คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 819 ตาเป็นประกาย / ตอนที่ 820 ตอบคำถาม
ตอนที่ 819 ตาเป็นประกาย
เขาทำเป็นไม่เห็น บนใบหน้ามีรอยยิ้มเป็นมิตร กล่าวกับฉู่เฟิงว่า “เซียวอ๋อง ช่างเป็นแขกที่ไม่ได้มาบ่อยจริงๆ ปล่อยให้รอนานแล้ว! ขอโทษด้วยขอรับ!”
ฉู่เฟิงกวาดสายตามองเขาครั้งหนึ่ง เห็นบนมือที่กำลังคารวะของอีกฝ่ายเปื้อนรอยหมึกสีดำอยู่ด้วย จึงยิ้มเย็นอย่างอดไม่อยู่ “ดูท่าใต้เท้าเคอกำลังเขียนฎีกาอยู่สินะ ไม่ทราบว่ามีความผิดของข้าด้วยหรือไม่”
เคอเจิ้งหมิงยิ้มจาง “ท่านอ๋องล้อเล่นแล้ว”
ฉู่เฟิงวางจอกชาในมือลง “วันนี้ข้าพบน้องเคอซงในโรงน้ำชา เขาบอกเรื่องคุณชายรองของสกุลท่านกับข้า เล่าเสียมหัศจรรย์ทีเดียว ข้าเกิดความสงสัยใคร่รู้จึงมาดูเสียหน่อย สะดวกหรือไม่”
ทว่าเคอเจิ้งหมิงยังไม่ทันได้ตอบ ก็มีข้ารับใช้เข้ามารายงานที่โถงข้าง “นายท่าน หมอหลวงสวี่กับคุณหนูไป๋มาแล้วขอรับ”
ฉู่เฟิงตาเป็นประกาย เขาผุดลุกขึ้นทันที “ในเมื่อหมอหลวงก็มาแล้ว เช่นนั้นก็ไปดูด้วยกันเถอะ”
เขาพูดจบแล้วก็เดินออกไปข้างนอก เคอเจิ้งหมิงจนในนัก ทำได้เพียงถลึงตามองเคอซงครั้งหนึ่ง แล้วเดินตามออกไป
เคอซงหดคอพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ สองเสียง ทว่าในใจกลับรู้สึกเบิกบานยิ่งนัก
หมอหลวงสวี่และไป๋จื่อไม่ได้ไปที่โถงหน้า แต่ข้ารับใช้นำทางพวกเขาไปยังเรือนชิงจู๋ของคุณชายรองโดยตรง
หมอหลวงสวี่ตรวจดูอยู่ในฉากบังลมข้างในห้องนอนของเคอถง ส่วนไป๋จื่อนั่งถามคำถามอยู่ข้างหลังฉากบังลมเหมือนเมื่อวาน
“เทียบกับเมื่อวานแล้ว ขนาดและสีของฝีเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ไป๋จื่อถาม
“ไม่มีอะไรแตกต่าง” หมอหลวงสวี่กล่าวหลังตรวจสอบดูแล้ว
ไป๋จื่อพยักหน้า “ดียิ่ง เท่ากับว่าร่างกายของเขารับยานี้ได้ ไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด ไม่เช่นนั้นวันนี้ฝีต้องแข็งและเจ็บแล้ว”
หมอหลวงสวี่ลอบจดจำเอาไว้ ก่อนจะถามอีกว่า “หากมีการต่อต้านจะเป็นอย่างไร”
“หากมีการต่อต้านต้องหยุดใช้ยาเจ้าค่ะ สามวันหลังจากนั้นค่อยใช้ยาใหม่ จะเพิ่มหรือลดปริมาณยาก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย” ไป๋จื่อตอบ “กดตรงหน้าอกดูทีเจ้าค่ะ ดูว่าเขาเจ็บมากกว่าเดิมหรือไม่”
หมอหลวงสวี่กดหน้าอกของเคอถงทันที ทว่าสีหน้าของเคอถงก็ยังคงเหมือนกับเมื่อวาน
“ไม่ได้มากกว่าเดิม” หมอหลวงสวี่ว่า
ไป๋จื่อพยักหน้า “ดีมาก ไม่มีปัญหาแล้ว ใช้สูตรยานี้ต่อไป ครึ่งเดือนให้หลังถึงจะเริ่มดีขึ้น แต่โรคนี้ไม่ใช่ว่าจะรักษาหายขาดในระยะเวลาอันสั้น อย่างน้อยต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งปี หากอาการหนักก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่านั้น ในช่วงเวลานั้นจะร่วมเตียงกับใครไม่ได้ ทำเช่นนั้นถึงจะป้องกันผู้ป่วยไม่ให้แพร่โรคนี้สู่คนอื่นได้เจ้าค่ะ”
