คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 825 เก็บเงินค่ารักษา ถือว่าถูกต้องตามหลักแล้ว / ตอนที่ 826 ไม่ใช่คนตายที่ไม่สามารถให้การได้
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 825 เก็บเงินค่ารักษา ถือว่าถูกต้องตามหลักแล้ว / ตอนที่ 826 ไม่ใช่คนตายที่ไม่สามารถให้การได้
ตอนที่ 825 เก็บเงินค่ารักษา ถือว่าถูกต้องตามหลักแล้ว
ฉู่เยี่ยนสนทนาอยู่กับอาจารย์ครู่หนึ่ง เขาเห็นว่าเย็นย่ำแล้ว จึงขอตัวลาจะกลับไป แต่เพิ่งเดินออกจากประตูคฤหาสน์ตงฟางไม่ทันไร เขาก็เห็นรถม้าของสกุลเคอจอดอยู่ข้างนอกคฤหาสน์ ไป๋จื่อลอดกายออกมาจากในรถม้า ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นหูเฟิงออกมาจากในคฤหาสน์
ดวงตาสองคู่สอดประสานกัน ราวกับว่ามีประกายไฟแล่นระหว่างสายตาของคนทั้งสอง
ฉู่เยี่ยนเร่งฝีเท้าเดินไปหลายก้าว เขาเดินไปตรงหน้ารถม้า เพื่อประคองนางลงมา
เขาจับมือของนางเอาไว้ ไม่ยอมปล่อย
ไป๋จื่อเองก็ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น แค่จับมือกันเท่านั้นไม่ใช่หรือ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ดวงตาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดพวกนั้นอยากมองก็มองไปเถอะ อยากพูดจาลับหลังเช่นไรก็พูดเถอะ นางไม่สนใจอยู่แล้ว
“บอกว่าจะกลับมาช้าที่สุดวันที่เก้าไม่ใช่หรือ เหตุใดล่าช้าจนถึงตอนนี้เล่า”
ฉู่เยี่ยนจับมือเล็กๆ ที่นุ่มนิ่มราวกับไม่มีกระดูกไว้ในฝ่ามือ “เกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อย ข้าเพิ่งกลับมาเดี๋ยวนี้เอง ยังไม่ทันได้เข้าไปรายงานตัวในวัง เพราะอยากมาพบหน้าเจ้าก่อน”
“โอ้? เกิดอุบัติเหตุอะไรหรือ สีหน้าเจ้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ”
ชายหนุ่มนึกถึงศพที่ส่งไปยังกรมอาญา จึงถามว่า “จื่อเอ๋อร์ เจ้าตรวจสอบศพเป็นหรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า “รู้วิชาอยู่คร่าวๆ ทำไมหรือ”
“คืออย่างนี้ ข้านำศพกลับมาด้วยหลายศพ พวกเขาล้วนตายเพราะถูกพิษ และศพพวกนี้เกี่ยวพันถึงคดีใหญ่ ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาถูกพิษอะไร พิษชนิดนี้มาจากที่ใด หากหนต้นตอของพิษได้ จับตัวการของเรื่องนี้ได้แล้ว ต้องไขคดีหลายคดีได้แน่นอน”
เด็กสาวพยักหน้าอีกครั้ง “ได้สิ ข้าดูให้ได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะตรวจสอบได้หรือไม่ ความจริงแล้วเจ้าควรตามหาหมอยาที่เก่งเรื่องพิษ พวกเขามีประสบการณ์เกี่ยวกับพิษมากกว่าข้า น่าจะมีวิธีที่ดีกว่าข้าเช่นกัน”
