คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 853 ร่วมรถคันเดียวกัน / ตอนที่ 854 หนังสือแจ้งรับศพ
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 853 ร่วมรถคันเดียวกัน / ตอนที่ 854 หนังสือแจ้งรับศพ
ตอนที่ 853 ร่วมรถคันเดียวกัน
“เหตุใดหลับเร็วเช่นนี้” เขาไม่ค่อยพอใจอยู่บ้าง เขากอดนางเช่นนี้แล้ว นางควรจะเขินบ้างไม่ใช่หรือไร
ชายหนุ่มกอดนางเช่นนี้ไปตลอดทาง ก่อนที่รถม้าจะหยุดลงที่หน้าประตูสกุลตงฟาง เขากลับไม่อาจตัดใจปลุกนาง จึงกอดนางอยู่ในรถม้าต่อไป
ตงฟางมู่กลับมาจากข้างนอก เห็นรถม้าจากในวังจอดแน่นิ่งอยู่นอกประตู อีกทั้งมีบันไดวางไว้อีกด้วย เห็นได้ชัดว่าคนข้างในยังไม่ออกมา
เขายืนมองจากหน้าประตู อยากจะรู้ว่าใครกันที่อยู่ข้างในรถม้าไม่ยอมออกมา ผลสุดท้ายเขารออยู่พักใหญ่แล้วก็ยังไม่มีใครออกมาอยู่ดี
ทันใดนั้นเขาก็ถามคนบังคับรถม้า “ใครอยู่ข้างใน”
ไหนเลยคนบังคับรถม้าจะไม่ตอบ “เรียนท่านตงฟาง เป็นจิ้นอ๋องกับคุณหนูไป๋ขอรับ”
ตงฟางมู่ตาถลนทันใด หมายความว่าอย่างไร สองคนนั้นนั่งรถม้ากลับมา แล้วไฉนถึงหน้าบ้านแล้วไม่ออกมา ทำอะไรกันอยู่ข้างใน หรือว่า…
เขากัดฟัน ให้คนบังคับรถม้าหลบไปหน่อย เขาจะได้เปิดผ้าม่านมองเข้าไปข้างใน
หากเสื้อผ้าของจื่อเอ๋อร์หลุดลุ่ยจะทำอย่างไรดี
เช่นนั้นเขาต้องเตะเจ้าหนุ่มฉู่เยี่ยนจนตายแน่
หลังจากคนบังคับรถม้าหลบไป ตงฟางมู่ก็ก้าวเข้าไปเปิดผ้าม่าน เห็นฉู่เยี่ยนนั่งเรียบร้อยอยู่ด้านใน ส่วนไป๋จื่อนอนพิงอยู่ในอ้อมกอดของเขา ท่าทางกำลังหลับอยู่…
ตงฟางมู่พลันโมโหขึ้นมา เขาตะคอกถามฉู่เยี่ยน “เกิดอะไรขึ้น ไม่รู้จักประเพณีหรือไร ยังไม่ปล่อยมืออีก”
ฉู่เยี่ยนยิ้มเจื่อน “อาจารย์ หากข้าปล่อยมือ นางจะล้มลงนะขอรับ”
ทว่าตงฟางมู่ตะกายขึ้นรถมาแล้ว “ข้าอุ้มนางเอง เจ้าหลบไป”
ปกติตงฟางมู่ชอบฉู่เยี่ยนผู้นี้ทีเดียว แต่ทุกครั้งที่เห็นชายหนุ่มเอาเปรียบหลานสาวตน เขาก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
ฉู่เยี่ยนไม่ขยับ “หากข้าขยับ นางจะตื่นนะขอรับ”
“ตื่นก็ตื่นไปสิ!” แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เขายังคงกดเสียงตัวเองลงให้เบาที่สุด เมื่อคืนไป๋จื่อไม่ได้กลับมาที่จวน ตอนเช้าเขาจึงไปสอบถามในวัง ได้ความมาว่าเมื่อคืนนางศึกษาตำราแพทย์ตลอดทั้งคืนเพื่อค้นหาวิธีรักษาองค์หญิง ตอนที่เขาได้ยินดังนั้นย่อมต้องรู้สึกปวดใจเป็นธรรมดา
สองศิษย์และอาจารย์ไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดไป๋จื่อก็ตื่นแล้ว เพราะไม่มีความโคลงเคลงของรถม้าอีก บวกกับเสียงของบุรุษทั้งสองคนอีก จะปลุกนางตื่นก็เป็นเรื่องธรรมดา
“ข้าหลับไปหรือนี่” นางขยับกายออกจากอ้อมกอดของฉู่เยี่ยน ก่อนจะเห็นว่าตงฟางมู่ก็อยู่ในรถด้วย ขณะนี้กำลังมองพวกนางสองคนด้วยท่าทางโกรธขึ้ง นางจึงยิ้มพร้อมกับหน้าแดง “ท่านตา ข้าง่วงมากจริงๆ อย่าถือโทษเขาเลยนะเจ้าคะ”
