คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 849 ข้าไม่ควรนอนอุตุ / ตอนที่ 850 มีความรู้สึก
ตอนที่ 849 ข้าไม่ควรนอนอุตุ
ครั้นหมอหลวงสวี่ได้ฟังดังนั้น เขาก็ลืมแม้กระทั่งจะกล่าวทำความเคารพ เพียงแต่ก้าวไปหยิบตำราฟังเข็มขึ้นมา แล้วหมุนกายวิ่งไปทันที
ฉู่เยี่ยนเห็นอีกฝ่ายมีท่าทางเช่นนั้นก็ตะลึงงันไป “วิ่งไปอีกคนหรือนี่ สองคนนี้เป็นอะไรกันแน่”
เขารีบตามไป เมื่อไปถึงด้านนอกห้องตรวจ หมอหลวงสวี่และองครักษ์ที่ประตูกำลังเจรจากันอยู่
“ข้าเป็นหมอหลวงก็เข้าไปไม่ได้หรือ” หมอหลวงสวี่รีบร้อนจนเหงื่อแตก ตอนนี้เขาเพียงต้องการเข้าไปดูว่าไป๋จื่อจะรักษาองค์หญิงอย่างไร เขาไม่อยากพลาดไปแม้สักนิดเดียว อีกทั้งก่นด่าว่าเหตุใดเมื่อคืนเขาถึงไม่อดทน หากอดทนเอาไว้ ป่านนี้คงไม่ต้องเป็นเหมือนแมลงวันไร้หัวตัวหนึ่งเช่นนี้
องครักษ์คนนั้นส่ายหน้า “หมอหลวงสวี่ ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย สาวใช้ข้างกายองค์หญิงผู้นั้นร้ายกาจนัก ท่านก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ นางบอกว่าไม่ให้เข้าก็คือไม่ให้เข้า หากตอนนี้ข้าปล่อยให้ท่านเข้าไป สาวใช้ผู้นั้นไม่กินหัวพวกข้าเลยหรือไร”
พวกเขาไม่ได้กลัวสาวใช้ผู้นั้น เพียงแต่นางอาศัยบารมีขององค์หญิงเชียนฟาง อาการขององค์หญิงเชียนฟางในตอนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของแคว้นฉู่ ขอเพียงตอนนี้นางเอ่ยสักคำว่าพวกเขาทำไม่ดี พวกเขาก็อาจจะถูกตัดหัวได้เลยทีเดียว แล้วพวกเขาจะยอมให้เกิดเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร
ฉู่เยี่ยนก้าวไปข้างหน้า กล่าวกับองครักษ์ผู้นั้น “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดไม่ให้เข้าไป”
องค์รักษ์เห็นว่าเป็นจิ้นอ๋องก็รีบทำความเคารพ ก่อนจะตอบความในทันที “เรียนท่านอ๋อง แม่นางจิ่นเอ๋อร์บอกว่าแม่นางไป๋ต้องการฝังเข็ม ไม่ให้ใครเข้าไป ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้นขอรับ”
อย่าว่าแต่สตรีสูงส่งอย่างองค์หญิงเชียนฟางเลย ต่อให้เป็นสตรีธรรมดาต้องการฝังเข็ม ก็ต้องขัดขวางคนเข้าไปพบเห็นอยู่แล้ว
หากคนที่ทำการฝังเข็มให้เป็นบุรุษ สตรีส่วนมากล้วนเลือกรับความเจ็บปวดจากการป่วยไข้ต่อไป ไม่ขอยอมรับการรักษา นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่หมอหญิงมากความสามารถเป็นที่ต้องการตัวในเมืองหลวง
สตรีที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนมากมายป่วยเป็นโรคที่ต้องทำการรักษาชนิดแตะเนื้อต้องตัวถึงจะหาย แต่พวกนางยอมป่วยตายดีกว่ายอมให้หมอที่เป็นบุรุษรักษาให้
กระนั้นหมอหญิงที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาแพทย์กลับมีน้อยยิ่งกว่าน้อย บางครั้งจะพบสักคนหรือสองคน แต่ก็รักษาได้เพียงอาการป่วยทั่วๆ ไปเท่านั้น ครอบครัวมีเงินที่มีบุตรีหรือหลานสาวก็ล้วนไม่อยากสนับสนุนให้พวกนางเป็นหมอหญิงด้วย
ในสายตาคนทั่วหล้า สตรีมีเพียงต้องแต่งงานได้ถึงจะเรียกว่าดี แม้กระทั่งเรียกได้ว่าดีจริงๆ ต่อให้เรียนเก่งเพียงใด มีความสามารถเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์
