คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 813 สูตรยารักษาโรคแผลริมแข็ง / ตอนที่ 814 ไม่ใช่คนธรรมดา
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 813 สูตรยารักษาโรคแผลริมแข็ง / ตอนที่ 814 ไม่ใช่คนธรรมดา
ตอนที่ 813 สูตรยารักษาโรคแผลริมแข็ง
เมื่อเคอถงรู้ว่าโรคของตนเองสามารถรักษาได้ก็พลันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ความคิดฆ่าตัวตายย่อมหายไป เขาเดินตามหลังข้ารับใช้ไปสองก้าว ก่อนที่จู่ๆ จะกลับหลังหันไปประสานมือคารวะ ะไป๋จื่อ “ขอบคุณแม่นางมาก”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ขอเพียงเจ้าเห็นคุณค่าชีวิตของตนเอง ขอบคุณหมอที่ช่วยชีวิตเจ้าย่อมดีที่สุด”
เคอถงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าจะจำไว้!”
หลังจากเคอถงเดินไปแล้ว ใต้เท้าและฮูหยินเคอก็ขอบคุณไป๋จื่ออีกครั้ง
ไป๋จื่อหมดหนทางกับพวกเขา ทำได้เพียงกระโดดหลบ “หากพวกท่านยังทำเช่นนี้อีก ข้าจะกลับแล้วนะเจ้าคะ”
สองสามีภรรยากำลังดีใจยกใหญ่ ถึงขั้นที่ไม่อาจใช้คำพูดมาบรรยายได้เลยทีเดียว
ช่วยบุตรีที่หายไปกลับมา ช่วยบุตรชายที่ป่วยไข้ได้ เรียกได้ว่าสายเลือดสกุลเคอของพวกเขาเดินหน้าต่อไปได้เพราะเด็กสาวคนนี้เลยทีเดียว
หมอหลวงสวี่ตื่นเต้นมาก เขาหาโอกาสไถ่ถามไป๋จื่อเรื่องสูตรยารักษาโรคแผลริมแข็งอยู่เสมอ แต่คนสกุลเคอเอาแต่สนทนากับนางตลอดเวลาไม่ยอมจบสิ้น เขาจึงพูดแทรกไม่ได้เลยแม้สักคำเดีย ยว
จนกระทั่งข้ารับใช้ผู้เป็นเพื่อนเรียนของคุณชายรองมาบอก ว่าคุณชายรองอาบน้ำเสร็จแล้ว กำลังรอไป๋จื่อเข้าไปตรวจอาการ
ใต้เท้าและฮูหยินเคอเพิ่งจะเลิกพูดไปได้ไม่นาน ในที่สุดหมอหลวงสวี่ก็มีโอกาสได้เปิดปากบ้าง “แม่นางไป๋ ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่ามีสูตรยารักษาโรคแผลริมแข็ง เป็นความจริงใช่หรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า “แน่นอนว่าเป็นความจริงเจ้าค่ะ คำพูดเช่นนี้จะเป็นคำโกหกไปได้อย่างไร”
หมอหลวงสวี่คิดถามถึงวิธีการ แต่ก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม ครั้งก่อนนางมอบสูตรยาหนิวหวงให้เขาแล้ว หากถามสูตรลับอย่างอื่นอีกจะเป็นการโลภมากเกินไปหรือไม่
