คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา - ตอนที่ 893 หมดอาลัยตายอยาก / ตอนที่ 894 แม่นางไป๋เป็นคนดี
- Home
- คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
- ตอนที่ 893 หมดอาลัยตายอยาก / ตอนที่ 894 แม่นางไป๋เป็นคนดี
ตอนที่ 893 หมดอาลัยตายอยาก
ไป๋จื่อรีบถาม “พบเบาะแสหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ความจริงแล้วพบตำราหรือไม่กันแน่”
ตงฟางมู่โบกมือ “ไหนเลยข้าจะรู้ อาจจะพบหรืออาจจะไม่พบก็ได้ คนส่งข่าวบอกมาเท่านี้ พวกเราต้องไปดูสักหน่อย ไหนๆ วันนี้ก็ว่างอยู่พอดี ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าสักเที่ยว”
หูเฟิงถอนใจเสียงหนึ่ง “เดิมทีข้าก็อยากไปด้วย แต่เรื่องของซ่งหลางยังไม่จบ ข้าไม่อาจปลีกตัวไปได้”
ตอนนี้ไป๋จื่อไม่สนว่าเขาจะไปหรือไม่ นางดึงร่างตงฟางมู่ให้ลุกขึ้น “ไปกันเถอะเจ้าค่ะ ไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
ตงฟางมู่นั่งนิ่งไม่ขยับ “ไม่ได้หรอก ท่านตาของเจ้ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ตอนนี้ท้องหิวแล้ว ทำอย่างไรดี”
ไป๋จื่อเข้าใจแล้ว นางส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะยิ้มขื่นว่า “ได้เจ้าค่ะ ท่านอยากกินอะไรเจ้าคะ ข้าจะไปทำให้ท่านเดี๋ยวนี้”
บัดนี้ตงฟางมู่ถูฝ่ามือ อาหารเช้าของไป๋จื่อล้ำเลิศกว่าที่พ่อครัวในวังทำมากโข แต่ละอย่างล้วนรสชาติดีเยี่ยม
เขายังไม่ทันคิดออกว่าอยากกินอะไร หูเฟิงที่อยู่ข้างๆ ก็พูดแทรกขึ้นว่า “จีตั้นปิ่ง”
ตงฟางมู่รีบพยักหน้า “ใช่ๆ จีตั้นปิ่งก็ดีเหมือนกัน”
“บะหมี่แห้งเผ็ด!” หูเฟิงพูดอีกครั้ง
ตงฟางมู่ก็พยักหน้าอีกครั้งเช่นกัน “ไม่เลวๆ ข้าอยากกินบะหมี่แห้งเผ็ดด้วยเช่นกัน”
หูเฟิงกลินน้ำลายหมายจะพูดอีก ทว่าไป๋จื่อถลึงตามองเขาทันที “พอได้แล้วกระมัง หากต้องทำอีกสองอย่าง คงจะกินพอถึงมื้อกลางวันทีเดียว”
ชายหนุ่มหัวเราะสองเสียง “เช่นนั้นก็แค่สองอย่างนี้แล้ว เจ้าทำสองชุดเลยนะ!”
เมื่อไป๋จื่อออกไปแล้ว ตงฟางมู่กล่าวกับหูเฟิงว่า “เจ้านี่ใช้ได้เลยนะ เคยกินอาหารที่สาวน้อยของข้าทำไม่น้อยเลยกระมัง”
หูเฟิงพยักหน้า “เคยกินไม่น้อยจริงๆ ขอรับ มีช่วงหนึ่งแทบจะได้กินทุกวัน กินอย่างไรก็ไม่มีเบื่อ โชคดีนัก!”
ตงฟางมู่ไม่เข้าใจ “โชคดี? โชคดีอะไรของเจ้า”
“โชคดีที่จะได้กินอาหารของนางไปตลอดชีวิต ไม่ต้องกังวลอะไร เพียงแต่อาจารย์ท่าน...เกรงว่าจะไม่มีโชคนี้นะขอรับ” หูเฟิงยิ้มอย่างลำพองใจ
ตงฟางมู่ทำหน้าบึ้งทันที “เจ้าหนุ่มคนนี้ช่างกล้านัก ตอนนี้ก็กล้าล้อข้าเล่นแล้วหรือ เจ้ายังไม่ได้เป็นลูกเขยของสกุลตงฟางเลย อย่างไรตอนนี้ยาโถวก็ยังอยู่กับข้า ช่างเถอะ เจ้าไม่ต้องกินข้าวเช้าแล้ว กลับไปเสีย!”
หูเฟิงพลันปิดแหกขึ้นมา เขารีบหัวเราะกลบเกลื่อน “อย่านะขอรับ ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้น!”
...