ดังนั้นตอนที่สตรีอย่างไป๋จื่อปรากฎตัว ผู้คนพบเห็นแล้วก็มีแต่จะรู้สึกแปลกใหม่ ทว่าในใจกลับไม่ยอมรับในความสามารถของนาง พวกเขายังเตรียมบุตรีให้เรียนงานเย็บปัก อ่านตำรากุลสตรีต่างๆ ไม่ออกจากประตูใหญ่ ไม่ห่างจากประตูรอง รอคอยวันที่อายุสุกงอมพอจะแต่งให้ผู้อื่น ครั้นพบบุรุษที่คู่ควรแล้ว ทั้งชีวิตนี้ของสตรีก็มีแต่จะต้องอยู่ในเรือนหลังไปตลอดชีวิต
ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็รออยู่ตรงนี้เถอะ”
ทันทีที่ฉู่เยี่ยนพูดจบ ก็มีคนนำเก้าอี้และโต๊ะมาให้โดยพลัน จากนั้นก็มีน้ำชาร้อนๆ ถูกยกมาวางด้วย
เขากวาดสายตามองหมอหลวงสวี่ที่ยังคงร้อนใจเหมือนมดบนหม้อ “เจ้าก็นั่งลงเถอะ ร้อนใจไปก็เท่านั้น คนข้างในไม่เปิดประตู เจ้าก็เข้าไปไม่ได้อยู่ดี”
หมอหลวงสวี่ถอนใจเสียงหนึ่ง ในที่สุดเขาก็กลับหลังหัน แล้วเดินไปนั่งลงข้างๆ ฉู่เยี่ยน เด็กรับใช้รีบยกเก้าอี้และชาร้อนมาให้เขาเช่นกัน
ฉู่เยี่ยนถามหมอหลวงสวี่ว่า “ได้ยินว่าเมื่อคืนพวกเจ้าอ่านตำราแพทย์กันทั้งคืน ใช้ตำราในมือของเจ้าหรือไม่”
หมอหลวงสวี่พยักหน้า จากนั้นเขาก็ถอนหายใจอีก “เมื่อวานข้ากับแม่นางไป๋ศึกษาตำราเล่มนี้ด้วยกัน วิชาแพทย์ในตำราลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ข้าคิดทบทวนอยู่หลายตลบแล้วก็ยังไม่เข้าใจ จนค่อนคืนแล้วข้าทนไม่ไหว ก็เลย…ใครจะรู้ว่าแม่นางไป๋อดตาหลับขับตานอนจนเกิดผลสำเร็จ หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนั้นตั้งแต่แรก ข้าไม่ควรนอนหลับอุตุ ควรจะอดทนเอาไว้ ตอนนี้ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูอีก ทำให้ข้าทรมานใจเหมือนถูกบีบหัวใจอยู่เลยขอรับ”
……….
ตอนที่ 850 มีความรู้สึก
หมอหลวงสวี่บ่นอุบ ฉู่เยี่ยนปลอบใจเขาเพียงสองสามคำก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เมื่อไรที่บุรุษพูดมากขึ้นมาก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน
ไป๋จื่อที่อยู่ในห้องกำลังฝังเข็มเงินลงบนจุดสำคัญทั่วร่างกายขององค์หญิงทีละเข็ม จุดต่างๆ บนร่างกายคนล้วนมหัศจรรย์ ไม่รู้ว่าซับซ้อนกว่าที่นางเคยเรียนรู้ในอดีตมากน้อยเท่าไร หลังจากการเคี่ยวกรำศึกษามานานหลายปี นางคิดว่าตนเองมีความสามารถในด้านวิชาแพทย์ไม่น้อย ในสายตาเพื่อนร่วมงาน นางเป็นคนที่มีความรู้ลึกซึ้งที่สุดในวงการแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนปัจจุบัน จนกระทั่งนางได้สัมผัสกับตำราฝังเข็มในพิพิธภัณฑ์ ถึงได้รู้ว่าความเข้าใจของตนเองที่มีต่อการฝังเข็มยังตื้นเขินนัก
น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้นางทุ่มเทแรงกายแรงใจนำตำราฝังเข็มฉบับคัดลอกในพิพิธภัณฑ์มาได้ ทว่าเนื้อหาภายในนั้นไม่สมบูรณ์เอาเสียเลย นอกจากแตกฉานในวิชาฝังเข็มสามหยางจากบทความวิชาฝังเข็มเก้าหยินเก้าหยางแล้ว นางก็ไม่แตกฉานในวิชาใดอีก
จนกระทั่งตอนนี้ นางได้รับตำราฝังเข็มฉบับสมบูรณ์ พริบตาที่เปิดตำราเล่มนี้ นางเหมือนอยู่เบื้องหน้าโลกใบใหม่ จากการค้นคว้าตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน สุดท้ายนางก็พบกุญแจเข้าสู่โลกใบใหม่นี้ หลังจากเปิดประตูบานใหญ่ออก ทุกสิ่งทุกอย่างข้างในเป็นทั้งความคุ้นเคยและแปลกใหม่ ทำให้นางทั้งประหลาดใจและดีใจ
