คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 851 ไม่อิจฉาองค์หญิง / ตอนที่ 852 เทียบหน้ากับหนังสือผุพังเล่มหนึ่งไม่ได้
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 851 ไม่อิจฉาองค์หญิง / ตอนที่ 852 เทียบหน้ากับหนังสือผุพังเล่มหนึ่งไม่ได้
ตอนที่ 851 ไม่อิจฉาองค์หญิง
“อิจฉาเจ้ายิ่งนัก!” องค์หญิงเชียนฟางมองไป๋จื่อที่กำลังถอนเข็ม จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น
ไป๋จื่อชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกฝ่าย ดวงตานอกผ้าบังหน้าคู่นั้นงดงามจนทำเอานางลืมหายใจเลยทีเดียว
“อิจฉาข้า? อิจฉาอะไรข้าหรือเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงหมอหญิงคนหนึ่ง ธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง องค์หญิงต่างหากเป็นถึงหงส์ในหมู่ผู้คน คนเป็นหมื่นพันต่างก็มององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ด้วยความอิจฉาทั้งนั้น”
องค์หญิงเชียนฟางส่ายหน้า “เจ้าพูดชมข้าเช่นนี้ หมายความว่าเจ้าอิจฉาความสูงศักดิ์ของข้าหรือ”
ไป๋จื่อลุกขึ้นยืน นางมององค์หญิงเชียนฟางด้วยแววตามีเลศนัย “องค์หญิงอยากฟังความจริง หรือว่าอยากฟังคำลวงเล่าเจ้าคะ”
“แน่นอนว่าต้องเป็นความจริง ทั้งชีวิตนี้ข้าได้ยินคำลวงมามากนัก ไม่อยากฟังอีกแล้วละ” องค์หญิงเชียนฟางว่า
ไป๋จื่อเพิ่งรู้จักกับอีกฝ่ายได้ไม่นาน สนทนากันเพียงไม่กี่คำ แต่กลับรู้สึกได้ว่าบนกายของนางมีความกังวลแผ่ฟุ้งออกมาอยู่ตลอด ไม่ใช่ความกังวลที่เกิดหลังจากพบเจอโศกนาฎกรรม แต่เป็นความรู้สึกที่สื่อออกมาจากภายในสู่ภายนอก
นางไม่เหมือนกับองค์หญิงในละครโทรทัศน์หรือในนิยายเหล่านั้น และไม่ได้มีความรู้สึกห่างเหินจนถึงขั้นที่คนอื่นไม่อาจเข้าใกล้ ตอนที่นางมองคนอื่นก็ไม่มีความเหยียดหยามเพราะคิดว่าตนเองสูงส่งกว่าอยู่เลย
ดังนั้นไป๋จื่อจึงยอมพูดจากับนางอยู่หลายประโยค
“พูดตามตรง ข้าไม่ได้อิจฉาองค์หญิงเลยเจ้าค่ะ”
เชียนฟางเลิกคิ้ว แต่ในแววตากลับไม่มีความประหลาดใจเลยสักนิด “โอ้? พูดให้ละเอียดหน่อยได้หรือไม่”
ไป๋จื่อนั่งลงที่ข้างเตียง สบตากับเชียนฟางในระดับเดียวกัน มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้น ยามพูดจากันจึงเหมือนกับเป็นเพียงบทสนทนาระหว่างเพื่อน
“คนอื่นจะเป็นอย่างไรข้าไม่รู้ แต่สำหรับข้าไป๋จื่อ แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยอยากเป็นองค์หญิงที่เหมือนกับนกในกรงทอง อย่างไรเสียท้องฟ้าก็อยู่สูง พื้นดินอยู่ต่ำ โลกทั้งผืนกว้างใหญ่มาก ข้าอยากจะไปเห็นทั้งหมดนั้น”
เชียนฟางยิ้มถามว่า “เจ้าเปรียบข้าเป็นนกหรือนี่”
ไป๋จื่อยักไหล่ “สตรีบนโลกใบนี้ตั้งแต่เกิดจนตาย ส่วนใหญ่แล้วก็ถูกเลี้ยงดูด้วยวิธีการเดียวกับการดูแลนกในกรงทั้งนั้น อยู่บ้านต้องเชื่อฟังบิดา ออกเรือนต้องเชื่อฟังสามี ตลอดทั้งชีวิตไม่มีอิสระ มีแต่ต้องยืนอยู่ข้างหลังคนอื่นไปตลอดชีวิต ไม่มีใครสนใจ”
“บางคนมีชีวิตเหมือนนกกระจอก แต่บางคนมีชีวิตเหมือนนกขมิ้น องค์หญิงท่านไม่ใช่ทั้งนกกระจอกและนกขมิ้น ทว่าท่านเป็นหงส์ น่าเสียดายนักที่ต้องอยู่ในกรงที่หรูหราขนาดใหญ่กว่าคนอื่น”