ฉู่เยี่ยนกลับส่ายหน้า “ข้าเคยคิดเช่นนี้แล้ว ทว่าหมอยาที่เก่งเรื่องพิษในเมืองหลวงมีอยู่ไม่กี่คนจริงๆ อีกทั้งยังจะรับประกันได้ว่าพวกเขาเป็นเจ้าของพิษหรือไม่ หากสะเพร่าเชิญพวกเขามา ไม่เพียงเท่ากับชักศึกเข้าบ้าน พวกเขายังจะถือโอกาสทำลายศพอีกด้วย เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นคนตายที่ไม่สามารถให้การได้จริงๆ แล้ว”
ไป๋จื่อยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ “คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะคิดซับซ้อนปานนี้ เมื่อก่อนข้ามองเจ้าไม่ขึ้นเอาเสียเลย ทั้งยังคิดว่าเจ้าสะเพร่าเหมือนกับบุรุษคนอื่น”
เขายื่นมือขึ้นมาบีบจมูกของนาง “เด็กสาวนางนี้ ชอบล้อข้าอยู่เรื่อย ครั้งนี้ข้าจะปล่อยให้เจ้าล้อข้าไปก่อน ไม่คิดบัญชีกับเจ้าก็ได้”
ไป๋จื่อแก้มแดงเล็กน้อย นางเบือนหน้าหนีแววตาที่เต็มไปด้วยความรักอันรุ่มร้อนของเขา ขณะมองไปทางอื่นก็กระแอมสองเสียง ถามว่า “ตอนนี้ศพอยู่ที่ใด”
“อยู่ที่กรมอาญา ข้าต้องไปรายงานเสด็จพ่อก่อน เมื่อเสด็จพ่ออนุญาตแล้ว ข้าจะส่งคนมารับเจ้า เกรงว่าถึงตอนนั้นแล้วน่าจะยังมีเรื่องอื่นที่ต้องรบกวนเจ้าอีก”
“มีเรื่องอะไรอีกหรือ” ไป๋จื่อเลิกคิ้ว
“องค์หญิงแคว้นจินถูกวางยาพิษ นางสลบไสลไม่ได้สติอยู่ตลอด ตอนนี้นางเข้าไปอยู่ในวังแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องเรียกคนจากสำนักหมอหลวงมาดูก่อน หากรักษาได้ก็ไม่ต้องรบกวนเจ้า แต่หากพวกเขารักษาไม่ได้ ก็คงต้องเชิญเจ้าไปดูอาการนางสักครั้งแล้ว”
ไป๋จื่อหยิบตั๋วเงินใบหนึ่งออกมาจากในช่องแขนเสื้อ มันเป็นตั๋วเงินที่นางเพิ่งได้รับมาจากจวนสกุลเคในวันนี้ นางสะบัดตั๋วเงินตรงหน้าหูเฟิง ยิ้มอย่างมีเลศนัยว่า “เห็นหรือไม่ นี่เป็นค่ารักษาที่ข้าเพิ่งได้รับมาจากมือของฮูหยินเคอ เชิญข้าไปรักษาหรือชันสูตรศพล้วนไม่มีปัญหา ตอบแทนข้าเป็นค่ารักษาและค่าชันสูตรศพก็พอ เงินที่ข้ารักษาให้ไทเฮาครั้งก่อนก็รวมมาด้วยกันเลยนะ”
หูเฟิงเบิกบานใจนัก “ตกลง เก็บเงินค่ารักษาถือว่าถูกต้องตามหลักแล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะทูลเรื่องนี้กับเสด็จพ่อด้วย จะให้เจ้าขาดทุนได้อย่างไรกัน เด็กสาวอย่างเจ้าเป็นผู้ที่ไม่ยอมขาดทุนที่สุดแล้ว”
จะไม่ขาดทุนได้อย่างไร นางเคยจับชีพจรให้ฮองเฮาด้วยนะ ฮองเฮาไม่เพียงไม่ให้เงินนาง ยังคิดจะทำร้ายนางอีกต่างหาก นางเสียเปรียบครั้งใหญ่เลยทีเดียว ทว่านางยังโชคดี พระสนมซูเฟยยอมช่วยนางสักครั้ง ไม่เช่นนั้นหากเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา ก็มีแต่ฟ้าเท่านั้นที่รู้ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร!