ไป๋จื่อเห็นเขาอยากพูดแต่ก็หยุดไป อีกทั้งยังมีสีหน้าสับสน จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มว่า “หมอหลวงสวี่ หากท่านต้องการสูตรยานี้ ข้ามอบให้ท่านได้เจ้าค่ะ”
“จริงหรือ เจ้าจะมอบให้ข้าจริงๆ หรือ” หมอหลวงสวี่ทั้งประหลาดใจ ทั้งดีใจ
เด็กสาวพยักหน้า “หากมีข้าที่รู้สูตรยานี้เพียงคนเดียว ก็จะช่วยผู้ป่วยได้น้อยนิดนัก แต่หากคนที่รู้มีมากขึ้น ก็จะสามารถช่วยผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น เช่นนั้นเป็นเรื่องดีนัก”
เหตุผลนี้ดีเยี่ยม แต่ใครเล่าจะทำได้บ้าง
ต่อให้เป็นหมอหลวงอาวุโสที่มีฐานะอันน่าภูมิใจเช่นพวกเขา มีใครบ้างที่มีสูตรยาลับอยู่ในมือ
หมอหลวงสวี่ถามอีกว่า “เดิมทีโรคแผลริมแข็งไม่ใช่โรคพื้นถิ่นที่เกิดขึ้นแคว้น แต่มันแพร่ระบาดมาจากนอกดินแดน จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว หมอชื่อดังหลายต่อหลายคนต่างจน นปัญญากับโรคนี้ ไม่ทราบว่าแม่นางไป๋ได้สูตรยารักษามาจากที่ใดหรือ”
“ช้าอ่านเจอในตำราแพทย์เล่มหนึ่งเจ้าค่ะ ไม่ได้ทดลองด้วยตนเอง สอนให้ท่านตอนนี้ก็นับว่าเป็นการยืมดอกไม้ไหว้พระ[1]เจ้าค่ะ” คำพูดนี้ไม่ใช่คำโกหกเลยสักนิด เพราะวิชาแพทย์ที่นาง ได้ร่ำเรียนล้วนมาจากการรวบรวมองค์ความรู้ของคนโบราณนับพันปี คนโบราณใช้เวลาหลายพันปีเพื่อค้นพบ ทดลอง และพัฒนา สิ่งที่สืบทอดต่อมามีเพียงศาสตร์ที่ดีที่สุด นางแค่ค่อนข้างโชคดี ที่เกิดในยุคสมัยที่ดีก็เท่านั้น
“ตอนนี้เจ้ายังมีตำราแพทย์เล่มนั้นอยู่หรือไม่” หมอหลวงสวี่รีบถาม
ไป๋จื่อส่ายหน้า “มันหายไปแล้วเจ้าค่ะ แต่สิ่งที่ควรจดจำไว้อยู่ในสมองทั้งหมดแล้ว” นางยื่นนิ้วเคาะกระหม่อมของตนเอง
หมอหลวงสวี่อิจฉาศีรษะของนางยิ่งนัก เพราะไม่เพียงมีใบหน้างดงาม ภายในนั้นยังมีสมองที่เฉลียวฉลาดจนทำให้เขาอิจฉา
เมื่อมาถึงเรือนชิงจู๋ เคอถงรออยู่ในโถงข้าง สภาพของเขาในตอนนี้ควรนอนรอตรวจอาการอยู่ในห้องนอนจะดีกว่า ถึงอย่างไรเสียก็ต้องเปลื้องผ้าเพื่อตรวจดูผิวหนังภายใน
เคอถงเลือกโถงข้างอาจจะเพราะนางเป็นสตรี สตรีนางหนึ่งตามเข้าไปในห้องนอนบุรุษก็ไม่เหมาะสมเท่าไรนัก
……….
