จอมปราชญ์ปราบอสูร - บทที่ 47 – กลับใจ
กู้เฉิงเห็นนักพรตห้าอวัยวะครั้งแรกก็คิดจะฆ่าแล้ว
แม้จะบอกว่าตัวการคือน้าสะใภ้รองของเขา นักพรตห้าอวัยวะ
เป็นเพียงมีดที่ใช้ฆ่าคน แต่ก็สมควรตายเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อครู่กู้เฉิงจึงคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ควรจะฆ่าคนที่ไหนดี
จะต้องรอให้เรื่องของสมาคมฉางเล่อแก้ไขเสร็จก่อนแล้วค่อยฆ่า หรือ
ว่าก่อนฆ่าจะสอบสวนก่อนดี
คิดไปมากมาย สุดท้ายกู้เฉิงก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองไม่ใช่ ‘กู้
เฉิง’ คนเดิมในจวนจงหย่งโหวแล้ว
ในแง่ของสถานะ เขาเป็นถึงรักษาการผู้ตรวจการณ์ราตรีของ
หน่วยพิทักษ์ราตรี เขาเป็นทหาร นักพรตสายมารอย่างนักพรตห้า
อวัยวะคือโจร
ในแง่ของฝีมือ ผู้ฝึกตนระดับแปดตอนปลายหรือระดับเจ็ด
ตอนต้นธรรมดาๆ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาโดยสิ้นเชิง
โดยเฉพาะการรับมือกับนักพรตสายมารที่ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะ
ประชิดอย่างนักพรตห้าอวัยวะ ในระยะหนึ่งจั้ง กู้เฉิงฆ่าเขาเหมือน
หยิบของในถุง
ดังนั้นคิดจะฆ่าก็ฆ่าเลย จะไปกังวลอะไรมากมายทำไม
ตอนนี้ในพื้นที่หยกดำ ภูตน้อยห้าตัวล้อมกันเป็นวงกลม ตรง
กลางยังมีวิญญาณที่สายตาเลื่อนลอย อ่อนแออย่างยิ่ง ที่แท้ก็คือร่าง
ของนักพรตห้าอวัยวะ
กู้เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ความสามารถในการช่วยเหลือของภูตหัวใจแข็งแกร่งมาก
ดังนั้นกู้เฉิงจึงอยากจะดูว่า หากรวบรวมภูตทั้งห้าได้ครบแล้วจะเป็น
อย่างไร
แต่ไม่คิดว่าหลังจากที่นักพรตห้าอวัยวะตายแล้ว จะสามารถ
กลายเป็นวิญญาณได้ด้วย หรือว่าเพราะเขาเป็นครึ่งคนครึ่งผี ดังนั้น
พื้นที่หยกดำจึงถือว่าเป็นภูตแล้วดูดเข้ามาด้วย
แต่ดูจากท่าทางแล้ว ไม่มีภูตที่เลี้ยงไว้ในอวัยวะ อีกฝ่ายเป็นเพียง
วิญญาณเร่ร่อนที่อ่อนแอที่สุด แม้แต่สติก็ยังไม่มี ตนเองจะเอาของไร้
ค่าแบบนี้มาทำไม เปลืองพื้นที่เปล่าๆ
แต่ตอนนี้กู้เฉิงก็ไม่ได้ไปสนใจเขา แต่หันไปมองจี้หลินเฟิง
“นายน้อยใหญ่ ท่านช่างกล้าหาญเสียจริง”
จี้หลินเฟิงตกใจ ท่านเข้ามาในสมาคมฉางเล่อของข้า ฆ่าแขก
ของข้าต่อหน้าข้า ใครกันแน่ที่กล้าหาญ
กู้เฉิงชี้ไปที่ศพของนักพรตห้าอวัยวะ เยาะเย้ย “เจ้าคนนี้ไม่ใช่แค่
นักพรตห้าสิริมงคลอะไรนั่น แต่เป็นนักพรตสายมารที่ถูกหน่วย
พิทักษ์ราตรีหมายหัว มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในยุทธภพ นักพรตห้าอวัยวะ
ตอนนี้นายน้อยใหญ่ท่านกลับจ้างนักพรตห้าอวัยวะมาเป็นแขก
และยังช่วยเขาปิดบังตัวตน ท่านต้องการจะทำอะไร
หัวหน้าสมาคมฉางเล่อคนเก่า จี้ไห่หยามีพลังบำเพ็ญถึงระดับ
เจ็ดตอนต้น เขาอายุเพียงหกสิบกว่าปี จะตายกะทันหันได้อย่างไร
หรือว่านายน้อยใหญ่ท่านเพราะอิจฉาที่บิดาของท่านรักน้องชาย