หลังจาก่อนหน้านี้ที่นางกับหมอหลวงสวี่คิดว่าจุดฝังเข็มบนศีรษะขององค์หญิงเชียนฟางถูกปิดกั้น และนางเปิดมันออกได้อีกครั้ง ทำให้องค์หญิงเชียนฟางฟื้นขึ้นมาได้ ทว่ากลับสูญเสียความรู้สึกที่ขาไป พวกเขาคิดว่าไม่ว่าจุดฝังเข็มบริเวณศีรษะจะพบอะไร ก็ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับการที่ขาไร้ความรู้สึกทั้งสิ้น
แต่พวกนางเข้าใจผิดไปมหันต์
ความสัมพันธ์ระหว่างศีรษะและขา หรือจะเรียกว่าความเชื่อมโยงก็ได้ แท้จริงแล้วมันเกี่ยวข้องกัน แม้กระทั่งเชื่อมต่อกันโดยตรง
เรื่องที่นางไม่เข้าใจก่อนหน้านี้ บัดนี้กระจ่างแจ้งแก่ใจแล้ว
ตอนที่เข็มเงินแทงลงสู่จุดชิงเฟิง จู่ๆ องค์หญิงก็ร้องขึ้นมาเสียงหนึ่ง “เจ็บ เจ็บมาก!”
จิ่นเอ๋อร์ปรี่เข้ามาหา ถามว่า “องค์หญิง ท่านเจ็บตรงไหนหรือเจ้าคะ”
องค์หญิงเชียนฟางกัดฟันขาวๆ หน้าผากมีเหงื่อกาฬเย็นเยียบผุดออกมา นางชี้ไปที่ขาของตนเอง “ขา เจ็บขา เจ็บมาก!”
จิ่นเอ๋อร์ตะลึงก่อนขณะหนึ่ง จากนั้นนางก็รู้สึกดีใจมาก “องค์หญิง ขาของท่านมีความรู้สึกแล้วหรือเจ้าคะ”
คราวนี้องค์หญิงเชียนฟางถึงจะตั้งสติได้ “จริงด้วย ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะทุบหรือหยิกขาอย่างไร ก็ล้วนไม่มีความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้กลับรู้สึกเจ็บแล้ว ขาของข้าหายดีแล้วหรือนี่”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ความเจ็บก็คล้ายกลับลดลงไปมากทีเดียว
นางมองไป๋จื่อด้วยความดีใจจนแทบคลั่ง “ขาของข้าหายแล้วหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ยังเจ้าค่ะ อย่าเพิ่งรีบร้อนไป มีความรู้สึกถือว่าเป็นเรื่องดี เป็นการพิสูจน์ว่าการรักษาของข้าได้ผล แต่ต้องผ่านอีกหลายกระบวนการถึงจะขุดลอกเส้นประสาทส่วนขาได้ทั้งหมด เปิดจุดที่ถูกปิดเอาไว้ได้เจ้าค่ะ”
“หมายความว่ายังมีหวังว่าจะรักษาได้ใช่หรือไม่” องค์หญิงเชียนฟางยังคงดีใจมาก
ขณะนี้ไป๋จื่อพยักหน้า “แน่นอนเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้ข้าไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้ข้ามั่นใจแล้ว องค์หญิงวางใจเถอะ ขาของท่านจะต้องกลับมาใช้งานได้ดังเดิมแน่”
องค์หญิงเชียนฟางร้องไห้ด้วยความปีติ ความสิ้นหวังก่อนหน้านี้หายไปจนเกลี้ยง ทีแรกนางอยากจะตายๆ ไปเสีย จบชีวิตนี้ของตนเอง จบสิ้นความพิการเช่นนี้
ทว่าตอนนี้นางมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ว่านางจะกลับมาเป็นดังเดิมได้
องค์หญิงเชียนฟางจับมือของไป๋จื่อไว้ “ขอบคุณเจ้ามาก!”
ไป๋จื่อตบหลังมือของอีกฝ่ายเบาๆ พลางยิ้มจาง “เป็นสิ่งที่ข้าควรจะทำอยู่แล้ว องค์หญิงตั้งใจรักษาตัวก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
องค์หญิงเชียนฟางพยักหน้า ไม่นานนักนางก็ชักมือกลับ เพราะนางไม่ชินที่จะมีใครถูกเนื้อต้องตัวนาง เมื่อครู่นางทำไปเพราะความรู้สึกล้วนๆ
เด็กสาวตรงหน้าผู้นี้อายุน้อยกว่านางหลายปี แต่กลับมีวิชาแพทย์ที่น่าตื่นตะลึง ช่วยขจัดความสิ้นหวังของนางไปได้