คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 789 สุนัขที่ถูกเจ้าของล่ามไว้ / ตอนที่ 790 หัวแข็ง หยาบคาย ไร้เหตุผล!
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 789 สุนัขที่ถูกเจ้าของล่ามไว้ / ตอนที่ 790 หัวแข็ง หยาบคาย ไร้เหตุผล!
ตอนที่ 789 สุนัขที่ถูกเจ้าของล่ามไว้
“เจ้ามันชั่วร้าย โลภมาก เห็นแก่ตัว น่ารังเกียจ ด้วยความผิดทุกอย่างที่เจ้าเคยทำมา ยังมีหน้ามาขอความเมตตาให้บุตรชายต่อหน้าข้าอีกหรือ”
หลิวซื่อคิดไม่ถึงเลย ว่าเผยชิงหานจะรู้เรื่องราวในอดีตเหล่านั้นแล้ว ไป๋จื่อไม่มีทางเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังแน่ เกรงว่าคร้านจะพูดจากับเขาด้วยซ้ำไป
คนที่รู้เรื่องพวกนี้ชัดเจนมีแต่คนสกุลไป๋ หรือว่าจะเป็นไป๋เจินจู
นางมองไปทางไป๋เจินจูด้วยดวงตาแดงเก่า “เจ้าเป็นคนเล่าใช่หรือไม่”
ไป๋เจินจูยิ้มเย็นอย่างร้ายกาจ “เป็นข้าเองที่เล่า แล้วอย่างไร”
หลิวซื่อกระโจนใส่ไป๋เจินจู ดึงทึ้งผมของนางอย่างแรง
ความโกรธอัดแน่นอยู่ในใจของไป๋เจินจูมานาน กำลังหาที่ระบายออก เมื่อหลิวซื่อต้องการตบตีนาง นางย่อมไม่อาจนั่งอยู่เฉย ไม่นานทั้งสองคนก็ลงไม้ลงมือ กัดกันไปมาเหมือนกับสุนัขบ บ้าสองตัวก็ไม่ปาน
เผยชิงหานส่งสายตาไปยังซื่อฝู ฝ่ายซื่อฝูกวักมือเรียกข้ารับใช้สองคนเข้ามาแยกสตรีทั้งสองออกจากกัน “พวกเจ้าตามข้ามา”
หลิวซื่อถามเสียงสั่น “ปะ ไปที่ใดหรือ”
“ในเมื่อพวกเจ้าขายตัวเป็นทาสแล้ว ก็ย่อมต้องไปทำงาน จวนชางหยวนโหวของพวกข้าไม่เลี้ยงคนไว้เปล่าๆ หรอกนะ” ซื่อฝูกล่าว
“แล้วบุตรชายของข้าเล่า เขาต้องทำอะไร เขาเขียนหนังสือได้ อ่านหนังสือออก ให้บุตรชายข้าเป็นเพื่อนเรียนเถอะ ในจวนนี้มีคุณชายน้อยสองคนไม่ใช่หรือ”
ซื่อฝูแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เรียนเป็นเพื่อนใครก็ทำได้กระมัง บุตรชายของเจ้าเหมาะจะเก็บอาจมเท่านั้นแหละ อย่ามาพูดมาก เดินไป!”
เขานำไป๋เจินจูและหลิวซื่อไปที่ห้องซักล้าง ส่วนเสี่ยวเฟิงถูกนำไปอีกด้านหนึ่ง ก่อนจะฝากฝังเขาไว้กับชายชราที่ทำหน้าที่เก็บสิ่งปฏิกูลโดยเฉพาะ
ภายในห้องซักล้างเดิมทีมีกันอยู่ห้าคน เมื่อเพิ่มไป๋เจินจูและหลิวซื่อเข้าไปจึงมีเจ็ดคนแล้ว
เสื้อผ้าทั้งหมดในจวนมีมากกว่าร้อยชิ้น แต่เป็นหน้าที่ซักล้างของคนเจ็ดคนเท่านั้น
อย่างไรเสียพวกนางก็มาใหม่ เหล่าสตรีที่ทำหน้าที่นี้อยู่นานแล้วจึงต้องสั่งสอนพวกนางอย่างดีสักครั้งอยู่แล้ว นั่นก็คือมอบผ้าที่ซักยากที่สุด เครื่องมือที่ใช้งานยากที่สุด น น้ำที่เย็นที่สุด เสื้อผ้าที่มากที่สุดให้พวกนางจัดการ
สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็คือการซักผ้า จนผิวหนังบนมือค่อยๆ หลุดลอกออกไปทีละชั้น อีกทั้งยังเป็นแผลเน่าเปื่อยเพราะความเย็น พาให้ทั้งเจ็บทั้งคัน
หลิวซื่อคิดถึงชีวิตในหมู่บ้านหวงถัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็เกียจคร้านได้และมีอิสระ ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องถูกคนใช้งาน อยากนอนนานเท่าไรก็เท่านั้น อยากพูดเสียง งดังเท่าไรก็ทำได้ อยากไปที่ใดก็ได้ไป
