จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 628 เทพมารสังหาร
มือขาวเนียนละเอียดสีขาวข้างนั้น งดงามนุ่มนวล ยากจะคิด เชื่อมโยงกับฝึกวิญญาณ
แต่หลังจากที่นางจับเขายักษ์ที่เหมือนภูเขาคดเคี้ยวสีแดงเลือด ของหนิวเปินได้แล้ว ก็สลายพลังโจมตีน่ากลัวนั่นได้อย่างง่ายดาย จากนั้นระหว่างนิ้วก็มีโซ่หมอกสีดําเป็นเส้นๆ ลอยแผ่ยืดออกมา เหมือนกับเถาวัลย์ที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง ปกคลุมเขาของหนิวเปินในชั่ว พริบตา
“อ๊าก…”
เจ้าสํานักวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ส่งเสียงคํารามอย่างโมโหตกใจ
สี่เท้าของมันเหยียบฟ้าดิน เปลวไฟสีเขียวเข้มลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง หอบไปยังเซียนสาว
“สลาย!”
เสียงเย็นชาของเซียนสาวลอยออกมาจากพลังหยินดํามืดเหมือน หมึก
คําพูดดั่งเวทมนต์
ไฟสีเขียวเข้มหอบม้วนกลับไป
เขาที่เหมือนกับภูเขาคดเคี้ยวสีเลือดแหลกสลายในชั่วพริบตา กลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ประหนึ่งผีเสื้อที่อาบย้อมไปด้วยเลือดโบย บินไปในท้องฟ้า
หนิวเปินส่งเสียงคํารามสะท้านฟ้า
ร่างใหญ่โตของมันถอยหลังโซซัดโซเซ เสียเขาไป สําหรับมันแล้ว พูดได้ว่าเป็นการบาดเจ็บสาหัส
“เจ้า…เจ้าทะลวงราชาภูตแล้วรึ?”
ที่ปากแผลเขาที่หักของหนิวเปินมีไฟสีเขียวไหลออกมา
ร่างใหญ่ยักษ์ดุจขุนเขาของมันเหมือนภูเขาเปลวไฟสีเขียวที่ เคลื่อนที่ได้
เซียนสาวไม่ได้ตอบ
พลังหยินที่หุ้มล้อมร่างของนางค่อยๆ สลายไป เผยร่างอรชร อ้อนแอ้นออกมา ชุดกระโปรงสีขาวชาววังเรียบง่าย มวยผมทรงเมฆา คล้อยยกสูง เครื่องหน้างดงาม มีอํานาจมาก
ไม่ว่ามองจากด้านไหนก็เป็นสตรีที่งดงามคนหนึ่ง หลังจากที่พลังหยินสีดําเก็บเข้าไปในร่างหมดแล้ว ทั่วร่างของนาง ไร้ซึ่งกลิ่นอายฝึกวิญญาณ ก็เหมือนคนมีชีวิตแบบนั้น ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีคนเดาได้จากเสียง แต่สวยถึงเพียงนี้ก็ต่าง ตะลึงงันกันไป “ทะลวงขั้น?” เซียนสาวมองเจ้าสํานักวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หนิวเปิน ก่อนเอ่ยราบเรียบ “ก็เปล่านี่” เขาทั้งสองที่ประหนึ่งเขาคดเคี้ยวสีเลือดของหนิวเปินค่อยๆ งอก ออกมาใหม่ ฟื้ นฟูขึ้นช้าๆ ใบหน้าของมันเคร่งเครียด ไม่ประมาทเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป เพียงแค่กระบวนท่าชั่วระยะสั้นๆ กระบวนท่าเดียว มันก็สัมผัสได้ ถึงอันตรายของภัยแห่งความตายที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายหมื่นปีแล้ว พลังของสองเซียนภูเขาเทพกระดูกสูงกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ทําไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้? สองเซียนเพิ่งจะมาถึงดาวร้อยภูตแค่สี่ห้าปีเท่านั้น แต่กลับผงาดได้ ถึงขั้นนี้?