สำนักหมอหลวง
องค์หญิงเชียนฟางร้องไห้ตลอดทั้งคืน ดวงตาจึงบวมเป่งเหมือนกับผลท้อ ผ้าบางบนใบหน้าเปียกน้ำตาจนชุ่ม แนบสนิทอยู่ที่ข้างแก้ม ขับเน้นโครงหน้างดงามออกมาชัดเจน
จิ่นเอ๋อร์กอดนางไว้ ปลอบใจอยู่ยกใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผลเลยสักนิด
“องค์หญิง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ท่านร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วเจ้าค่ะ โชคดีที่รู้ความจริงเสียตั้งแต่ตอนนี้ หากท่านหนีไปกับเขาจริงๆ หลังจากนั้นคงยากจะคาดเดาอะไรได้แล้วเจ้าค่ะ”
สิ่งที่จิ่นเอ๋อร์พูด นางล้วนเข้าใจทุกอย่าง แต่พอนึกถึงพี่หลาง นางก็พลันเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา ราวกับมีคนใช้ปลายมีดแทงนางครั้งแล้วครั้งเล่า เฉือนหัวใจของนางออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วโยนลงบนพื้น ปล่อยมันทิ้งไว้ในโคลนตมเหม็นเน่า ให้คนเหยียบย่ำตามใจชอบ
“องค์หญิง แม่นางไป๋บอกว่าซื่อจื่อวางยาพิษท่าน แม้แต่นางเองก็ถอนพิษไม่ได้ ที่นางแต่งตัวเป็นท่านไปพบซื่อจื่อ ก็เพื่อถามความจากปากของซื่อจื่อ ว่าเขาวางยาพิษอะไรให้ท่านกันแน่” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เชียนฟางหมดอาลัยตายอยาก ไหนเลยจะสนใจว่าตนเองถูกพิษอะไร นางเพียงอยากตายไปโดยเร็ว เพราะถึงแม้จะตาย ก็นับว่าตายด้วยน้ำมือของพี่หลาง หากชีวิตของนางชำระแค้นในใจของพี่หลางได้ เช่นนั้นก็คุ้มค่าแล้ว
“องค์หญิง ท่านได้ยินคำพูดของบ่าวหรือไม่”
ลูกตาของเชียนฟางขยับไปมา นางเอ่ยเสียงขื่นว่า “ถูกพิษก็ถูกพิษ อย่างมากก็แค่ตายเท่านั้น มีอะไรน่าตื่นตกใจกัน”
……….
ตอนที่ 894 แม่นางไป๋เป็นคนดี
สีหน้าของจิ่นเอ๋อร์เปลี่ยนไปแล้ว นางจับมือองค์หญิงไว้จนแน่นขนัด กล่าวด้วยความร้อนใจว่า “องค์หญิง ท่านคิดเช่นนี้ได้อย่างไร กว่าจะรอดชีวิตมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เหตุใดถึงพูดว่าจะตายเล่าเจ้าคะ”
เชียนฟางส่ายหน้าน้อยๆ ราวกับตนเองเป็นตุ๊กตาไม้ “ไม่มีพี่หลางแล้ว ชีวิตของข้าจะมีความหมายอะไรอีก ตายไปเสียยังดีกว่า”
จิ่นเอ๋อร์ร้อนใจมาก บัดนี้นางนึกคำพูดของไป๋จื่อขึ้นได้ จึงรีบเอ่ย “แม่นางไป๋บอกว่า ซื่อจื่อไม่ได้ทำไปเพราะต้องการแก้แค้นเท่านั้น เขาต้องการให้ทั้งสองแคว้นเกิดสงคราม ถึงตอนนั้นแล้วประชาชนของทั้งแคว้นฉู่และแคว้นจินล้วนต้องพบหายนะเป็นแน่เจ้าค่ะ”
เชียนฟางกลับเหมือนไม่ได้ยิน สีหน้าของนางสงบราบเรียบ “เกี่ยวอะไรกับข้า หากข้าตายไปแล้ว ข้าก็ได้แต่อยู่ในหลุมศพ เรื่องราวบนโลกหล้าจะเกี่ยวอะไรกับข้าอีก”
จิ่นเอ๋อร์เอ่ยพลางร้องไห้ “องค์หญิง จะไม่เกี่ยวกับท่านได้อย่างไร ซื่อจื่อต้องการใช้ท่านและไท่จื่อจุดชนวนสงครามระหว่างสองแคว้น ขอเพียงท่านเป็นอะไรในวังฉู่ ฝ่าบาทต้องกรีฑาทัพมาทันทีแน่นอน แล้วเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับได้หรือเจ้าคะ”
เชียนฟางกะพริบตา ก่อนจะหันไปมองจิ่นเอ๋อร์ “เจ้าหมายความว่า พี่หลางอยากให้ข้าตายที่วังฉู่แห่งนี้ เป้าหมายคือจุดชนวนสงครามระหว่างสองแคว้น ให้แคว้นจินและฉู่ล่มจมไปด้วยกันหรือ”