จิ่นเอ๋อร์ได้ฟังดังนั้นก็ทุกข์ใจอยู่บ้าง นางยื่นมือไปลูบแขนของไป๋จื่อ เป็นการบอกว่าอย่าพูดต่อไปอีกเลย
แต่เชียนฟางกลับเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ขอบเขตของข้าอยู่ที่ใดข้ารู้ดี แม่นางไป๋ก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง”
“พูดขึ้นมาแล้ว ข้าก็เป็นแค่หงส์ที่ถูกขังอยู่ในกรงไม่ใช่หรือ แม้ว่าวันนี้จะได้ออกจากกรง แต่ขาของข้ากลับมีเชือกพันธนาการเอาไว้ ปลายเชือกนี้เชื่อมกับกรงของข้า ไม่ช้าก็เร็วข้าต้องกลับไปอยู่ในกรงนั้น”
ยามที่พูดถึงตรงนี้ ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไม่ใช่ความจนใจและกลัดกลุ้มยามที่สูญเสียอิสระไปเช่นนั้น แต่เป็นความโศกา แม้กระทั่งขมขื่นยิ่ง
ท่ามกลางความรู้สึกเหล่านี้คล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ธรรมดา แต่ว่ามันคืออะไรกันนะ
ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง กล่าวอีกว่า “นี่อาจจะเป็นชีวิตกระมัง”
เชียนฟางเงยหน้าขึ้น กะพริบดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อท่วม “ชีวิตคืออะไรกันแน่”
“ถึงจะไม่อาจเลือกเกิดได้ แต่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างจนใจหรือเด็ดเดี่ยว นี่ต่างหากที่เรียกว่าชีวิต” ไป๋จื่อยิ้มขื่น
ฝ่ายเชียนฟางจดจ้องไปที่ไป๋จื่อ “เจ้าเล่า? ตอนนี้เจ้าก็มีชีวิตที่จนใจเหมือนกันหรือไม่”
ความขมขื่นในแววตาของไป๋จื่อหายไปจนสิ้น “ไม่เจ้าค่ะ ชีวิตตอนนี้ของข้าดีมาก แม้จะมีบ้างที่ไม่อาจไปไหนมาไหนได้ตามใจ แต่ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นเช่นที่ข้าหวังไว้ ข้าไม่ได้จนใจ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้เจ้าค่ะ”
……….
ตอนที่ 852 เทียบหน้ากับหนังสือผุพังเล่มหนึ่งไม่ได้
เชียนฟางถอนใจเสียงหนึ่ง “ข้าอิจฉาเจ้ามากจริงๆ ที่สามารถทำสิ่งที่ตนเองอยากทำได้ ไม่ต้องไปสนใจขนบประเพณีเหล่านั้น”
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้นางไม่ต้องสนใจเพราะอายุยังไม่ถึงขั้น พวกผู้ใหญ่จึงหลับตาข้างหนึ่งกับพฤติกรรมของนาง แต่เมื่อนางปักปิ่นแล้ว ถึงวัยที่จะแต่งงานได้ นางคงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านไปทำอาชีพหมอต่อไปกระมัง
นี่เป็นเรื่องที่นางหนักใจมาโดยตลอด นางไม่อยากเป็นนกกระจอก ไม่อยากทอดทิ้งวิชาที่เรียนไป ไม่อยากได้รับชีวิตใหม่อีกครั้งโดยที่ไม่ได้ทำอะไร
“เอาละ องค์หญิง ท่านควรพักผ่อนแล้ว” ไป๋จื่อลุกขึ้นยืน
เชียนฟางจับมือนางไว้อีกครั้ง “แม่นางไป๋ ข้ายินดีนักที่ได้รู้จักเจ้า มาคุยเล่นเป็นเพื่อนข้าบ่อยๆ ได้หรือไม่”
ไป๋จื่อยิ้มพลางพยักหน้า “แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าเองก็ยินดีที่ได้รู้จักองค์หญิงเช่นกัน ข้าจะมาหาท่านทุกวัน ยามที่ข้าไม่อยู่ ท่านต้องเชื่อฟังจิ่นเอ๋อร์นะเจ้าคะ กินยาให้ตรงเวลา พักผ่อนให้ตรงเวลา อย่าฝ่าฝืนเด็ดขาด”
เชียนฟางเห็นอีกฝ่ายรับคำ นางก็รีบพยักหน้า ใบหน้าข้างใต้ผ้าโปร่งปรากฏรอยยิ้มงดงามจับใจ
