คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 863 คนร้ายฟ้องร้องก่อน / ตอนที่ 864 ห้างร้านสกุลหลิ่ว
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 863 คนร้ายฟ้องร้องก่อน / ตอนที่ 864 ห้างร้านสกุลหลิ่ว
ตอนที่ 863 คนร้ายฟ้องร้องก่อน
ไป๋จื่อส่ายหน้า สีหน้าโล่งใจทีเดียว “ข้าไม่เป็นอะไรเพคะ พวกเราไปก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวกันว่ากันเพคะ”
ทั้งสามคนรีบร้อนจากไป เมิ่งเสวียนหลิงกันไปมองตำหนักชิ่งอัน แววตาของนางเต็มไปด้วยโทสะและชิงชัง นางสาบานในใจว่า ‘ซูฉุน ต้องมีสักวันที่ข้าเมิ่งเสวียนหลิงจะลากเจ้าลงจากตำแหน่งนี้ด้วยตนเอง’
เมื่อกลับไปถึงตำหนักหรูอี้ เมิ่งเสวียนหลิงรีบร้อนสอบถามทันที “ฮองเฮาคิดจะทำอะไรกันแน่”
ไป๋จื่อขมวดคิ้วเป็นปม พลางนึกถึงท่าทางของฉู่เฟิงเมื่อครู่ ในใจร่อนรุ่มไปด้วยไฟโทสะ นางแอบกำมือเล็กในแขนเสื้อจนข้อนิ้วซีดเซียว
“นางจะวางยาหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันรู้ทันเสียก่อน ผลสุดท้ายหม่อมฉันไม่ถูกวางยา แต่เป็นโอรสของพระนางเอกที่ถูกยานั้นเข้า โชคดีที่พวกท่านมาถึงทันเวลา ไม่เช่นนั้นสุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ยากจะคาดเดาได้เช่นกันเพคะ”
ยากจะคาดเดาได้จริงๆ ตอนนั้นนางแม้กระทั่งมีความคิดจะสู้จนตัวตายกับฉู่เฟิง แต่โชคดีที่เมิ่งเสวียนหลิงและหมอหลวงสวี่มาได้ทันเวลา
ทั้งสองคนมองหน้านาง ต่างก็พอจะเดาได้ว่ายานั้นเป็นยาอะไร ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี ยาสกปรกพรรค์ปรากฏในวัง ถึงขั้นที่อยู่ในตำหนักชิ่งอันของฮองเฮาเลยทีเดียว
“แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร” เมิ่งเสวียนหลิงถาม
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “หม่อมฉันทำให้ฉู่เฟิงบาดเจ็บ ฮองเฮาต้องไม่ปล่อยหม่อมฉันไว้แน่ พระนางอาจจะรอให้ฤทธิ์ยาหมดไปจากตัวฉู่เฟิง แล้วถึงจะเป็นคนร้ายไปฟ้องร้องก่อน”
“เจ้าทำร้ายเขาหรือ ทำร้ายอย่างไร” เมิ่งเสวียนหลิงรีบถามอีก
“หม่อมฉันใช้ปิ่นแทงเขา แต่เขาไม่ได้บาดเจ็บหนัก ฤทธิ์ยานั่นร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง หม่อมฉันคิดว่าตอนนี้ฮองเฮาจะต้องให้นางกำนัลของตนเองไปถอนพิษให้เขาแล้วแน่ๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เมิ่งเสวียนหลิงก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย นางเงยหน้ามองไป๋จื่อ แต่กลับเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นปกติ ในใจรู้สึกแปลกใจมาก ไป๋จื่อผู้นี้ใจเย็นเสียจริง เจอเรื่องพรรค์นี้แล้วกลับไม่มีน้ำตาสักหยด ไม่เพียงทำร้ายคนเท่านั้น ตอนที่พูดถึงเรื่องนี้ยังไม่มีความกระดากอายเลยด้วย
ไป๋จื่อหันไปมองเมิ่งเสวียนหลิง เอ่ยว่า “”พระสนมซูเฟย ฮองเฮาทำร้ายหม่อมฉันไม่น้อย ท่านเองก็กำลังโอกาสเอาคืนพระนางอยู่แน่ๆ วันนี้โอกาสมาถึงแล้วเพคะ”
เมิ่งเสวียนหลิงเลิกคิ้วขึ้น “โอ้? โอกาสอะไร ไหนลองพูดมาสิ!”