ตงฟางมู่แค่นเสียง “นี่ยังไม่ทันแต่งงานกันเลย พวกเจ้าก็จับมือถือแขนกันอยู่ข้างนอกแล้ว ต่อไปแต่งงานแล้ว พวกเจ้ายังจะเห็นตาแก่คนนี้ในสายตาหรือไม่”
ไป๋จื่อหัวเราะโดยกลัน “ต้องเห็นสิเจ้าคะ ต้องเห็นอย่างแน่นอน ท่านเป็นท่านตาที่ข้ารักมาที่สุด พวกเรากลับเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะห่อเกี๊ยวให้ท่านกินเอง”
บัดนี้ตงฟางมู่รู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก แม้เขาจะอยากกินเกี๊ยวที่นางห่อเพียงใด แต่เขาอยากให้นางพักผ่อนให้เต็มอิ่มมากกว่า
“วันนี้ข้าไม่อยากกินเกี๊ยว”
ตงฟางมู่ชอบกินเกี๊ยวมากเพียงใด ไป๋จื่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขากินมันได้ตลอดทั้งสามมื้อ ทุกมื้อจะต้องมีเกี๊ยวชิ้นใหญ่แป้งบางใส่ไส้หมูและกุยช่าย เขาบอกว่าไม่กินเช่นนี้ ชัดเจนว่าไม่อยากให้นางเหนื่อย
ทั้งสามคนลงจากรถม้า ฉู่เยี่ยนถือโอกาสตามเข้าไปด้วย แต่ตงฟางมู่กลับขวางไว้ “เจ้าจะเข้าไปทำอะไร รีบกลับวังไปเสีย ฉู่เฟิงไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อของเจ้าอีกแล้ว บอกว่าไม่อยากให้เจ้าทำอะไรที่พาลเสื่อมเสียไปถึงราชวงศ์ เจ้าไปจับตาดูเขาหน่อยก็ดีนะ”
ฉู่เยี่ยนโบกมือ “ปล่อยเขาเถอะขอรับ ข้าไม่มีเรื่องอะไรที่เสื่อมเสียไปถึงราชวงศ์อยู่แล้ว หากเสด็จพ่อจะเชื่อ เขาพูดอะไรพระองค์ก็เชื่อทั้งนั้น หากไม่เชื่อ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ แล้วข้าจะไปทำไมเล่าขอรับ”
“ก็จริงของเจ้า” ตงฟางมู่พยักหน้า ก่อนพลิกมือขึ้นดันร่างฉู่เยี่ยนออกไป แล้วสั่งให้คนเฝ้าประตูปิดประตู ไม่อนุญาตให้เขาเข้ามา
……….
ตอนที่ 854 หนังสือแจ้งรับศพ
ไป๋จื่อไม่เข้าใจ “ท่านตา เหตุใดท่านไม่ให้เขาเข้ามาเล่าเจ้าคะ”
“เจ้าควรพักผ่อนแล้ว หากเขาเข้ามา แล้วเจ้าจะพักผ่อนได้อย่างไร” ตงฟางมู่กล่าว
…
ทางตะวันตกเฉียงเหนือ หมู่บ้านหวงถัว
เจ้าพนักงานคนหนึ่งนำหนังสือราชการมาให้จางซูเหมยและเจ้ารอง
สองสามีภรรยาไม่รู้หนังสือ จึงให้เจ้าพนักงานอ่านให้ฟัง สีหน้าของทั้งสองคนคร่ำเคร่งมาก ถึงอย่างไรเสียบุตรสาวก็จากไปนานแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่านางทำอะไรอยู่ข้างนอกนั่น เมื่อเห็นเจ้าพนักงานมาหา ในใจจึงเครียดเกร็งขึ้นมาทันที
“เจ้าใหญ่ไป๋และไป๋ต้าเป่าก่อเรื่องใหญ่ในเมืองหลวง ถูกจับขังคุกแล้ว ยังไม่ทันได้มีการไต่สวนอย่างเป็นทางการ พวกเขาก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเสียแล้ว นี่เป็นหนังสือประกาศจากที่ว่าการเมือง” เจ้าพนักงานกล่าว
เจ้าใหญ่และต้าเป่าตายแล้ว? เช่นนั้นแล้วเจินจูเล่า
“ตายแล้ว? เท่านี้เองน่ะหรือ”
เจ้าพนักงานพยักหน้า “เท่านี้เอง ไม่มีอย่างอื่นแล้ว”
“ในนั้นได้เอ่ยถึงญาติคนอื่นหรือไม่”
บัดนี้เจ้าพนักงานส่ายหน้า “ไม่ได้เอ่ยถึง หากมีญาติคนอื่น หนังสือประกาศนี้คงไม่ส่งมาที่นี่ มันถูกส่งมาที่นี่ก็หมายความว่าให้พวกเจ้าไปรับศพ แต่หากพวกเจ้าไม่ไป ทางการก็จะจัดการกันเองตามระเบียบ”