ครั้นประตูห้องตรวจเปิดออก หมอหลวงสวี่ปรี่เข้ามาเป็นคนแรก เขาถามไป๋จื่อว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”
ไป๋จื่อยิ้มจาง “ได้ผลเจ้าค่ะ ข้าว่าข้ารู้แล้วว่าควรรักษาอย่างไร”
“ใช้วิชาฝังเข็มหรือไม่” หมอหลวงสวี่จ้องไป๋จื่อเขม็ง หัวใจเต้นตึกตักแทบคลั่ง
ไป๋จื่อพยักหน้า “เป็นวิชาฝังเข็มเจ้าค่ะ วิชาแพทย์นี้ลี้ลับและมหัศจรรย์มาก มันเหมือนกับโลกของวิชาแพทย์ที่ใหม่เอี่ยม ภายในนั้นมีสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดถึง และไม่มีทางจะคิดถึงได้เลย หมอหลวงสวี่ นำตำรามาด้วยหรือไม่เจ้าคะ”
หมอหลวงสวี่ได้ฟังดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบหันไปบอกหมอตี๋ “เร็ว นำตำรามา”
ทั้งสองคนออกจากประตูห้องตรวจ มุ่งหน้าไปยังห้องยาที่อยู่อีกดานหนึ่ง
ฉู่เยี่ยนยืนอยู่ที่หน้าประตู ทว่าไป๋จื่อเหมือนจะไม่ได้มองเขาสักครั้ง ยามที่นางได้ตำราปกหนังสีน้ำเงินไว้ในมือ นางไม่ละสายตาออกไปจากมันเลยด้วยซ้ำ พลางเดินไปข้างหน้าโดยตรง…
เขาลูบหน้าของตนเอง “ใบหน้านี้ของข้า เทียบกับหนังสือผุพังเล่มหนึ่งไม่ได้หรือนี่”
ประตูห้องตรวจปิดลงอีกครั้ง เดิมทีฉู่เยี่ยนไม่คิดจะไปเยี่ยมองค์หญิงอยู่แล้ว จึงตามไป๋จื่อและหมอหลวงสวี่ไปที่ห้องยาบ้าง
ทันทีที่เขาผ่านประตูเข้าไป เขาปิดตำราที่ไป๋จื่อถืออยู่ในมือทันที “เจ้าอดหลับอดนอนมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าต้องพักผ่อน”
แม้หมอหลวงสวี่จะอยากรั้งนางไว้อย่างมาก ให้นางถ่ายทอดวิชาเหล่านั้นให้กับเขา แต่เมื่อเห็นตาแดงๆ ทั้งสองข้างของไป๋จื่อ อีกทั้งสีหน้าเหนื่อยล้านั่นอีก เขาจึงตัดใจพูดออกไปว่า “ไม่สู้เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน ข้าจะลองอ่านตำราดูเอง หากมีตรงไหนไม่เข้าใจ ข้าจะรอเจ้ามาอธิบายให้ฟังหลังจากพักผ่อนแล้ว เป็นอย่างไร”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าเองก็เหนื่อยแล้วจริงๆ”
ฉู่เยี่ยนพาไป๋จื่อออกจากวัง ทั้งสองคนนั่งรถม้ากลับจวน ภายในนั้นมีเพียงแค่พวกเขาสองคน
ความจริงแล้วพวกเขาควรจะหลีกเลี่ยงกันและกันในสถานการณ์ตอนนี้ ที่นี่คือเมืองหลวงที่มีกฎเกณฑ์มากมาย ไม่เหมือนหมู่บ้านหวงถัว คนที่นั่นมีชีวิตรอดในแต่ละวันได้ก็ไม่เลวแล้ว จะมาสนใจเรื่องพวกนี้ไปไย
แต่ไหนแต่ไรไป๋จื่อไม่สนใจอยู่แล้ว ย่อมไม่รู้สึกว่าไม่เหมาะสม ส่วนฉู่เยี่ยนก็รอคอยโอกาสเช่นนี้มาโดยตลอด ยิ่งไม่อาจพูดว่าไม่เหมาะสม
ฉู่เยี่ยนกำชับคนบังคับรถม้าเบาๆ ให้เขาบังคับรถม้าช้าหน่อย เช่นนี้แล้วตนจะได้มีเวลาอยู่กับนางมากขึ้นอีกพักหนึ่ง
รถม้าวิ่งไปได้ไม่นาน ทั้งสองคนยังไม่ทันได้พูดคุยกัน รถม้าที่โคลงเคลงไปมาก็กล่อมให้นางผล็อยหลับไปแล้ว
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ปวดใจจริงๆ พลันโอบนางเข้ามาในอ้อมกอด ให้นางพิงตนเองหลับ
เขาคิดว่าไป๋จื่อจะปฏิเสธ หรือแม้กระทั่งผลักร่างเขาออกในทันที แต่ใครจะรู้ว่าเด็กสาวในอกกลับไม่ขยับเลยสักนิดเดียว ลมหายใจของนางมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง นางหลับไปแล้วจริงๆ…