จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1508 ผู้หญิงสองคนมาถึงแล้ว
เมื่อหลินหยุนพูดจบ ชายชราที่นั่งอยู่ด้านบนสุดก็รีบพูดทันที “คุณชายหลิน คำพูดที่คุณพูดเมื่อสักครู่ ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงเหรอ?”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “มันเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว!”
ชายชราหายใจเร็วด้วยความตกใจและพูด “คุณชายหลินหยุนสามารถปลดผนึกสายเลือดของลูกหลานตระกูลโม่เหรอ?”
เมื่อได้ยินคำถามของชายชรา หลินหยุนก็ขมวดคิ้วทันที
พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยไม่สนใจเรื่องอันตรายที่จะตามมาเลย!
หลินหยุนพูดเบาๆ “เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง อย่างไรก็ตาม พวกคุณไม่สนใจยอดฝีมือของนิกายวิญญาณบริสุทธิ์เลยเหรอ ?”
ชายชราดีใจมากๆและพูด “พวกเราสนใจอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งแค่ไหน มันก็ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องการปลดผนึกสายเลือด!”
“คุณชายหลิน ฉันอยากจะถามจริงๆ คุณทำได้ยังไง?”
ชายชราใช้คำพูดที่สุภาพมากๆกับหลินหยุนทันที เพราะเรื่องนี้มันสำคัญกับพวกเขามากๆ!
ผนึกสายเลือดที่อยู่ในตัวพวกเขา มันเหมือนกับกุญแจที่ไม่สามารถปลดล็อกได้ และทำให้พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในแดนเหมันต์เท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่นยอดฝีมือและอัจฉริยะอย่างพวกเขา ใช้วิธีพิเศษเพื่อผ่านผนึกสายเลือดและเข้าสู่แดนจิตปฐม แต่พวกเขาก็ไม่กล้าออกจากแดนเหมันต์
ถึงแม้คนๆนั้นจะไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าสู่แดนจิตปฐม แต่คนๆนั้นสามารถใช้ผนึกสายเลือด เพื่อรู้ตำแหน่งของพวกเขา ถ้าอยู่ในแดนเหมันต์ก็ยังดีหน่อย แต่ถ้าออกจากแดนเหมันต์ก็คงโดนสังหารอย่างแน่นอน
ถ้าสามารถปลดผนึกสายเลือดได้ พวกเขาก็จะเป็นอิสระทันที
พวกเขาถึงมีโอกาสออกจากแดนเหมันต์และไม่ถูกตามล่าสังหาร สามารถรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้
ดังนั้น ถ้าหลินหยุนสามารถปลดผนึกสายเลือดจริงๆ สำหรับเรื่องอื่นๆนั้น พวกเขาไม่สนใจอยู่แล้ว
หลินหยุนพูด “ฉันมีวิธีของฉันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฉันไม่สามารถปลดผนึกสายเลือดทั้งหมดออกจากตัวพวกคุณได้……”
ชายชรารีบพูดด้วยความตื่นเต้น “เรื่องนี้ไม่เป็นไรเลย ขอแค่คุณชายหลินหยุนสามารถปลดผนึกสายเลือดได้ พวกเราจะให้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการ!”
หลินหยุนแอบถอนหายใจอยู่ภายในจิตใจ คนพวกนี้โดนผนึกสายเลือดทรมานมานานแล้ว ตั้งแต่บรรพบุรุษก็โดนผนึกสายเลือดทรมานแบบนี้ โดนทรมานจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งๆที่พวกเขาเป็นนก แต่กลับโดนคนบังคับให้กลายเป็นปลา และหลายพันปีที่ผ่านมาก็โดนกดศีรษะอยู่ในน้ำ การปรากฏตัวของหลินหยุน ทำให้พวกเขามีโอกาสปลดผนึกสายเลือดและเป็นอิสระ
ชายชราพูดด้วยความรีบร้อนอีกครั้ง “พูดแบบนี้ก็แปลว่า ถ้าพลังของคุณชายหลินหยุนเพิ่มสูงขึ้น อาจจะมีโอกาสปลดผนึกสายเลือดของทุกคนออกได้ใช่ไหม?”
