คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 881 แม่นางไป๋เป็นคู่หมั้นของจิ้นอ๋อง / ตอนที่ 882 ฝากความหวังไว้ที่เจ้า
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 881 แม่นางไป๋เป็นคู่หมั้นของจิ้นอ๋อง / ตอนที่ 882 ฝากความหวังไว้ที่เจ้า
ตอนที่ 881 แม่นางไป๋เป็นคู่หมั้นของจิ้นอ๋อง
ฮูหยินเมิ่งขมวดคิ้วทันที นางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “โลกนี้มีแค่นางที่มียานี้หรือ หาซื้อจากที่อื่นไม่ได้หรือไร”
เมิ่งหนานยื่นขวดกระเบื้องใส่มือของสาวใช้ ถอนใจกล่าวว่า “ท่านแม่ จนถึงตอนนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกหรือ มีแต่นางที่รักษาอาการป่วยของท่านได้ ไม่มีใครรักษาท่านได้ทั้งนั้น”
บัดนี้ฮูหยินเมิ่งแค่นหัวเราะขึ้นมา “ข้าไม่เชื่อ เจ้าส่งคนไปตามหมอหลวงจางมาเดี๋ยวนี้ หลายวันก่อนได้ยินหมอหลวงจางบอกว่าพี่ชายของเขาป่วยเป็นโรคเดียวกับข้าไม่ใช่หรือ พี่ชายของเขาดีขึ้นมากแล้ว เขารักษาพี่ชายของเขาได้ ย่อมรักษาข้าได้เช่นกัน ไปตามเขามา ต้องเสียเงินเท่าไรก็ได้ทั้งนั้น”
เมิ่งหนานทำหน้าง้ำ “ท่านแม่ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ ก่อนไป๋จื่อมา หมอหลวงจางประกาศแล้วว่ารักษาไม่ได้ ไม่เช่นนั้นข้าจะเชิญไป๋จื่อมาทำไม”
ฮูหยินเมิ่งยังอยากพูดต่อ ทว่ามีข้ารับใช้มารายงานว่าหมอหลวงจางมาถึงแล้ว
นางยิ้ม “พูดถึงก็มาเยือนเลย วันนี้ข้าต้องถามเขาเอง ว่าอาการป่วยของข้านี้ แท้จริงแล้วเขารักษาได้หรือไม่กันแน่”
ข้ารับใช้นำหมอหลวงจางเข้ามาในห้อง ฮูหยินเมิ่งนั่งหลังตรงอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าไม่เลวเลยทีเดียว นางรู้สึกดียิ่งนัก
ฮูหยินเมิ่งไม่อ้อมค้อม ถามตรงๆ ว่า “ยาลดน้ำตาลที่ข้ากิน เจ้ามีหรือไม่”
หมอหลวงจางพยักหน้า “วันนี้ข้ามาส่งยาลดน้ำตาลขอรับ” เขาหันกลับไปหยิบขวดกระเบื้องในล่วมยาข้างหลังออกมาสองขวด ส่งให้เมิ่งหนานทั้งหมด “คุณชายเมิ่ง ภายในนี้ใส่ยาเม็ดพอสำหรับหนึ่งเดือน หลังจากนั้นข้าจะมาส่งยาให้อีก”
เมิ่งหนานดีใจมาก “ท่านมียาลดน้ำตาลจริงๆ หรือ”
หมอหลวงจางยิ้มเล็กน้อย “แน่นอน เหมือนกับที่ฮูหยินเมิ่งกินก่อนหน้านี้อย่างกับแกะ”
ฮูหยินเมิ่งเอ่ยทันที “ดูสิ ข้าบอกแล้ว อาการป่วยของข้าไม่ได้มีแค่เด็กสาวสกุลไป๋ที่รักษาได้ หมอหลวงจางเป็นถึงหมอหลวง จะรักษาข้าไม่ได้ได้อย่างไรกัน พวกเจ้าล้วนถูกเด็กสาวนางนั้นหลอกหมดแล้ว ต่อไปอย่าให้นางมาที่นี่อีกเชียว”
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหมอหลวงจางพลันหายไป เขาขมวดคิ้วมองฮูหยินเมิ่ง “ฮูหยิน เดิมทีข้าไม่ได้อยากจะพูด ทว่าฮูหยินใจดำเกินไปแล้วจริงๆ แม่นางไป๋ไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น ท่านไม่มีสิทธิ์และไม่มีเหตุผลใดให้ว่ากล่าวนางได้”