รองของท่าน ดังนั้นท่านจึงคิดร้าย เชิญนักพรตสายมารมาลอบทำ
ร้ายบิดาของท่าน แล้วต้องการจะฉวยโอกาสที่บิดาของท่านไม่ได้ทิ้ง
พินัยกรรมไว้ ฉวยโอกาสในฐานะบุตรชายคนโตแย่งชิงตำแหน่ง
หัวหน้าสมาคม
เรื่องแย่งชิงอำนาจในสมาคมฉางเล่อของพวกท่าน เรื่องไร้สาระ
พวกนั้นข้าหน่วยพิทักษ์ราตรีไม่สนใจ
แต่พวกท่านกลับจ้างนักพรตสายมารมาฆ่าคน เรื่องแบบนี้ข้า
หน่วยพิทักษ์ราตรีกลับไม่สนใจไม่ได้”
พูดถึงตรงนี้ กู้เฉิงก็มีสีหน้าเที่ยงธรรม ท่าทางไม่ลำเอียง
จี้หลินเฟิงมีสีหน้าบิดเบี้ยว เถียงเสียงดัง “ข้าไม่ใช่ ข้าไม่ได้ทำ
ท่านพูดจาเหลวไหล
ต่อให้บิดาจะรักเจ้ารอง แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อข้าไม่ดี ข้าจะไป
ทำเรื่องเลวทรามต ่าช้าอย่างการฆ่าพ่อได้อย่างไร
บิดาตายกะทันหัน แต่หมอชันสูตรกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ข้า
ยังสงสัยว่าเป็นฝีมือของเจ้ารอง
นักพรตเฮยสือของสำนักกระบี่ชิงซานภายนอกเป็นแขกของ
สำนักกระบี่ชิงซาน แต่จริงๆ แล้วเขาก็ถูกสำนักกระบี่ชิงซานส่งมา
ช่วยเจ้ารอง”
กู้เฉิงพูดเรียบๆ “นายน้อยใหญ่ไม่ต้องตื่นเต้น เรื่องเหล่านี้ท่าน
พูดกับข้าไม่มีประโยชน์ ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคุกดำของหน่วย
พิทักษ์ราตรีเถอะ”
สีหน้าของจี้หลินเฟิงซีดขาวลงทันที
คุกดำของหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นที่แบบไหนเขาย่อมรู้ดี ควรจะ
พูดว่าทั้งยุทธภพไม่มีใครไม่รู้
ที่นั่นเข้าไปง่ายออกมายาก อีกอย่างขอเพียงเขาเข้าไป ถึงแม้
สุดท้ายจะพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้ฆ่าบิดาของตัวเอง แต่ชื่อเสียงแพร่
ออกไปแล้ว สมาคมฉางเล่อจะยอมให้คนแบบเขาเป็นหัวหน้าสมาคม
ได้อย่างไร
อย่างไรเสียคำพูดของคนก็น่ากลัว
เมื่อเห็นกู้เฉิงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มอย่างมีความหมาย ในที่สุดจี้หลินเฟิง
ก็เข้าใจอะไรบางอย่าง เขาก้มหน้าลง บนใบหน้ามีรอยยิ้มขมขื่น
“ท่านกู้ ขอเพียงท่านช่วยข้าปัดเป่าเรื่องนี้ ทุกอย่างข้าจะฟังท่าน
ต่อให้จะต้องล่วงเกินสำนักเต๋าเสวียน ข้าก็ยินดีที่จะยืนอยู่ข้าง
ท่าน
เพียงขอให้ท่านอย่าได้นำเรื่องนี้พูดออกไป”
กู้เฉิงค่อยๆ ส่ายหน้า “รู้เช่นนี้แล้ว จะทำไปทำไมตั้งแต่แรก
แต่ผิดแล้วแก้ไขได้ ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
นายน้อยใหญ่สามารถกลับใจได้ทันท่วงที เรื่องนี้ทำให้ข้าพอใจ
มาก”
จี้หลินเฟิงมีสีหน้าขมขื่น ทำไมเขารู้สึกว่ากู้เฉิงเหมือนกับความ
มืดมากกว่า
อย่างน้อยตอนที่สำนักเต๋าเสวียนมาหาเขา ก็ยังเสนอเงื่อนไข
ต่างๆ มาแลกกับการสนับสนุนของเขา
ไหนจะเหมือนกู้เฉิงแบบนี้ โยนความผิดให้แล้วเริ่มข่มขู่โดยตรง
เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายทำเรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้ว