หมอหลวงสวี่จดจำอย่างเงียบๆ ก่อนจะกล่าวกับเคอถงว่า “เจ้าจำคำของแม่นางไป๋ไว้แล้วใช่หรือไม่”
เคอถงพยักหน้าทันที “จำไว้แล้ว”
ตอนที่ไป่จื่อถามคำถามแรก ฉู่เฟิงและเคอเจิ้งหมิงมาถึงหน้าประตูห้องนอนแล้ว ทว่าเห็นพวกเขากำลังตรวจโรคอยู่ จึงไม่ได้เข้ามารบกวน เพียงยืนเงี่ยหูฟังอยู่ที่หน้าประตูอย่างเงียบๆ เท่านั้น
ฉู่เฟิงมองไป๋จื่อตลอดเวลา นางนั่งอยู่เก้าอี้ไม้แดง โต๊ะตัวหนึ่งอยู่เบื้องหน้านาง นิ้วมือเคาะหน้าโต๊ะเบาๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งยันใบหน้าเอาไว้ สีหน้าของนางดูสบายอารมณ์ ไหนเลยจะเหมือนมาตรวจโรคให้คน ท่าทางนางเหมือนมาเที่ยวเล่นมากกว่า
ทว่าสิ่งที่นางพูดออกมาจากปาก กลับมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง
เด็กสาวผู้นี้พิเศษจริงๆ เขาไม่เคยพบใครเป็นเช่นนางมาก่อน บนร่างกายของนางคล้ายกับมีประกายบางอย่าง เดินไปที่ใดก็ดึงดูดสายตาผู้คนได้ และกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าความรู้สึกหวั่นไหวเพราะสตรีนางหนึ่งเป็นเช่นนี้
นี่ช่างเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์และแปลกประหลาดเสียจริง ทำให้คนกระวนกระวายและตื่นเต้นได้
หากบอกว่าเมื่อก่อนนางแค่น่าสนใจ เช่นนั้นตอนนี้เขาก็มีใจให้นางแล้วจริงๆ
มิน่าเล่าคนที่ทะนงตนอย่างฉู่เยี่ยนถึงได้ตกหลุมรักนาง
……….
ตอนที่ 820 ตอบคำถาม
ไป๋จื่อรู้ว่ามีคนยืนมองนางอยู่ที่หน้าประตูห้อง บนจอกชากระเบื้องเคลือบสีขาวที่ประณีตสะท้อนเงาร่างสูงใหญ่สองสาย ดูจากรูปร่างแล้ว คนที่อยู่ทางซ้ายก็คือเคอเจิ้งหมิง คนที่อยู่ทางขวาผอมกว่าเล็กน้อย ยืนตัวตรง มือสองข้างอยู่ข้างลำตัว ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นดอกชบาจางๆ ลอยมาเตะจมูกนางด้วย
กลิ่นชนิดนี้โด่งดังและล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง คนในครอบครัวของสกุลเคอไม่มีทางใช้ได้
ตั้งแต่นางมาที่เมืองหลวง นางได้กลิ่นนี้จากคนคนเดียวเท่านั้น
เซียวอ๋อง ฉู่เฟิง
แม้จะมีโอกาสได้พบหน้าเขาโดยที่ไม่ได้สนทนากันอยู่หลายครั้ง แต่กลิ่นดอกชบาบนตัวเขากลับทำให้คนยากจะลืมลงจริงๆ
ไป๋จื่อนึกถึงบทสนทนาร่วมกับตงฟางมู่ในมื้อเย็นเมื่อวาน เขาบอกว่าเคอเจิ้งหมิงเป็นขุนนางผู้จงรักภักดีที่ยากจะมีสักคนในราชสำนัก ไม่เพียงแต่จงรักภักดี แต่ยังเถรตรง ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเขา การที่เขานั่งในตำแหน่งนี้ในวันนี้ได้ นอกจากความสามารถของเขาแล้ว ที่มากยิ่งกว่านั้นก็คือฮ่องเต้ชื่นชมเขา คนในราชสำนักบีบคั้นเขาไม่น้อย รวมถึงเซียวอ๋องด้วย แต่เขาก็ยังคงก้าวหน้าอย่างมั่นคง อาศัยความเชื่อมั่นของฮ่องเต้
คนเช่นนี้นางย่อมอยากช่วยอยู่แล้ว
ไป๋จื่อได้ยินเสียงเคอถงใส่เสื้อผ้า จึงถามอีกว่า “คุณชายรองเคอ ข้ามีคำถามหนึ่งที่คิดไม่ตกอยู่ตลอด ไม่ทราบว่าเจ้าจะตอบคำถามข้าได้หรือไม่”
เคอถงยิ้มเจื่อน “เจ้าอยากถามว่าข้าติดโรคนี้มาได้อย่างไรกระมัง”
