คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 817 เคอซง / ตอนที่ 818 กินลมหนาวไปหนึ่งระลอก
ตอนที่ 817 เคอซง
ไม่นานนัก ตู้กงกงก็เข้าใจว่าเหตุใดเซียวอ๋องต้องการขี่ม้าออกไป
เซียวอ๋องสวมชุดคลุมสีม่วง ควบม้าด้วยความสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลายิ่งเด่นชัดท่ามกลางลมหนาว สตรีที่มองเห็นย่อมต้องละสายตาไปไม่ได้แน่
วันนี้งานชุมนุมน้ำชามีกิจกรรมจับคู่ เหล่าคุณชายและคุณหนูหน้าตาดีในเมืองหลวงล้วนไปเข้าร่วม
ผู้จัดงานเลี้ยงน้ำชาฉลาดมาก เพื่อให้กิจกรรมนี้ดำเนินต่อไปได้ยาวนาน และไม่ให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จึงแบ่งงานเลี้ยงเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในสวนดอกไม้ ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงรับแขก ด้านหนึ่งเป็นของบุรุษ ด้านหนึ่งเป็นของสตรี แต่ให้เสี่ยวเอ้อร์รับส่งบทกลอนระหว่างสถานที่ทั้งสองได้
มีเพียงการสื่อสาร แต่ไม่ได้เห็นหน้า เช่นนี้ผู้อาวุโสของเหล่าคุณหนูจึงไม่มีเหตุผลที่จะต่อต้านพวกนาง และขอเพียงมีเหล่าคุณหนูเข้าร่วม ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคุณชายเข้าร่วมด้วย แล้วยังจะต้องกังวลว่ากิจการจะไม่รุ่งเรืองอีกหรือ
เมื่อได้ยินว่าเซียวอ๋องก็จะมาเช่นกัน ภายในเขตบุรุษจึงแตกฮือกันยกใหญ่ เหล่าคุณชายที่เดิมทีกำลังเขียนโคลงกลอนก็พากันไปทักทายเขาอย่างต่อเนื่อง
ทางฝั่งเขตสตรีได้ยินแล้วเช่นกันว่าเซียวอ๋องเข้าร่วมด้วย แม้ภายนอกจะดูไม่มีความเคลื่อนไหวใด แต่จากดวงตาเป็นประกายหลายคู่ที่จับจ้องไปยังเขตบุรุษแล้ว ความตื่นเต้นของพวกนางมากมายยิ่งกว่าเขตบุรุษไม่รู้ตั้งกี่เท่า
คุณหนูที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชา ไม่มีคนใดที่ไม่คิดจะพบการแต่งงานที่เหมือนในเทพนิยายจากที่นี่บ้างเล่า
หลังจากฉู่เฟิงนั่งลงแล้ว เขาก็กวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์ที่คอยชงน้ำชา เสี่ยวเอ้อร์รีบเข้าไปใกล้เขาทันที “ท่านอ๋องมีอะไรจะสั่งหรือไม่ขอรับ”
“เหล่าคุณหนูที่มาที่นี่มีใครบ้าง” ฉู่เฟิงถาม
แต่ไหนเลยเสี่ยวเอ้อร์จะจำได้มากมายเช่นนั้น แต่เขารู้ว่าเจ้าของร้านมีรายชื่อคุณชายและคุณหนูที่มาที่นี่ด้วย “ท่านอ๋องกรุณารอสักครู่ ข้าจะไปนำรายชื่อมาให้ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์รีบร้อนออกไป ไม่นานนักก็กลับมาอย่างรวดเร็ว ในมือถือบันทึกรายชื่อชุดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่งมาให้ฉู่เฟิง
ฉู่เฟิงลอบดีใจ เช่นนี้ก็ง่ายขึ้นมาก
เขาพลิกดูรายชื่อแผ่นแล้วแผ่นเล่า ก็ยังไม่พบชื่อของไป๋จื่อ “คุณหนูจากสกุลตงฟางไม่มาหรือ”
เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหน้า “ไม่เคยได้ยินชื่อคุณหนูตงฟางมาก่อนเลยขอรับ คาดว่าน่าจะไม่เคยมาเลยสักครั้ง”
ฉู่เฟิงมุ่นคิ้ว พลางถอนหายใจยาวๆ สายหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นกับเด็กสาวนางนี้ งานชุมนุมน้ำชาเช่นนี้ก็ไม่ยอมมา งานชุมนุมแต่งกลอนก็ไม่ไป งานชุมนุมวาดรูปก็ไม่เคยเห็นวี่แววของนางมาก่อน สองสามวันมานี้เขาล้วนไปยังสถานที่ที่พวกคุณหนูในเมืองหลวงชอบไปกันมาแล้วทั้งหมด ทว่าก็ไม่พบเงาของนางแม้แต่ครึ่งเดียว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้คุณชายสวีจัดงานเลี้ยงอะไรจริงๆ นางก็คงไม่เข้าร่วมด้วยเป็นแน่
