คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 839 ดวงตางดงาม / ตอนที่ 840 เป็นหมอเทวดาจริงๆ?
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 839 ดวงตางดงาม / ตอนที่ 840 เป็นหมอเทวดาจริงๆ?
ตอนที่ 839 ดวงตางดงาม
จิ่นเอ๋อร์เฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยความตื่นเต้น ดวงตาจับจ้องไปที่องค์หญิงไม่ยอมกะพริบ
ไป๋จื่อกลับออกจากห้องไปพร้อมหมอหลวงสวี่ ไปยังห้องโถงด้านนอก
นางยื่นเข็มที่ดูดออกมาให้หมอหลวงสวี่ “ท่านให้คนไปตรวจสอบดูสักหน่อยเถอะ ดูว่าบนเข็มมีพิษหรือไม่”
หมอหลวงสวี่สั่งคนไปทำตามนั้นในทันที ไม่นานก็มีลูกน้องกลับมารายงานว่า “หัวหน้าสำนักสวี่ บนเข็มไม่มีพิษ เป็นเพียงเข็มเหล็กธรรมดาขอรับ”
ฝ่ายหมอหลวงสวี่พยักหน้า “ถือว่าโชคดีทีเดียว หากมีพิษจริงก็ต้องเสียแรงไปเปล่าๆ ไม่มีพิษย่อมดีที่สุด”
ไป๋จื่อก็กล่าวเช่นกัน “ไม่มีพิษย่อมดีที่สุดจริงๆ เจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นพลันมีเสียงร้องของจิ่นเอ๋อร์ดังมาจากข้างใน ร้องเรียกองค์หญิงไม่ยอมหยุด
ไป๋จื่อกับหมอหลวงสวี่เข้าไปข้างในห้องโดยพลัน ทันทีที่เข้าไปแล้วก็เห็นจิ่นเอ๋อร์กำลังจับแขนขององค์หญิง พร้อมทั้งเขย่าไปมา ขณะเดียวกันก็ร้องไห้ตัวโยนไปด้วย
“ฟื้นแล้วหรือ” ไป๋จื่อเร่งฝีเท้าก้าวไปข้างหน้า
จิ่นเอ๋อร์ร้องไห้จนดวงตาพร่าเลือน นางปล่อยแขนขององค์หญิง แล้วจับแขนของไป๋จื่อแทน ครั้งนี้นางไม่ได้ออกแรงมากเท่าไรนัก “แม่นางไป๋ รีบดูองค์หญิงหน่อยเถอะ เมื่อครู่องค์หญิงฟื้นแล้ว ทว่าอ้าปากยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ก็สลบไปอีกหนแล้ว”
ไป๋จื่อร้องในใจว่าแย่แล้ว จึงให้นางหลีกไปก่อน
หมอหลวงสวี่จับชีพจรให้องค์หญิง ส่วนไป๋จื่อตรวจสภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดล้วนไม่มีความผิดปกติ ฝ่ายหมอหลวงสวี่เอ่ยว่า “ชีพจรปกติ ดีกว่าก่อนหน้านี้อยู่บ้าง เหตุดึงสลบไปอีกได้”
“นำห่อเข็มมาเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อว่า
หมอหลวงสวี่รีบนำห่อเข็มมาจากหมอตี๋[1]ที่อยู่ข้างหลังข้างหลัง ไป๋จื่อหยิบเข็มสั้นสองเข็มจากในนั้น แล้วฝังไปที่จุดเหรินจงขององค์หญิง ไม่นานนักก็ถอนเข็มออก
ดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นพลันเบิกโพลง เป็นดวงตาที่งดงามมาก งดงามเสียจนทำให้คนมองตกอยู่ในภวังค์ มิน่าเล่าถึงต้องปิดบังใบหน้าเอาไว้ เพราะเพียงแค่ดวงตาคู่นี้ก็ทำให้คนตกอยู่ในภวังค์ได้แล้ว หากเผยโฉมหน้าออกมา พลังความงามจะรุนแรงมากเพียงใดกัน
จิ่นเอ๋อร์ยิ้มขึ้นได้อีกครั้ง นางจับมือขององค์หญิงเอาไว้ “องค์หญิง ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว บ่าวตกใจแทนแย่เจ้าค่ะ”
ผ้าบังหน้าขององค์หญิงขยับเล็กน้อย นางคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีใครได้ยินว่านางพูดอะไร
ไป๋จื่อกล่าวกับจิ่นเอ๋อร์ที่กำลังตะลึงลาน “ยังนิ่งอยู่อีกทำไม รีบนำน้ำมา องค์หญิงบอกว่าต้องการดื่มน้ำ”
จิ่นเอ๋อร์ตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะรีบไปเทน้ำมา นางประคององค์หญิงลุกขึ้น แล้วส่งจอกน้ำชาไปที่ใต้ผ้าบังหน้าขององค์หญิง
ไป๋จื่อยังคิดว่าจะถือโอกาสตอนที่นางดื่มน้ำ มองดูใบหน้าของนางสักครั้ง แต่ใครจะรู้ว่ากลับมองอะไรไม่เห็นทั้งสิ้น ผ้าโปร่งนี้ช่างปิดบังได้ดีเสียจริง
จิ่นเอ๋อร์ป้อนน้ำให้องค์หญิงเรียบร้อยแล้ว ก็ถามไป๋จื่อว่า “เจ้าฟังคำพูดขององค์หญิงรู้เรื่องได้อย่างไร ข้าไม่เห็นได้ยินอะไรเลย”
