คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 855 มีคนรัก แต่ยากจะเป็นครอบครัวเดียวกัน / ตอนที่ 856 พี่ชายของท่านอาการดีขึ้นบ้างหรือไม่
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 855 มีคนรัก แต่ยากจะเป็นครอบครัวเดียวกัน / ตอนที่ 856 พี่ชายของท่านอาการดีขึ้นบ้างหรือไม่
ตอนที่ 855 มีคนรัก แต่ยากจะเป็นครอบครัวเดียวกัน
การฝังเข็มต้องเปลือยขา หากเปิดประตูเอาไว้ อาจจะมีใครทะเล่อทะล่าเข้ามาก็ได้
จิ่นเอ๋อร์นึกได้ว่าตนช่วยอะไรไม่ได้มากขณะที่ทำการฝังเข็ม อีกทั้งองค์หญิงบอกว่าอยากกินโจ๊กที่ไป๋จื่อทำให้คราวก่อน สิ่งที่ห้องครัวส่งมาให้ไม่ค่อยถูกปาก นางจึงออกไปเรียนต้มโจ๊กด้วยตนเองเสียเลย
ภายในห้องเหลือเพียงไป๋จื่อและองค์หญิงเชียนฟางสองคน
ตอนที่ไป๋จื่อกำลังถอนเข็ม องค์หญิงพิจารณาไปจื่ออย่างเงียบๆ แม่นางน้อยอายุสิบสามสิบสี่ผู้นี้ แม้ความอ่อนเยาว์บนใบหน้าจะยังไม่หมดไป แต่กลับซ่อนความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ไม่มิด
สตรีเช่นนางจะคู่ควรกับบุรุษคนใดกัน
คงจะดีไม่น้อยหากบุรุษผู้นั้นเป็นพี่ชายของนาง
“แม่นางไป๋ เจ้ามีคนที่ชอบพอหรือไม่” ไม่รู้ว่าบ้าไปแล้วหรือไม่ นางกล้าถามออกไปเช่นนี้ได้อย่างไรกัน พอถามออกไปแล้วถึงจะรู้สึกนึกเสียใจขึ้นมา
แต่คำพูดเมื่อพูดออกไปแล้ว จะเก็บกลับมาได้อย่างไรเล่า
“ขออภัย ข้า…ข้าเพียงแต่…”
นางอยากจะอธิบายสักหน่อย แต่ไป๋จื่อกลับตอบอย่างตรงไปตรงมา “มีเจ้าค่ะ ข้ามีคนที่ชอบพอแล้ว”
องค์หญิงเชียนฟางชะงัก นางคิดไม่ถึงเลยว่าไป๋จื่อจะตอบตรงๆ เช่นนี้ ไม่มีท่าทางขวยเขินอีกต่างหาก แม้แต่อาการหน้าแดงก็ไม่มีเช่นกัน
ไป๋จื่อเหมือนมองเห็นความคิดของนาง จึงยิ้มกล่าว “ชอบคนผู้หนึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรน่าปิดบัง ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าจะแต่งงานกันหรือไม่” องค์หญิงเชียนฟางรีบถาม
ทว่าไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่รู้หรอกเจ้าค่ะ เรื่องของอนาคต ใครเล่าจะพูดได้แน่นอน”
“แล้วเขาชอบเจ้าหรือไม่”
“เขาก็ชอบข้าเช่นกัน เดิมทีพวกข้าหมั้นหมายกันอยู่แล้ว แต่เรื่องราวบนโลกยากจะคาดเดา ใครจะรับประกันได้ว่าคนที่มีหมั้นหมายต่อกัน สุดท้ายแล้วจะได้อยู่ร่วมกันหรือไม่” ยามที่นางพูด นางไม่มีความรู้สึกโศกเศร้าอะไร เพียงแต่เล่าเรื่องหนึ่งอย่างเรียบสงบเท่านั้น
เมื่อได้ฟังดังนั้นแล้ว องค์หญิงเชียนฟางก็ตาแดงทันที นางเอ่ยเสียงสะอื้นว่า “แท้จริงแล้วเป็นเช่นนั้น เรื่องราวบนโลกยากจะคาดเดา มีคนรัก แต่ยากจะเป็นครอบครัวเดียวกัน”
ไป๋จื่อพลันมีสีหน้าฉงน เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่แท้ๆ เหตุใดถึงร้องไห้ขึ้นมาได้เล่า หรือคำพูดของนางจี้ใจดำของอีกฝ่ายเข้า ความกังวลในสายตาเหล่านั้นมีที่มาเช่นนี้เองหรือนี่
“องค์หญิงเป็นอะไรไปเจ้าคะ” เดิมทีนางไม่อยากถาม แต่ก็ไม่อยากทำเป็นมองไม่เห็นเช่นกัน บางทีองค์หญิงอาจจะรอให้นางถามอยู่ก็เป็นได้
