คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 865 อาการป่วยของคุณชายสกุลหลี่ / ตอนที่ 866 อันธพาลสกุลหลี่
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 865 อาการป่วยของคุณชายสกุลหลี่ / ตอนที่ 866 อันธพาลสกุลหลี่
ตอนที่ 865 อาการป่วยของคุณชายสกุลหลี่
ไป๋จื่อประหลาดใจเล็กน้อย “โอ้ ท่านยังมีเรื่องอื่นอีกหรือเจ้าคะ”
หมอหลวงสวี่ตอบว่า “คืออย่างนี้ คุณชายเคอกราบทูลขอให้ฝ่าบาทออกราชโองการสอบสวนทุกกรม พบข้าราชการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่น้อย หลายคนในนั้นเป็นโรคหนองในที่พบได้ง่าย ส่วนคนที่เป็นโรคแผลริมแข็งเหมือนคุณชายรองสกุลเคอมีสองคน”
เมื่อเห็นไป๋จื่อไม่พูดอะไร หมอหลวงสวี่ก็ค่อยพูดต่อ “คุณชายสกุลลู่และคุณชายสกุลหลี่ก็เป็นโรคแผลริมแข็งเช่นกัน พวกเขาได้ยินว่าเจ้าเขียนใบสั่งยาให้คุณชายรองเคอ จึงพากันมาขอความช่วยเหลือที่จวนของข้า ทีแรกข้าไม่ได้ตอบตกลง ถึงอย่างไรเสียคุณชายรองเคอก็เพิ่งใช้ยาไปได้ไม่เท่าไร ผลเป็นอย่างไรยังไม่ปรากฏให้เห็น อีกอย่างครอบครัวของคุณชายทั้งสองก็ไม่ได้เจรจาง่ายเหมือนกับสกุลเคอ เพียงข้าอ้าปากก็อยากแต่จะให้พูดว่ารับประกันว่าจะรักษาคุณชายของพวกเขาได้”
“ไหนเลยข้าจะกล้ารับประกันเรื่องนี้ เดิมทีข้าก็ไม่ได้เป็นคนรักษาโรคนี้ด้วย พวกเขาต้องการให้ข้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่กล้าไปหาเจ้าที่สกุลตงฟาง ถึงได้มาหาข้าอย่างลับๆ”
ไป๋จื่อกล่าวบ้าง “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านไม่ต้องสนใจพวกเขาก็ได้นะเจ้าคะ ท่านเป็นหมอหลวง ไม่ใช่หมอตำแยตามถนน ต่อให้เป็นหมอตำแยตามถนน ก็ไม่อาจรับประกับอะไรกับคนไข้ได้เช่นกัน”
หมอหลวงสวี่พยักหน้า “ข้าก็ตอบไปเช่นนั้น หากไม่มีราชโองการจากฝ่าบาท ไหนเลยข้าจะกล้าตรวจอาการให้คนข้างนอกกัน แต่พวกเขามีความสามารถทีเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหว้วานใคร ถึงได้ไปขอร้องไทเฮาได้ ทีแรกไทเฮาอยากให้เจ้ารักษา แต่ภายหลังรู้สึกว่าแม่นางอย่างเจ้ารักษาโรคนี้ลำพังคงไม่เหมาะสม ถึงได้รับสั่งกับข้าเป็นการส่วนตัว”
“แล้วท่านก็ไปหรือเจ้าคะ” ไป๋จื่อเลิกคิ้ว
หมอหลวงสวี่พยักหน้าอีกหน “ไปสิ คำสั่งของไทเฮา ข้าจะกล้าขัดได้อย่างไร”
“อาการของคุณชายสกุลลู่ยังดีอยู่ ถือว่าใกล้เคียงกับคุณชายรองสกุลเคอ ข้าจึงใช้ยาแบบเดียวกัน แต่อาการของคุณชายสกุลหลี่คล้ายไม่ค่อยสู้ดี ข้าจัดการไม่ไหวจริงๆ จึงไม่ได้เขียนใบสั่งยาให้ คนสกุลหลี่มาโวยวายที่จวนข้าทุกวัน ทั้งยังขู่ว่าจะไปเข้าเฝ้าไทเฮา น่าโมโหยิ่งนัก”
ไป๋จื่อส่ายหน้า ก่อนจะถอนใจเอ่ยว่า “คนในครอบครัวของตนเองเป็นโรคพรรค์นี้แล้ว ยังมีหน้าไปก่อความวุ่นวายที่บ้านหมออีก หน้าหนาเสียจริงๆ”
หมอหลวงสวี่เอ่ย “จริงของเจ้า ข้าเป็นหมอมาหลายสิบปี เคยพบคนที่เอะอะโวยวายมาไม่น้อย ทว่าข้าเพิ่งเคยพบคนแบบพวกเขาเป็นครั้งแรก”
“แล้วตอนนี้ท่านคิดจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ไป๋จื่อถาม