“ฮ่าๆ ที่แท้พลังของเซียนหญิงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ เป็นพวก เราที่ดูแคลนไปแล้ว” เจ้าทุ่งแห่งความตายหัวเราะพลางเดินมายัง สนามรบช้าๆๆ เอ่ยขึ้นด้วยน�าเสียงราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง “ในเมื่อเป็น เช่นนี้ ให้วัวแก่ๆ สู้กับเจ้าเช่นนั้นก็จะเป็นการดูถูกความน่าเกรงขามของ สองเซียน มิสู้รวมข้าไปอีกคนด้วยก็แล้วกัน”
เกราะเกล็ดสีแดงเข้มส่งเสียงเสียดสีของเกราะแปลกประหลาด เหมือนกับสิ่งมีชีวิตแบบนั้น ก็เห็นเกล็ดถี่ยิบสุดท้ายก็หุ้มหน้ากากสีดํา ของเขาเชื่อมไปด้วย ทั่วร่างไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย
ฟุ่บ!
แสงอ่อนๆ ส่องกะพริบ
เจ้าทุ่งแห่งความตายมาปรากฏหน้าเซียนสาว หมัดหนึ่งโจมตี ออกมา
“หมัดสังหารสะเทือนวิญญาณ!”
หมัดที่หุ้มด้วยเกล็ดสีแดงดําไม่มีเปลวไฟความร้อน แต่ใครต่างก็รู้ ว่า พลังของหมัดนี้——ในอดีต เจ้าทุ่งแห่งความตายก็อาศัยหมัดไร้เทียม ทานนี้ ซัดอํานาจและพลังแฝงของทุ่งแห่งความตายในปัจจุบันนี้ ออกมาทีละหมัดๆ
ว่ากันว่า หมัดสังหารของเจ้าทุ่งแห่งความตายจนถึงตอนนี้ยังไม่มี ใครรับได้
“เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนพูดหมาหมู่อันน่าอัปยศได้สมเหตุสมผล เช่นนี้”
ใบหน้าของเซียนสาวฉายแววดูถูก แต่ก็ยังคงยื่นมือขาวเนียน กํา หมัดซัดออกไปรับการโจมตี
ตูม!
เจ้าทุ่งแห่งความตายคํารามอย่างโมโห บินลอยไปหลายร้อยจั้ง
คลื่นพลังหมัดชั้นแล้วชั้นเล่าแผ่ระลอกมาจากศูนย์กลางการประ มือของทั้งสอง ตาเปล่ามองเห็นได้ เหมือนคลื่นรัศมีแผ่ออกมาจาก ระเบิดนิวเคลียร์
รอบๆ สนามต่อสู้ เหล่าผู้ฝึกฝนวิญญาณทั้งสองฝ่ายต่างถอยไป หลีกเลี่ยงไม่ให้โดนลูกหลง
“เจ้า…” เจ้าทุ่งแห่งความตายมองหมัดของตัวเอง แล้วมองเซียน สาวอีกครั้ง สายตาฉายแววตกใจ
เขาคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะรับหมัดสังหารของตนเอาไว้ได้
“มาให้เต็มที่เลย” เซียนสาวหน้าตาเยาะเย้ย “จะทําตัวให้น่า อัปยศจนถึงที่สุด สามคนลงมือพร้อมกันไปเลยไหมเล่า?”
“หึ” เจ้าลัทธิวิญญาณสวรรค์เสี่ยเยี่ยนที่ไม่ได้ลงมือมาโดยตลอด แค่นเสียงเย็นเอ่ย “กําเริบนัก…ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ตามเจ้าปรารถนา”
ผู้ยิ่งใหญ่คนที่สามก็เข้าร่วมวงต่อสู้ด้วยเช่นกัน
หลี่ม่ ูมองไปที่พื้นดิน รู้สึกว่าเรื่องไม่ค่อยชอบมาพากล
ต่อให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามทําการล้อมโจมตี หน้าไม่อายขนาดไหน แต่ ก็ไม่มีทางล้อมโจมตีเซียนสาวเพียงคนเดียว อย่างไรเสีย สองเซียนแห่ง ภูเขาเทพกระดูกมีชื่อเสียงทั้งคู่ พวกเขาต่อให้ร่วมมือกันสามคน เอาชนะเซียนสาวได้ แต่ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน จากนั้นแล้วจะต้านทาน เซียนหนุ่มอย่างไร?