จิ่นเอ๋อร์รีบพยักหน้า “ถูกต้องเจ้าค่ะ แม้ท่านจะห้ามซื่อจื่อไม่ได้ แต่ขอเพียงท่านมีชีวิตอยู่ต่อ ก็ทำให้ซื่อจื่อสังหารคนน้อยลง ถือว่าเป็นการช่วยเขาแล้วนะเจ้าคะ”
เส้นประสาทในสมองของเชียนฟางถือว่าทำงานได้แล้ว “ถูกต้อง เจ้าพูดถูกต้อง ข้าทนเห็นพี่หลางทำเรื่องผิดมหันต์เช่นนี้ไม่ได้ ข้าตายไม่ได้ จะให้เกิดสงครามระหว่างแคว้นไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบต้องพังทลายมากน้อยเพียงใด พี่หลางจะทำร้ายคนบริสุทธิ์ไม่ได้”
จิ่นเอ๋อร์เห็นนางเข้าใจแล้วก็รู้สึกดีใจมาก รีบกอดนางไว้แน่นขนัด “องค์หญิง องค์หญิงผู้แสนดีของข้า ท่านเข้าใจได้เสียที ไม่เสียแรงที่แม่นางไป๋เสี่ยงอันตรายเพื่อท่าน”
เชียนฟางเช็ดน้ำตาที่หางตา ก่อนจะถอนใจเสียงหนึ่ง “แม่นางไป๋เป็นคนดี จะเป็นหมอเช่นนางได้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างยิ่ง”
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้าทันที “จริงของท่านเจ้าค่ะ บ่าวยังไม่เคยเห็นหมอแบบนางมาก่อนเลย อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ แต่กลับเด็ดเดี่ยว ฉลาด กล้าหาญ อีกทั้งหน้าตางดงาม ว่ากันว่านางเป็นคู่หมั้นของจิ้นอ๋อง องค์ชายหกด้วยนะเจ้าคะ”
เมื่อเชียนฟางได้ยินดังนั้น นางก็ลืมความเศร้าโศกในใจไปชั่วขณะ แม้กระทั่งเบิกตาโพลง “เจ้าว่าอะไรนะ นางคือคู่หมั้นขององค์ชายหกแห่งแคว้นฉู่หรือ”
จิ่นเอ๋อร์พยักหน้า “ถูกต้องเจ้าค่ะ”
“พระชายาในอนาคต เหตุใดถึงมาเป็นหมอได้ วัฒนธรรมของแคว้นฉู่เปิดกว้างจนถึงขั้นนี้แล้วหรือ สตรีสูงศักดิ์ออกนอกบ้าน เปิดเผยโฉมหน้าตามใจชอบได้เช่นกันหรือนี่” นางคิดว่าแม่นางเช่นไป๋จื่อจะต้องมีฐานะยากจน ถึงได้ออกมาเป็นหมอเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่เช่นนั้นคุณหนูเช่นนางจะออกมารักษาโรคได้อย่างไร สำนักหมอหลวงมีบุรุษตั้งมากมาย เข้าๆ ออกๆ ทั้งวันไม่สะดวกยิ่ง
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวัฒนธรรมแคว้นฉู่เปิดกว้างเพียงใด ได้ยินว่าแม่นางไป๋พลัดพรากกับมารดาตั้งแต่ยังแบเบาะ นางเติบโตอยู่ในเขาเจ้าค่ะ” จิ่นเอ๋อร์กล่าว
เชียนฟางพยักหน้า “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้ามองไม่ออกเลยจริงๆ บนกายของแม่นางไป๋ไม่มีกลิ่นอายเด็กสาวบ้านนอกเลยสักนิด หากจะเทียบกันแล้ว คุณหนูสูงศักดิ์ทั่วไปไม่มีทางเทียบนางได้เลย”
จิ่นเอ๋อร์ก็เห็นด้วย “จริงเจ้าค่ะ”
เชียนฟางนั่งเหม่ออยู่บนเตียง จิ่นเอ๋อร์เห็นใบหน้าองค์หญิงไร้ความโศกา บัดนี้นางวางใจลงได้เสียที จึงหมุนกายไปตักน้ำมาให้องค์หญิงล้างหน้า
‘หากข้าได้ใช้ชีวิตเช่นไป๋จื่อบ้างจะดีเพียงใดกันนะ’ เชียนฟางคิดในใจ
อยากทำอะไรก็ทำสิ่งนั้น มีความสุขยิ่ง
แต่นางจะทำอะไรได้ นางไม่ได้มีความกล้าหาญเช่นไป๋จื่อ ไม่มีความสามารถเช่นไป๋จื่อ ไม่ได้ฉลาดเฉลียวเท่าไป๋จื่อ นางเจอเรื่องลำบากใจก็มีแต่ร้องไห้ ไม่รู้ประสาอะไรทั้งสิ้น แม้แต่คนดีหรือเลวก็แยกไม่ออก หากออกห่างจากหลังคาวัง นาก็ไม่รู้เลยว่าตนเองจะมีสภาพเช่นไร