คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 889 เหล่าบุปผาเบ่งบาน / ส่งกลิ่นหอมหมื่นลี้ ตอนที่ 890 ซ่งหลาง
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 889 เหล่าบุปผาเบ่งบาน / ส่งกลิ่นหอมหมื่นลี้ ตอนที่ 890 ซ่งหลาง
ตอนที่ 889 เหล่าบุปผาเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมหมื่นลี้
จิ่นเอ๋อร์ก็มองออกเช่นกัน จึงรีบก้มหน้ากระซิบที่ข้างหูของไป๋จื่อ
ไป๋จื่อชี้ไปยังกล่องที่อยู่ตรงกลางทันที “กล่องนี้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเถ้าแก่ยิ่งสดใส “คุณหนูไม่เพียงฉลาด สายตายังเฉียบแหลมอีกด้วย”
ไป๋จื่อไม่ได้ตอบอะไร เพียงจ้องมองเถ้าแก่เปิดกล่อง หยิบถุงผ้าใบหนึ่งออกมาจากข้างในอย่างเงียบๆ
ถุงผ้าเพิ่งออกมาจากในกล่องได้ไม่ทันไร จิ่นเอ๋อร์ที่อยู่ข้ากายนางก็สะอึกขึ้นมา
นางรู้ว่าตนเองเดาถูก
เถ้าแก่ส่งถุงผ้าให้ไป๋จื่อ “คุณหนู อย่าได้มองว่าถุงผ้านี้เล็กน้อย มันมีความหมายมาก ทุกฝีเข็มล้วนทำมาจากความรัก”
ไป๋จื่อยื่นมือไปรับไว้ “จริงของเจ้า ขอบคุณเถ้าแก่มาก”
ถุงผ้าเบามาก นอกจากกระดาษแล้ว ข้างในไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก
จิ่นเอ๋อร์เข็นนางออกจากฝูงชน เดินไปยังมุมที่ค่อนข้างกว้างแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งสั่งให้องครักษ์สองคนไปขวางข้างหน้าเอาไว้ คราวนี้ไป๋จื่อถึงจะดึงสิ่งของข้างในถุงผ้าออกมา และเป็นเช่นที่นางคิดไว้ มันเป็นม้วนกระดาศแผ่นหนึ่ง กลิ่นหอมเจือจางโชยออกมาจากในถุงผ้า นางจึงรีบกลั้นหายในใจทันที ผูกปากถุงผ้า แล้วค่อยหยิบยาชิงซินในอกเสื้อออกมากินเม็ดหนึ่ง
คนผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่
“คุณหนู เป็นอะไรไปหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่มีอะไร” นางคลี่กระดาษออก บนนั้นเขียนเอาไว้ว่า ‘บนล่างสี่ทิศล้วนไร้อันตราย’
บนล่างสี่ทิศล้วนไร้อันตราย?
สี่ทิศหมายถึงทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก บนล่างรวมกับสี่ทิศก็คือหกทิศ ล้วนไร้อันตรายเท่ากับปลอดภัยนั่นเอง
ซ่งหลางเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ ดูท่าจะมีหนทางในด้านสมุนไพรอยูบ้าง หกทิศ ปลอดภัย สี่คำนี้คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาหรอกใช่หรือไม่
ไป๋จื่อไม่ใช่คนที่เติบโตในเมืองหลวง จึงไม่ค่อยรู้เรื่องสิ่งของที่นี่มากนัก จิ่นเอ๋อร์เองก็เพิ่งมาเมืองหลวงเป็นครั้งแรก สิ่งที่นางรู้ย่อมน้อยกว่าตน
นางกล่าวกับจิ่นเอ๋อร์ว่า “เรียกองครักษ์คนหนึ่งเข้ามา ข้ามีอะไรจะถามเขา”
หูเฟิงเป็นคนจัดหาองครักษ์ให้ พวกเขาล้วนเป็นอันดับหนึ่ง ก่อนหน้านี้ได้ยินพวกเขาสนทนากัน ฟังจากสำเนียงแล้ว น่าจะเป็นคนเมืองหลวงโดยแท้
องครักษ์คนหนึ่งเข้ามา ไป๋จื่อพลันถามว่า “เจ้ารู้จักโรงหมอและร้านขายยาในเมืองหลวงกี่แห่ง”
อีกฝ่ายรีบตอบ “หลายแห่งขอรับ โถงหยวนเหอ โถงเทียนฝู โถงเมี่ยวเหริน โถงลิ่วอัน…”
ไป๋จื่อร้องให้เขาหยุด “โถงลิ่วอัน? เมื่อครู่เจ้าบอกว่าโถงลิ่วอันหรือ”