หมอหลวงสวี่มองซ้ายมองขวา เขาพูดเสียงเบา “สกุลหลี่และสกุลซูเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน สกุลซูก็คือบ้านของมารดาฮองเฮา ข้าเดาว่าคนที่ช่วยพวกเขาสกุลหลี่ไปพูดกับไทเฮา หากไม่ใช่ฮองเฮาก็ต้องเป็นเซียวอ๋องนี่แหละ เฮ้อ…ข้าไม่เหมือนกับเจ้า ข้าไม่มีคนคอยหนุนหลังอย่างท่านตงฟางและจิ้นอ๋อง พวกข้าสกุลสวี่เป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน นอกจากวิชาแพทย์ที่ติดตัวนิดหน่อยแล้ว ก็ไม่มีข้อดีอย่างอื่นแล้วจริงๆ”
“แล้วข้าจะช่วยอะไรท่านได้บ้าง” ไป๋จื่อถาม นางไม่อาจทนเห็นหมอหลวงสวี่กลัดกลุ้มได้เช่นกัน
“โรคแผลริมแข็งของคุณชายสกุลหลี่เหมือนจะร้ายแรงยิ่งกว่าคุณชายรองสกุลเคอ ไม่รู้ว่าใช้ยาแบบเดียวกับคุณชายรองสกุลเคอได้หรือไม่” หมอหลวงสวี่ถาม
ไป๋จื่อถามกลับทันใด “ร้ายแรงถึงขั้นไหนเจ้าคะ ท่านเล่าอาการของเขาให้ละเอียดหน่อย”
หมอหลวงสวี่ตอบ “มีตุ่มอยู่ทั่วทั้งร่างกาย และมันแตกแล้วด้วย”
“สิ่งที่ไหลออกมาจากตุ่มคือเลือดและน้ำหนองใช่หรือไม่” ไป๋จื่อถาม
หมอหลวงสวี่พยักหน้า “ถูกต้อง เป็นเลือดและน้ำหนอง เหม็นเน่าทีเดียว”
“ผิวหนังเปื่อยหรือไม่ อาการเป็นอย่างไร สีผิวหนังเป็นสีอะไร รวมถึงชีพจรของเขาด้วย เป็นอย่างไรเจ้าคะ”
หมอหลวงสวี่ตอบทีละคำถาม “ผิวหนังเปื่อยมีสีขาวซีด เนิ่นนานไม่สมานกันเสียที สีผิวหนังก็เป็นสีขาวซีดเช่นกัน มักจะมีอาการเวียนศีรษะและตาลาย ไร้เรี่ยวแรงจะพูดจา ชีพจนอ่อนมาก”
ไป๋จื่อพยักหน้า ในใจนางมีแผนการแล้ว จากคำพูดของหมอหลวงสวี่ โรคแผลริมแข็งของคุณชายหลี่ผู้นี้อยู่ในระดับที่สามแล้ว ซึ่งก็คือระยะแฝง
……….
ตอนที่ 866 อันธพาลสกุลหลี่
“ตอนนี้เขาไม่มีกำลังวังชา และทรมานกับโรคนี้มายาวนาน ควรใช้วิธีบำรุงเลือดลมเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อกล่าว
ขณะที่สนทนากัน ทั้งสองคนก็มาถึงที่สำนักหมอหลวง ไป๋จื่อหยิบกระดาษมาใบหนึ่ง แล้วเขียนใบสั่งยาลงไปด้านบน น้ำแกงปาเจินเพิ่มเครื่อง ประกอบไปด้วยรากโกศขี้แมวสุก ฝูหลิง ตังกุยสามจิน ไป๋เสา ชวนเฉียง ขิงสด พุทราสองจิน โสม และกันเฉ่าหนึ่งจิน
หมอหลวงสวี่มองใบสั่งยา มันไม่ค่อยเหมือนกับยาที่ให้คุณชายรองสกุลเคอเมื่อครั้งหนึ่ง ในบรรดารายชื่อสมุนไพรมีหลายชนิดที่เหมือนกัน ทว่าหลังจากมองดูอย่างละเอียดแล้ว เขาพลันเข้าใจได้ทันที เมื่อไขข้อสงสัยในใจได้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
“ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
เขาดีใจจนเนื้อเต้น ยิ้มแย้มจนปรากฏริ้วรอยเต็มใบหน้า เหล่าหมอตี๋และหมอหลวงหนุ่มในโถงเห็นแล้วก็งุนงง เพราะปกติหมอหลวงสวี่มักจะมีสีหน้าเคร่งขรึมมาก ไยวันนี้ถึงได้เสียอาการเช่นนี้ได้
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรเสียคุณชายสกุลหลี่ก็ป่วยหนักจนถึงขั้นนี้ สูตรยานี้จะรักษาเขาให้หายได้หรือไม่ยังไม่รู้ ตอนที่ท่านตรวจอาการเขาที่จวน อย่าได้รับปากหรือพูดรับประกันอะไร จะได้ไม่ต้องผิดคำพูดในภายหลังนะเจ้าคะ”
หมอหลวงสวี่พยักหน้าหงึกหงัก “ข้าเข้าใจ ข้าเป็นหมอหลวงมานานหลายปี ประสบพบเรื่องพรรค์นี้มาไม่น้อยเช่นกัน พอจะรู้อยู่ว่าควรรับมืออย่างไร วางใจเถอะ!”
