คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 891 เป็นบิดานางที่ติดค้างเจ้า แต่ไม่ใช่นาง / ตอนที่ 892 พบเบาะแสของตำราชีพจรอัศจรรย์แล้ว?
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 891 เป็นบิดานางที่ติดค้างเจ้า แต่ไม่ใช่นาง / ตอนที่ 892 พบเบาะแสของตำราชีพจรอัศจรรย์แล้ว?
ตอนที่ 891 เป็นบิดานางที่ติดค้างเจ้า แต่ไม่ใช่นาง
ไป๋จื่อถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง “ข้ารู้ว่านายท่านกวนเป็นคนดี แม้จะไม่รู้ว่าเขามีความสัมพันธ์ใดกับเจ้า เจ้าถึงได้ปรากฏตัวที่โถงลิ่วอันในเวลานี้ แต่ข้ายังคงยอมเชื่อนายท่านกวน” ภาพเหตุการณ์ที่ไปยังจวนสกุลกวนวันนั้นยังคงอยู่ตรงหน้า มองอย่างไรนายท่านกวนก็ไม่เหมือนคนมีจิตใจชั่วช้า
ซ่งหลางกล่าวในทันใด “เรื่องของข้าไม่เกี่ยวกับสกุลกวน พวกเขาไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของข้า และไม่รู้เช่นกันว่าข้ามาทำอะไรที่เมืองหลวง” เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนเองต้องอธิบายให้นางฟังเสียมากมาย สตรีที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ อีกไม่นานก็จะต้องกลายเป็นคนตายแล้ว ไฉนเขาต้องอธิบายอะไรกับนางอีก
“ที่ข้ามาในวันนี้ไม่ได้มีเจตนาอื่น ข้าเพียงอยากรู้ว่าเจ้าวางยาพิษอะไรให้องค์หญิงเชียนฟาง” ไป๋จื่อถาม
เมื่อจิ่นเอ๋อร์ได้ฟังดังนั้น สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปในทันใด “อะ อะไรนะ? องค์หญิงถูกยาพิษ?” นางมองไป๋จื่อด้วยความงุนงง เพราะก่อนหน้านี้นางไม่เคยได้ยินไป๋จื่อพูดถึงมาก่อน
ซ่งหลางหัวเราะเสียงเย็น “เจ้ามีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ แต่ยังขาดอะไรไปอยู่บ้าง หากเจ้าวินิจฉัยได้ว่านางถูกพิษอะไร นั่นถึงจะเรียกว่าเจ้ามีความสามารถอย่างแท้จริง”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “เสียแรงที่องค์หญิงเชียนฟางแม้รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้า แต่กลับยังคงอ้อนวอนให้ข้าปล่อยเจ้าไป เจ้ารู้สึกผิดต่อนางบ้างหรือไม่”
สีหน้าของซ่งหลางเปลี่ยนไป แววตาของเขาปรากฏไอสังหาร “ข้ารู้สึกผิดต่อนาง? เหตุใดข้าต้องรู้สึกผิดต่อนาง คนสกุลซ่งของข้าทั้งหมดสองร้อยกว่าคน ล้วนถูกบิดาของนางสังหารทิ้งจนไม่เหลือ เป็นนางติดค้างข้า ไม่ใช่ข้าติดค้างนาง”
“เป็นบิดานางติดค้างเจ้า แต่ไม่ใช่นาง เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด”
“แตกต่างกันอย่างไร” ซ่งหลางพิโรธหนัก
“แน่นอนว่าแตกต่างกัน บิดานางเป็นคนตัดสินใจ และไม่ได้ถามนางก่อน ย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบจากนาง บิดานางคือบิดานาง ส่วนนางก็คือนาง ไม่อาจนำมาพูดรวมกันได้ เจ้าจะไม่รักนาง ไม่สนใจนาง ออกห่างจากนางก็ได้ แต่เจ้าจะใช้ความรักที่นางมีต่อเจ้า ทำเรื่องที่เป็นการทำร้ายนางไม่ได้”
“เจ้าพูดว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้อย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร” ซ่งหลางไม่อยากฟังนางพูดอีกต่อไป ไม่รู้เหมือนกันว่าเขานำเข็มยาวออกมาจากที่ใด เขาสะบัดมือครั้งหนึ่ง เข็มยาวพุ่งตรงไปยังไป๋จื่อ หมายจะปักลงบนหน้าของนาง