องครักษ์พยักหน้า “ขอรับ ในเมืองหลวงมีโถงลิ่วอันแห่งหนึ่งของสกุลกวน กิจการดีมาก นับว่ามีชื่อเสียงมากในเมืองหลวงทีเดียว”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันอยู่ที่ใด” ไป๋จื่อถาม
ฝ่ายองครักษ์พยักหน้า “รู้ขอรับ มันห่างจากที่นี่ไม่ไกล ตั้งอยู่บนถนนเยาหวัง ถนนเส้นนั้นมีแต่ร้านขายยาทั้งนั้นเลยขอรับ”
“ไปถนนเยาหวัง โถงลิ่วอัน”
กิจการของสกุลกวน? จะเกี่ยวข้องกับตำราฝังเข็มที่นางได้มาจากสกุลกวนก่อนหน้านี้หรือไม่
ซ่งหลางผู้นี้รู้จักสกุลกวนได้อย่างไร นางไม่อยากเชื่อมโยงนายท่านกวนในความทรงจำเข้ากับกบฏแคว้นเลยจริงๆ
เมื่อเทียบถนนเยาหวังกับถนนที่นางทายปริศนาโคมเมื่อครู่ ที่นี่เงียบเชียบอย่างยิ่งยวด แม้จะมีโคมหลากสีประดับประดาอยู่ แต่บนถนนกลับไม่มีคนเดินอยู่เท่าไรนัก ประตูร้านขายสมุนไพรมากมายก็ปิดสนิทด้วย
โถงลิ่วอันก็เป็นเช่นนั้น ประตูด้านหน้าปิดสนิท
หูเฟิงที่ซ่อนอยู่ในเงามืดขมวดคิ้ว พึมพำเสียงเบา “นางมาที่ร้านสมุนไพรทำไม หรือคนที่นางต้องการตามหาจะอยู่ที่นี่”
องครักษ์เคาะประตูโถงลิ่วอัน ไม่นานนักก็มีเสียงสอบถามดังมาจากข้างใน “ใครน่ะ”
“คุณหนูของข้าเดินทางไกลมาเยือน อยากจะเจียดยาสักสองชุด” องครักษ์ตอบ
คราวนี้คนข้างในถามว่า “คุณหนูของเจ้าสกุลอะไร” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
องครักษ์ตอบทันควัน “เหล่าบุปผาเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมหมื่นลี้”
บัดนี้ประตูเปิดออก ชายชราอายุเกินครึ่งร้อยเดินออกมาจากข้างใน ในมือของเขาถือตะเกียง ก่อนจะเงยหน้ามองเหล่าองครักษ์ด้วยดวงตาประดับริ้วรอย จากนั้นก็มองไปยังคนที่อยู่ข้างหลังพวกเขา
……….
ตอนที่ 890 ซ่งหลาง
ชายชรามองไป๋จื่อที่นั่งอยู่ในรถเข็น แล้วพยักหน้าทันที “เข้ามาเถอะ”
เขาหมุนกายเข้าไป หน้าประตูโถงลิ่วอันมีบันไดหินอยู่หลายขั้น องครักษ์จึงทำได้เพียงยกรถเข็นตามเข้าไป
พวกเขาวางรถเข็นที่มีไป๋จื่อนั่งอยู่อย่างเบามือ นางมองชั้นวางสมุนไพรเป็นทิวแถว ด้านหลังโต๊ะหน้าที่ควรมีเจ้าของร้านและพนักงานอยู่ยืน บัดนี้ว่างเปล่าไม่มีใคร
นางมองดูจนรอบแล้ว ตรงที่ว่างอีกด้านหนึ่งของร้านมีโต๊ะวางอยู่หลายตัว น่าจะใช้สำหรับรับรองลูกค้าให้นั่งพักเท้าได้
ด้านหน้าโต๊ะสี่เหลี่ยมตรงกลางนั้น นั่งไว้ด้วยบุรุษผู้หนึ่ง เขานั่งหันหลังให้นาง ผมยาวสีดำขลับพาดอยู่ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งถูกรวบเป็นมวยสูง ใช้รัดเกล้าหยกขาวที่เรียบง่ายกลัดไว้
จิ่นเอ๋อร์เพียงเห็นเงาหลังนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นซ่งหลางที่พวกนางอยากพบ
“ซื่อจื่อ องค์หญิงของข้ามาแล้ว”
ซ่งกลางวางจอกชาในมือ เขาเอ่ยเสียงเรียบโดยที่ไม่ได้หันกายมา “เจ้าไม่ใช่เชียนฟาง”
หัวใจของจิ่นเอ๋อร์พลันคล้ายกับถูกบีบ นางขมวดคิ้ว “ซื่อจื่อหมายความว่าอย่างไร”
ชายหนุ่มยิ้มเย็น “ข้าไม่ใช่ซื่อจื่ออะไรนั่นแล้ว เจ้าเอาแต่เรียกข้าเช่นนี้ นับว่าเป็นการย้ำเตือนข้าว่าอย่าลืมฐานะเดิมของตนเอง อย่าลืมความเคืองแค้นในทะเลเลือดนั่นใช่หรือไม่”
