คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 887 สาวน้อย เจ้ารีบโตหน่อยเถอะ / ตอนที่ 888 ทายปริศนาโคม
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 887 สาวน้อย เจ้ารีบโตหน่อยเถอะ / ตอนที่ 888 ทายปริศนาโคม
ตอนที่ 887 สาวน้อย เจ้ารีบโตหน่อยเถอะ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเขาก็ละจากริมฝีปากของนาง ทว่ายังคงกักศีรษะของนางไว้ตรงหน้าอกตนเอง
นางได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขาชัดเจนมาก มันแข็งแรงมีกำลังและกระชั้นนัก อกของเขาแกร่งเหมือนเช่นที่นางจินตนาการไว้ พร้อมด้วยกลิ่นผงสบู่เจือจางสายหนึ่งที่เข้ามาเตะจมูกนาง
เขายังคงไม่ชอบกลิ่นเครื่องหอมเหมือนกับก่อนหน้านี้ กลิ่นกายเขาสดชื่นและเป็นธรรมชาติ เป็นกลิ่นที่นางชอบพอดิบพอดี
อาจจะเป็นเพราะเขาคือคนที่นางชอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอะไรของเขา นางล้วนชอบทั้งสิ้น
หูเฟิงถอนหายใจยาวเหยียด เสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์พันตูอยู่ที่ข้างหูนาง “สาวน้อย เจ้ารีบโตหน่อยเถอะ”
ไป๋จื่อหัวเราะเบาๆ “ต่อให้รีบเพียงใด ทว่าแต่ละวันผ่านไปช้านัก ไม่อาจโตได้ภายในคืนเดียวกระมัง”
“ตอนนี้เจ้าอายุสิบสาม เมื่อถึงเดือนเก้าก็อายุสิบสี่แล้ว ถึงตอนนั้นก็แต่งงานได้แล้วละ” หูเฟิงคำนวณ
เด็กสาวหัวเราะเสียงดัง “เจ้าอยากมีภรรยาจนเป็นบ้าไปแล้วหรือ อายุสิบสี่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เลย อย่างไรก็ต้องรอจนถึงอายุสิบแปดก่อน!”
หูเฟิงกอดนางแน่นขึ้น “ไม่อยากจะคิดเลย พอเจ้าอายุสิบแปด ข้าก็อายุยี่สิบแปดแล้ว”
ทั้งสองคนพูดคุยพลางหัวเราะอยู่ข้างนอกคฤหาสน์ตงฟาง หูเฟิงอยากตามนางเข้าไปข้างในยิ่งนัก
ตงฟางมู่เห็นลูกศิษย์กลับมาพร้อมกับหลานสาว ในใจเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง ทว่าใบหน้ากลับบึ้งตึง “นี่ เจ้าหนุ่ม เจ้าย้ายมาอยู่ที่นี่เสียเลยเถอะ วันๆ เอาแต่มาที่นี่ ไม่กลัวคนอื่นเขาจะนินทาหรือไร”
หูเฟิงยิ้ม “ใครอยากพูดก็พูด ใครอยากสนใจก็สนใจไปเถอะขอรับ ข้าไม่ยี่หระอยู่แล้ว”
ตงฟางมู่กลอกตาขาวให้ชายหนุ่ม ก่อนจะหันหน้าไปพูดกับไป๋จื่อ “เหนื่อยแล้วกระมัง รีบไปพักเถอะ อีกเดี๋ยวจะตั้งโต๊ะอาหารแล้ว”
“ข้าจะไปดูท่านแม่ของข้าสักหน่อย พวกท่านคุยกันไปก่อนนะเจ้าคะ” นางพูดจบก็เดินไป ไม่กล้ารั้งอยู่นาน เพราะหูเฟิงต้องพูดเรื่องคืนวันเทศกาลหยวนเซียวกับตงฟางมู่แน่ๆ ด้วยนิสัยของชายชราผู้นี้ เขาไม่มีทางยอมโดยเด็ดขาด หากนางอยู่ต่อ นางต้องถูกเขาถลึงตามองจนตาย สู้รีบหนีไปก่อน ให้หูเฟิงเป็นคนต้อนรับขับสู้
เป็นไปตามคาด ไป๋จื่อไปได้ไม่ทันไร ก็มีเสียงตะโกนของตงฟางมู่ดังออกมาจากห้องหนังสือ “ไม่ได้ ไม่ได้โดยเด็ดขาด”
“ไม่ได้ ข้าไม่ยอม”
“อย่าได้คิดเชียว คืนนั้นนางห้ามออกจากบ้าน ข้าไม่อนุญาตให้พวกเจ้าสองคนออกไป”
“...”