ไป๋จื่อยิ้มจางไม่พูดจา ในใจเอ่ยว่า ‘ไหนเลยผู้ป่วยฟื้นขึ้นมาแล้วจะไม่ต้องการดื่มน้ำก่อน คอแห้งไม่รู้ตั้งกี่วันแล้ว ตามหลักแล้วควรจะใช้สารน้ำ ทว่าสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเช่นนี้ ข้าไม่กล้าหยิบของพวกนั้นออกมาหรอก’
องค์หญิงรู้สึกชุ่มคอแล้ว ในที่สุดนางก็ส่งเสียงแหบพร่าออกมา “ที่นี่ที่ใด”
จิ่นเอ๋อร์รีบตอบ “องค์หญิง ที่นี่คือสำนักหมอหลวงของแคว้นฉู่เจ้าค่ะ ท่านถูกอาวุธลับของผู้ร้าย สลบไสลไปหลายวัน โชคดีที่แม่นางไป๋เชี่ยวชาญวิชาแพทย์มาก ท่านถึงรอดชีวิตมาได้เจ้าค่ะ”
องค์หญิงกวาดสายตามองไป๋จื่อและหมอหลวงสวี่ที่อยู่ข้างๆ เตียง นางพยักหน้าให้พวกเขา ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อพบว่าไม่มีใครอื่นจึงรีบถาม “เสด็จพี่เล่า เสด็จพี่อยู่ที่ใด”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ น้ำตาของจิ่นเอ๋อร์ก็ไหลลงมาอีกหน “องค์หญิง วันนั้นไท่จื่อบาดเจ็บและหนีไป จนบัดนี้อยู่ที่ใดก็ไม่ทราบแน่ชัด ตอนนี้ฮ่องเต้แคว้นฉู่ส่งคนออกไปตามแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ยังไม่พบไท่จื่อ”
ทันทีที่องค์หญิงได้ยินดังนั้น นางก็ร้อนใจอยากจะลงจากเตียง ทว่าร่างกายของนางในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้สักนิด นางร้อนใจจนตาแดงก่ำ อยากจะร้องไห้ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมา มองดูแล้วน่าสงสารจับใจ
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “องค์หญิง ไท่จื่อเป็นคนดีมีคุณธรรม เขาต้องไม่เป็นอะไรแน่เจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านร่างกายอ่อนแอ หากอยากไปตามหาไท่จื่อเร็วหน่อย ก็ต้องรีบฟื้นฟูร่างกายตนเองให้เร็วที่สุดนะเจ้าคะ”
……….
ตอนที่ 840 เป็นหมอเทวดาจริงๆ?
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว องค์หญิง ท่านมีสภาพเช่นนี้แล้วนยังจะไปที่ใดได้เจ้าคะ ไท่จื่อมีวรยุทธ์สูงส่ง ต้องไม่เป็นอะไรแน่เจ้าค่ะ”
ดวงตาขององค์หญิงแดงมาก ร่างกายสั่นเครือไม่หยุด นางกำลังร้องไห้อยู่แท้ๆ แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมา ผู้ใดเป็นภาพนี้เข้าก็ต้องปวดใจทั้งสิ้น
ไป๋จื่อให้นางนอนลงในแนวราบ ค่อยๆ สงบจิตใจ หลังจากลมหายใจของนางเรียบสงบดังเดิมแล้ว ถึงจะตรวจชีพจรซ้ำอีกครั้ง หลังจากตรวจไปได้ครั้งหนึ่งก็เห็นว่าปกติดี แต่ตนรู้สึกว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้องอยู่บ้าง จึงตรวจซ้ำอีกรอบ ครั้งนี้ชีพจรตกลงอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ถี่กระชั้นขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ดูแล้วเหมือนกับว่าเป็นเพราะมีเรื่องไม่สบายใจ ทว่าตรวจชีพจรติดต่อกันหลายรอบแล้ว พบว่าชีพจรสองรูปแบบนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นแบบแผน ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เด็กสาวชักมือกลับ ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้น หมอหลวงสวี่ก็ก้าวเข้ามาจับชีพจรให้องค์หญิงบ้าง ทีแรกเขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอะไร แต่ระหว่างที่ตรวจชีพจรซ้ำอีกหลายหน เขาก็พบปัญหาเช่นเดียวกัน
“เป็นเพราะอะไรกัน” หมอหลวงสวี่ถาม