เหตุผลง่ายๆ เช่นนี้ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามไม่มีทางไม่เข้าใจ
หากจะบอกว่าพวกเขาตั้งแต่เริ่มที่ร่วมมือกันจัดการภูเขาเทพ กระดูกแต่ไม่รู้ในพลังของเซียนทั้งสอง นั่นก็ไม่ค่อยเป็นไปได้ อย่างไร เสียก็ล้วนแต่มีชีวิตยืนยาวเป็นผู้คร�าหวอดกันทั้งนั้น ใครบ้างไม่มีเส้น สายอะไร อัตราที่โมโหแล้วลงมือก็ต�ามาก โดยพื้นฐานแล้วก็ล้วน วางแผนสารพัด ทําการโจมตีเพื่อสมบัติ ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่การต่อสู้ตัว ต่อตัว
ครืน ตูม ตูม!
การต่อสู้บนท้องฟ้าร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
คลื่นพลังที่น่ากลัวเหมือนจะฉีกทึ้งท้องฟ้าจนแหลก
เซียนสาวใช้พลังของคนเพียงคนเดียวต้านทานกับสามผู้ยิ่งใหญ่ อาภรณ์สะบัดปลิว ไม่เหมือนผู้ฝึกวิญญาณครึ่งเป็นครึ่งตาย แต่ยิ่ง เหมือนกับเซียนที่ยังมีชีวิต ร่างที่มองไปแล้วอ่อนแอเปราะบางแต่กลับ แฝงไปด้วยพลังมหาศาล มือเปล่าไร้อาวุธ ร่างเหมือนเต้นรํา รับมือผู้ ยิ่งใหญ่ทั้งสามซึ่งหน้า แต่ก็ไม่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ
“เหยียบฟ้าสะเทือนดิน!”
ร่างมหึมาของเจ้าสํานักวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หนิวเปินค่อยๆ เล็กลง เปลวเพลิงรอบกายยิ่งเป็นสีเขียวมากขึ้น กีบเท้าเมื่อเหยียบย�า ฟ้าดิน สั่นไหว สะท้านจิตใจของคู่ต่อสู้ เขาวัวดั่งภูเขาคดเคี้ยวสีแดงเข้มโจมตี ไปยังเซียนสาวอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เซียนสาวเสียดสีว่าหนิวเปินฝึกฝนมาหลายหมื่นปีแต่ก็ ยังคงใช้วิธีขวิดตามสัญชาตญาณ ก็พูดได้ไม่ผิดเลยจริงๆ
แต่บางครั้ง สิ่งที่ทําตามสัญชาตญาณกลับเป็นพลังที่แข็งแกร่ง ที่สุด
“หมัดสังหารสะเทือนวิญญาณ”
เจ้าทุ่งแห่งความตายก็กระตุ้นกระบวนท่าสูงสุดขึ้นเช่นกัน
“ประกายเนตรพันเส้นล้อมกายสังหาร!”
เจ้าลัทธิวิญญาณสวรรค์เสี่ยเยี่ยนก็สําแดงเคล็ดวิชาไม้ตายขึ้นใน เวลาเดียวกัน
ดวงตาของเขายิงเส้นเลือดสีแดงเป็นพันเป็นหมื่นเส้นออกมา เหมือนกับมือเป็นพันเป็นหมื่นทิ่มแทงเข้าไปในท้องฟ้า จากนั้นก็ปรากฏ ขึ้น หายไป แล้วก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แปรเปลี่ยนไประหว่างมายากับของ จริงไม่หยุด ลึกลับเกินหยั่ง ทําให้คนไม่อาจจับต้องได้
“แย่แล้ว”
เจินเยี่ยเห็นภาพนี้ใจก็แทบหลุดออกมา
ผู้ฝึกฝนภูเขาเทพกระดูกคนอื่นๆ มากมายนับไม่ถ้วนต่างหัวใจ แทบจะหลุดออกมาเช่นกัน
หลี่มู่มือกําดาบหัวผีเอาไว้ เนตรสวรรค์เบิกขึ้นเล็กน้อย สํารวจ โอกาส เตรียมลงมือทุกเวลา หากถึงยามจําเป็นต้องเปิดเผยตัวตนก็ไม่ เป็นไร
“วิชาลิขิตสวรรค์…เทพมารสังหาร!”