“ตอนนี้ฉู่เฟิงกำลังทำเรื่องอย่างว่าอยู่ในตำหนักชิ่งอันของฮองเฮา ท่านเองก็รู้ว่าวังหลังมีหญิงงามอยู่สามพัน และในบรรดาสตรีทั้งสามพันนี้ก็ไม่ได้มีเพียงพวกชนชั้นสูงเท่านั้น ยังมีนางกำนัลวัยเยาว์ที่สะสวยอีกด้วย พวกนางกำนัลก็ถือเป็นสตรีของฝ่าบาทเช่นกัน ทว่าตอนนี้โอรสของพระองค์กลับกำลังแตะต้องสตรีของพระองค์ หากฝ่าบาทรู้เรื่องนี้เข้า ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรเล่าเพคะ” ไป๋จื่อพูดยาวเหยียด
เมิ่งเสวียนหลิงขมวดคิ้ว “เจ้าอาจจะไม่ค่อยเข้าใจนิสัยของฝ่าบาท พระองค์รู้เรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว โทสะย่อมมีอยู่แล้วเช่นกัน แต่หากเทียบกับโอรสของตนเองแล้ว นางกำนัลจะไปสลักสำคัญอะไร ต่อให้ฉู่เฟิงทำอะไรสนมคนไหน ด้วยนิสัยของฝ่าบาทแล้ว อาจจะไม่เป็นเรื่องใหญ่อะไรก็ได้”
“พระสนม บิดารักบุตรถือเป็นเรื่องปกติ แม้จะไม่ทำลายสายสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา แต่เมื่อฝ่าบาทรูเรื่องนี้เข้า ต่อให้ไม่ออกคำสั่งลงโทษ ทว่าเรื่องนี้จะติดอยู่ในใจของพระองค์เหมือนกับหนามแหลมๆ ที่เติบโตขึ้นมา นึกถึงทีไรก็จะถูกทิ่มแทง ครั้งหน้าหากเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นอีก ก็ยากจะคาดเดาผลสุดท้ายได้แล้วเพคะ” ไป๋จื่ออธิบาย
เมิ่งเสวียนหลิงพยักหน้า “ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล ดีเหมือนกัน จะปล่อยโอกาสดีๆ เช่นนี้ไปไม่ได้ เอาอย่างนี้ พวกเจ้ากลับไปที่สำนักหมอหลวงก่อน ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง วันนี้ต้องให้ฝ่าบาทไปเห็นฮองเฮาและโอรสของพระองค์ในตำหนักชิ่งอันให้ได้”
ไป๋จื่อลอบดีใจ นางไปพบฮ่องเต้ตามใจชอบไม่ได้ ทว่าพระสนมซูเฟยทำได้
หลังจากออกจากตำหนักกรูอี้แล้ว ไป๋จื่อก็เอ่ยกับหมอหลวงสวี่ “วันนี้ข้าต้องขอบคุณท่านแล้ว หากไม่ได้ท่าน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ข้าจะเป็นอย่างไร”
……….
ตอนที่ 864 ห้างร้านสกุลหลิ่ว
หมอหลวงสวี่ถอนใจ “ข้าก็ทำเท่าที่ข้าทำได้ ช่วยเจ้าได้ก็ถือว่าดีมากนัก โชคดีที่รีบไปถึงทันเวลา” เขายากจะจินตนาการได้จริงๆ ว่าหากเด็กสาวเช่นไป๋จื่อถูกฉู่เฟิงทำให้แปดเปื้อน แล้วผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร
“เดิมทีข้าก็อยากจะไปหาจิ้นอ๋อง แต่ได้ยินหมอหลวงจางบอกว่าเขาเห็นเห็นจิ้นอ๋องออกจากวังไปยังค่ายทหารป้องกันเมือง คาดว่าตอนบ่ายถึงจะกลับมา” เขากล่าวเสริม
ไป๋จื่อพยักหน้า “ด้วยเหตุนี้เอง ฮองเฮาและเซียวอ๋องถึงได้กล้าทำเรื่องพรรค์นี้ หากจิ้นอ๋องอยู่ เขาต้องทำลายประตูตำหนักชิ่งอันจนพังพินาศแน่” นางมีโชคดีอยู่เหมือนกัน โชคดีที่หูเฟิงไม่อยู่ หากเขาทำลายประตูตำหนักชิ่งอันจริง ผลลัพธ์ต้องเลวร้าย ปิดเรื่องนี้ไม่อยู่อีกต่อไป ราชสำนักต้องกลายเป็นตัวตลกของคนทั่วหล้า ฮ่องเต้ต้องเกลียดนางแทบตายแน่นอน
“เอาละ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว วันนี้ข้าเหนื่อยนัก ขอตัวกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน หากองค์หญิงเป็นอะไร ก็ส่งคนไปเรียกข้าได้ทันทีเลยนะเจ้าคะ” นางถอนใจ ก่อนจะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ “จริงสิ พบตำราวิชาชีพจรอัศจรรย์หรือยังเจ้าคะ”