ไม่รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายหูเฟิงโน้มน้าวตงฟางมู่อย่างไร ในที่สุดเขาก็ยอม
เพียงแต่ตงฟางมู่ทำหน้าตาบึ้งตึงตลอดมื้ออาหาร ราวกับมีใครติดเงินเขาหลายล้านเฉียนอย่างไรอย่างนั้น
...
เทศกาลหยวนเซียว
เมืองหลวงค่ำคืนนี้ น่าจะเป็นค่ำคืนที่สว่างไสวที่สุดในปีนี้แล้ว
บนถนนใหญ่หรือตรอกเล็กๆ ร้านรวงมากมาย บ้านเรือนแต่ละหลังล้วนแขวนโคมไฟที่ทั้งงดงามและเป็นมงคลเอาไว้
ในเมืองหลวงมีถนนที่คึกคักอย่างยิ่งอยู่หลายสาย จากต้นถนนไปถึงปลายถนนมีโคมรูปแบบต่างๆ แขวนไว้จนเต็มแน่น ไม่มีที่ใดเว้นว่าง
ไป๋จื่อสวมเสื้อผ้าขององค์หญิงเชียนฟาง แม้กระทั่งสวมหมวกด้วย บัดนี้นางนั่งอยู่บนรถเข็น ข้างกายขนาบข้างด้วยองครักษ์สองคน ส่วนคนที่เข็นรถก็คือจิ่นเอ๋อร์
ในเมื่อต้องเล่นละคร เช่นนั้นก็ต้องเล่นให้สมบทบาท
พี่หลางผู้นั้นมาถึงแคว้นฉู่แล้ว ย่อมติดต่อกับใครบางคนของแคว้นฉู่ และคนในเงามืดเหล่านั้นอาจจะรู้จักหน้าตาขององค์หญิงเชียนฟาง หากองค์หญิงที่แข็งแรงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เช่นนั้นพี่หลางไม่มีทางเชื่อกระมัง
จิ่นเอ๋อร์เครียดเกร็งอย่างเห็นได้ชัด นางสอดส่องสายตาไปทั่วบริเวณอยู่เสมอ นางคุ้นเคยกับซ่งหลางมาก ขอเพียงเขาปรากฏตัวออกมา นางต้องจำเขาได้แน่นอน
ทว่าคนบนถนนเส้นนี้มีมากมายจริงๆ พวกนางแทบจะถูกคนเบียดให้เดินไปข้างหน้า ต่อให้สายตาแหลมคมเพียงใด ก็ไม่อาจมองคนทั่วทั้งถนนได้ครบครัน
ไป๋จื่อตีหลังมือของนางเบาๆ เป็นการบอกให้นางก้มหน้าลง
จิ่นเอ๋อร์ก้มหน้าลง “มีอะไรจะสั่งข้าหรือ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
……….
ตอนที่ 888 ทายปริศนาโคม
ไป๋จื่อเอ่ยว่า “เจ้าทำเช่นนี้เตะตาคนง่ายนัก เป็นธรรมชาติหน่อย อย่ามองไปทั่ว เดินไปข้างหน้าเหมือนปกติ หากเขาอยากออกมา เขาย่อมปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราเอง”
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
นางสูดลมหายใจลึกๆ พยายามสงบใจลง สองวันนี้องค์หญิงพูดกับนางหลายอย่าง ร้องไห้อยู่หลายหน บางคำพูดคนเป็นบ่าวอย่างนางไม่ควรพูด แต่เห็นองค์หญิงเป็นเช่นนั้น พูดออกไปน่าจะดีกว่า นางโน้มน้าวไม่ให้องค์หญิงติดต่อกับซ่งหลางอีก เพราะซ่งหลางผู้นี้ไม่ใช่ซ่งหลางคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
องค์หญิงเสียใจมาก แต่แล้วจะทำอย่างไรได้เล่า
องค์หญิงขอร้องนางด้วยความขมขื่น ไม่ว่าอย่างไรอย่าให้ซ่งหลางก่อเรื่อง ไม่ว่าสภาพของตนในตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับซ่งหลางหรือไม่ ล้วนอย่าให้ซ่งหลางก่อเรื่องอะไร นางกับพี่ชายได้รับความผิดก็เท่ากับได้ชดเชยให้สกุลซ่งของพวกเขาแทนเสด็จพ่อแล้ว