เซียนสาวคํารามเสียงใส โซ่อักขระพลังวิญญาณสีดําหลายสาย แผ่ ยืดออกมาจากร่างของนาง ยามลากออกมาก็มีเสียงโลหะเสียดสี เหมือนกับวัตถุจริง ความแตกต่างของจํานวนอยู่เหนือเส้นเลือดวิชา ดวงตาของเจ้าลัทธิวิญญาณสวรรค์
เพียงเสี้ยวพริบตา โซ่สีดําถี่ยิบกลางท้องฟ้าแผ่ปกคลุมฟ้าดิน
ร่างที่พุ่งชนมาของหนิวเฟินถูกโซ่พันธนาการเอาไว้อย่างแน่นหนา ห่อจนเหมือนบะจ่าง พลังโจมตีน่าหวาดกลัวถูกสลายไปจนหมด สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง
ส่วนเจ้าทุ่งแห่งความตายถึงแม้จะอาศัยเกราะเกล็ดสีแดงแปลก ประหลาดบนร่างชุดนั้น ดิ้นหลุดพ้นจากการพันธนการโซ่สีดํา แต่ก็ถูก พันธนาการอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ทําได้แค่ดิ้นให้หลุดพ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เหมือนคนจมน�าที่ถูกหญ้าทะเลพันรัด ไม่อาจดิ้นหลุดได้เลย
ส่วนเส้นเลือดวิชาดวงตาของเจ้าลัทธิวิญญาณสวรรค์ก็ถูกโซ่สีดํา ตัดขาดโดยสมบูรณ์
ฝั่ งภูเขาเทพกระดูกทางนี้ส่งเสียงร้องอย่างลิงโลดทันที
ผู้แข็งแกร่งยอดฝีมือสํานักฝึกฝนวิญญาณทั้งสามเห็นภาพนี้ก็หน้า เปลี่ยนสี ในใจเกิดความหวาดกลัว
“ยุคใหม่ของดาวร้อยภูตมาถึงแล้ว พวกเจ้าพวกดื้อดึงคร�าครึ เสพ สุขไปวันๆ ควรจะถูกกวาดไปในกองขยะของประวัติศาสตร์…” คําพูด ของเซียนสาวแฝงด้วยพลังที่ทําให้คนฮึกเหิม เลือดร้อนพุ่งพล่าน
นางในเสี้ยวขณะนี้นางคือเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์
“วิญญาณที่ขวางทางของพวกเราสลายไปให้หมดเสีย”
โซ่หมอกสีดํารัดแน่น
หนิวเปินเป็นตนแรกที่ส่งเสียงร้องอย่างอนาถออกมา ก่อนหน้านี้ เขาบาดเจ็บไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ถูกโซ่หมอกสีดํารัดจนร่างแหลกสลาย จนแปรเปลี่ยนเป็นลูกไฟสีเขียวกลุ่มหนึ่ง พลังเสียหายอย่างหนัก ถอย หลังไปอย่างบ้าคลั่ง
เจ้าทุ่งแห่งความตายซัดหมัดออกมานับไม่ถ้วนแต่พลังโจมตีไปบน โซ่สีดํากลับถูกสลายไป สุดท้าย เขาจําต้องระเบิดเกราะเกล็ดแปลก ประหลาดสีแดงเข้มทิ้ง ถึงได้หนีออกไปได้จากรอยแยกของโซ่สีดําทับ ซ้อน…
ที่น่าอนาถที่สุดคือเจ้าลัทธิวิญญาณสวรรค์เสี่ยเยี่ยน
โซ่หมอกสีดําขยี้เส้นเลือดวิชาดวงตากลางท้องฟ้าทับซ้อนนั่น สุดท้ายก็แทงเข้าไปในดวงตาทั้งสองของเขาตามเส้นเลือด พันธนาการ หัวเจียวของเขาเอาไว้ แล้วทิ่มแทงทะลุข้างในข้างนอก เหมือนกับศพที่ มีต้นหญ้างอกออกมา น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
“อ๊ากกกก…” เสี่ยเยี่ยนกรีดร้อง ดิ้นรน แต่ไม่อาจหลุดไปได้
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม ในเสี้ยวขณะนี้ก็พ่ายแพ้ให้กับ ‘วิชาลิขิตสวรรค์ เทพมารสังหาร’ ของเซียนสาว ต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ตาย!”