จิ่นเอ๋อร์รีบเอ่ย “จิ่นเอ๋อร์ไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
ในที่สุดซ่งหลางก็หมุนกายมา เขากวาดสายตามองจิ่นเอ๋อร์อย่างเย็นชา ก่อนที่สุดท้ายจะมองไปยังผ้าบังใบหน้าผืนบาง “จิ่นเอ๋อร์ยังคงเป็นคนเดิม แต่น่าเสียดายที่องค์หญิงไม่ใช่”
ไป๋จื่อรู้ว่าฐานะของตนเองถูกเปิดเผยแล้ว บัดนี้ไม่มีอะไรน่าปิดบังอีก เดิมทีนางก็รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าจะรวดเร็วปานนี้เท่านั้นเอง
นางถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ใช่องค์หญิง ข้าแต่งตัวไม่เหมือนนางหรือไร” ใบหน้าองอาจและเยาว์วัยปรากฏอยู่เบื้องหน้า คุ้นตานัก คล้ายกับว่านางเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทว่าตอนนี้นึกไม่ออก
จนกระทั่งชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาหานางหลายก้าว เท้าและขาคล้ายจะไม่ปราดเปรียวมาก ทว่าขาเหยียดตรงนัก
เด็กสาวพลันนึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นได้
วันที่เจ้าใหญ่และไป๋ต้าเป่าโยนนางทิ้งบ่อน้ำ นางช่วยคนผู้หนึ่งในกระท่อมผุพัง ใบหน้าของคนตรงหน้าผู้นี้ กับใบหน้าของคนที่นางช่วยไว้ผู้นั้นเหมือนกันโดยสมบูรณ์
ซ่งหลางเอ่ยว่า “เหมือนไปเสียหมด ทว่ามีจุดเดียวที่ไม่เหมือน”
ไป๋จื่อเลิกคิ้ว “โอ้? ข้าอยากลองฟังดู”
ชายหนุ่มแค่นเสียงเบาๆ “เจ้าฉลาดเกินไป ฉลาดกว่าองค์หญิงเชียนฟางมาก หากวันนี้คนที่มาเป็นนาง เกรงว่าตามหาจนฟ้าสาง นางก็คงยังไม่พบที่นี่ แต่เจ้ากลับมาที่นี่ได้ในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม”
ที่แท้ความฉลาดก็ทำให้เสียเรื่องได้เช่นกัน นางเพียงอยากพบตัวเขาโดยเร็ว จึงไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย
ซ่งหลางจ้องผ้าบังหน้าเขม็ง เขาอยากเห็นใบหน้าเบื้องหลังมัน แต่กลับมองอย่างไรก็ไม่ชัด “เจ้าคิดจะพูดกับข้าเช่นนี้เรื่อยไปหรือ” เขาถาม
ไป๋จื่อลุกขึ้นยืนจากรถเข็น มองซ่งหลางผ่านผ้าบังหน้า “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าไม่ใช่องค์หญิงเชียนฟาง เช่นนั้นเจ้าต้องรู้แน่ๆ ว่าตอนนี้คนของข้าล้อมโถงลิ่วอันไว้แล้ว”
ฝ่ายซ่งหลางหัวเราะเสียงเย็นชา “แล้วอย่างไร? ข้าซ่งหลางหากไม่ฆ่าคน ก็ต้องลอบวางเพลิง พวกเจ้าล้อมข้าไว้ ตั้งใจให้ข้าจนใจกระมัง”
เด็กสาวไม่แปลกใจที่เขาพูดเช่นนี้ เขามั่นใจได้ถึงเพียงนี้ แสดงว่าวางทางหนีทีไล่ให้ตนเองเรียบร้อยแล้ว
“คุณชายซ่ง องค์หญิงเชียนฟางรักเพียงเจ้า หากไม่ใช่เพราะนางเดินไม่ได้ คนที่มาในวันนี้ต้องเป็นนางแน่นอน”
ใบหน้าของซ่งหลางราบเรียบนัก “ได้ยินมาว่าคนที่รักษาเชียนฟางเป็นหมอหญิงคนหนึ่ง หรือว่าจะเป็นเจ้า”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ใช่ข้า เป็นนายท่านกวนต่างหาก เจ้าของโถงลิ่วอันแห่งนี้ เจ้าน่าจะรู้จักนะ”
ซ่งหลางส่ายหน้าทันที “เป็นไปไม่ได้ เขาไม่รู้วิชาแพทย์ แม้แต่ศาสตร์ด้านสมุนไพรก็ไม่เชี่ยวชาญ แล้วเขาจะ…” เมื่อพูดมาได้ครึ่งหนึ่ง เขาก็ปิดปากเงียบ ในแววตาฉายแววเย็นชา “เจ้ากล้าหลอกข้าหรือนี่”