ฮูหยินเมิ่งถลึงตาโต ด้วยไม่คิดเลยว่าหมอหลวงจางผู้อ่อนโยนจะพูดกับนางเช่นนี้ เพราะไป๋จื่อน่าตายผู้นั้นคนเดียว
“นางล่อลวงบุตรชายข้า ข้าจะว่านางไม่ได้เลยหรือ” ฮูหยินเมิ่งโมโหหนัก
หมอหลวงจางแค่นเสียงเย็น “ไร้สาระ แม่นางไป๋เป็นถึงหลานสาวของท่านตงฟาง เป็นถึงคู่หมั้นของจิ้นอ๋อง นางจะมาล่อลวงคุณชายเมิ่งทำไม ข้าไม่เข้าใจ”
ฮูหยินเมิ่งชะงักงัน เขาพูดอะไรของเขา เด็กสาวนางนั้นเป็นหลานสาวของตงฟางมู่ และเป็นคู่หมั้นของจิ้นอ๋องหรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน นางไม่ใช่เด็กบ้านนอกจากป่าเขาหรอกหรือ
นางมองไปทางเมิ่งหนาน ทว่าเมิ่งหนานขมวดคิ้วไม่พูดจา ไม่ได้มีสีหน้าประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกนางเท่านั้นเอง
หมอหลวงจางพูดขึ้นอีกว่า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เดิมทีข้าไม่อยากพูดตรงๆ แม่นางไป๋สั่งข้าเอาไว้ แต่ในเมื่อพูดถึงขั้นนี้แล้ว เช่นนั้นข้าก็จะพูดต่อไปอีกสักหน่อย”
เขาชี้ขวดกระเบื้องในมือของเมิ่งหนาน “ข้าไม่ได้หลอมยานี้ด้วยตนเอง แม้แม่นางไป๋จะมอบสูตรยาให้ข้า และสอนข้าหลอมยานี้แล้ว แต่ข้าโง่เขลานัก จึงยังไม่สามารถหลอมได้สำเร็จ”
ครั้นเห็นฮูหยินเมิ่งเบิกตาโพลงอีกครั้ง บนใบหน้ามีแต่ความไม่เชื่อถือ เขาก็กล่าวอีกว่า “ถูกต้อง นี่คือยาที่แม่นางไป๋หลอมเอง”
……….
ตอนที่ 882 ฝากความหวังไว้ที่เจ้า
หมอหลวงจางเอ่ยว่า “มันเหมือนกับยาของท่าน นางหลอมยาพวกนี้เองทั้งคืน นางกลัวว่าท่านจะไม่ยอมกินยานี้เพราะนาง จนทำให้อาการป่วยของท่านหนักข้อยิ่งขึ้น จึงฝากข้าให้นำมาส่ง ข้าขอใช้ชื่อเสียงของข้าเป็นประกัน คนเช่นแม่นางไป๋ ไหนเลยจะหาบนโลกนี้ได้อีก เหตุใดนางต้องทนรับการตำหนิจากท่านด้วย”
แต่ไหนแต่ไรหมอหลวงจางล้วนอบอุ่นและมีมารยาท หากไม่ใช่โมโหจนทนไม่ไหว เขาไม่มีทางพูดเช่นนี้แน่นอน อีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็นฮูหยินที่ป่วยไข้คนหนึ่ง
เมิ่งหนานมีสีหน้ารู้สึกผิด เขาปวดศีรษะเหมือนกับถูกเข็มทิ่ม ล้วนเป็นเพราะเขา มารดาถึงได้พาลโมโหไปถึงไป๋จื่อ
ไป๋จื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น
“หมอหลวงจาง ขอบคุณท่านมาก” เมิ่งหนานประสานมือพลางกล่าวขอบคุณ ยังคงมีสีหน้ารู้สึกผิดดังเดิม
หมอหลวงจางถอนใจเสียงหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรมากมาย เพียงหมุนกายจากไป
ฮูหยินเมิ่งมองบุตรชายด้วยความงงงวย “ที่เขาพูดเป็นความจริงหรือ”
เมิ่งหนานพยักหน้า “เป็นความจริงทุกคำ!”