เซียนสาวสังหารเด็ดขาด กระตุ้นโซ่หมอกสีดําจะสังหารเจ้าลัทธิ วิญญาณสวรรค์เสี่ยเยี่ยนให้สิ้นซาก
ตอนนี้เอง——
“ล้วนแต่เป็นผู้ฝึกฝนวิญญาณ ไยจึงต้องล้างสังหารสิ้นซากเช่นนี้”
เสียงเก่าแก่เสียงหนึ่งเหมือนทะลุเวลาและมิติอันไม่สิ้นสุดมา ดัง ขึ้นเหนือท้องฟ้าสนามรบ
จากที่เสียงนี้ดังขึ้น โซ่หมอกสีดําของเซียนสาวก็เหมือนกระดาษที่ ลุกเผาไหม้กลางอากาศ แตกหักสลายเป็นชุ่นๆ แปรเปลี่ยนเป็นละออง หมอกตลบอวล
เจ้าลัทธิวิญญาณสวรรค์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้โอกาสพักหายใจ รีบถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
สายตานับไม่ถ้วนต่างมองไปยังท้องฟ้า เพลิงวิญญาณร้อนแรงเสมือนดวงอาทิตย์ทมิฬดวงหนึ่ง ลอยขึ้นลง เซียนสาวอาภรณ์สะบัดพริ้ว ยืนอยู่กลางท้องฟ้า
เซียนหนุ่มที่ไม่ส่งเสียงและไม่ลงมือมาโดยตลอดก้าวเท้าขึ้นมา ร่าง เพียงกะพริบก็มาถึงยังข้างกายภรรยาในชั่วพริบตา เคียงบ่าเคียงไหล่ แบกรับแรงกดดันเพลิงวิญญาณที่มาจากอาทิตย์ทมิฬดวงนั้นด้วยกัน
“นั่นเป็นคนของสํานักตรีเทพ” สีหน้าของผู้อาวุโสนักรบภูตเจินเยี่ยขาวซีดไปในทันที เสียงของเขาแฝงรอยสั่นสะท้านจากความกลัว สํานักตรีเทพ?!
หลี่มู่นึกออกทันที เจินเยี่ยเคยบอกไว้ว่า ดินแดนกลับไปเกิดใหม่ ทั้งหลายของดาวร้อยภูต อยู่ในมือของสํานักวิญญาณทั้งสามที่ แข็งแกร่งที่สุด ได้รับการขนามนามว่า สํานักตรีเทพ เป็นผู้แข็งแกร่งที่ ปกครองทุกสิ่งบนดาวดวงนี้อย่างแท้จริง ไม่มีขั้วอํานาจพลังฝึก
วิญญาณใดกล้าขัดขืนสํานักตรีเทพ ขั้วอํานาจใดที่แข็งขืนต่อเจตจํานง ของสํานักตรีเทพก็จะต้องสลายแตกดับไปอย่างแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าเจินเยี่ยคิดไม่ถึงว่า สํานักตรีเทพจะเข้าร่วมการต่อสู้ ครั้งนี้เร็วเช่นนี้
วิกฤตที่แท้จริงมาเยือนแล้ว
……………………………………………………