……….
อ่านนิยายฟรี ได้แล้ววันนี้ที่ Novel Lucky
ตอนที่ 826 ไม่ใช่คนตายที่ไม่สามารถให้การได้
ฉู่เยี่ยนกลับวังไปแล้ว ก็กราบทูลเรื่องราวทุกอย่าง แม้แต่แผนภาพที่วาดไว้ก็ถวายแก่ฮ่องเต้ โดยไม่ได้ปิดบังอะไรแม้สักนิดเดียว
“เสด็จพ่อ ข้างนอกลือกันว่ากระหม่อมไม่ลงรอยกับพี่สี่ คนนอกยิ่งลือต่อกันไปว่าอะไรกระหม่อมไม่รู้ เพียงแต่กระหม่อมไม่เคยทำเรื่องหยามเกียรติพี่สี่ ยิ่งไม่มีทางปั้นเรื่องใส่ร้ายเขา ทุกคำที่กระหม่อมพูดในวันนี้ล้วนเป็นความจริง คำให้การพร้อมการลงนามยิ่งเป็นจริงทุกส่วน ทว่าน่าเสียดายนัก คนกระทำความผิดถูกวางยาพิษตาย คนวางยาพิษเขาก็ฆ่าตัวตายเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงกริ้วไม่น้อย สถานที่ที่ห่างจากเหมืองหลวงไม่กี่ร้อยลี้ กลับเกิดคดีใหญ่เช่นนี้ขึ้นได้ ไท่จื่อแคว้นจินบาดเจ็บและหายตัวไป ส่วนองค์หญิงถูกพิษ จนป่านนี้ยังไม่ได้สติ อีกทั้งทูตยังโดนสังหารจนสิ้น หากเรื่องนี้ถึงหูแคว้นจิน จะต้องเกิดการนองเลือดอย่างแน่นอน
พระองค์อ่านคำให้การในมือ ภายในนั้นเขียนไว้อย่างละเอียดหมดจดว่าได้รับคำสั่งจากเซียวอ๋อง
แต่ไหนแต่ไรพระองค์รู้จักเยี่ยนเอ๋อร์ดี เยี่ยนเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องร้ายกาจพรรค์นี้ได้ แต่พระองค์ก็ไม่กล้าเชื่อเช่นกันว่าเฟิงเอ๋อร์จะกล้าทำเรื่องที่เหมือนกับการก่อกบฏได้ หากเป็นจริงเช่นที่เขาทำ ก็ต้องเกิดเรื่องใหญ่เทียมฟ้าขึ้นแน่นอน!