จิ่นเอ๋อร์ลอบถอนใจ องค์หญิงมีเมตตานัก แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่
“ตรงนั้นคนเยอะมาก พวกเราไปดูกันหน่อยเถอะ” ไป๋จื่อบอกจิ่นเอ๋อร์
จิ่นเอ๋อร์เข็นนางเดินไปตรงนั้น กลุ่มคนเห็นสตรีนั่งอยู่บนรถเข็นจึงหลีกทางให้
พวกนางไปถึงด้านหน้าอย่างรวบรื่น
เถ้าแก่ที่กำลังทำงานเห็นสตรีนั่งรถเข็นคนหนึ่งมาถึง ก็รีบถือโคมสองสามอันเข้ามา รูปแบบของโคมธรรมดามาก ด้านล่างห้อยไว้ด้วยแผ่นกระดาษทายปริศนา
“แม่นาง ทายปริศนาโคมหรือไม่ ทายถูกสามข้อจะได้รางวัลด้วยนะ” เถ้าแก่ถามพร้อมรอยยิ้ม
ไป๋จื่อยิ้มเช่นกัน “รางวัลอะไรหรือ”
เถ้าแก่ผู้นั้นชี้ไปยังโต๊ะด้านหลัง บนนั้นวางกล่องไว้สามใบ ฝากล่องปิดสนิท มองไม่เห็นว่าข้างในใส่อะไรเอาไว้
“ความลับ ถือเสียว่าเป็นการสร้างความตื่นเต้น มันอาจจะไม่ล้ำค่ามากนัก แต่มีความหมายอย่างยิ่งยวดแน่นอน” เถ้าแก่หัวเราะอย่างมีเลศนัย
ไป๋จื่อมองไปทางปริศนาโคม ก่อนจะยื่นมือไปดึงมันมา นางมองกระดาษแผ่นเรียบอย่างตั้งใจ เห็นเพียงบนนั้นเขียนว่า ‘จันทราคล้อย ตะวันปรากฏ จงทายหนึ่งคำ’
จิ่นเอ๋อร์ก้าวเข้ามาใกล้ พูดพึมพำว่า “จันทราคล้อย ตะวันปรากฏ จงทายหนึ่งคำ? จะเป็นคำว่าอะไรกัน”
ไป๋จื่ออ่านประโยคนี้ทวนอยู่ในใจสองรอบ ก่อนที่นางจะตาเป็นประกาย ยิ้มกล่าวว่า “คงจะหมายถึงสีชาดกระมัง”
เถ้าแก่พยักหน้าทันที “ถูกต้อง หมายถึงสีชาดนั่นแหละ แม่นางทายได้เร็วจริงๆ ไหนลองดูข้อต่อไปกันดีกว่า” เขาพลันส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ไป๋จื่อ
“ขู่ลม กวาดดิน เป็นชื่อสมุนไพรชนิดหนึ่ง”
ไป๋จื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองไปทางเถ้าแก่ผู้นั้น ฝ่ายเถ้าแก่ยิ้มกริ่มมองนางผู้อยู่ใต้ผ้าบังหน้า ซึ่งบัดนี้มีสีหน้าเป็นปกติ
นางหัวเราะเสียงเบา “แรงเสือกำจายใช่หรือไม่”
เถ้าแก่พยักหน้าทันใด “เป็นแรงเสือกำจายจริงๆ คุณหนูรู้เรื่องมากมายทีเดียว หากทายถูกอีกข้อ เช่นนั้นท่านก็จะได้รางวัลแล้ว”
เขาพูดพลางส่งกระดาษอีกแผ่นหนึ่งในนาง ครั้งนี้มันไม่ได้มาจากข้างใต้โคม แต่มาจากในกระเป๋าแขนเสื้อของเขาเอง
เด็กสาวรับมันมากางดู ภายในเขียนตัวอักษรเอาไว้สี่ตัว ‘เงือกปาดน้ำตา’
ไม่ได้บอกว่าให้ทายอะไร เป็นคำศัพท์หรือชื่อ หรือว่าจะเป็นอย่างอื่น
นางคิดดูแล้วก็เงยหน้าขึ้น ถามว่า “ใช่ไข่มุกหรือไม่”
เถ้าแก่ปรบมือ “ถูกต้องๆ คุณหนูช่างมีความสามารถ เป็นไข่มุกจริงๆ มาเถอะ คุณหนูเชิญทางนี้”
จิ่นเอ๋อร์เข็นไป๋จื่อตามหลังเถ้าแก่ ไปยังโต๊ะที่วางกล่องเอาไว้ตัวนั้น
บนโต๊ะมีอยู่สามกล่อง เถ้าแก่จึงถามไป๋จื่อว่า “คุณหนูเลือกได้ตามใจชอบ แต่หากเลือกแล้วไม่อาจเปลี่ยนใจได้อีก”
ไป๋จื่อไม่ได้รีบร้อนเลือก นางพิจารณากล่องทั้งสามใบอย่างละเอียด พวกมันคล้ายคลึงกันมาก แต่หากมองดูให้ดีๆ ก็จะพบจุดที่แตกต่างกันออกไป