หมอหลวงสวี่รีบเอ่ย “ข้าอยากจะพูดเรื่องนี้กับเจ้าพอดี ในห้องตำราไม่มีตำราวิชาชีพจรอัศจรรย์ แต่มีที่หนึ่งที่อาจจะพบมันได้”
ไป๋จื่อถามทันใด “โอ้? ที่ใดหรือเจ้าคะ”
“ในเมืองหลวงมีห้างร้านสกุลหลิ่วอยู่ ว่ากันว่าในบรรดาห้างร้านสกุลหลิ่วไม่ได้มีเพียงการค้าขายสิ่งของทั่วไป แต่ยังขายสินค้าที่ผู้คนต้องการอีกด้วย ขอเพียงเจรจากับพวกเขา จ่ายเงินให้พวกเขามากพอ พวกเขาก็สามารถตามหาสิ่งของที่เจ้าต้องการมาได้ นอกจากนี้ พวกเขาจัดงานประมูลทุกสามเดือน ในแต่ละครั้งมีของมีค่ามากมายถูกประมูลออกไปจากห้างร้าน” หมอหลวงสวี่เล่า
“เป็นของมีค่าอะไรบ้างหรือเจ้าคะ” ไป๋จื่อถาม
หมอหลวงสวี่ตอบทันที “มีทุกอย่าง ของมีค่าหายาก ยาลูกกลอนราคาแพง ตำราฝึกวรยุทธ์ลับ แม้กระทั่งตำราแพทย์ที่เลื่องชื่อ ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น”
ไป๋จื่อตาเป็นประกาย “ยาลูกกลอนก็ประมูลได้หรือนี่”
หมอหลวงสวี่พยักหน้า “แน่นอน ถึงจะมีหมอยาที่หลอมยาลูกกลอนได้บนโลกนี้มากมาย แม้กระทั่งหมอส่วนใหญ่ก็หลอมยาลูกกลินได้ แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงยาลูกกลอนธรรมดา ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นยาลูกกลอนระดับสูง นั่นน่ะขาดแคลนเป็นอย่างยิ่ง สำหรับยาหนิวหวงของเจ้าแล้ว หากนำมันไปประมูลขายได้ ข้าว่าจะต้องขายได้ราคาดีแน่นอน”
บนใบหน้าของไป๋จื่อปรากฎความปีติ “ดียิ่งนัก ข้ามีสูตรยาที่ไม่เลวอยู่มากมาย ถึงตอนนั้นหลอมขึ้นมาสักหลายเม็ด พวกเราค่อยลองไปขายที่งานประมูลดูเถอะเจ้าค่ะ”
หมอหลวงสวี่ได้ฟังดังนั้น ตาก็เป็นประกายขึ้นมาเช่นกัน “เจ้ายังสูตรยาที่ไม่เลวอยู่อีกหรือ”
ไป๋จื่ออมยิ้มพลางพยักหน้า “ข้าหลอมเสร็จแล้วจะนำมาให้ท่านดูนะเจ้าคะ หากท่านอยากเรียนดู ข้าก็สอนให้ท่านได้ไม่เป็นไร”
หากคนอื่นพูดเช่นนี้ หมอหลวงสวี่ย่อมรู้จักเกรงใจเป็นแน่ แต่เมื่อไป๋จื่อพูดเอง เขารู้ว่าไม่ต้องเกรงใจ นางยินดี เช่นนั้นก็หมายความว่ายินดีสอนจริงๆ อย่างแน่นอน
ขอเพียงเขาอยากเรียน นางก็จะสอนให้
“ข้าอยากเรียน ย่อมอยากเรียนอยู่แล้ว ขอพูดตามตรงไม่ปิดบัง ข้าอายุปูนนี้แล้ว แต่ข้าอยากกราบเจ้าเป็นอาจารย์เสียจริงๆ”
คำพูดนี้หยอกเย้าไป๋จื่อเข้าให้แล้ว ความไม่สบายใจแต่เดิมพลันหายเป็นปลิดทิ้ง
“จริงสิ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” หมอหลวงสวี่ทำหน้าเคร่ง เขากดเสียงให้เบาลง “เรื่องที่เจ้ารักษาโรคแผลริมแข็งให้คุณชายรองสกุลเคอ มีคนในสำนักหมอหลวงที่รู้ไม่น้อยเลย”
ไป๋จื่อแค่นหัวเราะเบาๆ “รู้ก็รู้ไปสิเจ้าคะ ข้าไม่สนใจอยู่แล้ว! ท่านบอกพวกเขาไปได้เลย ว่าสกุลเคอให้เงินค่ารักษากับข้าด้วย หากพวกเขารักษาได้ ก็ลองดูได้เต็มที่”
หมอหลวงสวี่ยิ้ม “สกุลเคอก็ให้เงินค่ารักษากับข้าหนึ่งพันตำลึงเช่นกัน ข้าไม่กล้ารับไว้ ถึงอย่างไรมันก็ล้วนเป็นผลงานของเจ้า ทว่าสกุลเคอไม่ยอม ข้าจึงรับมาเพียงหนึ่งร้อยตำลึง แต่ที่ข้าจะพูดในวันนี้ไม่ใช่เรื่องนี้”