ไป๋จื่อระมัดระวังเขาอยู่ตลอด แทบจะเห็นมือของเขาเคลื่อนไหวกับตาตนเอง เข็มยาวออกมาจากในข้อมือ ตกลงในฝ่ามือของเขาพอดิบพอดี
นางเบี่ยงกายหลบอาวุธลับ องครักษ์สองคนเบื้องหลังปรี่มาตรงหน้าทันใด คนหนึ่งคุ้มครองไป๋จื่อ คนหนึ่งต่อสู้กับซ่งหลาง
ซ่งหลางได้รับบาดเจ็บ เดินเหินไม่คล่องเท่าไร เมื่อประมือกับองครักษ์ผู้นั้นจึงทำได้เพียงต้องต่อสู้ ไม่อาจปลีกตัวหนีไปได้
ชายชราที่เปิดประตูให้พวกไป๋จื่อก่อนหน้านี้พลันปรากฏตัวอยู่ในโถง ในมือถือมีดสั้นสองเล่ม ตัวมีดโค้งเล็กน้อย บนด้ามมีดสลักรูปภาพเอาไว้ เป็นรูปแบบของอาวุธแคว้นจิน
องครักษ์ที่คุ้มครองไป๋จื่อต่อสู้กับชายชราผู้นั้น ไป๋จื่อตกอยู่ในความเสี่ยงอีกครั้ง แม้จิ่นเอ๋อร์จะเรียนวรยุทธ์มาบ้าง แต่เมื่อยู่ต่อหน้ายอดฝีมือตัวจริงเสียงจริง นางก็ทำอะไรไม่ได้โดยสิ้นเชิง
วรยุทธ์ของชายชราเหนือชั้นกว่าองครักษ์ ประมือกันเพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า องครักษ์ก็เพลี่ยงพล้ำแล้ว บัดนี้เขาบาดเจ็บจนลงไปนอนอยู่บนพื้น
ชายชราก้าวมาหาไป๋จื่อทีละก้าว จิ่นเอ๋อร์ดึงมีดสั้นออกมาจากตรงเอว เพียงแต่น่าเสียดายนัก นางยังไม่ทันได้ออกท่าทางอะไร มีดสั้นก็หล่นลงบนพื้นเสียแล้ว
เขาโบกมือ คว่ำร่างจิ่นเอ๋อร์ลงพื้น พาให้ลมแรงสายหนึ่งผ้าบังหน้าผืนบางบนหมวกของไป๋จื่อเปิดออก เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงข้างใต้นั้น
ซ่งหลางมองมาทางนี้พอดี เมื่อได้เห็นใบหน้าและดวงตาคู่นี้ เขาก็นึกถึงเด็กสาวที่รักษาเขาในกระท่อมเก่าคืนนั้นทันที
ดวงตาคู่นี้เหมือนกับดวงตาที่เขาได้เห็นในคืนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน มันสุกสกาวและสดใส
มีดสั้นของชายชราแทงเข้าหาไป๋จื่ออย่างแรง ซ่งหลางเห็นดังนั้นก็อยากร้องเรียกให้เขาหยุด ทว่าทันใดนั้นก็มีเงาดำสองสายพังหน้าต่างเข้ามา ก่อนจะปรี่เข้าไปถึงตรงหน้าของชายชรา ช่วยชีวิตเด็กสาวให้พ้นจากอันตรายได้ในพริบตาเดียว
……….
ตอนที่ 892 พบเบาะแสของตำราชีพจรอัศจรรย์แล้ว?
เขาถอนใจด้วยความโล่งอก เขาเผลอลดความระแวดระวังลง เป็นโอกาสให้องครักษ์หลวงสบโอกาส แทงกริชเย็นยะเยือกเข้าที่แขนซ้ายของเขา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ซ่งหลางส่งเสียงในลำคอ ฝ่ายชายชราเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาหา ก่อนจะถีบองครักษ์หลวงออก แล้วลากตัวซ่งหลางไปหมายจะหนี
ตอนที่ออกไป ซ่งหลางหันกลับมามองดวงตาสดใสราวกับโคมไฟในยามราตรีคู่นั้น
ดวงตาคู่นี้ดึงดูดใจน้อยกว่าเชียนฟาง อ่อนโยนและน่าทะนุถนอมน้อยกว่ามารดา แต่มันกลับสดสวย สุกใส เพียงได้มองครั้งเดียวก็ไม่อาจลืมแล้ว
ทั้งสองคนหนีไปทางหน้าต่างด้านหลัง องครักษ์หลวงและผู้คุ้มกันคิดจะตามไป ทว่าไป๋จื่อยกมือขึ้นห้าม “ไม่ต้องตามไป ท่านอ๋องอยู่ข้างนอก”
หูเฟิงซ่อนตัวอยู่ข้างนอก รอจังหวะที่พวกเขาที่หนีออกมา ถือโอกาสตามเถาวัลย์ไปจนถึงตัวแตงโม ด้วยหวังว่าจะได้พบคนแคว้นฉู่ที่ติดต่อกับซ่งหลาง พบที่อยู่ของไท่จื่อแคว้นจิน
ไป๋จื่อไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง อีกฝ่ายยังไม่ทันตอบคำถามก็หนีไปเสียแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสอีกหรือไม่
...