“เอาน่านายน้อยใหญ่ อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย สิ่งที่สำนักเต๋า
เสวียนให้ท่านได้ ข้าก็ให้ท่านได้เช่นกัน
ตอนนี้บอกมาเถอะว่า ท่านหัวหน้าเก่าตายอย่างไรกันแน่”
จี้หลินเฟิงยิ้มขมขื่น “เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริงๆ
บิดาในวัยหนุ่มเคยเป็นหนูทดลองยา แม้จะมีพลังบำเพ็ญอยู่บ้าง
แต่ร่างกายกลับแย่ลงทุกวัน
สมาคมฉางเล่อของข้าเพราะปลูกสมุนไพรวิญญาณ จึงมีแพทย์
ประจำ แพทย์เหล่านั้นบอกว่า บิดาอย่างน้อยก็ยังอยู่ได้อีกหลายปี
ผลคือไม่กี่วันก่อนบิดาเสียชีวิตกะทันหัน แต่กลับไม่พบร่องรอย
บาดแผลใดๆ ราวกับว่าเป็นการตายตามธรรมชาติ
หลังจากนั้นข้าถึงได้ติดต่อกับนักพรตห้าอวัยวะคนนี้ผ่านเพื่อน
บางคน ความตั้งใจเดิมของข้าคือต้องการให้เขามาจัดการกับเจ้ารอง
แต่ท่านกู้ พูดตามตรง ต่อให้ข้าจะกลับลำตอนนี้ ก็แค่หักหลัง
สำนักเต๋าเสวียนไปทีหนึ่ง
เจ้ารองตอนนี้มีพินัยกรรมในมือของบิดา พรุ่งนี้เขาเอา
พินัยกรรมนั่นออกมา ขอเพียงเขาได้เป็นหัวหน้าสมาคม ก็จะต้องเอน
เอียงไปทางสำนักกระบี่ชิงซานอย่างแน่นอน”
“ใครเป็นคนบอกเรื่องนี้กับท่าน”
“เป็นนักพรตห้าสิริมงคล… เป็นนักพรตห้าอวัยวะ”
กู้เฉิงพูดขึ้นมาทันที “ท่านรอก่อน”
พูดพลาง พลังจิตของกู้เฉิงก็เข้าไปในพื้นที่หยกดำ ภูตน้อยห้า
ตัวกระโดดโลดเต้น บางตัวยังเหยียบอยู่บนหัวของวิญญาณนักพรต
ห้าอวัยวะด้วย
“พวกเจ้าสามารถฉายภาพเหตุการณ์ที่นักพรตห้าอวัยวะเห็น
พินัยกรรมเมื่อไม่กี่วันก่อนให้ดูหน่อยได้ไหม”
ภูตหัวใจตอนนั้นก็มีฟังก์ชันฉายภาพด้วยหมอกเลือด ภูตน้อย
อีกสองสามตัวก็น่าจะมีเช่นกัน
แน่นอน ภูตน้อยอีกสี่ตัวส่ายหัวโตๆ ของพวกมัน ชั้นของหมอก
เลือดแผ่ออกมา ประกอบกันเป็นภาพเหตุการณ์หนึ่ง
นั่นคือห้องหนังสือ ข้างนอกยังมีศิษย์ของสมาคมฉางเล่อคอย
เฝ้าอยู่ น่าจะเป็นห้องหนังสือที่จี้ไห่หยาใช้จัดการเรื่องของสมาคม
ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อจี้ไห่หยาเสียชีวิต จึงถูกปิดไว้ชั่วคราว
ทันใดนั้นเงาดำเงาหนึ่งก็ลอดเข้าไปทางช่องประตู หยิบจดหมาย
ฉบับหนึ่งออกมา ปีนขึ้นไปบนคานบ้านตามขอบกำแพง วางของไว้
บนนั้น แล้วก็แอบหนีออกไป
ทั้งหมดนี้ถูกภูตน้อยของนักพรตห้าอวัยวะเห็นเข้า แต่เขาไม่ได้
บอกจี้หลินเฟิง
กู้เฉิงก็เดาได้ว่า นักพรตห้าอวัยวะคนนี้คิดอะไรอยู่ ไม่พ้นที่จะกิน
รวบทั้งสองฝ่าย
ข้างหนึ่งรับของของจี้หลินเฟิงแต่ไม่ช่วยเขาทำงานดีๆ ข้างหนึ่งก็
กุมจุดอ่อนของจี้หลินถังไว้ แล้วรอให้เขาขึ้นตำแหน่งแล้วค่อยไป
แบล็คเมล์ นี่สอดคล้องกับสไตล์ที่เห็นแก่เงินของนักพรตห้าอวัยวะ
มาก
ในขณะเดียวกันกู้เฉิงก็รู้สึกทอดถอนใจ วิชาลับสายมารแบบนี้
แม้จะไม่อยู่ในกระแสหลัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากใช้ให้ถูกวิธี