ตอนนี้พระองค์จะรับหน้าฮ่องเต้แคว้นจินอย่างไรดี
คณะทูตที่หมายจะมาเจรจาเพื่อสันติ เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ พวกเขาส่งไท่จื่อและองค์หญิงมาด้วย แม้กระทั่งมีทูตอีกสิบแปดคน แต่ผลสุดท้ายกลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แล้วตอนนี้พระองค์จะทำอย่างไรดี
“ตอนนี้เท่ากับมีแต่คนตายที่ไม่สามารถให้การได้ใช่หรือไม่” พระองค์ยังคงทำหน้าดำคร่ำเคร่ง ทว่าก้นบึ่งของหัวใจกลับรู้สึกโล่ง อย่างไรเสียเฟิงเอ๋อร์ก็เป็นโอรสของพระองค์ หากมีหลักฐานแน่นหนา พระองค์ก็วางเฉยต่อเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวพันถึงสองแคว้น
แต่หากเป็นคนตายที่ไม่สามารถให้การได้ เฟิงเอ๋อร์อาจจะร้อนพ้นไปได้
ฉู่เยี่ยนกล่าวว่า “ไม่ถึงกับเป็นคนตายที่ไม่สามารถให้การได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมส่งศพไปที่กรมอาญาแล้ว อีกทั้งให้กรมอาญาตั้งคดีขึ้นมาด้วย ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพ คาดว่าจะพอหาเบาะแสอะไรได้บ้าง”
ฮ่องเต้รีบตรัส “เรื่องนี้อย่าเพิ่งรีบร้อน หาตัวไท่จื่อแคว้นจินและรักษาองค์หญิงให้หายก่อนเถอะ ของเพียงไท่จื่อและองค์หญิงรอดชีวิต ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก หากพวกเขาคนใดคนหนึ่งสิ้นชีพไป เรื่องนี้คงแก้ได้ยากแล้ว”
ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว แววตาคมปลาบจ้องเสด็จพ่อ เป็นเช่นที่อาจารย์คิดไว้ เสด็จพ่อคิดจะบิดพลิ้วจริงๆ
แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก เขาหายตัวไปสามปี เสด็จพ่อไม่อาจไม่รู้สาเหตุที่เขาหายตัวไปแม้สักนิด ทว่าฉู่เฟิงไม่เพียงลอยนวลอยู่อย่างสงบ แม้กระทั่งรับช่วงต่ออำนาจทางทหารที่เดิมทีเป็นของเขา เมื่อดูให้ดีๆ แล้วก็น่าเจ็บใจนัก
ฮ่องเต้อ้าปากหมายจะพูดอะไรบางอย่าง เพราะพระองค์คล้ายกับเห็นความผิดหวังและการถากถางอยู่ในแววตาของฉู่เยี่ยน แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดจากตรงไหน พระองค์ยอมรับว่าโปรดปราณฉู่เยี่ยนมากที่สุดในบรรดาโอรสทั้งหมด แต่นั่นไม่ได้หมายความพระองค์ไม่ให้ความสำคัญกับโอรสองค์อื่น เพราะทุกคนล้วนเป็นโอรสของพระองค์ ล้วนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์ หากจะเลือกใครสักคนเป็นไท่จื่อ พระองค์ย่อมต้องเลือกฉู่เยี่ยน ทว่าพระองค์ก็จะยังดูแลโอรสองค์อื่นอย่างดีต่อไป
ฉู่เยี่ยนไม่ได้พูดอะไรมากอีก เขาประสานมือถวายความเคารพแก่ฮ่องเต้ “กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้มองเงาหลังของฉู่เยี่ยนก้าวอาดๆ จากไป พระองค์แทบจะขยำคำให้การในมือจนแหลกสลาย แม้จะอยากเรียกเขา แต่เกรงว่าเรียกเขาจะไม่มีหน้าสู้แววตาผิดหวังของเขาได้
…
หลังจากออกจากวัง ฉู่เยี่ยนก็ตรงไปยังกรมอาญา ถอนคนของตนเองกลับมา ให้กรมอาญาจัดการกันเอาเอง
คาดว่าคืนนี้กรมอาญาจะเกิดไฟไหม้อย่างกะทันหัน ศพเหล่านั้นจะถูกไฟคลอกจนจำหน้าตาไม่ได้ แผนการเดิม ฟ้าดินรู้ ผีสางเทวดารู้
“ท่านอ๋อง เรื่องนี้จะจบลงเช่นนี้หรือขอรับ” โจวกังมีสีหน้าเป็นทุกข์
ฉู่เยี่ยนยักไหล่ “ไม่จบลงเช่นนี้แล้วจะทำอะไรได้ เสด็จพ่อไม่อยากให้ตรวจสอบเขา ต่อให้เจ้าทุ่มเทแรงกายแรงใจหาหลักฐานมัดตัวมาได้แล้วอย่างไร เขาย่อมต้องหาหนทางให้ตนเองพ้นผิด แล้วพวกเราจะเสียแรงไปไย”