ความขมขื่นในใจสตรีเมื่อมันสะสมไว้มากๆ เข้า ก็ต้องการเวลาระบายออกมา หากไม่ระบายออกมาละก็ สุดท้ายจะกลายเป็นความกลัดกลุ้ม ทำให้ล้มป่วยได้ง่ายนัก
เชียนฟางมองไป๋จื่อพร้อมน้ำตานองหน้า “เจ้าอยากฟังเรื่องในอดีตของข้าจริงๆ หรือ”
ไปจื่อวางกระเป๋าเข็มที่เก็บเรียบร้อยแล้วลง จากนั้นก็ห่มผ้าให้องค์หญิงอย่างดี แล้วนั่งลงข้างเตียง “น่าเสียดายที่ไม่มีสุรา สุรากับเรื่องในอดีตเข้ากันดีที่สุดเชียวเจ้าค่ะ” นางยิ้ม รอยยิ้มของนางจริงใจนัก
เชียนฟางพยักหน้า พลางกล่าวขอบคุณ
นางเป็นองค์หญิงของแคว้นหนึ่ง ไยกล่าวขอบคุณคนอื่นบ่อยเช่นนี้ ตั้งแต่รู้จักกับไป๋จื่อ นางแทบจะแขวนคำว่าขอบคุณไว้ที่ข้างปากอยู่ตลอด
เมื่อนางสงบสติอารมณ์ได้แล้ว นางก็ไม่สะอึกสะอื้นอีก คราวนี้ถึงเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตที่ทำให้นางโศกาเสมอมา
“ข้ามีเพื่อนเล่นสมัยเด็กอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นซื่อจื่อของจวนเจิ้นหนานโหวแห่งแคว้นจิน ตั้งแต่เล็กเขาก็เข้าวังเป็นเพื่อนเรียนของพี่ใหญ่ข้า ข้าเองก็สนิทกับพี่ใหญ่มาก พวกเราสามคนมักจะเล่นด้วยกันเสมอ เมื่อข้าเริ่มโตขึ้นถึงรู้เรื่องชายหญิง ความรู้สึกในใจของข้ามีไว้เพื่อเขา เขาสารภาพรักกับข้าเช่นกัน อีกทั้งขอร้องเจิ้นหนานโหวให้มาสู่ขอข้ากับเสด็จพ่อของข้าด้วย”
“ทีแรกเสด็จพ่ออนุญาต ข้าคิดว่าข้าจะต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ได้แต่งกับบุรุษที่ตนรัก ได้อยู่ร่วมกับเขา แก่เฒ่าไปด้วยกัน”
“แต่ใครจะรู้ว่าภาพสวยหรูไม่คงอยู่นาน เมื่องานแต่งงานใกล้มาถึง จู่ๆ เสด็จพ่อของข้าก็ลงมือกับบจวนเจิ้นหนานโหว รับสั่งให้สังหารพวกเขาทั้งตระกูล ทั้งหมดเก้าชั่วโคตร...”
……….
ตอนที่ 856 พี่ชายของท่านอาการดีขึ้นบ้างหรือไม่
ข่าวนี้เหมือนกับท้องฟ้าที่สดใสพลันกลายเป็นพายุคะนอง ทำลายชีวิตและภาพฝันของนางจนเป็นเศษเสี้ยว
นางถูกขังไว้ จึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับจวนเจิ้นหนานโหว เพียงไม่กี่วันเท่านั้น จวนเจิ้นหนานโหวที่เดิมทีรุ่งเรืองก็หายไปจากโลกในค่ำคืนเดียว
เจิ้นหนานโหวที่รับใช้กองทัพมากว่ายี่สิบปี กลับมีข้อหากบฏด้วยวาจาเพียงคำเดียว
ไป๋จื่อมุ่นคิ้ว “คู่หมั้นของท่านก็ถูกเสด็จพ่อของท่านประหารหรือเจ้าคะ”
เชียนฟางพยักหน้า แต่จากนั้นก็ส่ายหน้า “เขาถูกเสด็จพ่อสั่งประหาร แต่เขาหนีไปได้ เป็นท่านพี่ลอบส่งคนไปช่วยเหลือ ช่วยให้เขาหนีออกไปได้”
“ดังนั้นตอนนี้ท่านกับเขากลายเป็นศัตรูกันแล้วหรือ” ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง ต่อให้คู่หมั้นของนางยังมีชีวิตอยู่ แต่เกรงว่าจะไม่อาจอยู่ด้วยกันได้แล้วกระมัง
ความเคียดแค้นเพราะอีกฝ่ายทำลายตระกูล ไหนเลยจะบอกว่าลืมก็ลืมได้เล่า
“ไม่ ไม่ใช่ พี่หลางไม่ได้มองข้าเป็นศัตรู ไม่มีทาง” เชียนฟางกล่าว
“แล้วพวกท่านได้พบกันหรือไม่” ไป๋จื่อเลิกคิ้ว
เชียนฟางพยักหน้า “พบแล้ว หลังจากที่ข้ากับท่านพี่ออกจากแคว้นจิน เขาลอบมาพบข้า แต่น่าเสียดายที่พวกเรายังไม่ได้สนทนากัน องครักษ์ก็มาพบเข้าเสียก่อน เขาถนัดบุ๋น ไม่ถนัดบู๊ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ขององครักษ์ เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็บาดเจ็บหนักแล้ว เขาบอกว่าจะรอข้าอยู่ที่แคว้นฉู่ เขาจะพาข้าหนีไปให้ไกล”