แต่ตอนนี้นางเหมือนกับเป็นสุนัขที่ถูกเจ้าของล่ามไว้ ต้องดื่มชาชั้นเลว กินอาหารรสชาติจืดชืดทุกวัน ทั้งยังมีงานที่ต้องทำไปตลอดกาลไม่จบไม่สิ้น มีผ้าให้ซักไปตลอดชีวิต ทางด้าน นบุตรชายที่นางห่วงหาอยู่เสมอ ตอนนี้กลับกำลังทำงานเก็บอาจม ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย
…
จวนสกุลเมิ่ง
อาการของฮูหยินเมิ่งดีวันดีคืน เพื่อที่จะได้ดูแลนาง เมิ่งหนานลางานเป็นเวลาสิบวัน แต่ละวันล้วนอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนนาง มองนางกินยา อีกทั้งยังเดินเล่นอยู่ในลานบ้านเป็นเพื่อนน นางด้วย เมื่อได้เห็นสีหน้าของนางดีขึ้นในทุกๆ วัน เขาก็วางใจลงได้ในที่สุด
ใต้เท้าเมิ่งหลังกลับจากกรมโยธาธิการก็มาที่เรือนของฮูหยิน เขาเห็นสีหน้าของนางไม่เลวเลยทีเดียว จึงยิ้มว่า “วันนี้สีหน้าฮูหยินดีกว่าเมื่อวานอีก ดูท่าทางจะไม่เป็นอะไรแล้ว ยาของ งแม่นางไป๋วิเศษจริงๆ”
เมื่อฮูหยินเมิ่งได้ยินคำว่าแม่นางไป๋ นางก็พลันมีสีหน้าดำคล้ำ “เกรงว่าจะเป็นแมวตาบอดเจอหนูตาย[1]กระมัง ข้าว่าข้าไม่ได้ป่วยอะไรโดยสิ้นเชิง แต่เพื่อที่จะได้แสดงความสามารถด้าน นวิชาแพทย์ นางจึงพูดจาให้พวกท่านรู้สึกกลัว แล้วท่านก็เชื่อจริงๆ ด้วย”
เมิ่งหนานฟังนางพูดแล้วก็รู้สึกไม่พอใจ เขาส่งขวดยาในมือให้สาวใช้ เอ่ยว่า “จำไว้ว่าให้ฮูหยินกินก่อนอาหารเย็น อย่าได้ลืมเป็นอันขาด”
สาวใช้รับคำ จากนั้นเมิ่งหนานก็หมุนกายเดินไป ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
……….
ตอนที่ 790 หัวแข็ง หยาบคาย ไร้เหตุผล!
ฮูหยินเมิ่งเห็นบุตรชายมีท่าทีเช่นนั้นก็ยิ่งโมโห นางชี้ไปที่เงาหลังของเขา “ท่านดูสิ ข้าเพิ่งพูดไม่เท่าไร เขาก็ทำหน้าบึ้งเช่นนั้นแล้ว หากสตรีนางนั้นเข้ามาอยู่ในจวนสกุลเมิ งของพวกเราจริงๆ ต่อไปแล้วข้าจะยังมีความสำคัญอยู่หรือไม่”
ใต้เท้าเมิ่งมุ่นคิ้ว ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์เช่นกัน ฮูหยินกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ทว่าท่าทีของบุตรชายก็มีปัญหาเช่นกัน
“เอาละ เจ้าก็พูดให้น้อยๆ หน่อย เจ้าก็รู้นิสัยของเขาดีนี่ ไยเจ้ายังต้องพูดจาเช่นนั้นต่อหน้าเขาด้วย แล้วจะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไรกัน”
ฮูหยินเมิ่งกุมหน้าอกพลางหอบหายใจ “แล้วอย่างไร ข้าไม่มีสิทธิ์พูดอะไรในบ้านหลังนี้เลยหรือ ทุกครั้งที่ข้าพูดถึงสตรีนางนั้น พวกท่านสองพ่อลูกล้วนทำสีหน้าไม่พอใจใส่ข้า ข้าจะ ะโกรธบ้างไม่ได้เลยใช่หรือไม่”
“เจ้านี่นะ เหมือนกับเด็กๆ ไม่มีผิดเพี้ยน หัวแข็ง หยาบคาย ไร้เหตุผล!” ใต้เท้าเมิ่งพลันรู้สึกหัวเสีย เขาสะบัดแขนเสื้อจากไป มุ่งหน้าไปยังเรือนของอนุคนหนึ่ง
ฮูหยินเมิ่งยิ่งโมโหจนตัวสั่น นางอยากจะเป็นลมไปเสียตรงนี้ แต่กลับไม่เป็นลมเสียนี่ จากนั้นนางก็เหลือบเห็นขวดกระเบื้องที่สาวใช้ถืออยู่ในมือโดยบังเอิญ ไฟโทสะพลันลุกโชนขึ้นมาทั นควัน จึงยื่นมือไปฉวยขวดนั้นมาไว้ในมือ แล้วโยนมันลงบนทางเดินหินใต้เท้าอย่างแรง