ตอนที่ 814 ไม่ใช่คนธรรมดา
ไป๋จื่อกล่าวกับเคอถงว่า “โรคนี้ของเจ้าต้องตรวจสอบทั่วทั้งร่างกาย สตรีกับบุรุษมีความแตกต่างกัน ข้าไม่สะดวกจะมอง วันนี้หมอหลวงสวี่อยู่ด้วยพอดี ไม่สู้ไปที่ห้องนอนของเจ้า กั้ นฉากบังลมเสียหน่อย หมอหลวงสวี่ดูเสร็จแล้วก็บอกอาการกับข้า ข้าจะได้วิเคราะห์สูตรยาที่เหมาะสมกับเจ้าให้”
เคอถงลำบากใจอยู่บ้าง เพราะส่วนมาฝีเหล่านี้เติบโตอยู่ที่ท่อนล่างของร่างกาย ท่อนบนมีไม่มากเท่าไร จะให้คนอื่นดูเช่นนี้ทำใจลำบากอยู่ทีเดียว
“ในสายตาของหมอมีแต่คนไข้ ผิวและเนื้อบนร่างกายผู้ป่วยในสายตาของหมอ ก็ไม่ต่างอะไรกับเนื้อหมูที่ขายอยู่ในตลาดหรอก” ไป๋จื่อยิ้มกล่าว
หมอหลวงสวี่ก็ยิ้มเช่นกัน “ไม่ให้นางดู ก็มีแต่ให้ข้าดูแล้ว เป็นบุรุษเหมือนกัน มีอะไรน่าอายเล่า”
เคอถงคลายใจ จะว่าไปก็ถูกต้อง หมอหลวงสวี่ต้องการรักษาโรคให้เขาเช่นกัน ไม่มีเจตนาอื่นใด มาถึงขั้นนี้แล้วยังมีอะไรน่าปิดบังอีก
“ตกลง ว่าตามพวกเจ้าก็แล้วกัน”
หลังจากกลับไปที่ห้องนอนแล้ว ข้ารับใช้ก็ตั้งฉากบังลม ด้านหลังฉากบังลมจัดวางโต๊ะและเก้าอี้เอาไว้ อีกทั้งยังมีน้ำชาใหม่และขนมวางอยู่ด้วย
ทันทีที่ไป๋จื่อนั่งลง เคอถงที่อยู่นอกฉากบังลมก็เริ่มถอดเสื้อผ้าทั้งตัวจนหมดสิ้น
“บนร่างกายมีผื่นหรือไม่” ไป๋จื่อถาม
หมอหลวงสวี่ตรวจดูแล้วค่อยตอบ “มี แต่มีน้อยมาก จะมีค่อนข้างมากตรงบริเวณขาหนีบทั้งสองข้าง”
“ท่านกดตรงร่องขาหนีบดู มีตุ่มแข็งหรือไม่” ไป๋จื่อถามอีก
หมอหลวงสวี่ทำตามที่ไป๋จื่อบอก พบว่ามีตุ่มแข็งจริงๆ “มี!”
ไป๋จื่อจึงถามต่อ “เจ็บบ้างหรือไม่”
หมอหลวงสวี่กดลงตรงบริเวณนั้น ถามว่า “เจ็บหรือไม่”
เคอถงมุ่นคิ้ว “ไม่ถือว่าเจ็บมาก แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยดีอยู่เล็กน้อย”
ไป๋จื่อพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้ารู้สึกไม่อยากอาหาร บนลิ้นเป็นสีเหลืองมันเลี่ยน ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ อุจจาระก็แข็งใช่หรือไม่”
บัดนี้เคอถงมีสีหน้าประหลาดใจ นางพูดอาการที่ยากจะอธิบายของเขาออกมาได้หรือนี่ นางรู้ได้อย่างไร
“ใช่ ข้ามีอาการทั้งหมดนั้น เจ้ารู้ได้อย่างไร” เคอถงมองไปยังฉากบังลมลายทิวทัศน์ด้วยสีหน้าประหลาดใจดังเดิม เงาร่างสายหนึ่งเบื้องหลังฉากบังลมมองไม่เห็นอาการของเขาทางนี้โดยส สิ้นเชิง แต่กลับเหมือนมีตามองทะลุทุกอย่างได้อย่างไรอย่างนั้น
ไป๋จื่อตอบรับเขาเสียงเรียบ “เจ้าไม่ได้เป็นโรคนี้คนแรก อาการของคนที่เป็นโรคนี้คล้ายคลึงกัน ข้าเคยอ่านในตำราแพทย์ จึงถามออกไปเท่านั้นเอง”
ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง เคอถงเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว เขาจึงถามอีกว่า “อาการของข้าสาหัสหรือไม่ ยังรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่”