เช้าวันต่อมา หูเฟิงกลับมาที่คฤหาสน์สกุลตงฟาง ทันทีที่เข้าไปด้านในก็เริ่มสนทนากับตงฟางมู่ที่ห้องหนังสือทันที
ไป๋จื่อรู้เรื่องแล้ว ยามที่นางรีบไปยังห้องหนังสือของตงฟางมู่ บทสนทนาลึกลับของทั้งสองคนก็จบลงพอดี บัดนี้กำลังดื่มชาเคล้าเสียงหัวเราะกันอยู่
เด็กสาวถลาเข้าไปถาม “เป็นอย่างไรบ้าง”
หูเฟิงแสร้งว่าไม่รู้เรื่อง “อะไรเป็นอย่างไรบ้าง”
ไป๋จื่อนั่งลงข้างๆ เขา “อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง รีบพูดมาเร็ว”
หูเฟิงหัวเราะเสียงดัง เขาวางจอกชาในมือลง บนใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม “เจ้าเดาถูกแล้วจริงๆ คนผู้นั้นจับไท่จื่อแคว้นจินเอาไว้ที่เรือนชิงเฟิง”
ตงฟางมู่เอ่ยเสริมว่า “เรือนชิงเฟิงคือเรือนพักแขกของฉู่เฟิง คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มาก ข้าเองก็ได้รู้เข้าโดยบังเอิญ ฉู่เฟิงผู้นี้ขวัญกล้าเทียมฟ้า เพื่อช่วงชิงตำแหน่งไท่จื่อ เขากล้าทำได้ทุกเรื่องจริงๆ”
ไป๋จื่อเดาได้แต่แรกแล้วว่าเป็นฉู่เฟิง เพียงแต่นางไม่มีหลักฐาน พูดอะไรออกมาย่อมไม่ดีแน่ ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ยิ่งไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากความ
นางถามอีกว่า “พวกท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไป”
ตงฟางมู่มีสีหน้าประหลาดใจ “สาวน้อย ปกติแล้วเจ้าไม่ชอบเรื่องพรรค์นี้เป็นที่สุด ไฉนวันนี้ถึงถามขึ้นมาได้แล้ว ไยถึงสนใจเรื่องนี้นัก”
หูเฟิงกวาดสายตามามองนาง เขาเอ่ยเสียแข็ง “นางไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นี้หรอกขอรับ นางอยากรู้เรื่องบางเรื่องจากปากของซ่งหลางผู้นั้นต่างหาก ไม่เช่นนั้นท่านคิดว่าเหตุใดเมื่อวานนางต้องเสี่ยงอันตรายเช่นนั้นด้วยเล่า”
ไป๋จื่อหัวเราะแห้งๆ สองเสียง “เรื่องเกี่ยวพันถึงชีวิตขององค์หญิง ข้าจำเป็นต้องรู้ ซ่งหลางผู้นั้นลงมืออย่างอำมหิต ไม่สนใจความรักของคู่หมั้นเช่นองค์หญิงเลยสักนิด ไม่เพียงใช้วิชาฝังเข็มบนตัวนาง ยังวางยาพิษอีกต่างหาก และข้าไม่รู้ว่ายาพิษนี้คืออะไร หากอยากช่วยองค์หญิง วิธีการที่เร็วที่สุดก็คือง้างปากเขา แต่น่าเสียดายที่เมื่อวานข้าทำไม่สำเร็จ เขาระแวดระวังตัวดีมาก ข้าหลอกเขาไม่ได้เลย”
“ครั้งก่อนเจ้าบอกว่าขอเพียงพบตำราชีพจรอัศจรรย์ ก็จะพบวิธีช่วยองค์หญิงไม่ใช่หรือ” ตงฟางมู่ถาม
เด็กสาวพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ แต่ตำราชีพจรอัศจรรย์อยู่ที่ใด จะหาเจอเมื่อไรล้วนไม่มีใครรู้ ซ่งหลางอยู่ที่นี่ อาการป่วยขององค์หญิงรอไม่ได้แล้ว”
ตงฟางมู่ยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาพิงร่างลงบนพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ พลางยิ้มอย่างลำพองว่า “สาวน้อย ใครบอกว่าไม่มีใครรูว่าตำราชีพจรอัศจรรย์อยู่ที่ใด”
ไป๋จื่อชะงัก หลังจากดึงสติกลับมาได้ถึงลุกขึ้นยืน นางรีบเดินไปหาตงฟางมู่ “ท่านตา ท่านพูดจริงหรือเจ้าคะ พบตำราชีพจรอัศจรรย์แล้วหรือ”
ตงฟางมู่เห็นนางรีบร้อย ก็ไม่หยั่งเชิงอะไรอีก เขาดึงตัวนางนั่งลง ยิ้มกล่าวว่า “เถ้าแก่หลิวเป็นสหายเก่าแก่ของข้ามาหลายปี วันนั้นเจ้าเล่าเรื่องให้ข้าฟัง ข้ามีเวลาว่าจึงไปพบเขา ฝากฝังเรื่องตำราชีพจรอัศจรรย์ให้กับเขา วันนี้เขาส่งคนมาส่งข่าวให้ข้าตั้งแต่เช้า ว่าพบเบาะแสของตำราชีพจรอัศจรรย์แล้ว”