เสียง ‘เพล้ง’ ดังขึ้น ขวดกระเบื้องแตกเป็นเสี่ยงๆ เม็ดยาลูกกลอนกระเด็นไปทั่วบริเวณ ส่วนใหญ่ตกลงในซอกก้อนหิน แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งหลงเหลืออยู่บนเศษกระเบื้อง
สาวใช้รีบไปเก็บ ทว่าฮูหยินเมิ่งกลับดันร่างนางออก ก่อนจะยื่นเท้าไปเหยียบขยี้ จนยาลูกกลอนเหล่านั้นสลายเป็นผุยผงแล้วถึงจะพอใจ เมื่อนางหยุดการกระทำแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดที่ฝ่า าเท้าสายหนึ่งก็เข้ามากลุ้มรุม ทำเอานางเกือบจะยืนไม่ไหว โชคดีที่สาวใช้คนเข้าประคองนางเอาไว้ได้ทัน ส่วนสาวใช้อีกคนหนึ่งรีบประคองเท้าของนางดูอย่างละเอียด พบว่ามีเศษกระเบื องปักอยู่ที่ฝ่าเท้า แทงทะลุผ่านพื้นรองเท้าเข้าไป
สาวใช้สองคนเร่งประคองร่างของฮูหยินเข้าไปในเรือน ก่อนจะไปตามหมอคนหนึ่งมา
หมอดึงเศษกระเบื้องที่ปักอยู่บนฝ่าเท้าออกมา มีเลือดไหลออกมาไม่น้อย หลังจากใช้ยาห้ามเลือดอย่างดีและยาจินชวงแล้ว เขาก็พันแผลที่เท้าจนกลายเป็นก้อนบ๊ะจ่าง
เมื่อส่งหมอออกจากจวนไปแล้ว สาวใช้ที่คอยปรนนิบัตินางก็เอ่ยด้วยความไม่สบายใจ “ฮูหยิน ยานั่นเสียหายหมดแล้ว ทีนี้จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ”
ฮูหยินเมิ่งแค่นหัวเราะ “ข้าไม่เชื่อ ว่าหากไม่มียานี้แล้วข้าจะอยู่ต่อไปไม่ได้ ข้าต้องทำให้สองพ่อลูกเห็นชัดเจนกับตาตัวเอง ว่ายานี้ของนางก็แค่ยาลูกกลอนขมๆ ไม่ได้มีประสิทธ ธิภาพอะไรสักนิด”
สาวใช้ยังคงมีสีหน้าคร่ำเคร่ง “ถ้าหากคุณชายถามขึ้นมา ข้าจะทำอย่างไรเล่าเจ้าคะ”
“ก็บอกว่าข้ากินแล้ว แล้วไม่ต้องพูดอะไรอีก” ฮูหยินเมิ่งว่า
สองสาวใช้สบตากันพร้อมสีหน้าที่ไม่สู้ดีทั้งคู่ ตอนที่ฮูหยินป่วย พวกนางล้วนคอยรับใช้อยู่ข้างกาย เห็นฮูหยินอาการทรุดลงทุกวัน ครั้นหมอหลวงจางบอกว่าฮูหยินเป็นโรคที่รักษาไม่ไ ได้ ทำได้แค่รอความตายเท่านั้น พวกนางเชื่อสนิทใจ เพราะสภาพของฮูหยินก็ไม่ต่างอะไรจากคนป่วยหนักใกล้ตายจริงๆ
ทว่าหลังจากที่คุณหนูไป๋มาที่นี่ ใช้วิธีของคุณหนูไป๋รักษา กินยาของคุณหนูไป๋ ฮูหยินก็ฟื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายวันนี้มาฮูหยินก็ดีวันดีคืน พวกนางเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา
ฮูหยินเมิ่งรู้สึกหิวอยู่บ้าง บัดนี้เมิ่งหนานไม่อยู่ นางจึงเอ่ยว่า “ไปดูที่ครัวหน่อย หากมีขนมกุ้ยฮวาก็นำมาให้ข้าสักหน่อย หากไม่มีก็นำขนมอะไรสักอย่างมาสักหน่อยก็ได้”
สาวใช้สองคนส่ายหน้าทันที “ฮูหยิน คุณชายกำชับไว้เจ้าค่ะ ว่าไม่ให้ท่านกินของหวานโดยเด็ดขาด”
ฮูหยินเมิ่งขมวดคิ้ว สีหน้าไม่สบอารมณ์ยิ่ง “พวกเจ้าเชื่อฟังคุณชายหรือข้ากันแน่ ข้าให้เจ้าไปก็ไปสิ จะพูดมากอยู่ไย”
ฝ่ายสาวใช้จนใจ ทำได้เพียงออกจากเรือนไป บังเอิญยิ่งนักที่วันนี้ห้องครัวมีขนมกุ้ยฮวาพอดิบพอดี จึงให้พวกเขาจัดใส่จานให้
……….
[1] แมวตาบอดเจอหนูตาย (瞎猫撞了死耗子) หมายถึง เจอโชคโดยบังเอิญ ฟลุ๊ค