ไป๋จื่อยกจอกชาขึ้นจิบชาร้อนๆ คำหนึ่ง กลิ่นชาสดใหม่แผ่ซ่านบริเวณริมฝีปากทันที เพียงเวลาแค่ชั่วขณะเดียว ในสมองของนางก็มีสูตรยาที่เหมาะสมกับเขาแล้ว
นางตอบว่า “ไม่เท่าไร ไม่ถือว่าสาหัสมาก เพียงแต่หากยืดเยื้อต่อไปย่อมต้องสาหัสขึ้นแน่นอน คุณชายเคอ เจ้ามีบิดาที่แสนดีนัก เป็นเขาที่ช่วยเจ้าเอาไว้”
เมื่อกล่าวจบแล้ว นางก็ยกพู่กันขึ้นเขียนใบสั่งยา
เคอถงยังสวมเสื้อผ้าไม่เสร็จดี หมอหลวงสวี่ก็รีบร้อนไปยังด้านหลังฉากบังลม มองดูไป๋จื่อเขียนใบสั่งยา
ขณะที่ไป๋จื่อเขียน หมอหลวงสวี่ก็อ่านไปด้วย “บักทง[2] เชี่ยไจ๋จี[3] แชตี่[4] โถวฮก[5]สามจิน เหล่งต๋าเช่า[6] อิ่งงิ้ม[7] ผลพุดซ้อน[8] เจ็กเสี่ย[9] ตังกุย[10] กันเฉ่า[11]หนึ่งจิน น”
ความจริงแล้วต้องการรักษาโรคของเคอถงไม่จำเป็นต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้โดยสิ้นเชิง ใช้เพนิซิลินก็เพียงพอแล้ว แต่ในล่วมยาของนางมียาชนิดนี้ไม่มากแล้ว อีกทั้งต้องฉีดยาที่สะโพกทั้ง งสองข้างด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมากในยุคปัจจุบัน แต่ตอนนี้นางเป็นแม่นางน้อยที่ยังไม่ได้แต่งงานในยุคโบราณ ไม่เพียงมองดู ยังต้องจับก้นเปลือยเปล่าของบุรุษที่เป็นโรคแผลริมแ แข็งอีกต่างหาก…หากเรื่องนี้แพร่สะพัดไป ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตเพียงใด
นางเองก็จนใจนัก ทว่าไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ตงฟางมู่และหูเฟิง ถึงอย่างไรเสียฐานะของพวกเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดา
……….
[1] ยืมดอกไม้ไหว้พระ (借花献佛) หมายถึง นำของของผู้อื่นมาแสดงน้ำใจ
[2] บักทง เป็นเถาแห้งของพืชชนิดหนึ่ง ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ขับน้ำนม
[3] เชี่ยไจ๋จี เป็นเมล็ดสุกแห้งของพืชชนิดหนึ่ง ช่วยขับปัสสาวะ ระบายความชื้น
[4] แชตี่ หรือชื่อไทยว่าโกฏขี้แมว ช่วยแก้ร้อนใน บำรุงเลือดให้ไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และมีส่วนช่วยในระบบขับถ่าย
[5] โถวฮก ช่วยขับความชื้น ดับพิษ ไล่ความร้อนที่ส่วนล่างของร่างกาย
[6] เหล่งต๋าเช่า ช่วยคขับความร้อนและความชื้น ดับไฟที่ตับและถุงน้ำดี
[7] อึ่งงิ้ม ใช้รากทำยาขับพิษ ขับร้อน
[8] ผลพุดซ้อน ช่วยกระจายเลือดที่อุดตัน
[9] เจ๊กเสี่ย ช่วยขับปัสสาวะ ขับความชื้น และระบายความร้อน
[10] ตังกุย นิยมนำมาใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยแก้ปวดเอว ปวดประจำเดือน ขับระดูของสตรี ปรับประจำเดือนให้เป็นปกติ แก้อาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงสูงวัย นอกจากนี้ยังใช้รักษาเกี่ยวกับ บอาการเลือดออกทุกชนิด
[11] กันเฉ่า ช่วยขับความร้อน ขับพิษ แก้ไอ ขับเสมหะ มักใช้ในตำรับยาแก้ไอที่มีเสมหะร้อน คอบวมอักเสบ พิษจากฝีแผล หรือพิษจากยาและอาหาร