“ถูกต้อง” ไป๋จื่อตอบ “ใต้เท้าเคอเป็นคนเข้มงวด ชื่อเสียงในเรื่องนี้เลื่องลือในเมืองหลวง และข้าเห็นว่าคุณชายรองเคอไม่ใช่คนประเภทหลงระเริงกับอะไร ใต้เท้าเคอเองก็ไม่เชื่อว่าเจ้าจะไปหอนางโลมด้วย เขาเชื่อเจ้าจากใจจริง ตอนที่เกิดเรื่องเมื่อวาน เขาไม่ถามอะไรแม้สักคำ ข้าคิดว่านั่นเป็นเพราะเขาไม่เชื่อว่าบุตรชายของตนเองจะมีพฤติกรรมน่าอับอาย”
เคอถงถอนใจเสียงหนึ่ง “ข้าไม่เคยไปหอนางโลมจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็พูดไม่ได้ว่าข้าไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบ หากวันนั้นข้าไม่ไปล่องเรือร่ำสุรากับสหายหลายคน ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
จนถึงวันนี้เคอถงก็ยังนึกไม่ออกว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น เขาดื่มสุราไปไม่กี่จอกก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว หลังตื่นขึ้นมาตนเองก็นอนร่วมเตียงอยู่กับสตรีแปลกหน้าแล้ว
“มีเพศสัมพันธ์โดยไร้สติเพราะฤทธิ์สุรากระมัง” ไป๋จื่อสงสัย
ฉู่เฟิงที่ยืนอยู่หน้าประตูมุ่นคิ้ว นางถกปัญหานี้กับบุรุษคนหนึ่งได้อย่างไร
ทันใดนั้นเคอถงก็ตอบว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนั้นข้าดื่มสุราไปเพียงสองจอก เพียงเท่านั้นก็จำอะไรไม่ได้เสียแล้ว ตอนที่ข้าตื่นขึ้นมาก็เป็นเช้าวันต่อมาแล้วละ”
หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นคงไม่ต้องพูดต่อไปแล้ว ทุกคนรู้อยู่แก่ใจดี
คุณชายรองเคอยังไม่ประสีประสา จึงอาจจะยังไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น ทำได้เพียงแต่โมโหตัวเอง โทษตัวเองว่าไม่ควรออกไปดื่มสุรา
“คุณชายยังเด็ก หากพบเรื่องที่คิดไม่ตก เช่นนั้นก็ปรึกษากับผู้ใหญ่เถอะ พวกผู้ใหญ่ผ่านอะไรมามากกว่าเด็กๆ อย่างพวกเรานัก ข้าเชื่อว่าพวกเขาไขข้อสงสัยให้เจ้าได้” ไป๋จื่อว่า
เคอเจิ้งหมิงรู้สึกซาบซึ้งมาก เขารู้ว่าไป๋จื่อไม่ใช่คนพูดมาก และไม่สนใจว่าถงเอ๋อร์เป็นโรคนี้ได้อย่างไร ที่วันนี้จู่ๆ นางถามเช่นนี้ขึ้นมา เพราะนางรู้ว่าฉู่เฟิงอยู่ที่นี่ นางจงใจให้เขาได้ยินเพื่อไม่ให้เขาพูดเรื่อยเปื่อย
ถึงอย่างไรเสียตอนนี้ตนก็รับบัญชาฮ่องเต้ กำลังตรวจสอบเรื่องบางอย่างอย่างเข้มงวด ย่อมไม่อาจเกิดปัญหาภายในครอบครัวได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้วเขาจะมีสิทธิ์อะไรไปตรวจสอบคนอื่นเล่า
มีคำอธิบายนี้แล้ว ตอนที่ฉู่เฟิงอยากจะพูดอะไรกับฮ่องเต้ก็ต้องใคร่ครวญให้มากขึ้น
ขณะนี้เคอถงใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย เขาเดินตามหมอหลวงสวี่ออกมา แล้วประสานมือคารวะไป๋จื่ออีกครั้ง “ขอบคุณแม่นางไป๋ที่ชี้แนะ เคอถงจะจำใส่ใจเอาไว้”
เคอถงหันหน้าไปทางประตูห้องนอน ครั้นขอบคุณไป๋จื่อเสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้น มองเห็นบิดาและฉู่เฟิงยืนอยู่ที่หน้าประตูพอดี