เด็กสาวมองไปทางห้องตรวจ “ในเมื่อมาที่นี่แล้ว เช่นนั้นข้าไปเยี่ยมองค์หญิงก่อนถึงจะกลับไป ชีพจรของนางแปลกจริงๆ ตอนนี้ข้าคิดอะไรไม่ออก หากมีตำราชีพจรอัศจรรย์ก็คงดี”
“ดีเหมือนกัน เจ้าไปเยี่ยมองค์หญิงก่อน ข้าจะไปที่จวนสกุลหลี่สักหน่อย ขากลับค่อยไปสอบถามเรื่องราวที่ห้างร้านสกุลหลิ่ว” หมอหลวงสวี่กล่าว
ไป๋จื่อพูดขึ้นอีก “ท่านไม่ต้องไปสอบถามเรื่องราวที่ห้างร้านสกุลหลิ่วหรอกเจ้าค่ะ ท่านเป็นหมอหลวง ห้างร้านสกุลหลี่มีกิจการใหญ่โตปานนั้น เกรงว่าคงไม่ไว้หน้าท่านเท่าไรแน่ เอาอย่างนี้ดีอว่าเจ้าค่ะ ข้ากลับไปแล้วจะปรึกษากับท่านตาหรือจิ้นอ๋องสักหน่อย ให้พวกเขาออกหน้า ไม่แน่ห้างร้านสกุลหลี่อาจจะอำนวยความสะดวกให้พวกเขาก็เป็นได้”
หมอหลวงสวี่ปีตินัก “จริงด้วย เหตุใดข้าคิดไม่ถึงนะ ท่านตงฟางยังคงมีอิทธิพลต่อทั้งเมืองหลวง แม้กระทั่งทั้งแคว้นฉู่ ไม่มีใครไม่รู้จักเขา มีเขาออกหน้าต้องสำเร็จแน่”
หลังจากพูดกันอีกสองสามประโยค ทั้งสองคนก็บอกลากัน ไป๋จื่อไปยังห้องตรวจ ส่วนหมอหลวงสวี่รีบร้อนออกจากวังไป
หากไม่รีบจัดการสกุลหลี่โดยเร็วที่สุด อันธพาลอย่างพวกเขาย่อมรังควานไม่ยอมหยุด พวกเขามารบกวนถึงที่จวนสามรอบต่อวันเช่นนี้ พาลให้คนอื่นที่ไม่รู้เรื่องราวคิดว่าพวกเขาสกุลสวี่รักษาคนสกุลหลี่จนตายแน่
…
เมิ่งเสวียนหลิงโน้มน้าวฮ่องเต้มาที่วังหลัง และไปยังตำหนักชิ่งอันที่นานวันไม่เคยมาย่างกรายแล้ว
เมื่อฮ่องเต้เข้าไปในตำหนักชิ่งอัน พระองค์ก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เหล่านางกำนัลและขันทีข้างในต่างก็มีสีหน้าลุกลี้ลุกลนทั้งสิ้น
“ฮองเฮาเล่า?” ฮ่องเต้ขมวดคิ้วถาม
พวกนางกำนัล รวมถึงขันทีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นตัวสั่นงันงก ไม่กล้าเอ่ยวาจา
ฮ่องเต้ยิ่งพิโรธหนัก “ข้าถาม พวกเจ้าหูหนวก เป็นใบ้หรืออย่างไร” พระองค์ชี้ไปยังขันทีที่อยู่ใกล้ที่สุด “เจ้าพูดสิ!”
ขันทีรีบตอบ “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาอยู่ที่ตำหนักหลังพ่ะย่ะค่ะ”
ตำหนักหลัง? กลางวันแสกๆ เช่นนี้ ไยยังไม่ตื่นนอนอีก
ต่อให้ยังไม่ตื่นนอน ต่อให้อยู่ที่ตำหนักหลัง แล้วพวกเขาจะลุกลี้ลุกลนไปทำไม กลัวอะไรกัน
เมิ่งเสวียนหลิงเอ่ยว่า “ฝ่าบาท ดูท่าทางวันนี้พี่หญิงจะไม่ค่อยสบาย ไปที่ตำหนักหรูอี้เถอะเพคะ”
ฮ่องเต้ส่ายหน้า “ในเมื่อมาแล้ว ไหนเลยจะมีเหตุผลให้กลับไปตอนนี้ ไป ไปที่ตำหนักหลัง ข้าอยากจะดูนักว่าฮองเฮาทำอะไรอยู่กันแน่”
อย่างไรซูฉุนก็นึกไม่ถึง ว่าฮ่องเต้ที่แต่ไหนแต่ไรไม่ยอมเสด็จมาที่ตำหนักชิ่งอัน กลับมาถึงที่นี่ในเวลานี้พอดี และข้างกายของพระองค์ยังมีคนที่นางเกลียดที่สุดอีกด้วย