“นะ นางเป็นหลานสาวของตงหางมู่ คุณหนูใหญ่ของจวนชางหยวนโหวน่ะหรือ”
เมิ่งหนานกล่าวว่า “นางเป็นหลานสาวของตงฟางมู่ แต่กลับไม่ใช่คุณหนูใหญ่ของจวนชางหยวนโหวแล้ว ชางหยวนโหวหย่าขาดกับมารดาของนาง และนางตามมารดาไปอยู่ที่คฤหาสน์ตงฟางแล้ว”
ฮูหยินเมิ่งตกตะลึงจนไม่อาจดึงสติกลับมาได้ นางคิดอยู่เสมอว่าไป๋จื่ออยากจะแต่งเข้าสกุลเมิ่ง ถึงได้เดินทางไกลพันลี้มาถึงเมืองหลวง ต้องการยั่วยวนบุตรชายนาง ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งฮูหยินน้อยของสกุลเมิ่ง
คำพูดของหมอหลวงจางเมื่อครู่เหมือนกับตบหน้านางเสียจนเจ็บแปลบและร้อนลวก
ไม่ใช่ไป๋จื่อที่ต้องการบุตรชายของนาง เป็นบุตรชายของนางต่างหากที่ต้องการแต่งงานกับอีกฝ่าย
เมิ่งหนานประสานมือให้มารดา “ท่านแม่ ข้าของร้องท่าน หลังจากนี้ไม่ว่าพบไป๋จื่อที่ไหน ขอให้ท่านดีกับนางหน่อย นางไม่เพียงเคยช่วยชีวิตท่าน แต่ยังเคยช่วยชีวิตข้าด้วย นอกจากนางจะเป็นสตรีที่ข้าชอบแล้ว ยังเป็นผู้มีพระคุณของสกุลเมิ่งพวกเราด้วย”
ฮูหยินเมิ่งมองบุตรชายอย่างงุนงง เห็นเขาคารวะตนอย่างดี ก่อนที่เขาจะคอตกหมุนกายกลับไปอย่างเซื่องซึม ปล่อยให้นางมองเงาหลังที่โดดเดี่ยวของเขา
บุตรชายของนางสง่าผ่าเผยเสมอ ไยบัดนี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้
…
ฝังเข็มมาแล้วสามวัน ขาขององค์หญิงเชียนฟางไม่มีความรู้สึกเจ็บแล้ว อีกทั้งขยับได้ตามใจชอบ เพียงแต่ไม่สามารถยืนขึ้นด้วยตนเองได้
“แม่นางไป๋ ขาของข้านี้จะหายเมื่อไรหรือ” องค์หญิงเชียนฟางถามขณะไป๋จื่อกำลังฝังเข็มให้ตน
ไป๋จื่อเหล่มองนาง ก่อนจะยิ้มจางๆ ครั้งหนึ่ง “อย่าได้รีบร้อน ขานี้ของท่านค่อยๆ ฟื้นฟูแล้ว ไม่นานก็จะหายแล้วเจ้าค่ะ”
เชียนฟางพยักหน้า พลางมองใบหน้าด้านข้างของไป๋จื่อ นางอ้าปากอยู่หลายครั้ง ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ท่านมีอะไรอยากพูดหรือ” ไป๋จื่อถอนเข็มออก แล้วนั่งลงข้างๆ กายอีกฝ่าย
เชียนฟางกัดริมฝีปาก ใบหน้ากลัดกลุ้มทีเดียว นางไม่รู้ว่าควรพูดออกไปหรือไม่ ถึงอย่างไรเสียนางกับแม่นางไป๋ผู้นี้ก็เพิ่งรู้จักกันไม่นาน
ในห้องมีเพียงพวกนางสองคน จิ่นเอ๋อร์ออกไปตักน้ำ บัดนี้ยังไม่กลับมา
ไป๋จื่อเห็นนางเอาแต่เงียบ จึงไม่ได้ถามอะไรอีก หากนางอยากพูดย่อมพูดออกมาเอง
ยามที่ไป๋จื่อเก็บของและเตรียมจะหมุนกายจากไป เชียนฟางก็คว้ามือนางเอาไว้ “แม่นางไป๋ ข้า…ข้ามีบางอย่างอยากพูดกับเจ้า”
ไป๋จื่อนั่งลงข้างๆ นางอีกครั้ง ถามว่า “องค์หญิงพูดมาตามตรงเถอะ”
เชียนฟางเห็นประตูห้องปิดสนิท ข้างนอกไม่มีเสียงใดลอดเข้ามา คราวนี้นางถึงจะพูดเสียงเบา “ข้ามีเรื่องอยากขอให้แม่นางไป๋ช่วย ทั้งยังหวังให้แม่นางไป๋อย่าได้ปฏิเสธ”
ไป๋จื่อเลิกคิ้ว “เช่นนั้นต้องดูว่าสิ่งที่องค์หญิงอยากพูดคืออะไร และข้าช่วยได้หรือไม่”
เชียนฟางหลับตา ท่าทางนางเหมือนอยากออกไปข้างนอก จับแขนของไป๋จื่อไว้จนแน่น นางเอ่ยอย่างร้อนใจว่า “เจ้าต้องช่วยข้านะ ตอนนี้ข้าฝากความหวังไว้ที่เจ้าได้เพียงคนเดียว”