เขากลัดกลุ้มใจมาก ฉู่เยี่ยนใกล้จะกลับมาแล้ว เขาต้องถือโอกาสตอนที่ฉู่เยี่ยนยังไม่กลับมา พบหน้านางอีกสักครั้งให้ได้ ทว่าจะไปพบนางได้จากที่ใดกัน
ทันใดนั้นเองก็มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมตัวยาวสีอ่อนทับชุดด้านในสีเขียวเข้มเข้ามา เขาถามฉู่เฟิงเสียงเบา “ท่านอ๋องกำลังตามหาคุณหนูไป๋จากสกุลตงฟางอยู่ใช่หรือไม่”
“เจ้ารู้จักนางหรือ” ฉู่เฟิงขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มพยักหน้าทันที “แน่นอนว่ารู้จักขอรับ ข้าแซ่เคอ หลานชายของเคอเจิ้งหมิง รองผู้ตรวจการราชสักฝ่ายซ้ายจากสำนักตรวจการ เมื่อวานข้าเพิ่งไปที่จวนสกุลเคอ ได้ยินมากับหูว่าคุณชายรองเคอเป็นโรคประหลาด จึงเชิญแม่นางไป๋ไปรักษา ว่ากันว่าวันนี้แม่นางไป๋จะไปที่จวนอีก หมอหลวงสวี่จากสำนักหมอหลวงก็จะไปด้วย และแม่นางไป๋บอกว่าจะไปครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้จะมอบให้หมอหลวงสวี่ทำการรักษาแล้วขอรับ”
ฉู่เฟิงผุดกายลุกขึ้นในทันที แต่กลับได้ยินชายหนุ่มกล่าวอีกว่า “ข้าไปกับท่านอ๋องด้วยจะดีกว่า จะได้ช่วยท่านอ๋องคิดอะไรๆ ได้ด้วยขอรับ” เคอซงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
……….
ตอนที่ 818 กินลมหนาวไปหนึ่งระลอก
ในใจฉู่เฟิงรังเกียจคนเช่นเคอซง แต่เขาก็ต้องการคนเช่นนี้จริงๆ
“ก็ดีเหมือนกัน ลำบากคุณชายเคอแล้ว” ฉู่เฟิงยิ้มจาง
เขาเคยเห็นคนเช่นเคอซงมานักต่อนัก คนที่ต้องการผูกมิตรกับเขาเหล่านี้ ย่อมต้องดูว่าเป็นคนที่มีความสามารถหรือไม่ และเป็นคนที่เขาต้องการหรือไม่
เคอซงเป็นหลานชายคนเล็กของจวนสกุลเคอ แต่กลับยังคงไม่มีสิทธิ์เข้าออกจวนสกุลเคออย่างอิสระ เมื่อนายทวารเห็นเขาแล้วก็ขวางไว้เป็นอันดับแรก “คุณชายโปรดรอตรงนี้สักครู่ ข้าจะไปรายงานนายท่านก่อนขอรับ”
คนที่เคอซงเกลียดที่สุดก็คือนายทวาร เพราะอีกฝ่ายขวางเขาไว้ทุกครั้ง วันนี้ต้องให้บทเรียนชั้นดีเสียหน่อยแล้ว เขาตะคอกเสียงดังว่า “เจ้าตาบอดหรือไร ท่านนี้คือเซียวอ๋อง ยังไม่รีบหลบไปอีก”
นายทวารมักจะมีรอยยิ้มเวลาพบเคอซงเสมอ แต่ขณะเดียวกันก็ยืนตรงขวางทางเขาเอาไว้ด้วย
ทว่ายามที่เผชิญหน้ากับเซียวอ๋อง รอยยิ้มจอมปลอมของคนเฝ้าประตูเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบทันที เขาโค้งตัวลงอย่างอดไม่ได้ แต่ก็ยังคงไม่ปล่อยให้ใครสักคนผ่านประตูเข้าไป เขากล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “ท่านอ๋อง นายท่านสั่งไว้ขอรับ ว่าไม่ว่าใครจะมา หากไม่ได้ส่งรายชื่อก่อนล่วงหน้า ล้วนต้องรายงานก่อนถึงจะเข้าไปได้ขอรับ”
ฉู่เฟิงโบกมือ “เช่นนั้นก็รายงานเถอะ ข้าจะรออยู่ตรงนี้” แม้เขาจะรู้สึกไม่พอใจ แต่กลับไม่ได้แสดงสีหน้าผิดปกติใดๆ สีหน้าของเขายังคงราบเรียบดังเดิม
จากนั้นนายทวารก็รีบรับคำ แล้วหมุนกายวิ่งเข้าไปในประตู ใช้ความเร็วสูงสุดวิ่งไปยังห้องหนังสือของนายท่าน
“นายท่าน นายท่าน...”