เจ้ารองกัดฟันไม่พูดจา มือที่จับประกาศสั่นเทาเล็กน้อย
ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าใหญ่ถึงต้องวางยาพิษพวกเขาทั้งครอบครัว วางยาพิษไม่ว่า ยังเผาบ้านจนวอดวายอีกต่างหาก ทำเอาพวกเขากลายเป็นคนที่ตอนนี้ไม่มีแม้กระทั่งบ้านดีๆ อาศัยอยู่
แล้วไฉนเจินจูต้องตามพวกเขาไปด้วย นางสมัครใจไป หรือว่าถูกบังคับไป พวกตนถูกวางยาพิษ ถูกเผาบ้าน เจินจูนางรู้บ้างหรือไม่
“ทำอย่างไรดี” จางซื่อมองเจ้ารอง
เจ้ารองส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ถึงอย่างไรเสียก็เป็นพี่ใหญ่และหลานชายของเขา เขาเองก็อยากรับพวกเขากลับมาจากเมืองหลวง ฝังพวกเขาไว้ในหลุมศพของสกุลไป๋
แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งครอบครัวขัดสนยิ่งนัก ไม่มีเงินค่าเดินทางไปเมืองหลวงโดยสิ้นเชิง ต่อให้มีเงินขาไป ก็ไม่มีเงินขากลับมาอยู่ดี
เจ้ารองมองจางซูเหมย “เจ้าคิดเห็นอย่างไร”
จางซูเหมยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น “ข้าอยากไป”
“เจ้าว่าอะไรนะ” เจ้ารองตะลึงงัน
“ข้าอยากไปเมืองหลวง ในเมื่อเจ้าใหญ่และต้าเป่าล้วนพบเรื่องร้ายที่เมืองหลวง เช่นนั้นเจินจูจะต้องอยู่ที่เมืองหลวงแน่นอน นางไม่รู้ประสาอะไร จะต้องถูกพวกเจ้าใหญ่หลอกไปเป็นแน่ หากพวกเราไม่ไปรับนางกลับมา นางถูกพวกเขารังแกแล้วจะทำเช่นไร”
ถึงอย่างไรเสียก็เป็นบุตรสาวของตนเอง นางทนวางเฉยไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะตอนนี้ได้รู้ว่าเจ้าใหญ่และต้าเป่าตายแล้ว นางยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของเจินจูยิ่งกว่าเดิม
“แต่พวกเราจะไปได้อย่างไร ตอนนี้พวกเรามีปัญหาแม้กระทั่งเรื่องอาหารการกิน หนทางไปเมืองหลวงก็ยาวไกล ระหว่างทางจะกิน ดื่ม หรือนอนหลับต้องใช้เงินทั้งสิ้น พวกเราจะหาเงินมาจากที่ไหนกัน” เจ้ารองถาม
จางซูเหมยมองบ้านที่ถูกไฟไหม้จนดำเมี่ยมแต่ก็ยังไม่ล้มลงอยู่ไกลๆ “พวกเราขายบ้านกับที่นา ไม่ว่าอย่างไรเจินจูก็เป็นบุตรสาวของพวกเรา พวกเราจะไม่สนใจนางไม่ได้”
เจ้ารองถอนใจเสียงหนึ่ง ในที่สุดก็พยักหน้า “ได้ ว่าตามเจ้าแล้วกัน”
…
ไป๋จื่อพักอยู่ในจวนหนึ่งวันเต็มๆ ก่อนที่นางจะกลับไปที่สำนักหมอหลวงด้วยความกระปรี้กระเปร่า ขาขององค์หญิงไม่ค่อยเจ็บแล้ว ฟื้นความรู้สึกกลับมาได้ไม่น้อย ขยับเขยื้อนได้ แต่ยังออกแรงมากไม่ได้
“เป็นอย่างไร” นางกดจุดหยางกวนพลางถาม
เชียนฟางมุ่นคิ้ว “เจ็บ!”
ไป๋จื่อพยักหน้า จากนั้นก็กดอีกหลายสุด อีกฝ่ายล้วนบอกว่าเจ็บทั้งสิ้น
“เหตุใดเจ็บทั้งหมดเลยเล่า คงไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกใช่หรือไม่” จิ่นเอ๋อร์ถาม
ไป๋จื่อโบกมือ “เจ็บเป็นเรื่องดี บ่งบอกว่ากำลังฟื้นความรู้สึกกลับมา ตอนนี้ข้าต้องฝังเข็มแล้ว เจ้าไปปิดประตูเถอะ”