ไป๋จื่อส่ายหน้า นางไม่เคยพบสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเหมือนกัน แม้กระทั่งในวิชาแพทย์ที่นางร่ำเรียนก็ไม่มีใครเคยบอกว่านี่เป็นอาการเพราะถูกพิษหรือไม่
หรือก่อนหน้านี้องค์หญิงจะมีอาการแฝงอะไรอยู่ด้วย
ไม่ถูกต้อง
หากเป็นอาการแฝงอะไร เหตุใดตอนที่ตนจับชีพจรให้ก่อนที่นางจะฟื้น กลับไม่พบความผิดปกตินี้เลยเล่า หากเป็นเพราะถูกพิษ ไม่ใช่ว่าควรมีเค้าลางตั้งนานแล้วหรือ
อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel Lucky
เหตุใดถึงเกิดอาการเอาเสียตอนนี้ เหตุใดชีพจรถึงเปลี่ยนไปหลังจากที่องค์หญิงฟื้นขึ้นมาได้
เป็นเพราะอะไรกันแน่
ไม่ว่าจะจะค้นหาวิชาแพทย์ที่เคยเรียนมาในหัวสมองอย่างไร ก็ไม่อาจพบคำอธิบายที่เหมาะสมได้เลย
“ในสำนักหมอหลวงแห่งนี้มีตำราแพทย์ที่อธิบายเรื่องการจับชีพจรหรือไม่” ไป๋จื่อถามหมอหลวงสวี่
หมอหลวงสวี่รีบกล่าวว่า “มีๆๆ ข้าจะนำมาให้เจ้าเอง” เดิมทีเขาคิดจะไปดูว่าในตำราแพทย์โบราณมีคำอธิบายบ้างหรือไม่เช่นกัน
ไป๋จื่อเอ่ยกับจิ่นเอ๋อร์ว่า “ป้อนโจ๊กให้องค์หญิงหน่อยเถอะ และนอกจากน้ำสะอาดแล้ว อย่าเพิ่งกินอะไรอย่างอื่น รอข้ากลับมาก่อนค่อยว่ากัน”
จิ่นเอ๋อร์เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางเช่นนั้น ก็รู้ว่าอาการขององค์หญิงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นด้วย นางพลันร้อนใจขึ้นมา จึงโพล่งถามออกไป “ถอนพิษให้องค์หญิงแล้วไม่ใช่หรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ตอนนี้ยังพูดยาก เรื่องบางเรื่องข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน รอข้ากลับมาแล้วค่อยว่ากันเถอะ เจ้าดูแลองค์หญิงให้ดีนะ”
หลังจากไป๋จื่อและหมอหลวงสวี่ออกไปแล้ว องค์หญิงเชียนฟางก็ถามจิ่นเอ๋อร์ “นางเป็นหมอหญิงของแคว้นฉู่หรือ”
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้า “แม่นางไป๋เชี่ยวชาญวิชาแพทย์มาก หมอหลวงในสำนักหมอหลวงพวกนี้ไม่ทราบสาเหตุที่ท่านสลบไป แต่พอแม่นางไป๋มา นางถามข้าเพียงไม่กี่คำ จากนั้นตรวจดูท่านเล็กน้อยก็พบสาเหตุในทันที เดิมทีบนร่างกายของท่านถูกคนแทงด้วยอาวุธลับ หลังจากแม่นางไป๋นำแม่เหล็กมาดูดอาวุธลับออกจากจุดต่างๆ บนร่างกายของท่าน ท่านก็ฟื้นขึ้นมาเจ้าค่ะ”
องค์หญิงเชียนฟางกล่าวอีกว่า “แต่ท่าทางของนางเมื่อครู่นี้ เหมือนว่าข้าจะยังไม่หายดีนะ ยังมีปัญหาอย่างอื่นอีกใช่หรือไม่”
จิ่นเอ๋อร์รู้สึกกังวลใจเช่นกัน แต่ตอนนี้นางทำได้เพียงปลอบใจองค์หญิง ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น
“องค์หญิง ท่านอย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ที่นี่คือสำนักหมอหลวง มีหมอเทวดาอย่างแม่นางไป๋อยู่ด้วย ท่านต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนเจ้าค่ะ” จิ่นเอ๋อร์ประคององค์หญิงลุกขึ้นนั่ง แล้วหมุนกายไปนำโจ๊กมา
“นางเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้น จะเป็นหมอเทวดาจริงๆ หรือ” องค์หญิงถามอีก
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้า “เป็นหมอเทวดาจริงหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่วิชาแพทย์ของนางยอดเยี่ยมกว่าหมอหลวงในสำนักหมอหลวงเหล่านี้จริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครเชิญนางมาหรอกเจ้าค่ะ”
จากนั้นจิ่นเอ๋อร์ก็ตักโจ๊กป้อนองค์หญิง บัดนี้องค์หญิงรู้สึกหิวมากจริงๆ จึงเปิดผ้าโปร่งบังหน้าออก กินโจ๊กเสียคำหนึ่ง
[1] หมอตี๋ (药童) เป็นภาษาปาก หมายถึงหมอหรือเภสัชกรที่ไม่มีใบอนุญาต