เคอเจิ้งหมิงกำลังเขียนฎีกา เมื่อได้ยินเสียงนี้เข้าเขาก็มือสั่น ด้วยคิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับบุตรชายอีก จึงรีบลุกขึ้นถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ทางคุณชายรองมีเรื่องอะไรรึ”
นายทวารหอบไปพลาง โบกมือไปพลาง “ไม่ใช่ขอรับ รายท่าน เซียวอ๋องมาขอรับ เขายืนรออยู่ข้างนอก”
เคอเจิ้งหมิงมุ่นคิ้ว “เขามาทำอะไรที่นี่”
“นายท่าน คุณชายก็มากับเขาด้วย ล้วนรออยู่ข้างนอกขอรับ” นายทวารรายงานเพิ่ม
“คุณชายคนใด” เขามีบุตรชายอยู่หลายคน แต่ละคนต่างก็มีบุตรชายเป็นของตนเองเช่นกัน มีแต่สวรรค์ที่รู้ว่าเป็นใครแล้ว
“คุณชายซง เคอซงขอรับ”
เรียวคิ้วของเคอเจิ้งหมิงยิ่งขมวดเข้าหากัน เขามีสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก เพราะเคอซงผู้นี้ไม่เอาอ่าวที่สุดในบรรดาหลายชายทั้งหมดของเขา วันๆ รู้จักแต่การเล่นสนุก ไม่เคยทำอะไรเป็นจริงเป็นจังเลยสักนิด จะมีดีก็แต่ความทะเยอทะยานนี่แหละ
ปกติแล้วเขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับเซียวอ๋อง ไม่ใช่คนเดินเส้นทางเดียวกันโดยสิ้นเชิง เซียวอ๋องไม่ถูกชะตากับเขา เขาเองก็ไม่ถูกชะตากับเซียวอ๋องเช่นกัน
วันนี้ไม่รู้ลมอะไรพัดมา เซียวอ๋องถึงมาที่จวนสกุลเคอได้
ไม่มีธุระไม่มาซันเป่าเตี้ยน[1] ในเมื่อมาแล้วก็คงไม่อ้างว่าผ่านมาหรอกกระมัง
“เชิญพวกเขาไปที่โถงข้าง” หลังจากเคอเจิ้งหมิงคิดใคร่ครวญแล้ว เขาก็กล่าวกับนายทวาร
นายทวารรับคำก่อนจะออกไป ส่วนเขาเขียนฎีกาต่อ พรุ่งนี้เป็นวันที่ต้องถวายฎีกาแล้ว ในฎีการายงานผลการปฏิรูปพฤติกรรมเลวร้ายในสองวันมานี้ ขุนนางใหญ่หลายคนที่เกี่ยวข้องล้วนสนิทสนมกับเซียวอ๋องด้วย
หรือว่าเซียวอ๋องจะมาเพราะเรื่องนี้
เมื่อเขียนฎีกาเสร็จสิ้น เขาถึงจะไปยังโถงข้าง
ขณะนี้ฉู่เฟิงและเคอซงดื่มชาไปครึ่งจอกแล้ว สีหน้าของฉู่เฟิงไม่ค่อยน่ามองเท่าไร เขาเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์ กลับต้องกินลมหนาวระลอกหนึ่งที่หน้าประตู และต้องดื่มชาจืดชืดในโถงอีกระลอกหนึ่งโดยที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าบ้าน
เคอเจิ้งหมิงผู้นี้กล้านัก กล้าหาญชาญชัยขึ้นเรื่อยๆ นิสัยเหมือนตงฟางมู่ขึ้นทุกวัน
คนเช่นตงฟางมู่มีเพียงคนเดียวเขารับไหว หากจะมีอีกสักคนคงไม่ดีแล้ว
ทันทีที่เคอเจิ้งหมิงเข้ามาในโถง เขาเห็นฉู่เฟิงนั่งหน้าดำคร่ำเคร่ง ส่วนเคอซงที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน
……….
[1] ไม่มีธุระไม่มาซันเป่าเตี้ยน (无事不登三宝殿) ใช้เปรียบเทียบว่าหากไม่มีธุระก็คงไม่มา