หลินหยุนพยักหน้าทันที “ฉันน่าจะทำได้ แต่ฉันอาจจะต้องใช้เวลานานมากๆ! บางทีฉันฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพก็อาจจะทำไม่ได้!”
จากการคาดเดาของหลินหยุนเอง ถ้าเขาฝึกฝนถึงแดนยาจิตปฐมตอนปลาย ภายในหนึ่งครั้งสามารถปลดผนึกสายเลือดให้หลายๆคนได้ ถ้าเขาฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพก็จะปลดผนึกสายเลือดเพิ่มขึ้นสิบเท่า
แต่ตัวเลขจริงๆที่จะสามารถปลดผนึกสายเลือดได้นั้น เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ถึงแม้พวกเขาจะรู้สึกตื่นเต้นดีใจ แต่พวกเขาก็เผยความสิ้นหวังเล็กน้อยออกมา
หลินหยุนพูด “ดังนั้นฉันก็เลยอยากจะเตือนพวกคุณ ครั้งนี้พวกคุณควรออกจากที่นี่เพื่อหนีภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง!”
เมื่อหลินหยุนพูดจบ มีคนรับใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามา เขามองหน้าชายชราสามคนและพูดทันที “ผู้อาวุโสสามคน คนที่เฝ้าระวังเหตุการณ์กลับมาแล้ว เขาพาผู้หญิงสองคนกลับมาด้วย!”
ชายชราที่นั่งอยู่ด้านบนสุด สายตาของเขาเปล่งประกายทันทีและพูด “อืม? รีบให้พวกเขาเข้ามาเร็วๆ!”
จิตใจของหลินหยุนเต้นแรงทันที ผู้หญิงสองคน หรือว่าพวกเธอจะเป็นโม่หยู่กับฉินหลัน?
ผ่านไปไม่นาน เขาก็ได้คำตอบ เป็นอย่างที่เขาคาดคิดจริงๆ มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งพาโม่หยู่กับฉินหลันเดินเข้ามา
เมื่อพวกเธอสองคนมองเห็นหลินหยุน ทำให้พวกเธอดีใจมากๆและรีบเดินเข้ามาหาหลินหยุนทันที
ฉินหลันพูด “เสี่ยวหยุน นายอยู่ที่นี่ตามที่ฉันคาดคิดไว้จริงๆ!”
หลินหยุนไม่ได้ถามอะไรเลย พวกเธอสองคนสามารถมาถึงที่นี่ได้ ต้องเกี่ยวข้องกับชายวัยรุ่นคนนี้อย่างแน่นอน
หลินหยุนพยักหน้าทันที จากนั้นก็มองชายชราทั้งสามคนและพูด “เธอคือแม่นางโม่หยู่ เป็นลูกหลานของตระกูลโม่! เธอคือคนที่ถูกฉันปลดผนึกสายเลือด”
โม่หยู่ตื่นเต้นดีใจมากๆ เธอรีบโค้งคำนับให้ชายชราสามคนทันที จากนั้นมือของเธอก็เปล่งแสงสว่างขึ้นมาและมีเครื่องประดับสีฟ้าอันหนึ่งปรากฏทันที
เป็นเครื่องประดับสำหรับยืนยันตัวตนที่เธอเคยให้วัยรุ่นดูเมื่อสักครู่
เมื่อเห็นเครื่องประดับที่อยู่ในมือของโม่หยู่ ชายชราสามคนก็หายใจเร็วด้วยความตกใจ
พวกเขามองหน้าโม่หยู่และพูด “เธอเป็นลูกหลายของตระกูลโม่จริงๆเหรอ?”
โม่หยู่พยักหน้าทันทีและพูด “ข้าน้อยชื่อโม่หยู่ คารวะผู้อาวุโสทั้งสามคน!”
โม่หยู่จะเอ่ยปากพูดอีก แต่ชายชราก็ยกมือขึ้นมาขัดจังหวะของเธอ จากนั้นก็มองไปที่หลินหยุนและพูด “คุณชายหลินหยุน พวกเราจะคุยกับแม่นางโม่หยู่เป็นการส่วนตัวสักครู่”
“หวังว่าคุณชายหลินหยุนจะนั่งรออยู่ตรงนี้ชั่วครู่!”