“เขาผิดนัดหรือเจ้าคะ” ไป๋จื่อถาม
บัดนี้เชียนฟางตาแดงก่ำ “ไม่ใช่ เขาไม่ได้ผิดนัด เป็นท่านพี่ไม่ให้เขามาพบข้า อีกทั้งพวกเขายังต่อสู้กันอีกด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาลงไม้ลงมือกัน ท่านพี่ทำให้เขาบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรเหมือนกัน ท่านพี่โมโหจนอยากจะฆ่าเขา ทว่าสุดท้ายท่านพี่ก็เห็นแก่มิตรภาพในวันวานและปล่อยเขาไป”
ไป๋จื่อมององค์หญิงเชียนฟางที่มีใบหน้าไร้เดียงสาตรงหน้า บางคำพูดใช่ว่าอยากพูดออกมาก็พูดได้เลย
“องค์หญิง ท่านคิดว่าเขามาหาท่าน เพียงเพราะต้องการจะพาท่านหนีไปด้วยกันจริงๆ หรือ”
เชียนฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ไป๋จื่อตอบว่า “ครอบครัวของเขาพบหายนะ บิดามารดาล้วนตายด้วยน้ำมือของเสด็จพ่อท่าน หากท่านเป็นเขา เขายังอยากผูกสมัครรักใคร่กับสตรีที่มีหนี้แค้นเลือดกับท่านหรือ”
สีหน้าของเชียนฟางเปลี่ยนไปโดยพลัน ดวงตางดงามเบิกโพลงขึ้นเรื่อยๆ “เจ้าหมายความว่าเขาต้องการจะ…จริงๆ…”
ไป๋จื่อตบหลังมือของนางเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรมาก ก่อนจะหยิบข้าวของแล้วออกไป
ครั้นประตูเปิดออก เด็กสาวไม่คาดคิดเลยว่าหมอหลวงสวี่จะยืนอยู่ข้างนอกประตู ข้างกายของเขายังมีหมอหลวงจงและหมอหลวงจาง หมอหลวงที่นางเคยพบก่อนหน้านี้
นางพยักหน้าให้พวกเขา แล้วมองหมอหลวงจาง “พี่ชายของท่านอาการดีขึ้นบ้างหรือไม่”
หมอหลวงจางรีบกล่าวว่า “ดีขึ้นบ้างแล้ว ก่อนหน้านี้เขาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อตัว จำใครไม่ได้ทั้งนั้น แต่ตอนนี้จำคนอื่นได้แล้ว ทั้งยังสามารถกินข้าวเองได้ด้วย เพียงแต่ยังลงจากเตียงไม่ไหว ครั้นยืนขึ้นก็บอกว่าเวียนศีรษะ ตรงหน้ามืดมนไปหมด”
ไป๋จื่อพยักหน้า “นี่เป็นเรื่องปกติเจ้าค่ะ หากบำรุงร่างกายอย่างดีไปได้ครู่หนึ่ง อาการนี้ก็จะค่อยๆ หายไป” เขาบอกว่าตรงหน้ามืดมนไปหมด นั่นเป็นอาการความดันในเลือดต่ำตามแบบฉบับ
นอนนานเช่นนั้น จะมีอาการความดันในเลือดต่ำก็เป็นเรื่องปกติ
ตนเองในยุคปัจจุบัน หลังจากฟื้นขึ้นก็มีอาการความดันในเลือดต่ำเช่นกันไม่ใช่หรือ
ครั้นคิดถึงตนเองในปัจจุบัน นางก็ขมวดคิ้วขึ้นมา เพราะนางไม่ได้นอนในคืนวันขึ้นสิบห้าค่ำมาหลายเดือนแล้ว ทุกครั้งที่ถึงวันนั้น นางจะอดตาหลับขับตาขับตานอนหลอมยาทั้งคืน เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะได้กลับไป
ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้หลินหยางคิดไตร่ตรองดีหรือยัง
เมื่อเห็นจู่ๆ ไป๋จื่อก็ตกอยู่ในภวังค์ หมอหลวงสวี่จึงรีบกระแอมเสียงหนึ่ง เพื่อเรียกสติของไป๋จื่อกลับมา
ไป๋จื่อยิ้มจาง “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าใจลอย เมื่อครู่ท่านพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ” นางจำได้รางๆ ว่าหมอหลวงจางขยับริมฝีปาก