นางมาแล้ว”
หลิวซื่อเร่งหมุนกายไป เห็นไป๋เจินจูเดินมาทางพวกตนอย่างเร่งร้อนจริงๆ ในใจนางพลันรู้สึกเบิกบาน จึงหันหน้าไปเรียกพนักงานในร้าน “มานี่สิ ห่อข้าวของพวกนี้ให้ข้าที”
พนักงานมองดูแล้วก็ยิ้ม “ท่านจะซื้อของเหล่านี้หรือ แน่ใจใช่หรือไม่”
หลิวซื่อพลันเงยหน้าขึ้น เห็นรอยยิ้มแปลกประหลาดของพนักงาน โมโหขึ้นมาในทันที “ทำไม คิดว่าข้าจ่ายไม่ไหวหรือ”
ฝ่ายพนักงานส่ายหน้า “ไม่ใช่ๆ เพียงแต่จู่ๆ ท่านก็จะซื้อมากมายถึงเพียงนี้ น่าแปลกนัก”
“อย่าพูดมา รีบห่อของสิ” หลิวซื่อแค่นหัวเราะ
นางมองเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบมาหลายวันแล้ว ทุกครั้งล้วนน้ำลายไหล ครั้นถามราคาก็ต้องร้องว่าสวรรค์โปรด เพราะมันมีค่ามากถึงสามร้อยตำลึงเงินทีเดียว
ครั้งก่อนไป๋เจินจูให้เงินพวกเขาไว้หลายตำลึงเงิน แต่หลายวันมานี้ก็ใช้ไปเจ็ดแปดส่วนแล้ว พักที่โรงเตี๊ยมต้องใช้เงิน กินข้าวต้องใช้เงิน ซื้อของที่ออกไปพบแล้วต้องตาก็ต้องใช้ เงินเช่นกัน เสี่ยวเฟิงเรียนหนังสือต้องใช้ทั้งพู่กันและหมึก สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น แล้วปิ่นปักผมพวกนั้นจะใช้ได้สักกี่วันกันเชียว
วันนี้ไป๋เจินจูมาแล้ว หากไม่หลอกล่อนางให้ดีในเวลานี้ แล้วจะต้องรอเวลาไหนอีกเล่า
พนักงานหยิบกล่องกำมะหยี่มา ใส่เครื่องประดับมากมายที่หลิวซื่อลงไป ทางนี้เพิ่งห่อข้าวของเรียบร้อย ไป๋เจินจูก็เข้ามาในร้านแล้ว
หลิวซื่อยิ้มแย้มเดินออกไปต้อนรับ ก่อนจะโอบไหล่ไป๋เจินจูอย่างสนิทสนม พาเด็กสาวมาที่หน้าตู้แสดงสินค้า “เจินจูเอ๋ย ป้าถูกใจเครื่องประดับหลายแบบเลย ชอบมากจริงๆ วันนี้ออกจากบ้า านมาไม่ได้พกเงินมาด้วย เจ้าช่วยข้าจ่ายก่อนเถอะ กลับไปแล้วข้าจะคืนให้เจ้า”
คืนให้? นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดที่ไป๋เจินจูเคยได้ฟัง แต่ตอนนี้นางหัวเราะไม่ออกแม้สักนิดเดียว
“ท่านป้า วันนี้ข้ารีบร้อนออกมา ไม่ได้นำเงินติดตัวมาดู เป็นครั้งหน้าเถอะเจ้าค่ะ ครั้งหน้าข้าจะซื้อให้ท่าน”
พนักงานโมโหแล้ว เสียแรงห่อข้าวของอย่างดี สุดท้ายจะไม่ซื้อหรือนี่
หลิวซื่อพลันทำหน้าบึ้ง “เจินจู เจ้าหมายความว่าอย่างไร กลัวว่าต่อไปป้าจะไม่คืนเงินเจ้าหรือ แม้ตอนนี้เจ้าจะเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนโหว สูงส่งหาใดเปรียบ แต่ต่อไปเสี่ยวเฟิงของพวกเราก ก็จะต้องเป็นขุนนางใหญ่เช่นกัน ลองคิดดูแล้วกันว่าในอนาคตใครกันแน่ต้องพึ่งใคร”
ไป๋เจินจูคิดในใจ ‘ข้าพึ่งใครก็ได้ แต่ไม่มีทางพึ่งพวกเจ้า พวกเจ้าเป็นคนประเภทที่จะให้คนอื่นพึ่งพิงหรือไร เสี่ยวเฟิงจะได้เป็นขุนนางใหญ่งั้นหรือ เจ้าฝันหวานไปคนเดียวเถอะ’
แม้จะคิดในใจเช่นนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาตำหนิอีกฝ่าย นางจึงยิ้มตอบไปว่า “ท่านป้า วันนี้ข้ามีเรื่องด่วนต้องพบท่านจริงๆ ตอนออกมาก็เร่งรีบมา ไม่ได้นำอะไรติดตัวมาสักอย่าง ท่าน ดูสิเจ้าคะ ข้าไม่ได้มัดมวยผมออกมาด้วยซ้ำ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลิวซื่อถึงได้ตั้งใจพิจารณาไป๋เจินจู วันนี้เสื้อผ้าที่นางสวมใส่แตกต่างจากวันก่อนๆ สีสันก็ไม่เหมือนกับที่นางชอบ ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงเช่นกัน ไม่เหมือนฝีมือของส สาวใช้ในเรือนของนางเลย สาวใช้เหล่านั้นแต่ละคนล้วนมีฝีมือดี เกล้าผมให้เมื่อไรก็มีแต่ความประณีตงดงาม
อีกทั้งวันนี้ไป๋เจินจูออกจากบ้านกลับไม่แต่งหน้าเลยสักนิด สีหน้าดูซีดเซียวผิดหูผิดตา ดวงตาแดงก่ำ คล้ายกับร้องไห้มาอย่างไรอย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้นหรือ” หลิวซื่อรีบถาม
ไป๋เจินจูส่ายหน้าให้ เป็นการบอกว่าไม่เหมาะจะพูดกันที่นี่