ขณะพูด เขาไม่สนใจคำตอบของหลินหยุนเลย เขารีบพาโม่หยู่ออกไปทันที โม่หยู่หันหน้ากลับมามองหลินหยุน เธอรู้สึกประหม่ามากๆ
ที่นี่เหลือแค่หลินหยุนกับฉินหลันเพียงสองคน ฉินหลันก็เล่าทันทีว่าเธอมาถึงที่นี่ได้ยังไง
หลินหยุนพยักหน้าทันที เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนัก
พวกเขาเป็นลูกหลานที่มาจากดาวไกอา และอาศัยอยู่ในแดนเหมันต์มาหลายพันปี พวกเขามีวิธีการและประสบการณ์ในการดำรงชีพและรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆในแดนเหมันต์ได้อยู่แล้ว
ถ้าไม่มีประสบการณ์พวกนี้ ในสถานที่อันตรายมากๆเช่นนี้ มีเพียงแค่ยอดฝีมือแดนจิตปฐมเพียงไม่กี่คน ไม่สามารถปกป้องทุกคนให้ปลอดภัยได้อยู่แล้ว
ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้จำนวนคนของพวกเขาก็เหลืออยู่ไม่มาก
การเจริญพันธุ์ของมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ต้องพูดถึงหลายพันปี พูดถึงเวลาแค่ร้อยปี ก็จะมีประชากรเกิดใหม่และเติบโตขึ้นมาอย่างมหาศาล
ไม่ใช่แค่เกาะเล็กๆเพียงแค่นี้ จะสามารถให้คนจำนวนมหาศาลอาศัยอยู่ได้
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ชายชราสามคนก็พาโม่หยู่กลับมาทันที
เมื่อชายชราสามคนเดินเข้ามา พวกเขาสามคนก็โค้งคำนับให้หลินหยุนทันที
ชายชราที่เป็นผู้นำมองหน้าหลินหยุนและพูดอย่างเคร่งขรึม “คุณชายหลินหยุน ก่อนหน้านี้พวกเราล่วงเกินคุณไป หวังว่าคุณจะไม่โกรธ! และหวังว่าคุณจะให้อภัยพวกเรา!”
อันที่จริงหลังจากหลินหยุนพูดชื่อของบุคคลสำคัญต่างๆในดาวบรรพะออกมา ในจิตใจของพวกเขายอมรับฐานะของหลินหยุนไปตั้งนานแล้ว
แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ แต่เรื่องยังไม่ได้รับการยืนยัน พวกเขาก็ไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจ การมาถึงของโม่หยู่ ทำให้พวกเขารู้ฐานะที่แท้จริงของหลินหยุนทันที
จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่พวกเขาโค้งคำนับหลินหยุนขึ้น
หลินหยุนส่ายหัวเบาๆและพูด “ฉันไม่ได้โกรธพวกคุณเลย ฉันหวังว่าพวกคุณจะเตรียมตัวรับมือกับเรื่องอันตรายที่จะเกิดขึ้น! มิฉะนั้น พวกคุณอาจจะโดนสังหารทั้งหมดก็ได้”
“ยอดฝีมือคนนั้น อย่างน้อยก็คงฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะแล้ว!”
“ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากๆอย่างเขา!”
“สถานที่แห่งนี้รับมือเขาไม่ไหวอยู่แล้ว!”
เมื่อชายชราได้ยินก็หัวเราะออกมาทันทีและพูด “คุณชายหลินหยุนโปรดวางใจ!”
“ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน”
“ถ้าเขาอยากจะฆ่าพวกเราให้ตายทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ”
“ตอนนี้พวกเราร่วมเป็นหนึ่งกับแดนเหมันต์แล้ว!”
“เพราะตรงนี้เป็นถิ่นของพวกเรา!”
หลินหยุนพยักหน้าทันที เขาไม่พูดอะไรอีก
หลังจากนิ่งเงียบไปสักพัก หลินหยุนก็เอ่ยปากพูดทันที “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน!”