ผลลัพธ์ก็ดีไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะสำหรับสมาคมเล็กๆ ที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญอย่างสมาคม
ฉางเล่อ ผู้ฝึกตนสองคนที่เชี่ยวชาญวิชาลับสายมารใช้วิธีการที่ตื้น
เขินอย่างยิ่ง กลับสามารถเล่นงานพวกเขาให้อยู่ในกำมือได้ ช่างน่า
หัวเราะจริงๆ
กู้เฉิงตบไหล่จี้หลินเฟิง พูดเรียบๆ “นักพรตห้าอวัยวะหลอกท่าน
ไม่มีพินัยกรรมอะไรทั้งนั้น พินัยกรรมนั่นเป็นของปลอม
บิดาของท่านเสียชีวิตกะทันหัน และตามที่แพทย์บอก ก่อนหน้า
นี้ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี จะไปทิ้งพินัยกรรมไว้ได้อย่างไร
นายน้อยใหญ่วางใจเถอะ เรื่องของพรุ่งนี้มอบให้ข้าจัดการเอง
ขอเพียงท่านรับประกันว่าจะยืนอยู่ข้างข้า ตำแหน่งหัวหน้าสมาคมนี้ก็
จะเป็นของท่าน ใครก็เอาไปไม่ได้”
พูดพลาง กู้เฉิงก็หันหลังเดินออกไปโดยตรง ก่อนจะไปเขานึก
อะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หันกลับมาพูดว่า “จริงสินายน้อยใหญ่ ล้าง
พื้นจัดการศพมอบให้ท่านแล้ว นักพรตสายมารแบบนี้น่ารังเกียจที่สุด
สับเป็นชิ้นๆ ให้หมากินเถอะ”
เมื่อกู้เฉิงจากไปแล้ว จี้หลินเฟิงก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ขยี้
หัวตัวเองอย่างแรง
ตอนนี้จุดอ่อนอยู่ในมือกู้เฉิง อนาคตจะเป็นอย่างไร เขาก็ได้แต่
หวังว่ากู้เฉิงจะสมกับชื่อของเขา ไม่หลอกตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น จี้ไห่หยาก็ได้เคลื่อนศพ และชิวเหลียนตงของสำนัก
ฉางชุนก็เป็นผู้ทำพิธีสวดส่งวิญญาณด้วยตนเอง เรื่องนี้ทำให้คนของ
สมาคมฉางเล่อรู้สึกขอบคุณในใจ
อย่างไรเสียเมื่อเทียบกับหน่วยพิทักษ์ราตรีและกองกำลังใหญ่อีก
หลายฝ่ายที่จ้องจะแย่งชิงส่วนแบ่งสมุนไพรวิญญาณของสมาคมฉาง
เล่อ สำนักฉางชุนที่ถอนตัวเองออกไป และยังช่วยพวกเขาสวดส่ง
วิญญาณหัวหน้าสมาคม ช่างเป็นคนดีจริงๆ
หลังจากเสร็จพิธีเหล่านี้ก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว จงหลินพูดอย่างอด
รนทนไม่ได้ “ทุกท่าน เรื่องที่ต้องทำก็เสร็จสิ้นแล้ว การประลองฝีมือ
คงจะเริ่มได้แล้วใช่ไหม”
คนของสมาคมฉางเล่อแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายโดยไม่รู้ตัว
แม้พวกเขาจะรู้ว่า สมุนไพรวิญญาณที่สมาคมฉางเล่อผลิต
ขึ้นมาเอง พวกเขาเองก็ตัดสินใจอะไรไม่ได้แน่นอน แต่ท่าทีของจง
หลินนี้ก็ดูน่าเกลียดเกินไปหน่อย
โจวเจี้ยนซิงมองไปที่กู้เฉิง “ท่านกู้เตรียมตัวพร้อมแล้วรึยัง”
“พร้อมเสมอ”
จงหลินกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นพวกเราก็มาตกลงกติกากัน
เถอะ การประลองฝีมือหนึ่งรอบแพ้ชนะเท่าไหร่”
กู้เฉิงโบกมือโดยตรง “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะไปยุ่งยากทำไม
หนึ่งรุกหนึ่งรับ สองรอบตัดสินแพ้ชนะ
ขอเพียงข้าแพ้รอบเดียว หน่วยพิทักษ์ราตรีก็จะถอนตัวจากการ
แย่งชิงโดยตรง
ในทางกลับกันหากสองท่านแพ้ ก็ไสหัวไปให้หมด”